กีฬา
100 year

ย้อนรอยคดี ''จอยซ์ ทีเค'' ติดแฟน ติดยา จนติดคุก คุ้มไหม 8 ปีกว่าในเรือนจำ

พลิกแฟ้มอาชญากรรม9 ต.ค. 2556 05:30 น.
SHARE

ย้อนกลับไปกว่า 8 ปีก่อน ข่าวที่ช็อกวงการเพลงอีกข่าวหนึ่ง คือ ข่าวตำรวจจับกุมเอเย่นต์ยาเสพติดรายใหญ่ ซึ่งก็ไม่ใช่ใคร เป็น จอยซ์ พรพรรณ รัตนเมธานนท์ หนึ่งในนักร้องดูโอ้ไทรอัมพ์ส คิงดอม ศิลปินจากโดโจ ซิตี้จากค่ายเบเกอรี่มิวสิค เจ้าของบทเพลงแนวป๊อบแดนซ์ เพลงฮิตติดปาก อย่าง ผ้าเช็ดหน้า, อย่าเข้าใจฉันผิด, อ้วน, อยู่นานๆ อีกนิด, ห้ามใจไม่ไหว และอื่นๆ อีกมากมาย

ไทยรัฐออนไลน์ได้ลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น ซึ่งต้องย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2547 ชุดปราบปรามยาเสพติด กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ได้ล่อซื้อยาบ้า 58 เม็ด จากนายกฤษณ์ เกษมวิริยะกุล นักค้ายาเสพติดรายย่อยในปั๊มเอสโซ่ ถนนพหลโยธิน แขวงและเขตสายไหม นายกฤษณ์ยอมรับว่ารับยามาจาก น.ส.เจษฎาพร ศรีจริยา และนายดำรงศักดิ์ เจริญสุข จึงวางแผนให้นายกฤษณ์โทรศัพท์หาเพื่อซื้อยาบ้าอีก 80 เม็ด และนัดส่งมอบที่คอนโดมิเนียมย่านดินแดง และเมื่อถึงเวลาส่งมอบตำรวจจึงแสดงตัวเข้าจับกุมนำตัวไปเค้นต่อ ได้ความมาว่า รับยามาจากเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่ง ตำรวจจึงให้โทรศัพท์ติดต่อไปที่เพื่อนผู้หญิงรายนี้ให้มาส่งยาบ้าอีก 300 เม็ด โดยนัดส่งที่ปากซอยงามวงศ์วาน 8 เมื่อถึงเวลาส่งมอบก็ปรากฏชายหญิงคู่หนึ่งเดินจับมือกันมาพร้อมส่งยาบ้าจำนวน 300 เม็ด ให้ชุดจับกุมที่ปลอมตัวไปล่อซื้อ ชุดจับกุมจึงแสดงตัวเข้าจับกุมทั้งสองคนไว้ได้ คือนายจิติพัฒน์ สังฆสุวรรณ หรือโต้ง อายุในขณะนั้น 28 ปี ลูกชายที่ปรึกษาธนาคารชื่อดัง และ น.ส.พรพรรณ รัตนเมธานนท์ หรือจอยซ์ อายุในขณะนั้น 24 ปี

โดยตอนจับกุมตำรวจไม่ทราบเลยว่าเป็นจอยซ์ ทีเค จนมาสอบสวน และทราบภายหลังว่าเป็นนักร้องดัง จากนั้นตำรวจได้ตามไปค้นที่บ้านพักแฟนหนุ่มของจอยซ์ภายในซอยดังกล่าว ได้ยาบ้าอีก 3,740 เม็ด รุ่งเช้าตำรวจนำตัวทั้งหมดมาแถลงข่าวที่สถานีตำรวจนครบาลบางเขน ท่ามกลางกองทัพสื่อทุกสำนักที่มารอติดตามข่าวจอยซ์ แต่พอถึงเวลาแถลงข่าวจริงจอยซ์กลับปิดปากเงียบสนิท นั่งก้มหน้าก้มตานิ่ง ตอบเพียงว่า "ให้ไปสอบถามตำรวจจะดีกว่า" และแสดงอาการไม่พอใจที่ถูกถ่ายภาพ เพราะเธอขอตำรวจว่าอยากให้ปิดข่าว ซึ่งคงเป็นไปไม่ได้แน่นอน

ในขณะที่แฟนหนุ่มเธอยอมตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่า คบกับจอยซ์มาได้ปีกว่าและอยู่กินกันที่บ้านพักหลังดังกล่าว ส่วนที่ต้องค้ายาเพราะจำเป็นต้องใช้เงิน และก็รู้ว่าจอยซ์เองก็เสพยามาก่อนที่จะคบกัน หลังจากนั้นตำรวจก็เอาจอยซ์และขบวนการยาเสพติดของเธอส่งพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดไปดำเนินคดีข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้จำหน่ายโดยผิดกฎหมาย เมื่อถึงเวลาสอบปากคำเพิ่ม จอยซ์กลับบอกว่าเธอไม่ได้ขาย แค่เสพยาเท่านั้น ส่วนยาเสพติดเป็นของนายตี๋ ไม่ทราบชื่อจริงนำมาฝากไว้

