ข่าว
100 year

กบินทร์ยังวิกฤติ ท่วมยาว ฮือปิดถนนอีกยก

ไทยรัฐออนไลน์27 ก.ย. 2556 09:00 น.
SHARE

บีบเปิด3ประตูเต็มบาน นอภ.เจรจาตกลงไม่ได้ เรือนจํานํ้าสูงถึง1.20ม. ย้ายนักโทษ300คนหนี

กบินทร์บุรีวิกฤติหนักต้องย้ายนักโทษเด็ดขาด 300 คน หนีน้ำท่วมเรือนจำ ขณะที่ชาวบ้านเหลือทนรวมตัวปิดถนนประท้วงอีกแล้ว เรียกร้องเปิดประตูน้ำ 3 แห่ง ระบายน้ำเขตเทศบาล นายอำเภอรุดเจรจาแต่ตกลงกันไม่ได้ หลังผู้ชุมนุมยืนกรานให้เปิดทั้งบาน ด้านโรงเรียนชายแดนอรัญประเทศต้องปิดเรียนหนีน้ำ รมว.มหาดไทยตรวจสถานการณ์น้ำเมืองกรุงเก่า  ส่วนที่กำแพงเพชรนำป่าซัดดินโคลนถล่ม 3 หมู่บ้าน ขณะที่อุบลราชธานี ทหารช่วยชาวบ้านขนย้ายเตาดินเผาหนีแม่น้ำมูล “ปลอดประสพ” แจงสภาฯโต้ ส.ส.ปชป.ยันปีนี้น้ำไม่ท่วมซ้ำรอยปี 54

หลายจังหวัดยังเผชิญกับอุทกภัย โดยเฉพาะบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยา หลังจากน้ำเหนือไหลบ่าลงมา ทำให้บ้านเรือนที่อาศัยอยู่ริมน้ำเดือดร้อนกันถ้วนหน้า ขณะที่ภาคตะวันออกที่ จ.ปราจีนบุรี ระดับน้ำใน อ.กบินทร์บุรี เพิ่มขึ้นจนน่าเป็นห่วง ทำให้บ้านเรือนและสถานที่ราชการจมอยู่ใต้บาดาล ขณะที่ชาวบ้านที่ต้องทนแช่น้ำมาหลายวันทนไม่ไหวออกมาประท้วงปิดถนนอีกแล้วเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เปิดประตูน้ำระบายน้ำออกจากพื้นที่

กบินทร์ปิดถนนร้องเปิดประตูน้ำอีก

สถานการณ์น้ำท่วมเมื่อวันที่ 26 ก.ย. ที่ อ.กบินทร์ จ.ปราจีนบุรี ระดับน้ำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะเขตเทศบาลตำบลกบินทร์น้ำสูงกว่า 140 ซม. ทำให้ประชาชนที่ถูกน้ำท่วมมาหลายวันออกมารวมตัวกันนำแท่งคอนกรีตมาขวางถนนสายสุวรรณศรบริเวณหน้าทางเข้าตลาดเทศบาลทั้ง 6 ช่องจราจรทั้งขาขึ้นและขาล่อง ทำให้ประชาชนที่ต้องการสัญจรไปภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่สามารถใช้เส้นทางดังกล่าวได้ ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา ก็เคยปิดถนนมาแล้ว ทั้งนี้แกนนำชาวบ้านได้กล่าวโจมตีภาครัฐว่าไม่จริงใจในการแก้ปัญหาทำให้น้ำท่วมในเขตกบินทร์บุรี  ทางจังหวัดหลอกลวงชาวบ้านว่าเปิดประตูระบายน้ำแล้ว  แต่จริงๆแล้วไม่ได้เปิดประตูระบายน้ำ ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจึงต้องการให้เปิดประตูระบายน้ำทั้ง 3 ประตู คือประตูน้ำเพชรเอิม ประตูน้ำคลองท่าแห และประตูน้ำคลองหาดยาง

นายอำเภอเจรจาม็อบ–ไม่เป็นผล

ต่อมานายรุ่งชัย  ใบกว้าง  นายอำเภอกบินทร์บุรี  ได้รับคำสั่งจากนางสาวจิตรา พรหมชุติมา ผวจ.ปราจีนบุรีเข้าเจรจากับตัวแทนชาวบ้านโดยผู้ชุมนุมอ้างว่า  ครั้งแรกที่ชาวบ้านปิดถนนได้ร้องขอให้จังหวัดเปิดประตูน้ำเพชรเอิม 30 ซม.  เพื่อให้น้ำเขตเทศบาลตำบลกบินทร์บุรีลดลง โดยมีนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ลงมาเจรจาสั่งการตามข้อเรียกร้อง  หลังจากเปิดประตูระบายน้ำแล้วปริมาณน้ำในเขตเทศบาลค่อยๆลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่วันนี้น้ำกลับสูงกว่าครั้งที่แล้วถึง 30 ซม. ขณะที่นายอำเภอกบินทร์บุรีชี้แจงสาเหตุที่น้ำท่วมมากขึ้น  เพราะมีฝนหนักตั้งแต่ช่วงบ่ายจนถึงค่ำในเขต จ.สระแก้ว และ จ.ปราจีนบุรี ทำให้มีน้ำป่าไหลลงสู่พื้นที่ อ.กบินทร์บุรี ส่วนประตูน้ำก็ไม่ได้ปิดและยังเปิดให้สูงจาก 30 เป็น 60 ซม. แต่ชาวบ้านไม่ยินยอม สุดท้ายตกลงจะเปิดประตูน้ำเพชรเอิมจาก 60 ซม. เป็น 1 เมตร ประตูน้ำคลองท่าแหจาก 60 ซม. เป็น 80 ซม. ประตูน้ำคลองหาดยางจาก 60 ซม. เป็น 150 ซม. แต่ตัวแทนชาวบ้านต้องการให้ทางราชการยกประตูน้ำขึ้นทั้งหมด  ทำให้การเจรจาทั้ง 2 ฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้และผู้ชุมนุมยังคงปิดถนนต่อไป

