กีฬา
100 year

งัดม.154 สกัดทูลเกล้าฯรธน.

ไทยรัฐออนไลน์27 ก.ย. 2556 09:00 น.
SHARE

ปชป.ผนึก40ส.ว.ลุยขวาง ‘ปู’เครียดรีบถกทีมกุนซือ

“ปชป.-40 ส.ว.” ผนึกกำลังบล็อกทุกทางแก้ รธน.จ่อส่งตีความอีกรอบหลังโหวตวาระ 3 แก้ที่มา ส.ว.ขัดมาตรา 154 บีบประธานรัฐสภาแจ้งนายกฯระงับนำขึ้นทูลเกล้าฯระบุชัด 9 ปมขัด รธน.ทั้งเนื้อหาสาระขัดแย้ง-กระบวนการยกร่างแก้ไขโดยมิชอบ “อภิสิทธิ์” มั่นใจ ส.ส.กดบัตรแทนกันผิด ก.ม.ชัดเจน ขู่ฟ่อ “ยิ่งลักษณ์” ไม่ทบทวนถึงกาลอวสานรัฐบาล ส.ว.สรรหายื่น ป.ป.ช.ฟันซ้ำเหมาเข่ง 308 ส.ส.-ส.ว. “วิสุทธิ์” ชงประธานรัฐสภาตั้ง กก.สอบเคลียร์คลิปตัดต่อ “พท.-ส.ว.เลือกตั้ง” เดินหน้าป้องศักดิ์ศรี ขณะที่ “นายกฯปู” เครียดเรียกถกทีมกุนซือหาทางออก ฝ่าย ก.ม.เพื่อไทยผวาขั้นตอนทูลเกล้าฯมีปัญหา “เสรี สุวรรณภานนท์” ชี้ช่องลงมติวาระ 3 ได้ แต่นายกฯต้องรับผิดชอบถ้าเกิดอะไรขึ้น “ยิ่งลักษณ์” คิกออฟโรดโชว์ 2 ล้านล้านโปรยยาหอมหว่านเงินลงทุนเพื่ออนาคตประเทศ

กรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องตีความกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มา ส.ว. ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 68 แต่ไม่ออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ซึ่งวิปรัฐบาลและ ส.ว.เลือกตั้งยืนยันจะเดินหน้าโหวตลงมติวาระ 3 ตามอำนาจหน้าที่ของรัฐสภา ล่าสุดพรรคประชาธิปัตย์และกลุ่ม 40 ส.ว. เตรียมยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเนื้อหาและกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวขัดมาตรา 154 หลังผ่านวาระ 3 เพื่อให้นายกรัฐมนตรีระงับการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ประกาศบังคับใช้

วิปค้านส่งตีความซ้ำสกัดนำทูลเกล้าฯ

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 26 ก.ย. ที่รัฐสภา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณีที่นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา นัดประชุมรัฐสภา เพื่อลงมติวาระ 3 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มาของ ส.ว.วันที่ 28 ก.ย.ว่า ทันทีที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวผ่านวาระ 3 ฝ่ายค้านจะใช้ชื่อ ส.ส. 1 ใน 10 ยื่นหนังสือต่อประธานรัฐสภาให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยประเด็นเนื้อหาและกระบวนการการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 154 และจะขอให้ประธานรัฐสภา แจ้งนายกรัฐมนตรีทราบโดยไม่ชักช้าว่ามีการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว เพื่อระงับการนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯ ทั้งนี้ เป็นห่วงว่าจะมีความพยายามลักไก่เร่งส่งผลการลงมติไปให้นายกฯเพื่อให้นำขึ้นทูลเกล้าฯทันที โดยอ้างว่าโหวตในวันหยุดราชการ ไม่มีเจ้าหน้าที่มารับเรื่อง ทำให้ต้องเร่งส่งหนังสือไปยังนายกฯ ฝ่ายค้านจะแจ้งให้ประธานรัฐสภาและเลขาธิการรัฐสภาทราบล่วงหน้า ให้เตรียมเจ้าหน้าที่มารับหนังสือ