ในขณะนั้นก็ทำเอาก๊วนไฮโซของนักร้องสาวร้อนๆ หนาวๆ กันเป็นแถว รวมถึงดารานักร้องที่ชอบจัดปาร์ตี้ยาอียาเคก็เดือดร้อนไปตามๆ กัน เพราะเธอซัดทอดแหลก พูดพาดพิงไปถึงนายน๊อต ลูกนายตำรวจใหญ่เป็นคนชวนเธอเสพยา เธอยังยืนยันอีกว่าไม่ได้เป็นคนขายเพราะที่มาอยู่กับแฟนหนุ่ม เพราะมียาให้เสพได้ตลอด แม้ว่าเธอปฏิเสธเสียงแข็ง แต่ใครจะเชื่อเธอ ในเมื่อหลักฐานแน่นหนาซะขนาดนั้น ตำรวจได้หิ้วตัวจอยซ์กับแฟนหนุ่มไปฝากขังกว่า 5 ผลัด ก่อนจะสอบปากคำขยายผลเสร็จส่งสำนวนให้อัยการสั่งฟ้องและส่งเข้าเรือนจำกินข้าวแดงตามระเบียบ และท้ายคำร้องยังยื่นคัดค้านประกันตัวในชั้นนี้ เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าจะหลบหนี  ระหว่างนั้นตำรวจก็ตามรวบขบวนการต่อไปเรื่อยๆ จนทราบว่ายาของจอยซ์ และแฟนหนุ่มเป็นขบวนการทางภาคเหนือ

และข่าวคราวเธอเงียบหายได้ระยะหนึ่ง จนวันที่ 17 ก.พ.2548 ศาลนัดประชุมคดีครั้งแรก เธอปฏิเสธข้อกล่าวหาขอสู้คดี ศาลจึงนัดพยานจำเลยและโจทก์อีกครั้งวันที่ 21 มี.ค.ในปีเดียวกัน จนมีกระบวนต่อสู้ในชั้นศาลเสร็จสิ้น   ได้ข้อสรุปว่า ศาลชั้นต้นจำคุกจอยซ์ 8 ปี 1 เดือน ปรับ 3.4 แสนบาท บวกกับคดีเก่าของเธอที่ศาลแขวงพระโขนงข้อหาเมาแล้วขับที่รอลงอาญา 1 ปี เข้าไปด้วย ส่วนโต้งแฟนหนุ่มของเธอ จำคุก 33 ปี 4 เดือน ปรับ 8 แสนบาท

แต่คดีความเธอก็ยังไม่สิ้นสุด อัยการโจทก์ยื่นอุทธรณ์ต่ออีก จนเมื่อวันที่ 6 ก.ค.2550 เหมือนเวรซ้ำกรรมซัด ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้จำคุก จอยซ์เป็น 33 ปี 5 เดือน ปรับ 8 แสนบาท เท่ากับแฟนหนุ่มของเธอ ซึ่งระหว่างเธออยู่ที่ทัณฑสถานหญิงกลางบางเขน จอยซ์ก็ปฏิบัติตัวเหมือนนักโทษทั่วไปและเธอก็ยังได้รับหน้าที่พิเศษเป็นนักร้องคอยขับกล่อมให้เพื่อนนักโทษหญิงด้วยกันเวลามีกิจกรรมภายใน จนผู้คุมเอ่ยปากชมจอยซ์ว่าเธอคือนักร้องประจำของที่นี่ ระหว่างนั้นญาติของแฟนหนุ่มเธอได้ขอสู้ในศาลฎีกาต่อหวังว่าจะลดโทษให้ทั้งสองคน

จนล่าสุด วันที่ 8 ตุลาคมนี้ ศาลอาญารัชดาอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา พิเคราะห์เห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักเพียงพอรับฟังได้ว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้อง แต่ไม่ปรากฏพยานหลักฐานชี้ชัดได้ว่า จอยซ์ มีส่วนรู้เห็นกับยาบ้าที่ซุกซ่อนอยู่ภายในบ้านจำนวน 3,740 เม็ด แต่มีส่วนรู้เห็นกับยาบ้าที่ตำรวจล่อซื้อ 300 เม็ด จึงยกประโยชน์ให้จำเลย จึงให้บังคับคดีตามศาลชั้นต้นที่พิพากษาจำคุก 8 ปี 1 เดือน ปรับ 340,000บาท ส่วนฎีกาแฟนหนุ่มเธอฟังไม่ขึ้น ศาลพิพากษายืนจำคุก 33 ปี 4 เดือน ปรับ 800,000 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนค่าปรับไม่เกิน 1 ปี ทำเอาจอยซ์และญาติๆ เธอยิ้มได้หลังต่อสู้คดีมายาวนาน เพราะเธอติดคุกมาแล้ว 8 ปี 10 เดือน เกินมาประมาณ 9 เดือน ส่วนที่เกินศาลให้หักลดวันละ 200 บาทจากค่าปรับที่ต้องเสีย 3.4 แสนบาท เหลือ 2.8 แสนบาท ซึ่งญาติของจอยซ์ได้ยื่นเงินสดจำนวนดังกล่าวมายื่นแก่ศาลให้พิจารณา จนช่วงเย็นศาลได้ออกหมายปล่อยตัวเธอให้เป็นอิสระในที่สุด ไม่รู้ว่าเธอจะกลับมาเข้าวงการเพลงให้วัยรุ่นไทยเดินตามเก็บผ้าเช็ดหน้าได้เหมือนเมื่อสิบกว่าปีก่อนหรือไม่...

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้