ย้ายนักโทษ 300 คนหนีน้ำโกลาหล

ในส่วนเรือนจำอำเภอกบินทร์บุรี ซึ่งพื้นที่รอบนอกมีน้ำสูงประมาณ 1.20 เมตร ส่วนภายในเรือนจำเจ้าหน้าที่ได้วางแนวกระสอบป้องกัน แต่เนื่องจากน้ำซึมเข้าไปจนไม่สามารถสูบระบายได้ทันและกลัวว่ากำแพงเรือนจำจะต้านไม่ไหวพังถล่มลงมา  จึงจำเป็นต้องย้ายนักโทษเด็ดขาดจำนวน 300 คน  ไปฝากไว้ ที่เรือนจำจังหวัดปราจีนบุรี  เรือนจำจังหวัดสระแก้ว และเรือนจำจังหวัดจันทบุรี โดยมีนางสาวจิตรา  พรหมชุติมา  ผวจ.ปราจีนบุรี  เดินทางไปควบคุมการขนย้ายนักโทษร่วมกับนายสมชาย เปรมใจ  ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอกบินทร์บุรี โดยประสานรถบรรทุกของทหารจากมณฑลทหารบกที่ 12 ทยอยขนนักโทษคันละ 50 คน ฝ่ากระแสน้ำที่ท่วม แต่ก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก  เพราะชาวบ้านขนย้ายโอ่งน้ำ ถัง และโต๊ะหินอ่อนวางเกะกะบนถนนที่มีน้ำเจิ่งนองจนมองไม่เห็นจนเจ้าหน้าที่ต้องลงไปเคลียร์ตลอดทาง

ปิดโรงเรียนชายแดนอรัญประเทศ

ที่ จ.สระแก้ว ปริมาณน้ำในคลองห้วยพรหมโหด ซึ่งเป็นคลองสายหลักที่น้ำจะไหลมาจาก อ.วัฒนานคร ผ่านตลาดเทศบาลเมืองอรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ แล้วไหลออกไปฝั่งกัมพูชาด้านชายแดน ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ ล่าสุดพบน้ำที่ปริ่มตลิ่งได้ลดลงไปประมาณ 30 ซม. ทำให้ชาวตลาดเทศบาลเมืองอรัญประเทศที่เคยประสบอุทกภัยอย่างหนักเมื่อปี 55 ต่างโล่งอก และมั่นใจว่าหากฝนไม่ตกลงมาเพิ่มจะไม่เกิดน้ำท่วมตลาดแน่นอน ส่วนสถานการณ์น้ำในเขต ต.ท่าข้าม จุดรับน้ำในคลองห้วยพรหมโหดพบว่าระดับน้ำได้ล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร และวัดประตูชัยอรัญเขต (วัดป่าไผ่) บริเวณริมคลองห้วยพรหมโหดสูงกว่า 30 ซม. ทำให้โรงเรียนท่าข้ามราษฎรบำรุง หมู่ 1 ต.ท่าข้าม ต้องสั่งปิดโรงเรียนมาแล้ว 2 วัน โดยเช้าวันที่ 26 ก.ย. น้ำได้เพิ่มขึ้นอีก 10 ซม.ทหารกองร้อยทหารพรานที่ 1206 ได้เข้าช่วยเหลือขนย้ายสิ่งของออกมาจากพื้นที่น้ำท่วมไปไว้ในที่สูง

เขื่อนป่าสักฯกักเก็บน้ำได้แล้ว 88%

นายธีระศักดิ์ ทรัพย์ศิริ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลพบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมขังในอำเภอต่างๆของ จ.ลพบุรี ลดลงเกือบเข้าสู่ภาวะปกติ เหลือพื้นที่ 5 ตำบล อ.บ้านหมี่ ปภ.ตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ของชลประทานลงคลองส่งน้ำชลประทานชัยนาท-ป่าสัก เพื่อระบายน้ำที่ท่วมขัง ขณะนี้น้ำในคลองดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้น แต่ยังไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ส่วนปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีน้ำไหลเข้าสู่อ่าง 47.82 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน และระบายออก 8.69 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน และน้ำในอ่างจนถึงวันนี้เก็บกักไว้ประมาณ 88.92 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณน้ำ 698.06 ล้าน ลบ.ม. สาเหตุ ที่มีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำมากในขณะนี้เป็นเพราะน้ำฝนที่ตกลงมาในทุ่งต่างๆเป็นจำนวนมาก ในส่วนของเขื่อนที่สำคัญอย่างเขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาณน้ำในอ่างเพียง 42.27 เปอร์เซ็นต์ ประมาณ 5,690.30 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีน้ำประมาณ 57.59 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 5,476.76 ล้าน ลบ.ม. สาเหตุที่น้ำน้อยเพราะฝนตกใต้เขื่อน