ชี้กดบัตรแทนกันผิด ก.ม.ชัดเจน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการฟ้าวันใหม่ ทางบลูสกายแชนแนล กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องวินิจฉัยเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ที่มาของ ส.ว. แต่ไม่คุ้มครองชั่วคราวว่า ต้องนำเสนอข้อเท็จจริงปัญหาในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญต่อศาลต่อไป ที่ประธานสภาฯนัดประชุมลงมติในวันที่ 28 ก.ย. ก็ดำเนินการไปได้ ยกเว้นศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นก่อนถึงวันที่ 28 ก.ย. แต่ยืนยันว่า กรณีแก้รัฐธรรมนูญมีหลายคำร้อง เพราะมีหลายประเด็น ที่ชัดเจนมากคือกระบวนการและวิธีการในการแก้ไขเพิ่มเติมครั้งนี้มีการลงมติโดยใช้กดบัตรแทนกัน น่าจะชี้ให้เห็นว่ากระบวนการนั้นไม่ชอบ จงใจทำผิดกฎหมายผลักดันเรื่องนี้

ขู่ฟ่อ “ปู” ไม่ทบทวนถึงจุดจบรัฐบาล

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรค ประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยยืนยันจะลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของ ส.ว.ในวาระ 3 ว่า ขอให้รัฐบาลทบทวนให้ดี เพราะอาจเป็นจุดจบของรัฐบาลและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพราะกระบวนการสุ่มเสี่ยงขัดรัฐธรรมนูญและขัดกันแห่งผลประโยชน์ ยืนยันว่ากรณีเสียบบัตรแทนกันขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 122 นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะปฏิเสธเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะลูกพรรคเป็นคนทำ พรรคเพื่อไทยจึงควรยุติเรื่องก่อนที่จะบานปลายมากไปกว่านี้ หากยังลุยไฟลงมติวาระ 3 พรรคเพื่อไทยต้องรับผิดชอบจะโทษมือที่มองไม่เห็น อำมาตย์ หรือศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ ขอเรียกร้องถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่ายังสามารถยับยั้งกฎหมายที่มีปัญหาไม่นำขึ้นทูลเกล้าฯได้ จึงต้องวัดใจว่า จะนำชีวิตการเมืองทั้งชีวิตมาทำเรื่องนี้หรือไม่ พรรคเพื่อไทยโยนภาระไว้บนบ่าของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทั้งนี้ พรรคกำลังประสานสถาบันที่เชื่อถือได้ เพื่อตรวจสอบคลิปว่าเป็นคลิปจริงไม่ได้ตัดต่อ การที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย บิดเบือนว่าเป็นคลิปตัดต่อ เป็นเรื่องน่าละอาย และล้มละลายทางความเชื่อถือของสังคมไทยไปแล้ว

40 ส.ว.รับลูกร่วมร้องขัด รธน. 9 ข้อ

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา กลุ่ม 40 ส.ว. กล่าวว่า กลุ่ม 40 ส.ว.จะร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นเรื่องให้ประธานรัฐสภา ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว.ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 154 (1) โดยมี ส.ว.ร่วมลงชื่อครบตามรัฐธรรมนูญกำหนดแล้ว ทันทีที่ลงมติวาระ 3 เสร็จจะทำหนังสือเสนอความเห็นถึงประธานรัฐสภา โดยมีเนื้อหาสาระ 9 ประเด็น 4 ประเด็นแรกเป็นเรื่องสาระของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ขัดและแย้งกับมาตราอื่นในรัฐธรรมนูญ เช่น มาตรา 291 วรรคสอง ที่ระบุว่าญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่มีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขจะกระทำมิได้ และ 5 ประเด็นหลัง เป็นเรื่องกระบวนการตราร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มิชอบ ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดจะขอเปิดเผยหลังจากยื่นเรื่องให้ประธานรัฐสภาเรียบร้อยแล้ว การใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 154 (1) จะไม่ทำให้นายกฯลำบากใจในการตัดสินใจที่จะนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ ตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 150 กำหนด

