ข่าว
100 year

รุมจี้'ปู'ระงับยื่นทูลเกล้าฯร่างรธน. ขู่เจอม.112

ไทยรัฐออนไลน์30 ก.ย. 2556 17:14 น.
SHARE

40 ส.ว.ขู่ "นายกฯ" รวบรัดนำขึ้นทูลเกล้าฯ อาจเจอแจ้ง ม.112 จี้ระงับทูลเกล้าฯ ร่างฯ แก้ที่มา ส.ว. ยันให้รอศาล รธน.วินิจฉัย ด้าน "ถาวร" สับรัฐบาลเดินหน้าชนสถาบันดื้อทูลเกล้าฯ ร่าง รธน. ...

เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่รัฐสภา กลุ่ม 40 ส.ว. นำโดย นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา กล่าวว่า ได้ยื่นหนังสือถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้ระงับการนำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ประเด็นที่มา ส.ว. ขึ้นทูลเกล้าฯ หลังกลุ่ม ส.ว.ยื่นเรื่องต่อประธานวุฒิสภา ขอให้ส่งความเห็นให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 154 ว่า ร่างฯ ฉบับนี้ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่

ล่าสุด ทราบว่าประธานวุฒิสภากำลังให้ฝ่ายธุรการตรวจสอบลายมือชื่อ ส.ว. และจะส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมแจ้งให้นายกฯ ทราบในสัปดาห์นี้ ดังนั้น นายกฯ ควรระงับการดำเนินการทูลเกล้าฯ จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย ส่วนที่อ้างว่าต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯ ภายใน 20 วันนั้น ใช้ในกรณีที่ร่างกฎหมายไม่ถูกยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบ แต่หากมีการยื่นให้ตรวจสอบตามมาตรา 154 ต้องระงับการทูลเกล้าฯ ไว้ก่อน จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย ล่าสุด ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ก็เลยกำหนดการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ภายใน 20 วัน แล้วเช่นกัน

นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า หากนายกฯ นำร่างฯ ขึ้นทูลเกล้าฯ อย่างเร่งรีบผิดปกติ ตามคำแนะนำของบุคคลใกล้ชิด ถือเป็นการแสดงเจตนา และจงใจไม่ปฏิบัติหน้าที่ ที่เชื่อว่าอาจมีบุคคล หรือกลุ่มบุคคลกล่าวหาว่านายกฯ นำร่างกฎหมายที่มีปัญหา และยังไม่สิ้นข้อสงสัย นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถือเป็นการกระทำที่ไม่บังควร ทำให้ระคายเคืองเบื้องยุคลบาท ซึ่งนายกฯ อาจถูกกล่าวโทษว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และมาตรา 157 จึงหวังว่านายกฯ จะระงับไว้ก่อน และได้ยื่นหนังสือถึงราชเลขาธิการเช่นกัน

พล.ร.อ.สุรศักดิ์ ศรีอรุณ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า ไม่เข้าใจว่า ทำไมทีมที่ปรึกษาด้านกฎหมายพรรคเพื่อไทย ถึงเร่งรัดให้นายกฯ นำร่างฯ ขึ้นทูลเกล้าฯ อย่างเร่งรีบ ไม่ทราบว่าเป็นการทำเพื่อรักษาประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือต้องการสนองความต้องการของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า การตัดสินว่า สิ่งใดถูกหรือผิด ถือเป็นอำนาจของกระบวนการยุติธรรม โดยผู้ที่ต้องชี้ขาดคือศาลรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมาถือเป็นประเพณีปฏิบัติว่า หากเรื่องใดยังไม่ได้ข้อยุติ หรือยังมีความสงสัย ต้องยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ชี้ขาด ขณะนี้มีผู้ยื่นเรื่องแล้วแต่ยังไม่มีข้อสรุป การที่นายกฯ จะนำร่างฯ ขึ้นทูลเกล้าฯ จะเป็นการระคายเคืองหรือไม่ ซึ่งอาจมีผู้ไปยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวหานายกฯ ว่ากระทำขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง

ขณะที่ นายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เตรียมนำร่างพ.ร.บ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มา ส.ว. ขึ้นทูลเกล้าฯ ในวันที่ 1 ต.ค. โดยไม่รอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ว่า เป็นเรื่องที่มิบังควร เพราะจะกระทบต่อเบื้องพระยุคลบาท เพราะกรณีนี้ไม่ใช่เรื่องจำเป็นที่เร่งด่วน ที่เป็นวิกฤติของประเทศชาติ รัฐบาลควรรอตามที่กฎหมายกำหนดคือ 20 วัน เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อนที่จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ แม้ร่าง พ.ร.บ.นี้จะผ่านการโหวตวาระ 3 แล้ว เพราะขั้นตอนจากนี้ถือเป็นปมร้อนที่จะเกิดความขัดแย้ง

ทั้งนี้ หากนายกฯ เร่งนำขึ้นทูลเกล้าฯ แล้วยังไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 กำหนดว่า หลังจากพ้น 90 วัน หากมีพระราชทานคืนมา รัฐสภาจะต้องนำร่าง พ.ร.บ.นั้นมาปรึกษากันใหม่ หากยังมีมติยืนยันตามเดิมด้วยเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกรัฐสภา ให้นายกฯ นำร่างดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯ อีกครั้งเมื่อพระมหากษัตริย์มิได้ทรงลงพระปรมาภิไธยใน 30 วัน ให้นายกฯ ประกาศในพระราชกิจจาฯ บังคับใช้เป็นกฎหมายได้นั้น กรณีนี้ถือว่าเป็นการเดินหน้าชนสถาบันอย่างแน่นอน ทั้งที่การตั้งศาลรัฐธรรมนูญขึ้นมา เพื่อให้วินิจฉัยชี้ขาดกรณีที่มีปัญหาความเห็นต่างในข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญโดยตรง จึงควรรอคำวินิจฉัยของศาลก่อน เพราะเป็นการออกแบบให้มีการ ถ่วงดุลการใช้อำนาจกันและกัน.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้