ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    Trendy Review: Samsung Galaxy Note 3

    คงเดช กี่สุขพันธ์29 ก.ย. 2556 05:30 น.
    SHARE

    วางจำหน่ายทั่วโลกอย่างเป็นทางการไปแล้ว และของลอตแรกก็ถึงมือลูกค้าที่สั่งจองไปแล้ว และกำลังจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยในเร็วๆ นี้ ...แต่ตอนนี้ มาดู Trendy Review รีวิว Samsung Galaxy Note 3 กันก่อนดีกว่าครับ ว่าของใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ยักษ์ใหญ่จากเกาหลีนี้ มีอะไรน่าสนใจบ้าง...


    เป็นไปตามแนวทางของ Samsung ครับ นั่นคือ Samsung Galaxy Note ในปีนั้นๆ จะมีหน้าตาดีไซน์อารมณ์เดียวกับ Samsung Galaxy S ในปีนั้นๆ ดังนั้น Samsung Galaxy Note 3 นี่ก็เลยมีดีไซน์มาสไตล์ของ Samsung Galaxy S4 ครับ นั่นคือ ออกแนวเหลี่ยมมากขึ้น กระจกจอด้านหน้าที่เป็นแนวโค้งมน จับแล้วเพลินมือ กลายมาเป็นกระจกแบนๆ แล้วก็มีขอบโผล่ออกมานิดหน่อย จับแล้วสะดุดมือแปลกๆ


    ด้านหน้า เป็นหน้าจอขนาดบิ๊กเบิ้ม 5.7 นิ้ว เป็น Full HD Super AMOLED ความละเอียด 1920x1080 พิกเซล ทำให้มีความหนาแน่นพิกเซล 386ppi ... เมื่อเลขมากกว่า 326ppi ก็เลยค่อนข้างมั่นใจได้ว่าภาพออกมาคมกริบแน่ๆ เลย ... กล้องดิจิตอลด้านหน้า ยังคงเป็นความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร


    ด้านหลัง เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงครับ ที่ผมได้มารีวิวเป็นรุ่นสีดำ สังเกตว่าวัสดุที่ใช้ มีผิวสัมผัสเหมือนหนังเทียมมากๆ ถ้าให้เปรียบเทียบความรู้สึก ก็นึกถึงสมุดโน้ตปกหนังเทียมอ่ะ ยังไงยังงั้น ... กล้องดิจิตอลด้านหลังนี่ ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash ครับ แต่ฝาหลังนี่จริงๆ เป็นพลาสติกนะ แต่ว่าดูๆ แล้ว น่าจะมีการเคลือบวัสดุจำพวกหนังเทียมลงไปบางๆ เพื่อให้ความรู้สึกเหมือนสมุดโน้ตปกหนัง ดูคลาสสิกดี


    ด้านบนมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และมีรูไมโครโฟนสำหรับทำ Active noise cancellation ด้วย และมีพอร์ตอินฟราเรด ... จากที่สังเกตสมาร์ทโฟนรุ่นหลังๆ ของ Samsung ดูท่าพอร์ตอินฟราเรดนี่อาจจะกลายเป็นฟีเจอร์พื้นฐานในเร็ววันนี้?!?


    ด้านล่างมีรูไมโครโฟน มีพอร์ต USB ที่เป็นแบบ Micro USB 3.0 ซึ่งดูๆ แล้วเป็นเพราะต้องการจ่ายไฟให้ได้เต็มที่ (ดูอุปกรณ์ชาร์จของ Samsung Galaxy Note 3 แล้ว มัน Output DC 5.3V 2.0A ครับ) แต่การชาร์จแบตเตอรี่ ยังใช้สาย Micro USB 2.0 ได้อยู่นะ ที่เปลี่ยนมาเป็นเวอร์ชั่น 3.0 นี่ก็ชัดเจนครับ น่าจะเพื่อให้รองรับการโอนย้ายข้อมูลขนาดใหญ่ (เพราะความจุเจ้านี่เริ่มที่ 32GB และรุ่น LTE ก็ถ่ายวิดีโอ 4K ได้
ไฟล์ขนาดบะเริ่มแน่ๆ) … และตามสไตล์ของ Samsung Galaxy Note ก็ต้องมี S Pen ครับ