ชัยนาทเจ้าพระยาเอ่อท่วม 4 อำเภอ

นายฎรงศ์กร สมตน ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 12 (เขื่อนเจ้าพระยา) จ.ชัยนาท กล่าวว่า ขณะนี้เขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,195 ลบ.ม.ต่อวินาที สถานการณ์ยังไม่น่าเป็นห่วงแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะมีน้ำไหลลงมาเพิ่มอีกระลอก ซึ่งทุกฝ่ายมีความพร้อมรับมือสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ด้านนายอนันต์ไชย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชัยนาท กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำในจังหวัดชัยนาทยังไม่ถึงขึ้นวิกฤติมีพื้นที่ 4 อำเภอที่เผชิญกับอุทกภัย ได้แก่ หนองมะโมง วัดสิงห์ เนินขาม และหันคา เบื้องต้นมีหน่วยงานต่างๆได้เข้าช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

มั่นใจน้ำไม่ทะลักวัดไชยวัฒนาราม

ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ปริมาณน้ำในแม่น้ำน้อยยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อตอนสายวันที่ 26 ก.ย.เพิ่มอีก 8-10 ซม. ระดับน้ำที่ไหลผ่าน อ.บางบาล อ.เสนา และ อ.ผักไห่ สูงกว่าตลิ่งประมาณ 1-2 เมตร ส่วนแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น 5 ซม.ทางชลประทานได้เปิดประตูระบายน้ำเข้าทุ่ง 5-10 ซม.ทำให้ระดับน้ำช่วง อ.บางปะอิน และ อ.บางไทรทรงตัว วันเดียวกัน นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่วัดไชยวัฒนาราม ต. บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา ทั้งนี้ นายจารุพงศ์กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นห่วง จึงสั่งให้ลงมาดู เพราะวัดไชยวัฒนารามเป็นกลุ่มมรดกโลก เป็นสถานที่สำคัญเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ออกแบบทำพนังกั้นน้ำโดยใช้บังเกอร์เรียงต่อกันและใช้ผ้าใบคลุม จากนั้นใช้กระสอบทรายวางทับเวลาน้ำท่วมทางเทคนิคแรงดันน้ำจะดันผ้าใบให้แน่น ทำให้เกิดความมั่นใจรับมือได้แน่นอน จากนั้น รมว.มหาดไทยได้ตรวจพนังกั้นน้ำหน้าวัดพนัญเชิงวรวิหาร ก่อนเดินทางไปตรวจสถานการณ์น้ำใน ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง

น้ำเหลือ 1 ม.ล้นพนังเมืองอ่างทอง

ที่ จ.อ่างทอง ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ยังคงเพิ่มสูงขึ้นและไหลเชี่ยว เนื่องจากเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ยังระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้น กระแสน้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนประชาชนขยายวงกว้างเพิ่มขึ้นอีก โดยนายวิศว ศะศิสมิต ผวจ.อ่างทอง เปิดเผยว่า น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่หน้าศาลากลางจังหวัด สูงเกินกว่า 8 เมตรแล้ว เหลืออีกเพียง 1 เมตรก็จะล้นพนังคอนกรีตเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา สำหรับสถานการณ์ใน จ.อ่างทอง มีพื้นที่ถูกน้ำท่วม 2 อำเภอ 12 ตำบล คือ อ.ป่าโมก มีน้ำท่วมที่ ต.โผงเผง กับ ต.ป่าโมก รวม 8 หมู่บ้านกับ 1 ชุมชน จำนวน 476 ครัวเรือน 1,380 คน และ อ.เมืองอ่างทอง ถูกน้ำล้นตลิ่งและน้ำฝนท่วมขังรวม 10 ตำบล 39 หมู่บ้าน 728 ครัวเรือน 2,681 คน และพื้นที่การเกษตรที่ อ.โพธิ์ทอง ถูกน้ำฝนท่วมขังรวม 15 ตำบล 110 หมู่บ้าน พื้นที่การเกษตรเสียหาย 2,835 ไร่

ชาวสามโคกทำใจอยู่นอกแนวกั้นน้ำ

ส่วนสถานการณ์น้ำเจ้าพระยาเอ่อท่วมบ้านเรือนริมน้ำใน อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ล่าสุดน้ำได้ลดลงแล้ว โดยที่วัดโพธิ์เลื่อนและโรงเรียนวัดโพธิ์เลื่อน ต.บางขะแยง อ.สามโคก ที่มีน้ำไหลท่วมภายในโรงเรียนตอนนี้น้ำแห้งหมดแล้ว ด้านนายประทีป คงดี อายุ 45 ปี ชาวบ้าน ต.บางขะแยง กล่าวว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มลดลงหลังฝนที่หยุดตกมาหลายวัน  ตอนฝนตกระดับน้ำได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่ยอมลง เมื่อไม่มีฝนระดับน้ำได้ลดไปด้วย บ้านตนเป็นพื้นที่นอกแนวกันน้ำมักจะถูกน้ำท่วมเป็นประจำ เมื่อถึงหน้าน้ำก็ทำใจเตรียมตัวรับมือไว้อยู่แล้วและส่วนหนึ่งที่น้ำท่วมเป็นเพราะน้ำทะเลหนุน

