ข่าว
100 year

สกิมเมอร์โผล่ ไปกดเงินหาดใหญ่

ไทยรัฐออนไลน์14 พ.ย. 2556 08:00 น.
SHARE

ตร.ควานหาวงจรปิด-ล่ายกแก๊ง

ตำรวจแกะรอยพบแก๊งสกิมเมอร์โผล่กดเงินที่ดูดจากบัตรเอทีเอ็มผู้เสียหายในพื้นที่หาดใหญ่ หลังติดเครื่องคัดลอกข้อมูลสุดไฮเทคที่ตู้เอทีเอ็มของธนาคารดังกลางกรุงจนมีเหยื่อ 12 ราย สูญเงินกว่า 6 แสนบาท เร่งประสานศูนย์สืบสวนภาค 9 ขอเทปวงจรปิดขณะคนร้ายกดเงินพร้อมรื้อแฟ้มคดีเก่าหวังใช้เป็นเบาะแสล่าแก๊งคนร้าย เล็งส่งสำนวนให้ ปอท.ใช้เทคโนโลยีทลายเครือข่าย ส่วนธนาคารเจ้าของตู้เอทีเอ็มยืนยันมีมาตรการเฝ้าระวังพร้อมยินดีชดใช้ความเสียหาย ผู้เสียหายนำสื่อตรวจตู้เอทีเอ็มเจ้ากรรม

กรณีผู้เสียหายหลายรายแห่เข้าแจ้งความตำรวจหลังเงินในบัญชีธนาคารสูญหายจากบัญชีกว่า 6 แสนบาท เบื้องต้นคาดว่าถูกแก๊งคนร้ายติดเครื่องสกิมเมอร์คัดลอกข้อมูลบัตรเอทีเอ็มที่ตู้เอทีเอ็ม ธนาคารทหารไทย หรือทีเอ็มบี สาขาพญาไท ในอาคารซีพีทาวเวอร์ 3 ถนนศรีอยุธยา ก่อนธนาคารเจ้าของบัตรยืนยันชดใช้เงินให้ผู้เสียหาย ซ้ำรอยคดีที่เคยเกิดในพื้นที่ สน.ลุมพินี ในเวลาไล่เลี่ยกัน

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 13 พ.ย. นายอนุพล ภูวพูนผล อายุ 53 ปี ผอ.ฝ่ายบริหารธุรกิจ บริษัทฟาร์อีสดีดีบี จำกัด (มหาชน) ผู้เสียหายเงินหายไปจากบัญชีธนาคารทหารไทย สาขาพญาไท 400,000 บาท ได้พาผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบตู้เอทีเอ็มของธนาคารทหารไทย สาขาพญาไท ที่อาคารซีพีทาวเวอร์ 3 ที่คาดว่าเป็นตู้เอทีเอ็มที่ถูกแก๊งคนร้ายโจรกรรมข้อมูลบัตรเอทีเอ็มแต่ไม่พบเครื่องสกิมเมอร์ที่ตู้เอทีเอ็ม

นายอนุพล ภูวพูนผล หนุ่มใหญ่ผู้เสียหาย กล่าวว่า จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ธนาคารทราบว่าเงินของตนที่ถูกถอนไป 20 ครั้ง จำนวน 400,000 บาท และเงินของพนักงานในบริษัทซึ่งมีเงินหายไปจากบัญชี 6-7 คน ตั้งแต่ 500 บาท ถึงหลักหมื่นบาท ได้ถูกกดจากตู้เอทีเอ็มในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดหน้าตู้เอทีเอ็มที่เงินถูกกดออกไป พร้อมจะรับผิดชอบจำนวนเงินที่หายไปทั้งหมด