    ด้านซ้ายก็ยังมีแค่ปุ่มปรับระดับเสียง


    ด้านขวาก็มีแค่ปุ่มเปิดปิดหน้าจอ ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น
    Samsung ทำการบ้านมาดีนะผมว่า เพราะแม้เจ้านี่จะมีขนาดหน้าจอใหญ่ขึ้นกว่า Samsung Galaxy Note 2 อีกเกือบครึ่งนิ้ว แต่ยังสามารถดีไซน์ให้มาขนาดได้แอบเล็กและบางกว่า Samsung Galaxy Note 2 อีก ดังนั้นใครที่คุ้นชินอยู่กับการพก Note 2 แล้วก็ไม่ต้องห่วงว่าจอใหญ่ขึ้นแล้วมันจะพกลำบากกว่าเก่าไหม

    สเปกและประสิทธิภาพของ Samsung Galaxy Note 3

    อย่างที่หลายๆ ท่านอาจจะรู้ๆ กันแล้ว ว่า Samsung Galaxy Note 3 มีขายกัน 3 รุ่น หลักๆ คือ รุ่นมี 4G LTE, 3G Only และ 2 ซิม (ขายในประเทศจีน) แต่รุ่นที่ขายในประเทศไทยนั้นจะเป็น 3G Only ครับ มาดูกันว่าสเปกเป็นยังไง
    •    CPU: Exynos 5420 Octa-core Cortex-A15 1.9GHz & Cortex-A7 1.3GHz
    •    GPU: Mali-T628MP6
    •    RAM: 3GB
    •    Display: Full HD Super AMOLED 5.7 นิ้ว ความละเอียด 1920x1080 พิกเซล (386ppi) รองรับการสัมผัสพร้อมกันสูงสุด 10 จุด
    •    Internal storage: 32GB (เมืองนอกมีรุ่น 64GB ขายด้วยนะ)
    •    External storage: รองรับ MicroSD card สูงสุด 64GB
    •    Connectivity
    o    2G: 850/900/1800/1900MHz
    o    3G: 850/900/1900/2100MHz
    o    WiFi: 802.11a/b/g/n/ac Dual-band
    o    Bluetooth: 4.0 + A2DP + LE + EDR
    o    Other: NFC, Infrared
    •    Camera: ด้านหน้า 2 ล้านพิกเซล ด้านหลัง 13 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash
    •    Battery: 3,200mAh
    •    Dimensions: 151.2 มม. x 79.2 มม. x 8.3 มม.
    •    Weight: 168 กรัม
    สเปกจะแรงขนาดไหน ณ ตอนแรกนี้ คงต้องขอให้โปรแกรม Benchmark ต่างๆ เป็นตัววัดกันไปก่อนนะครับ


    คะแนนวัดประสิทธิภาพด้วยโปรแกรม Benchmark แต่ละตัว ดูแล้วก็แอบตกใจครับ คะแนนสูงเอามากๆ ไม่ว่าจะเป็น Quadrant Advanced ที่สูงเกือบสองหมื่นคะแนน และ AnTuTu ที่อีกนิดเดียวก็สี่หมื่นคะแนนแล้ว และที่ตะลึงที่สุดคือ 3DMark Ice Storm ที่ได้คะแนนระดับ Maxed Out! หรือ เต็มจนล้น (คือ ทะลุคะแนนเต็มนั่นแหละ) และ Ice Storm Extreme ที่ Framerate สูงมากมาย ไม่เคยเจอสูงขนาดนี้มาก่อนเลย ... อันนี้น่าจะเป็นอานิสงส์ของการใช้สถาปัตยกรรม big.LITTLE และชิป Exynos 5420 นี้ ได้รับการปรับปรุงให้ทั้ง 8-core นั้น ทำงานพร้อมๆ กัน โดยแบ่งหน้าที่กันทำเต็มที่ แถมมี RAM มาให้ตั้ง 3GB ซึ่ง Samsung Galaxy S4 ที่ใช้สถาปัตยกรรมเดียวกัน แต่ชิป Exynos 5410 มันให้ทำงานกันทีละชุด big หรือ LITTLE เลยรีดเค้นพลังออกมาได้ไม่เต็มที่ละมั้ง