กทม.ไร้กังวลทั้งน้ำฝน-เจ้าพระยา

ที่ศาลาว่าการ กทม. นายสัญญา ชีนิมิตร รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่าเมื่อวันที่ 25 ก.ย. ในพื้นที่กรุงเทพฯมีฝนตกลงมาวัดได้ที่ 19-20 มิลลิเมตร ไม่ส่งผลให้น้ำท่วมขังบนผิวจราจร ส่วนปริมาณน้ำไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ที่ 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ ไม่น่ากังวลมากนัก ทั้งนี้ กทม.ได้ประสานงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทยติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด กทม.จะดูแลในเรื่องของการระบายน้ำ โดยพิจารณาระดับน้ำว่ามีระดับสูงเพียงใดในแต่ละวัน หากพบว่าระดับน้ำสูงมาก ก็อาจจะจำเป็นต้องปล่อยน้ำเข้ามายังพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯบ้าง ประกอบกับวิเคราะห์ถึงขีดความสามารถของพื้นที่ลุ่มต่ำว่าสามารถรับน้ำได้มากน้อยเพียงใด ก่อนจะเร่งสูบน้ำลงคลองต่อไป

แจ้ง 27 ชุมชนเตรียมพร้อมรับมือ

รองปลัด กทม. กล่าวอีกว่า  สำหรับ 27 ชุมชน ที่ กทม.ได้ประกาศแจ้งเตือนให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำ ได้แก่ 1. ชุมชนพระราม 6 (ฝั่งติดแม่น้ำ) 2.ชุมชนปากคลองบางเขนใหม่ 3. ชุมชนเขียวไข่กา (ถ.เขียวไข่กาช่วงปลาย) 4.ชุมชนราชผาทับทิมร่วมใจ (เชิงสะพานกรุงธน) 5.ชุมชนซอยสีคาม (ซอยสามเสน 19 ช่วงปลาย) 6.ชุมชนปลายซอยมิตรคาม (ซอยสามเสน 13 ช่วงปลาย) 7.ชุมชนวัดเทวราชกุญชร (ถ.ศรีอยุธยาช่วงปลาย) 8.ชุมชนท่าวัง 9.ชุมชนท่าช้าง 10.ชุมชนท่าเตียน 11.ชุมชนวัดปทุมคงคา  (ท่าน้ำสวัสดี) 12.ชุมชนตลาดน้อย 13.ชุมชนวัดบางโคล่นอก 14.ชุมชนหน้าวัดอินทร์บรรจง 15.ชุมชนซอยมาตานุสรณ์ 16.ชุมชนหลัง รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ 17.ชุมชนโรงสี(ถ.พระราม 3) 18.ชุมชนสวนไทรริมคลองพระโขนง 19.ชุมชนวัดฉัตรแก้ว 20.ชุมชนสันติชนสงเคราะห์ 21.ชุมชนปากคลองน้ำตาล-คลองพิณพาทย์ 22.ชุมชนตรอกวังหลัง 23.ชุมชนดุสิต-นิมิตรใหม่ 24.ชุมชนปากคลองบางกอกใหญ่ 25.ชุมชนเจริญนครซอย 29/2 26.ชุมชนดาวคะนอง 27.ชุมชนวัดปุรณาวาส ขณะนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบใดๆ

แม่น้ำตากแดดทะลักท่วมอุทัยฯ

ที่ จ.อุทัยธานี เขื่อนวังร่มเกล้า ต.ทุ่งใหญ่ อ.เมืองอุทัยธานี  ได้ระบายน้ำไปตามแม่น้ำตากแดด ทำให้น้ำเอ่อเซาะคันกั้นน้ำทะลักท่วมบ้านในพื้นที่หมู่ 1, 6 และ 8 ต.เนิงแจง อ.เมืองอุทัยธานี ระดับน้ำสูง 1.5 เมตร ชาวบ้านต้องออกจากบ้านไปอาศัยอยู่บนชั่วคราว ส่วนกรณีคอสะพานข้ามแม่น้ำตากแดด ถนนสายอุทัยธานี-โกรกพระ หมู่ 6 ต.หนองไผ่แบน อ.เมือง ได้รับความเสียหาย ล่าสุดแขวงการทางอุทัยธานีนำสะพานเหล็กไปติดตั้งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า พร้อมเปิดให้รถทุกชนิดผ่านได้แล้ว ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมเหนือเขื่อนวังร่มเกล้าเขต อ.สว่างอารมณ์ และ อ.ทัพทัน ระดับน้ำเริ่มทรง บางพื้นที่ลดลงแล้ว ล่าสุด จังหวัดอุทัยธานีได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมในพื้นที่ 8 อำเภอ 64 ตำบล 435 หมู่บ้าน

น้ำป่าซัดดินโคลนถล่ม 3 หมู่บ้าน

ที่ จ.กำแพงเพชร ฝนที่ตกหนักบนเทือกเขาสนและเขาสนามเพียง ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสนามเพียง ต.เพชรชมพู อ.โกสัมพีนคร ตั้งแต่ค่ำวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา ทำให้น้ำป่าไหลลงคลองวังชมพูทะลักท่วมบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรในพื้นที่ หมู่ 1 หมู่ 3 และหมู่ 9 ต.เพชรชมพู ตั้งแต่กลางดึกวันที่ 26 ก.ย.ชาวบ้านขนย้ายข้าวของกันไม่ ทันทำให้ทรัพย์สินเสียหายหมด ต่อมาช่วงเช้า นางประสพพร จงสวัสดิ์ นายก อบต.เพชรชมพู ออกสำรวจพื้นที่เพื่อหาทางช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย โดยนางประสพพรกล่าวว่า น้ำป่าซัดเอาดินโคลนไหลเข้าบ้านแบบไม่ทันตั้งตัวถึง 3 หมู่บ้าน ชาวบ้านเดือดร้อนประมาณ 500 ครัวเรือน นาข้าว ไร่มันสำปะหลัง และข้าวโพดเสียหายกว่า 1 พันไร่ ดีที่น้ำป่ามาเร็วไปเร็ว ขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอขอความช่วยเหลือต่อไป