อ้างช่วยกัน “ปู” ตกที่นั่งลำบาก

นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา กล่าวว่า สิ่งที่เราดำเนินการจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดให้กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม ป้องกันไม่ให้นายกฯตกที่นั่งลำบาก เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 154 (1) เปิดช่องให้แค่ร่าง พ.ร.บ. การจะนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาเทียบเคียงได้หรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับประธานรัฐสภาต้องตัดสินใจ แต่การใช้ช่องทางตามมาตรา 154 (1) ไม่เกี่ยวข้องกับที่ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ที่ยื่นไปก่อนหน้านี้ เชื่อว่าการพิจารณาเรื่องนี้จะไม่จบง่ายๆแน่นอน

ชง ป.ป.ช.ฟันเหมาเข่ง 308 ส.ส.–ส.ว.

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.นนทบุรี นายประสาร มฤคพิทักษ์ นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. สรรหา ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช.ให้ไต่สวนสมาชิกรัฐสภา 308 คน ที่เข้าชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว. โดยนายวันชัยกล่าวว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 122 เรื่องการขัดกันของผลประโยชน์ที่เอื้อประโยชน์ให้ ส.ว.ที่จะหมดวาระเดือน มี.ค. 57 ไปลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ว.ได้ ขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบว่าเป็นการกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่หรือทุจริตต่อหน้าที่หรือไม่ หากมีมูลขอให้ส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุด เพื่อส่งไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป

นายประสาร กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว. มีความผิดพลาดในกระบวนการ โดยเฉพาะล่าสุดที่มีคลิปเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน เข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ชัดเจน จะไม่ยอมให้คนผิดลอยนวล ซึ่งวันที่ 28 ก.ย. หากที่ประชุมรัฐสภาลงมติผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 3 เผือกร้อนจะไปอยู่ที่นายกรัฐมนตรีซึ่งมีหน้าที่ทูลเกล้าฯภายใน 20 วัน

ยันนายกฯไม่พ้นต้องรับผิดชอบ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) กล่าวว่า เมื่อรัฐสภาลงมติในวาระ 3 เห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว.แล้ว จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการทำให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 150 แม้จะอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญว่าเข้าข่ายเป็นการล้มล้างการปกครองหรือไม่ก็ตาม ซึ่งรัฐธรรมนูญไม่ได้มีบทบัญญัติว่าด้วยการให้นายกรัฐมนตรีระงับกระบวนการประกาศให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ไปก่อน ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา ต่างกับกรณีร่าง พ.ร.บ.ที่รัฐธรรมนูญมาตรา 154 กำหนดชัดเจนให้นายกฯต้องชะลอการทำให้กฎหมายมีผลบังคับไปก่อน จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย ทั้งหมดขึ้นอยู่กับดุลพินิจของนายกฯแต่เพียงผู้เดียวว่า จะดำเนินการตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ มาตรา 150 เป็นการให้อำนาจนายกฯอยู่แล้ว แต่ต้องรับผิดชอบการใช้ดุลพินิจด้วยหากเกิดปัญหาขึ้นมา