    User Interface ของ Android 4.3

    สไตล์ของ Lock screen มีการเปลี่ยนแปลงไปอีกแล้วครับ ... จากตอน Galaxy S3 และ Galaxy Note 2 ที่เป็นผิวน้ำ เวลาแตะเพื่อปลดล็อกหน้าจอจะเป็นน้ำกระเพื่อม มาเป็น Galaxy S4 ที่เป็นเด็กกับลูกโป่ง เวลาแตะเพื่อปลดล็อกแล้วเป็นแสงแว้บ ตอนแรกก็นึกว่าเจ้านี่จะมาแนวเดียวกัน แต่ปรากฏว่า เพื่อแสดงถึงศักยภาพของหน้าจอ Full HD Super AMOLED ดูเหมือนว่าทาง Samsung เลยจงใจเลือกภาพล็อกหน้าจอเป็นประมาณภาพเขียนสีน้ำมันแบบนี้เลย


    แต่โดยหลักๆ ฟีเจอร์ไม่ได้มีอะไรแตกต่างไปจาก Samsung Galaxy S4 นะครับ ยังเลือกใส่ Widget ให้หน้าจอ Lock screen ได้ และแม้ว่าเราจะไม่เห็นข้อความประมาณ Life Companion แบบ Galaxy S4 แต่เราก็สามารถใส่ Personal message ได้เหมือนกันนะครับ เพียงแต่มันจะถูกปิดเป็น Default เท่านั้นเอง (ไปที่ Settings > Device > Lock screen แล้วเปิดใช้ Personal message)



    หน้า Home screen ของ Samsung Galaxy Note 3 ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนอย่างเห็นได้ชัด นอกจากการเตรียม Default widget ที่ Samsung กะให้เป็นตัวชูโรงใน Android 4.3 นี้ เช่น Samsung Hub, Flipboard, S Health อะไรประมาณนี้



    หน้า App tray ของ Samsung Galaxy Note 3 มีการเปลี่ยนแปลงอยู่นิดหน่อย ... โดยหลักๆ ก็เหมือนๆ เดิมครับ แต่ที่ผิดหูผิดตาคือ มันดูไม่รกเหมือนก่อน เพราะว่า Samsung เขาจับพวก App ของตัวเองไว้ไว้ในโฟลเดอร์ชื่อ Samsung และเอา App ของ Google ไปไว้ใน โฟลเดอร์ชื่อ Google และนอกจากนี้ก็มีโฟลเดอร์ชื่อ Galaxy Plus ที่เป็น 3rd Party apps ที่ทำมาเป็นเวอร์ชั่น Samsung โดยเฉพาะอีก
    อีกอันนึงที่ไม่เปลี่ยนก็คือ Notification bar ครับ เดิมๆ มีทางลัดเข้า Settings, มี Toggle switch ให้เปิดปิดฟังก์ชั่นต่างๆ ได้สะดวก และมีตัวปรับความสว่างของหน้าจอ อะไรประมาณนี้




    ในภาพรวม User Interface ของ Samsung Galaxy Note 3 ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแบบหวือหวามาก จนผู้ใช้งานรู้สึกผิดแผกแตกต่างไป ว่างั้นเหอะ ... อ้อ! ถ้าจะมีอะไรให้ผู้ใช้งาน Galaxy Note 2 รู้สึกว่าเปลี่ยนแปลง ก็คงจะเป็น Settings ที่เป็นแบบ Galaxy S4 คือ แบ่งหมวดหมู่เป็น Connections, Device, Controls และ General นั่นแหละครับ เพราะใน Galaxy Note 2 ยังไม่ได้มีอะไรแบบนี้