ทหารอุดพนังคันคลองพังทลาย

ส่วนที่ จ.พิษณุโลก ทหารจากกองพันทหารราบที่ 4 และกองบิน 46 ร่วมกับชาวบ้านนำกระสอบทรายทำพนังกั้นน้ำอุดรอยรั่วริมคลองเนินกุ่มที่พังทลายน้ำทะลักเข้าท่วมบ้านท่ายาง หมู่ 1 ต.เนินกุ่ม อ.บางกระทุ่ม ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย. ที่ผ่านมา และยังไม่สามารถอุดรอยรั่วได้ ทำให้น้ำไหลท่วมบ้าน นางสนม ชาชาวนา นายกเทศมนตรีตำบลเนินกุ่ม เผยว่า น้ำที่ทะลักจากคลองเนินกุ่มคาดว่าวันนี้จะสามารถอุดพนังกั้นคันคลองได้อย่างแน่นอน ที่ผ่านมาไม่สามารถอุดได้ เพราะกระแสน้ำแรงมาก ทำให้คันคลองที่ทำไว้พังลงมา ส่งผลให้มวลน้ำขยายวงกว้างสู่พื้นที่การเกษตรกว่า 2,500 ไร่ และกำลังไหลเข้าสู่พื้นที่ ต.ไผ่ล้อม อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก

ทำสะพานแบริ่งช่วยชาวแม่วงก์

ที่ จ.นครสวรรค์ พ.อ.สิรวิชญ์ นาคทอง รอง ผอ.รมน.จ.นครสวรรค์ ได้นำสะพานแบริ่งจากสำนักงานศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 1 จังหวัดพิจิตร ไปติดตั้งบริเวณคอสะพานบ้านปางสัก ต.แม่เล่ย์ อ.แม่วงก์ จ.นครสวรรค์ หลังถูกน้ำป่าจากอุทยานฯแม่วงก์ไหลซัดคอสะพานขาด ทำให้ชาวบ้านไม่ สามารถข้ามสัญจรไปมาได้ เนื่องจากถนนดังกล่าวเป็นเส้นทางหลักในการเดินทางออกหมู่บ้าน จึงได้นำสะพานมาให้ชาวบ้านใช้ชั่วคราว เนื่องจากยังไม่สามารถซ่อมแซมสะพานเดิมได้เพราะปริมาณน้ำในคลองมากและไหลแรง สำหรับสะพานแบริ่งมีความยาว 45 เมตร คาดว่าจะแล้วเสร็จใน 1-2 วันนี้

กาฬสินธุ์ประกาศภัยพิบัติ 3 อำเภอ

นายสุวิทย์ สุบงกฎ ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ว่า ฝนที่ตกลงมาต่อเนื่องทำให้น้ำป่าจากที่สูงไหลท่วมหลายอำเภอได้รับความเสียหาย ขณะนี้ได้ประกาศให้ อ.กุฉินารายณ์ ห้วยเม็ก และยางตลาด เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติจากอุทกภัย นอกจากนั้นยังมีอำเภอที่อยู่ในแนวรับน้ำจากที่สูงและแนวเทือกเขาภูพานที่ต้องเฝ้าระวังประกอบด้วย อ.สมเด็จ ห้วยผึ้ง นาคู เขาวง กุฉินารายณ์ ดอนจาน คำม่วง ท่าคันโท สหัสขันธ์ และสามชัย ส่วนเขื่อนลำปาวล่าสุดมีปริมาณน้ำ 929.20 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 46.93 ของความจุเขื่อน

ขนเตาดินเผาหมื่นใบหนีแม่น้ำมูล

ที่ จ.อุบลราชธานี ระดับน้ำในแม่น้ำมูลยังล้นตลิ่งอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเทศบาลตำบลคำน้ำแซบ อ.วารินชำราบ ได้นำรถบรรทุกช่วยขนย้ายทรัพย์สินของประชาชนในชุมชนบ้านช่างหม้อ ซึ่งกว่า 80% ประกอบอาชีพปั้นเตาดินเผา มีเตากว่าหมื่นใบที่ชาวบ้านได้ขึ้นรูปไว้รอเผาและหุ้มสังกะสีส่งตามออเดอร์สร้างรายได้ในชุมชนปีละกว่าล้านบาท เมื่อแม่น้ำมูลสูงขึ้นจนเอ่อท่วมชุมชนอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านจึงตัดสินใจย้ายเตาทั้งหมดออกมาก่อนจะได้รับความเสียหาย ขณะที่ระดับแม่น้ำมูลที่สะพานเสรีประชาธิปไตย เช้าวันที่ 26 ก.ย. สูงกว่าตลิ่ง 1.28 เมตร ส่วนอัตราการไหลผ่านความเร็ว 3,264 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สูงกว่าระดับรองรับได้เกือบ 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ยังมีอัตราการไหลผ่านน้อยกว่าเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปี 2554 ที่ระดับน้ำความเร็วสูงกว่า 4,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมชุมชนริมแม่น้ำมูลในฝั่งเทศบาลเมืองวารินชำราบจำนวน 11 ชุมชนและฝั่งเทศบาลนครอุบลราชธานีท่วมแล้ว 3 ชุมชน