“สามารถ” อัด ปชป.อ้างมั่ว ม.154

วันเดียวกัน นายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว. กล่าวว่า วันที่ 28 ก.ย.จะโหวตลงมติการแก้รัฐธรรมนูญเรื่องที่มาของ ส.ว.ในวาระ 3 แน่นอน หากที่ประชุมรัฐสภาเห็นชอบผ่านวาระ 3 นายกฯต้องนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯภายใน 20 วัน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 150 เชื่อว่านายกฯจะไม่ผลีผลามยื่นทูลเกล้าฯขึ้นไปทันที จะรอถึงวินาทีสุดท้ายจนใกล้ครบ 20 วัน ถ้าศาลรัฐธรรมนูญยังไม่มีคำวินิจฉัยออกมา จึงยื่นขึ้นทูลเกล้าฯขึ้นไป ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญคงเร่งวินิจฉัยให้เสร็จใน 20 วัน เพื่อไม่ให้ถูกมองว่ามีเจตนาถ่วงรั้ง แต่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาไม่เสร็จภายใน 20 วัน แล้วนายกฯนำเรื่องทูลเกล้าฯขึ้นไป จนมีปัญหาตามมาศาลรัฐธรรมนูญต้องร่วมรับผิดชอบด้วยเช่นกัน ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์จะยื่นเรื่องต่อประธานรัฐสภาให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่ชอบตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 154 ไม่สามารถมาบังคับใช้ได้ เพราะกรณีมาตรา 154 ใช้บังคับกับร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ และร่าง พ.ร.บ.ทั่วไปเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมายคนละสถานะกัน

ซัดศาล รธน.ไม่อยู่เหนือองค์กรอื่น

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัยการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว.แต่ไม่มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวว่า ประเด็นอยู่ที่การอ้างว่ามีส่วนได้เสีย ซึ่งเป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น หากรัฐธรรมนูญไม่ต้องการให้สมาชิกรัฐสภาไม่ลงมติเรื่องใด ในกรณีที่มีส่วนได้เสียก็ต้องเขียนไว้ชัดเจน ถ้าไม่ได้เขียนห้ามไว้ถือว่ามีสิทธิจะพิจารณาและลงมติ ไม่อย่างนั้นจะมีหลายเรื่องที่สมาชิกรัฐสภาไม่สามารถประชุมได้ แล้วถามว่าจะออกกฎหมายกันอย่างไร ระบบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่ถือกันมานาน แบ่งอำนาจชัดเจน เขารู้แล้วว่าใครมีขอบเขตแค่ไหน รัฐสภาเองไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการวินิจฉัยคดีของศาลรัฐธรรมนูญ ศาลเองต้องรู้กรอบอำนาจความเชี่ยวชาญมีแค่ไหน ศาลไม่ใช่คนที่จะมาอยู่เหนือองค์กรอื่น ไม่มีความชำนาญ ไม่มีอำนาจอะไรที่จะมาออกกฎหมายเองได้ ต้องรู้ว่ากรอบเป็นอย่างไร ส่วนจะโหวตวาระ3ในวันที่ 28 ก.ย.หรือไม่ เป็นเรื่องของสภาฯ และการจะลงมติถือเป็นเอกสิทธิ์

พท.โวยลั่นก้าวล่วงอำนาจรัฐสภา

ที่รัฐสภา นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ขอยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยจะโหวตวาระ 3 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มาของ ส.ว.แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องว่ากระบวนการร่างรัฐธรรมนูญขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 เนื่องจากเห็นว่าเป็นอำนาจของรัฐสภาที่ฝ่ายตุลาการไม่ควรก้าวล่วง เมื่อประธานรัฐสภาบรรจุวาระดังกล่าวในการประชุมรัฐสภาวันเสาร์ที่ 28 ก.ย.แล้ว เป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญเมื่อครบ 15 วันก็ต้องลงมติ ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจก้าวล่วงฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะเป็นการแก้ไขเป็นรายมาตรา ซึ่งเคยวินิจฉัยแล้วว่าแก้ไขได้และไม่เป็นการล้มล้างการปกครองตามมาตรา 68 ส่วนที่นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ขู่จะยื่นเรื่อง ป.ป.ช.เอาผิด 312 ส.ส.และ ส.ว.ที่ลงมติ และยื่นถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หากนำขึ้นทูลเกล้าฯนั้น พรรคประชาธิปัตย์พยายามปกป้องอำนาจเผด็จการ ทำผิดกฎหมายและจริยธรรมการเมืองข่มขู่นายกฯ ทั้งที่พรรคประชาธิปัตย์ก็เคยแก้ไขรัฐธรรมนูญเช่นกัน แต่กลับขัดขวางการคืนอำนาจให้ประชาชน จะตรวจสอบนายวิรัชกลับว่าขัดขวางการทำหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาหรือไม่

สับพิรุธ ปชป.ขวางทุกทางแก้ รธน.