    Samsung ยุคใหม่ App tray ไม่รก ไม่ Bundle app มาจนเลอะเทอะ
    อย่างที่ผมบอกไปในตอนต้นแล้ว Samsung เขาปรับหน้า App tray ใหม่ เอาพวก App ที่ทำมา มาใส่ในโฟลเดอร์ชื่อ Samsung (ยกเว้น S Note, Scrapbook, ChatON, Samsung Hub, Samsung Apps และ Galaxy App Center) และเอาพวก Google apps ทั้งหลายไปไว้ในโฟลเดอร์ชื่อ Google ซะ เลยทำให้ App tray ดูไม่รกเท่าไหร่


    นอกจากนี้ พวก Bundled app ทั้งหลายก็น้อยลงอย่างเห็นได้ชัดครับ ... ที่ยังจัดเต็มเข้ามาคือพวก App ในโฟลเดอร์ชื่อ Galaxy Plus อันได้แก่ Flipboard, Dropbox, Evernote และ TripAdvisor ที่ติดตั้งมาให้เลย แต่ SketchBook for Galaxy นั้น ผู้ใช้งานต้องดาวน์โหลดมาติดตั้งทีหลัง (ฟรี) นะครับ


    ฉันใดก็ฉันนั้น ... ในส่วนของ Localization สำหรับประเทศไทยเอง Samsung ก็ไม่ได้ยัด App ต่างๆ ลงมาแล้วนะครับ แต่ว่าไปใส่รายชื่อไว้ใน Galaxy App Center แทน ซึ่งใครอยากจะใช้อะไร (เช่น Galaxy Showtime ที่ให้เราดูหนังได้หลายร้อยเรื่องฟรีๆ หรือ Galaxy BookStore ที่มีหนังสือให้เราโหลดไปฟรีๆ ได้หลายเล่ม) ก็ไปดาวน์โหลดเพิ่มเติมเอาเอง


    นอกจาก App ที่ปกติ Samsung จะ Bundle มาให้แล้ว ก็มีพวก App พิเศษ ตามแต่ว่าเราใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้ให้บริการรายใด เช่น กรณีของผม ผมใช้ TrueMove H ก็จะเป็น TRUEMOVE EXCLUSIVE มาให้เลือก เป็นต้น ... Apps พวกนี้ไม่ใช่อะไรที่เราหาไม่ได้ตาม Google Play เพียงแต่ Samsung เขารวบรวมรายการมาให้เราไปดาวน์โหลดได้สะดวกๆ ก็เท่านั้นเอง

    ท่าใหม่ของ S Pen - Air Command
    แน่นอนว่าจุดเด่นของ Samsung Galaxy Note 3 ก็ยังคงเป็นเรื่องของ S Pen อยู่เช่นเคย แต่ว่างวดนี้ตอนไปงานเปิดตัวที่เบอร์ลิน ผู้บริหารของ Samsung เขาเปิดตัวท่าใหม่สำหรับ S Pen ที่อธิบายได้เป็น จุด, วงกลม และสี่เหลี่ยม ... โดยจุดเริ่มต้นคือการกดปุ่มบน S Pen แล้วจ่อไปที่หน้าจอ (ไม่ใช่แตะหน้าจอนะ) จะเป็นการเรียกฟีเจอร์ชื่อ Air Command ขึ้นมา ซึ่งประกอบไปด้วย 5 ฟังก์ชั่น


    •    Action Memo ... อันนี้เป็น App ตัวนึงของ Samsung ครับ Galaxy Note สามารถที่จะทำงานจำพวก ส่งอีเมล์ ส่งข้อความ หรือโทรออก อะไรแบบนี้ ได้จากสิ่งที่เราเขียนลงไปใน Action memo เลย


    •    Scrapbooker ... อันนี้คือ "วงกลม" ที่ทางผู้บริหาร Samsung เขาว่าเอาไว้ ... หลักๆ ก็คือชอบใจอะไรตรงไหน ก็วงกลมซะ แล้ว Samsung Galaxy Note 3 จะทำการเก็บข้อมูลนั้นลงไปเป็นเนื้อหาใน Scrapbook ให้อัตโนมัติ หากเป็นเว็บ ก็จะเก็บชื่อเว็บ และ URL ไว้ หากเป็นพวกข้อความต่างๆ ก็จะแปลงข้อความเป็น Text ให้ด้วย อะไรประมาณนั้น