ท่วมบ้าน  อพยพพักศาลาประชาคม

ส่วนที่ จ.ศรีสะเกษ ชาวชุมชนโนนทรายทอง ต.เมืองเหนือ อ.เมืองศรีสะเกษ กว่า 200 ครอบครัวต่างอพยพหนีน้ำท่วมบ้าน หลังลำห้วยสำราญเอ่อท่วมไม่สามารถอาศัยได้  จนต้องย้ายมาอยู่อาคารเฉลิมพระเกียรติฉลองสิริราชครบ 60 ปี หน้าที่ว่าการอำเภอเมืองศรีสะเกษ อาคารศาลาประชาคม และอาคาร อบจ.ศรีสะเกษหลังเดิม โดยนายประทีป กีรติเรขา ผวจ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า วันนี้ระดับน้ำในลำห้วยสำราญบริเวณสะพานขาวลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 12.98 เมตร สูงกว่าตลิ่ง 3.98 เมตร ตามชุมชนต่างๆน้ำยังคงทรงตัว หวั่นใจว่าพายุดีเปรสชันจะเข้าอีกในวันเสาร์-อาทิตย์ที่จะถึงนี้ ถ้าฝนตกมาก น้ำอาจจะท่วมสูงเพิ่มขึ้นอีก ล่าสุดมีการประกาศพื้นที่ประสบภัยเพิ่มอีก 1 อำเภอคือ อ.ศิลาลด ทำให้มีพื้นที่ประสบภัยรวม 20 อำเภอ 123 ตำบล 1,245 หมู่บ้าน ขณะที่นายวิเชียร เสือกลั่น นายสถานีรถไฟศรีสะเกษกล่าวว่า ขณะนี้ได้เปิดเดินรถสายอุบลราชธานี-กรุงเทพฯตามปกติ หลังปิดมา 3 วัน เนื่องจากน้ำเซาะทางรถไฟขาดช่วงอ.สำโรงทาบ-ห้วยทับทัน ขณะนี้ซ่อมแซมเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ฝนถล่มน้ำเจิ่งถนนเมืองร้อยเอ็ด

เย็นวันเดียวกัน  เกิดฝนตกหนักในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ทำให้น้ำระบายไม่ทัน ท่วมถนนรัฐกิจไคลคลาบริเวณตัดกับถนนสุริยะเดชบำรุง ระดับน้ำบางจุดสูงกว่า 50 ซม. รถยนต์วิ่งสัญจรยากลำบาก ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนตามข้างถนน โดยเฉพาะหมู่บ้านสันติภาพ ต.รอบเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด บ้านเรือนนับร้อยหลังคาเรือนได้รับความเดือดร้อน โดยชาวบ้านเปิดเผยว่า ที่หมู่บ้านเวลาฝนตกหนักมักถูกน้ำท่วมเป็นประจำ แต่ไม่มีหน่วยงานใดให้ความสนใจแก้ปัญหาอย่างจริงจัง สาเหตุที่น้ำท่วมตรงจุดนี้เพราะการสร้างถนนที่หน่วยงานต่างคนต่างสร้าง ระดับถนนสุริยะเดชบำรุงจึงสูงกว่าถนนรัฐกิจไคลคลา ประกอบกับท่อระบายน้ำข้างถนนมีขนาดเล็ก  อยู่ระดับต่ำกว่าระดับที่รองรับน้ำ เมื่อฝนตกทุกครั้งชาวบ้านในละแวกนี้เดือดร้อนไปตามๆกัน

ปภ.รายงาน 24 จว.ยังเกิดอุทกภัย

เมื่อวันที่ 26 ก.ย. นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 17 ก.ย. ถึงปัจจุบันเกิดอุทกภัยรวม 29 จังหวัด 191 อำเภอ 1,078 ตำบล 7,962 หมู่บ้านประกอบด้วย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 10 จังหวัด ได้แก่ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี บุรีรัมย์ นครราชสีมา อำนาจเจริญ กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ ยโสธร และมุกดาหาร ภาคเหนือ 6 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก พิจิตร กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และอุทัยธานี ภาคกลาง 8 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี สระบุรี ประจวบคีรีขันธ์ กาญจนบุรี ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง และสุพรรณบุรี ภาคตะวันออก 4 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี สระแก้ว นครนายก และฉะเชิงเทรา ภาคใต้ 1 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร ขณะนี้สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 5 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ นครราชสีมา และกาฬสินธุ์ ยังเหลืออีก 24 จังหวัด สำหรับช่วงวันที่ 26-29 ก.ย. ตรวจสอบพบว่ามีฝนตกหนักในภาคเหนือ ภาคกลาง ตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ประสานให้จังหวัดแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

กรมชลฯยัน กทม.ไม่ซ้ำรอยปี 54

ที่รัฐสภา นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้อยู่ในขั้นทรงตัว โดยที่ภาคอีสานและ จ.ปราจีนบุรี ปริมาณน้ำที่ท่วมขังจะคลี่คลายภายใน 7 วัน ขณะที่ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังไม่อยู่ในขั้นที่น่าวิตก แต่ต้องเร่งระบายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้น้ำใหม่มาเพิ่มเติม ยืนยันว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะไม่วิกฤติ แต่อาจมีผลกระทบบ้างในชุมชนที่อยู่ริมตลิ่งซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในทุกปี สำหรับพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ยืนยันว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะไม่ซ้ำรอยเหตุการณ์อุทกภัยปี 2554 อย่างไรก็ตามรัฐบาลมีแนวทางในการจัดการน้ำอย่างถาวร โดยอยู่ในแผนการกู้เงินเพื่อบริหารจัดการน้ำวงเงิน 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาอุทกภัยอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