พ.ต.ท.ธีรศักดิ์ ศรีประเสริฐ รอง ผกก.สส.สน.พญาไท กล่าวว่า มีผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความแล้ว 10 ราย ทั้งหมดเป็นลูกค้าของธนาคารทหารไทย สาขาพญาไท รวมยอดเงินที่หายไป 6 แสนกว่าบาท จากการตรวจสอบที่ตู้เอทีเอ็มที่สงสัยไม่พบเครื่องสกิมเมอร์หรือความผิดปกติ ถ้ามีการติดเครื่องสกิมเมอร์จริงก็น่าจะถอดออกไปแล้ว จึงยังไม่แน่ชัดเรื่องของต้นทางที่ขโมยข้อมูลบัตรเอทีเอ็มของผู้เสียหายไป แต่ปลายทางที่มีการถอนเงินจากเอทีเอ็มออกไปอยู่พื้นที่ จ.สงขลา ในช่วงดึกของวันที่ 11 พ.ย. ต่อเนื่องเช้าวันที่ 12 พ.ย. ได้ประสานไปยังศูนย์สืบสวน บช.ภ.9 ขอภาพวงจรปิดจากตู้เอทีเอ็มที่มีการมาถอนเงินออกไปเพื่อสืบหาตัวคนร้ายจากปลายทาง

รอง ผกก.สส.สน.พญาไทกล่าวอีกว่า เป็นไปได้สูงว่าคนร้ายเป็นคนไทยหรือเป็นแก๊งชาวมาเลเซียเพราะไปกดเงินในพื้นที่ภาคใต้ ขบวนการนี้น่าจะมีการติดสกิมเมอร์ข้อมูลจากตู้เอทีเอ็มหลายๆ ตู้ มา 1-2 เดือน ก่อนนัดวันดีเดย์กดเงินในวันที่ 11 ต่อเนื่องวันที่ 12 พ.ย.พร้อมกัน เชื่อว่าน่าจะเป็นคนละแก๊งที่ก่อเหตุในพื้นที่ สน.ลุมพินี เพราะคดีดังกล่าวเงินถูกถอนออกไปนอกประเทศ แต่มีลักษณะการโจรกรรมข้อมูลน่าจะใกล้เคียงกัน จะกลับไปดูแฟ้มข้อมูลเก่าเมื่อปี 2550-2551 ทั้งนี้ พนักงานที่ไปเติมเงินที่ตู้เอทีเอ็มให้ตรวจสอบตู้เอทีเอ็มว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ ในส่วนคดีจะไม่รวมสำนวนกับคดีในพื้นที่ สน.ลุมพินี แต่อาจพิจารณาว่าจะส่งสำนวนให้ บก.ปอท.ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสอบสวนต่อหรือไม่

ขณะเดียวกันทางฝ่ายสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ธนาคารทหารไทย หรือทีเอ็มบี ได้ส่งเอกสารชี้แจงเกี่ยวกับกรณีความปลอดภัยของบัตรเอทีเอ็มว่า ธนาคารมีมาตรการตรวจสอบเพื่อวิเคราะห์ระบบในภาพรวมตามมาตรการป้องกันความเสียหายล่วงหน้า ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นพบว่ามีลูกค้า 12 ราย ได้รับความเสียหายโดยธนาคารจะชดเชยให้เร็วที่สุด

ด้าน พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.สตม. กล่าวว่า กรณีเรื่องปัญหาบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ประชาชนถูกแฮกข้อมูลหรือโจรกรรมเงินไป ทางตำรวจตรวจคนเข้าเมือง หลังจากได้รับข้อมูลเบื้องต้นว่ามีชาวต่างชาติเข้ามาโดยเฉพาะกลุ่มชาวยุโรปตะวันออกที่มีความรู้ความสามารถในการโกงบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความเกี่ยวข้องกับในคดีที่เกิดขึ้น ตนได้สั่งการให้ชุดฝ่ายสืบสวนและฝ่ายปรามปราบของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศลงพื้นที่ช่วยกันกวดขันหาข้อมูลผู้กระทำผิดและหาเบาะแสให้ไปถึงคนอยู่เบื้องหลัง เนื่องจากเป็นปัญหาร้ายแรงระดับประเทศชาติหากสามารถจับตัวผู้ต้องหาได้จะนำมาดำเนินคดีต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้