    •    Screen Write ... ซึ่งก็คือฟังก์ชั่นที่เทียบเท่ากับการกดปุ่มบน S Pen แล้วจิ้มค้างบนหน้าจอ เพื่อ Capture หน้าจอ แล้วพร้อมที่จะขีดๆ เขียนๆ ต่อนั่นเอง
    •    S Finder ... อารมณ์คือ ระบบ Search ที่เพิ่มเข้าไปใน Google Now ... เพราะแทนที่จะค้นหาได้แค่เฉพาะจากเว็บ หรือ ภายในตัวเครื่องนิดๆ หน่อยๆ แต่เจ้านี่ใช้ระบบจดจำลายมือเข้ามาเสริม จึงสามารถค้นไปได้ถึงในส่วนของ Handwriting และพวก Notes ต่างๆ ที่จดไว้ได้เลย
    •    Pen Window ... นี่คือ "สี่เหลี่ยม" ที่ผู้บริหารของ Samsung เขาว่าเอาไว้ จริงๆ มันก็คือ App อย่างย่อ ที่ Samsung เขามีกันมานานแล้ว แต่ว่างวดนี้ เขาให้เรากำหนดขนาดของหน้าจอ App ที่เปิดขึ้นมาได้ด้วย เพราะเมื่อใช้ Pen Window นี่แล้ว เราจะกำหนดขนาดได้ โดยการวาดรูปสี่เหลี่ยมนั่นเอง


    เท่าที่ลองใช้ดู ... Action ทั้ง 5 นี่ เหมาะสำหรับคนที่ชอบจดโน้ต เป็นคนที่มีระเบียบในตัวเองพอสมควร และเป็นคนที่มีลายมือดีในระดับนึง (ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ) เพราะหลายๆ ฟีเจอร์มันใช้การจดจำลายมือเข้ามาเสริม หากใช้จนชำนาญ มันน่าจะช่วยอะไรต่อมิอะไรได้เยอะเลยทีเดียว
    แต่สำหรับคนที่ลายมือเละกว่าไก่เขี่ย (เขียนๆ ไป บ่อยครั้งกลับมาอ่านลายมือตัวเองยังไม่ออกเลย) แบบผมเนี่ย คงไม่เหมาะซักเท่าไหร่ อาจไม่ได้ประโยชน์อะไรจากตรงนี้มากนัก ... คงต้องไปหาประโยชน์เอาจากโหมดอื่น ฟังก์ชั่นอื่นครับ


    การใช้งานด้านมัลติมีเดียบน Samsung Galaxy S4

    แม้ว่าสเปกของ Exynos 5420 จะยังไม่ชัดเจนอะไรนัก แต่ผมยืนยันได้อย่างนึงแน่นอนครับ คือ นอกจากจะถ่ายวิดีโอความละเอียด 4K ไม่ได้แล้ว มันยังเล่นไฟล์วิดีโอ  4K ไม่ได้ด้วย ... คลิปที่ผมนำมาใช้ทดสอบ คือ คลิป 4K ที่ผมใช้ Samsung Galaxy Note 3 (ตัวที่ใช้ CPU Snapdragon 800) ถ่ายที่เบอร์ลิน ในงาน Unpacked 2013 Episode 2 นั่นแหละครับ


    เอาล่ะ งั้นมาทดสอบกันแบบตามสเปกที่ชัวร์ๆ ดีกว่า ... การดูคลิป 1080p ถือว่าทำได้ดีทีเดียวครับ ภาพที่ได้คมชัดสะใจมากๆ อันนี้เป็นผลมาจากหน้าจอความละเอียดระดับ Full HD โดยที่ความหนาแน่นของพิกเซลสูงนั่นแหละ และแน่นอน การรับชมก็ยังลื่นไหลไม่มีกระตุก