ทร.ส่งเครื่องดันน้ำเขตลาดกระบัง

น.อ.วิพันธุ์ ชมะโชติ รองเลขานุการกองทัพเรือ กล่าวถึงความคืบหน้าในการสนับสนุนคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ว่า จากการที่กองทัพเรือได้จัดส่งเครื่องผลักดันน้ำไปยัง จ.ปราจีนบุรี รวม 8 เครื่อง โดยติดตั้งบริเวณใต้สะพานหน้าเมือง ซึ่งเป็นคอขวดที่ทำให้น้ำเคลื่อนตัวได้ช้าจำนวน 3 เครื่อง เพื่อให้น้ำผ่านไป อ.บ้านสร้าง นอกจากนี้กองทัพเรือได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำอีก 5 เครื่อง ไว้รองรับเพื่อส่งน้ำออกสู่แม่น้ำบางปะกงให้เร็วที่สุด แต่เนื่องจากมวลน้ำยังคงมีปริมาณมาก กองทัพเรือจึงเตรียมส่งเครื่องผลักดันน้ำไปยัง จ.ปราจีนบุรีเพิ่มเติมตามที่ได้รับการร้องขอ ส่วนการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ในพื้นที่ กทม. กองทัพเรือเตรียมติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 33 เครื่อง ในพื้นที่เขตลาดกระบังตามที่ กบอ. ร้องขอเพื่อให้สามารถใช้งานได้ทันทีหากระดับน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ตร.รับแจ้งจับโจรซ้ำเติมน้ำท่วม

พล.ต.ต.ธนา ชูวงษ์ รองโฆษก ตร.กล่าวว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. มีความห่วงใยข้าราชการตำรวจที่ต้องออกไปปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ถูกน้ำท่วม ขณะเดียวกันต้องกลายเป็นผู้ประสบอุทกภัยเช่นเดียวกัน ในส่วนนี้ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ผู้บังคับบัญชาลงไปดูแลเยียวยาอย่างใกล้ชิด หากต้องการขอรับการสนับสนุนเรื่องใดให้แจ้งมาเพื่อจะได้ดำเนินการจัดหาให้โดยด่วน และท่านจะลงพื้นที่ไปเยี่ยมให้กำลังใจผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยตนเอง สำหรับประชาชนที่พบเห็นเหตุการณ์หรือพบพฤติกรรมต้องสงสัยที่จะก่อให้เกิดอาชญากรรมในพื้นที่ต่างๆช่วงน้ำท่วม หรือต้องการแจ้งเบาะแสข้อร้องเรียนที่จะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถแจ้งได้ที่ 191 หรือสายด่วน 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ห่วงแนวกันน้ำนิคมฯสหรัตนนคร

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 26 ก.ย. นายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ลงพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและตรวจสอบแนวทางการป้องกันน้ำท่วม เนื่องจากนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร เป็นนิคมเพียงแห่งเดียวจาก 6 แห่งที่ประสบปัญหาอุทกภัยปี 2554 แต่ยังไม่ได้มีการสร้างเขื่อนป้องกันน้ำถาวรให้แล้วเสร็จ โดยนายประเสริฐกล่าวว่า ยอมรับว่ามีความน่าเป็นห่วงมากที่สุดเนื่องจากการสร้างเขื่อนป้องกันน้ำถาวรยังไม่แล้วเสร็จและคืบหน้าเพียง 30% จึงต้องเร่งเฝ้าระวังเป็นพิเศษ แต่เบื้องต้น ได้จัดสร้างแนวคันดินป้องกันน้ำท่วมระยะทาง 6 กม.สูงประมาณ 6.5 เมตร ถือว่าเป็นระดับปลอดภัย รวมทั้งได้เตรียมพร้อมติดตั้งเขื่อนเคลื่อนที่เร็วระยะทาง 6 กม. สูง 2.40 ม. หากเกิดเหตุภาวะฉุกเฉิน สามารถติดตั้งได้แล้วเสร็จภายใน 1 วัน มั่นใจว่าจะสามารถป้องกันน้ำท่วมได้

ญี่ปุ่นผวา-ร้องไทยดูแลนักลงทุน

ขณะที่ นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในขณะนี้ องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) ได้สอบถามมายัง กนอ.ถึงมาตรการการป้องกันและสถานการณ์ล่าสุด ซึ่ง กนอ.ได้รายงานให้ รมว.อุตสาหกรรมทราบ เนื่องจากเจโทรได้เน้นย้ำร้องขอให้กระทรวงอุตสาหกรรม และ กนอ.ให้ความช่วยเหลือนักลงทุนญี่ปุ่นต่อสถานการณ์ดังกล่าว โดย รมว.อุตสาหกรรมยืนยันว่า จะดูแลนักลงทุนอย่างเต็มที่ทั้งในส่วนของนักลงทุนต่างประเทศและนักลงทุนในประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจต่อนักลงทุนจากสถานการณ์ดังกล่าว

สภาฯถกห่วงท่วมซ้ำรอยปีวิปโยค

ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 12.20 น. มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณากระทู้ถามสด มาตรการแก้ไขปัญหาอุทกภัยของรัฐบาล โดยนายกุลเดช พัวพัฒนกุล ส.ส.อุทัยธานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กังวลกับการบริหารจัดการเปิด-ปิดเขื่อนของรัฐบาลในสภาวการณ์น้ำท่วมขณะนี้ ที่อาจทำให้มีการสะสมน้ำทางเหนือ ประกอบกับมรสุมที่เตรียมก่อตัวพาดผ่านภาคเหนือและภาคอีสานตอนบน จะทำให้เกิดเหตุซ้ำรอยอุทกภัยเมื่อปี 2554 หรือไม่ และอยากให้นายกรัฐมนตรีหาผู้รับผิดชอบตัวจริง ไม่อยากให้นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี มารับผิดชอบ เพราะมีเรื่องที่โดนต้านมากพอแล้ว