เมื่อถามว่า นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ท้าให้ลาออกจากตำแหน่ง หากตรวจสอบพบว่าคลิป ส.ส.เสียบบัตรแทนกันเป็นเรื่องจริง นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า เป็นการท้าแก้เกี้ยว เพราะการนำคลิปไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญสะท้อนให้เห็นพิรุธว่าจะขัดขวางไม่ให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว. เพราะประธานวิปฝ่ายค้านเป็นคนแถลง ถือว่ามีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งแม้จะมีการเสียบบัตรแทนกันจริงก็ถือเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ไม่ส่งผลให้กระบวนการพิจารณากฎหมายมีปัญหา เพราะคะแนนเสียงต่างกันมาก เมื่อถามว่า ที่ระบุว่าเป็นคลิปตัดต่อโดยปรึกษาผู้เชี่ยวชาญแล้วเป็นหน่วยงานใด นายพร้อมพงศ์กล่าวเลี่ยงว่า ไม่สามารถเปิดเผยได้ และขอให้พรรคประชาธิปัตย์ส่งคลิปนี้ให้คณะกรรมการจริยธรรมของสภาฯแทนจะไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อถามย้ำว่า ขอให้เปิดเผยรายชื่อผู้เชี่ยวชาญกล่าวอ้าง นายพร้อมพงศ์ไม่ยอมตอบคำถามแต่เดินหนีนักข่าวไปทันที

ชง “ขุนค้อน” ตั้ง กก.สอบคลิปกดบัตร

ด้านนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาฯ คนที่ 2 กล่าวว่า สัปดาห์หน้าจะหารือกับนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ขอให้ใช้อำนาจประธานรัฐสภาแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี ส.ส.กดบัตรแทนกัน ตามที่พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหา และตรวจสอบว่ามีการตัดต่อคลิปวีดิโอหรือไม่ คาดว่าใช้เวลาตรวจสอบ 1-2 สัปดาห์ จากนั้นจะเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการจริยธรรมสภาฯพิจารณาต่อไป  ทั้งนี้ กล้องวงจรปิดในสภาฯมี 200 ตัว สามารถเห็นทุกมุม ถ้ากดบัตรแทนกันจริงไม่รอดแน่นอน ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นคลิปดังกล่าว เป็นหลักฐานเพิ่มเติมให้ศาลรัฐธรรมนูญประกอบการวินิจฉัยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มา ส.ว. เชื่อว่าศาลจะไม่ฟังตามที่มีการนำคลิปมาเปิดเผยโดยไม่ตรวจสอบ

หนุนลุยสุดซอยจี้โละองค์กรอิสระ

นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐสภาจะต้องโหวตวาระ 3 ในวันที่ 28 ก.ย. ตามขั้นตอนของกฎหมาย  ส่วนกระบวนการยื่นทูลเกล้าฯอยู่ที่การตัดสินใจของนายกฯ แต่ถ้าเป็นตนจะยื่นแน่นอน เพราะเป็นอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ วันนี้องค์กรอิสระบางองค์กรใช้อำนาจเกินขอบเขตมากเกินไป  การคานอำนาจกลายเป็นก้าวก่ายขี่คอกันไปแล้ว วันนี้บางองค์กรทำตัวอยู่เหนือรัฐธรรมนูญ ฉะนั้น ควรต้องปฏิรูปสังคายนากันใหม่หมด  ใครขัดขวางการบริหารทำให้ประเทศเดินไม่ได้ต้องเอาออกไป เหลือไว้บางองค์กรก็พอ