    ทีนี้มาดูเรื่องของคุณภาพเสียงกันบ้างครับ ...​ ดีไซน์ของ Samsung Galaxy Note 3 เปลี่ยนตำแหน่งลำโพงมาเป็นด้านล่างของตัวเครื่อง ซึ่งดูดีขึ้นเป็นกอง และคุณภาพเสียงที่ได้ ก็ยังคงน่าประทับใจอยู่ ได้มิติของเสียงที่ดี นุ่มนวลแต่ยังคงหนักแน่น และมีรายละเอียดของเสียงครบถ้วน สมกับเป็นเอกลักษณ์ของ Samsung Galaxy ตัวไฮเอนด์ทุกรุ่นเลย แต่เช่นเคย เมื่อมีความนุ่มนวลมากๆ ก็ไม่เหมาะกับการฟังเพลงร็อกหนักๆ ครับ

    ทดสอบฟังด้วยหูฟัง ก็ทำได้ดีเช่นกัน สามารถแสดงมิติของเสียงได้ดี เสียงสูงกลางต่ำก็ออกมาสมดุล และเช่นเคย ดูๆ แล้วเสียงถูกปรับมาสำหรับย่านกลางและต่ำโดยเฉพาะ เพื่อให้มีความนวลและเต็ม เหมือนๆ กับตอน Samsung Galaxy S4 แต่ก็เช่นเดียวกับการรับฟังผ่านลำโพงนั่นแหละครับ มันทำเอาขาดความเป็นร็อกไปพาสมควรเลย ระบบขยายเสียงก็ทำงานได้น่าประทับใจ เมื่อขยายเสียงให้ดังขึ้นโทนเสียงไม่เปลี่ยนแปลงไป ไม่แข็งกระด้าง ไม่ล้นจนแตกพร่าหรือเบลอ

    แล้วการเล่นเกมบน Samsung Galaxy Note 3 ล่ะ?!?


    ด้วยคะแนนทดสอบ 3DMark ซะสูงลิ่วแบบนี้ ผมก็คาดหวังกับการเล่นเกม 3D เต็มที่ครับ เลยลองจัดเต็มกับเกม Asphalt 8: Airborne ดูเลยครับ แต่ปรากฏว่า กราฟฟิกที่ได้นั้น อยู่ในระดับประมาณ Dual-core ที่ผมได้ตอนเล่นด้วย HTV EVO 3D เท่านั้นเอง ตรงนี้เข้าใจได้เลยว่าอาจมาจากสองเหตุผล คือ
    •    ตัวเกม Asphalt 8: Airborne นั้น ยังไม่ได้ออกมาสนับสนุน Exynos 5420 เต็มที่ เลยส่งผลให้มันไปเรียกใช้ตัว LITTLE ที่เป็น Quad-core Cortex-A7 1.3GHz แทนที่จะเป็นตัว big Quad-core Cortex-A15 1.9GHz และ GPU แรงๆ
    •    ตัวซอฟต์แวร์ของ Exynos 5420 เอง ยังบริหารจัดการ Octa-core ได้ไม่สมบูรณ์ เลยพิจารณาให้ตัว LITTLE ไปประมวลผลเกม Asphalt 8: Airborne แทน


    แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร มันเป็นปัญหาด้านซอฟต์แวร์ ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยการอัพเดต ... ประเด็นนี้ผมได้แจ้งให้ทาง Samsung ทราบไปแล้ว ที่เหลือก็รอดูว่าจะได้รับการแก้ไขได้รวดเร็วแค่ไหนละครับ
    ทีนี้ลองดูเกมที่ออกมาก่อนหน้านี้ อย่าง Asphalt 7: Heat ดูบ้างครับ ... ปรากฏว่าเล่นได้ดี กราฟฟิกก็ครบเครื่องดี และลื่นไหล ผิดกันกับ Asphalt 8: Airborne เลยทีเดียวละครับ