“ปลอด” แจงเอาอยู่ 100 เปอร์เซ็นต์

ขณะที่ นายปลอดประสพชี้แจงว่าที่จริงไม่อยากรื้อฟื้น แต่สิ่งที่นายกุลเดชพูดขัดกับข้อเท็จจริง เพราะวันนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพลและสิริกิตติ์ รวมกันแล้วได้ 50% เท่านั้น ต่างจากปี 2554 ที่มีปริมาณน้ำกว่า 70% ปริมาณฝนตอนนี้ค่อนข้างมาก และนับจากวันนี้เป็นต้นไปจะหนักขึ้นถึงวันที่ 30 ก.ย. แต่จะทำทุกทางเพื่อระบายน้ำออกจากทุ่งและแม่น้ำลงทะเลให้เร็วที่สุด และยืนยันน้ำจะไม่ท่วมเหมือนปี 2554 แน่นอน 100% อ่างเก็บน้ำยังรับได้ 12,300 ล้าน ลบ.ม. แปลว่ายังมีตกหนักมาได้อีกหลายครั้ง หากจะห่วงก็ห่วงน้ำใต้เขื่อนอย่างเดียว ไม่ต้องห่วงน้ำเหนือเขื่อนที่จะมาซ้ำเติมเหมือนปี 2554 ขณะนี้น้ำใน กทม.ยังอยู่ที่ระดับ 1.77 เมตรเหนือน้ำทะเลปานกลาง ระดับสูงสุดที่ กทม.รับได้ที่ประมาณ 2.70 เมตร ฉะนั้นพื้นที่ กทม.ไม่เป็นปัญหาแน่นอน

อุตุฯเตือนรับมือฝนตก 28–29 ก.ย.

เมื่อช่วงเย็นวันที่ 26 ก.ย.กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่อง “ฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย” ฉบับที่ 10 ความว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลัง ค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมตอนบนของประเทศไทย ทำให้ในช่วงวันที่ 26-27 กันยายน 2556 ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 28-29 กันยายน 2556 ร่องมรสุมนี้จะเลื่อนลงมาผ่านภาคกลาง และภาคตะวันออก ส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนตกหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ เลย ชัยภูมิ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี ปราจีนบุรี นครนายก จันทบุรี และตราด จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วย

“ยิ่งลักษณ์”วางคิววันหยุดดูน้ำท่วม

นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 28-29 ก.ย.นี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ  รมว.กลาโหม มีกำหนดการลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์และพบปะมอบสิ่งของช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม โดยวันที่ 28 ก.ย. นายกฯ จะเดินทางไปวัดโบสถ์ ต.บางกระบือ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ ปล่อยคาราวานเรือและอุปกรณ์กู้ภัยจำนวน 360 ลำ ให้แก่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 18 เขตทั่วประเทศ และวันที่ 29 ก.ย. นายกฯจะเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์จากกองบินตำรวจไปเยี่ยมและมอบสิ่งของช่วยเหลือประชาชนที่ อ.กบินทร์บุรี  จ.ปราจีนบุรี และเดินทางต่อไปยัง จ.ศรีสะเกษ ขึ้นเรือท้องแบนไปชุมชนโนนสวรรค์ เยี่ยมประชาชนในเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ จากนั้นจะเดินทางต่อไปยัง จ.อุบลราชธานี เพื่อรับฟังสรุปสถานการณ์ในพื้นที่ ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพมหานครในวันเดียวกัน

น้ำซัด จนท.แก่งกระจานสูญหาย

ค่ำวันที่ 26 ก.ย. นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรีเปิดเผยว่า ช่วงเย็นวันเดียวกันเกิดเหตุเจ้าหน้าที่อุทยานฯชุดลาดตระเวนทางน้ำจำนวน 6 นาย ได้นำเรือยางตระเวนบริเวณต้นแม่น้ำเพชรบุรีลงมาถึงบริเวณแก่งงาช้าง ต.ห้วยแม่เพรียง ซึ่งมีสภาพน้ำไหลเชี่ยวกรากและมีโขดหิน ปรากฏว่าเรือได้ปักหัวมุดลงใต้น้ำทำให้ชุดลาดตระเวนต้องกระโดดออกจากเรือเพื่อไม่ให้ถูกน้ำดูดจมลงไป หลังเกิดเหตุพบเจ้าหน้าที่ถูกน้ำซัดสูญหายไป 1 คน ชื่อนายชาคร เลิศคัง อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 216 หมู่ 9 ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน เป็นพนักงานจ้างเหมา ทั้งหมดช่วยกันค้นหาประมาณ 1 ชั่วโมง แต่ไม่พบจึงรีบล่องเรือลงมาแจ้งขอกำลังสนับสนุนทางอากาศ ก่อนนำเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มาประจำอยู่ที่โครงการชั่งหัวมันออกบินค้นหาถึง 4 รอบ แต่ไม่พบประกอบกับเป็นเวลาค่ำมืด จึงหยุดค้นหาและวันเช้าวันที่ 27 ก.ย.จะจัดกำลัง 4 ชุด เข้าค้นหาอีกครั้ง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้