    ถ่ายรูปและวิดีโอด้วยกล้องของ Samsung Galaxy Note 3 ดูบ้าง

    โดยสเปกของกล้องแล้ว เจ้านี่ก็ยังคงใช้เซ็นเซอร์ระดับ 13 ล้านพิกเซล เหมือนๆ กับ Samsung Galaxy S4 ครับ ... User Interface ก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมาก แต่ที่น่าสนใจก็คือ Smart Image Stabilization จะช่วยให้ได้ภาพที่สว่างขึ้น แม้จะถ่ายภาพในที่มืด ซึ่งเท่าที่ผมทดสอบดูแล้ว ก็เป็นจริงตามนั้นครับ (เดี๋ยวรอดูตัวอย่างภาพถ่ายได้)


    อย่างไรก็ดี ที่ Samsung ยังคงขาดอยู่ (และไม่ยอมทำซักที)​ ก็คือ Tap-to-Focus ที่ปรับได้ทั้งโฟกัสของภาพ และ Exposure ของภาพด้วย ซึ่งมันจะช่วยให้การถ่ายภาพนั้น สะดวกยิ่งขึ้น และพร้อมถ่ายในสถานการณ์ต่างๆ มากขึ้น
    เอาล่ะ มาดูคุณภาพของภาพถ่ายด้วย Samsung Galaxy Note 3 ดีกว่าครับ


    ภาพถ่ายของ Samsung Galaxy Note 3 ถือว่าให้สีสันที่สมจริงดีใช้ได้เลยครับ ... โดยคุณภาพของภาพถ่ายแล้ว ผมว่าพัฒนามาจากตอนเป็น Samsung Galaxy Note 2 เยอะ ทั้งเรื่องจำนวนพิกเซล และความคมชัดของภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ่ายเวลากลางคืน ที่ได้ Smart Image Stabilization เข้ามาช่วย (ดูรูปสุดท้าย ผมถ่ายที่ถนนคนเดินที่เชียงใหม่ โดยเปิดฟีเจอร์นี้ด้วย ภาพที่ได้ สว่างดีมาก)
    ในแง่ของการถ่ายวิดีโอ ก็อย่างที่รู้กันครับ เจ้านี่รองรับสูงสุด 1080p อยู่ ณ ตอนนี้ แต่ก็สามารถทำออกมาได้ดีทีเดียว จะขาดก็แค่การที่ฟีเจอร์ Tap-to-Focus มันปรับได้แค่โฟกัสเท่านั้น ไม่สามารถปรับ Exposure ได้ ... ที่เหลือก็แค่รอดูว่า แล้วเมื่ออัพเกรดซอฟต์แวร์ HMP แล้ว จะเพิ่มความสามารถในการถ่ายวิดีโอระดับ 4K เข้ามาให้รึเปล่า


    บทสรุปของการรีวิว Samsung Galaxy Note 3
    การที่ Samsung Galaxy Note 3 ต้องจัดเนื้อที่มาให้มากถึง 32GB ก็อาจจะเป็นเพราะว่าส่วนหนึ่งต้องเตรียมพร้อมสำหรับรองรับการถ่ายวิดีโอระดับ 4K ซึ่งต้องการความจุสูงๆ มาเก็บข้อมูล นั่นแหละครับ

    Samsung Galaxy Note 3 มีพัฒนาการเพิ่มขึ้นจากตอนเป็น Samsung Galaxy Note 2 มากทีเดียวครับ ทั้งในแง่ของฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ เรียกว่าใครที่เป็นขานิยม Samsung Galaxy Note ย่อมไม่น่าจะพลาด (นั่นรวมถึงตัวผมเองด้วย) ถ้าจะติดกันจริงๆ ก็น่าจะเป็นเรื่องของราคา ที่ Samsung จัดมาซะ  23,500 บาท แต่นั่นก็เป็นเพราะเจ้านี่ใส่มาให้ 32GB นั่นแหละครับ.

    คงเดช กี่สุขพันธ์
    E-Mail: kafaak@gmail.com
    Twitter: http://www.twitter.com/kafaak
    Facebook: http://www.facebook.com/kafaakBlog
    Google+: http://bit.ly/kafaakGPlus
    Blog: http://www.kafaak.com

     

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้