“ปู” เครียดจัดเรียกถกกุนซือ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า จากกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ระบุ  น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม อาจมีความผิดทางอาญา ในฐานะเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่นำความกราบ บังคมทูล  หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของ ส.ว. แต่ยังไม่มีคำวินิจฉัย

ขณะที่จะมีการลงมติโหวตวาระ 3 ในวันที่ 28 ก.ย.นี้ แล้ว ทำให้นายกฯแสดงความเป็นกังวล  เนื่องจากเหลือเวลาอีกเพียงวันเดียวที่จะมีการโหวตวาระ 3 โดย นายกฯได้ให้ทีมกฎหมายรัฐบาลและที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ประชุมหารือในวันที่ 27 ก.ย.นี้  เพื่อหาแนว ทางการตัดสินใจ  ขณะที่แกนนำรัฐบาลเห็นว่ามีสิทธิที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ทีม ก.ม.พท.กังวลเสี่ยงเกิดปัญหา

วันเดียวกัน ที่พรรคเพื่อไทยมีการประชุมทีมกฎหมายหารือกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องตีความกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว. แต่ไม่ออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว โดยเห็นควรให้เดินหน้าโหวตวาระ 3 ในวันที่ 28 ก.ย. ตามที่กำหนดไว้ หลังจากทิ้งไว้ครบ 15 วัน หลังจากผ่านวาระ 2 ส่วนขั้นตอนทูลเกล้าฯ ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม จะเป็นผู้ดำเนินการนั้น ฝ่ายกฎหมายยังมีความกังวลหากยื่นไประหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่มีคำตัดสินใจ  และต่อมามีคำตัดสินออกมาภายหลังว่ากระบวนการไม่ชอบอาจเกิดปัญหา ขณะเดียวกัน หากไม่ยื่นทูลเกล้าฯ ก็จะเกิดปัญหาเช่นเดียวกัน เพราะไม่ทำไปตามกระบวนการ

ฉะพวกต้านสร้างกระแสกดดัน

นายพิชิต ชื่นบาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขั้นตอนการนำขึ้นทูลเกล้าฯ เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่จะต้องปฏิบัติ ทุกอย่างมีขั้นตอนหลังผ่านการโหวตวาระ 3 เมื่อถามว่า จะต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยสิ้นสุดก่อนหรือไม่  เนื่องจาก นายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นผู้ลงนามนำขึ้นทูลเกล้าฯ หากเกิดอะไรขึ้นนายกฯต้องเป็นผู้รับผิดชอบ นายพิชิตกล่าวว่า  ตนไปตอบแทนไม่ได้ว่าจะต้องชะลอหรือจะนำขึ้นทูลเกล้าฯทันทีเลยหรือไม่ แต่คนที่อยู่ฝ่ายนิติบัญญัติพยายามสร้างกระแสกดดันเรื่องนี้ เหมือนไม่รักชาติบ้านเมือง ไม่รักสถาบันนิติบัญญัติของตัวเอง  ปล่อยให้องค์กรอื่นแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งที่เป็นบทบัญญัติที่กำหนดให้ต้องปฏิบัติ ทำให้กลไกสะดุด สุดท้ายแล้วก็ต้องโหวตวาระ 3 เพราะบทบัญญัติรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ และขณะนี้ศาลก็ไม่ได้กำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราว  ถือว่ากลไกกำหนดให้ทำอย่างไรต้องทำตามนั้น

ส.ว.เลือกตั้งเปิดหน้าโหวตวาระ 3

ที่รัฐสภา นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ยืนยันว่าวันที่ 28 ก.ย. จะมีการโหวตวาระ 3 ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเรื่องที่มา ส.ว.แน่นอน ถึงแม้ศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องไว้พิจารณา เพราะไม่ได้มีคำสั่งคุ้มครองให้หยุดการดำเนินการ และเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา

นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ส.ว.ชลบุรี เลขานุการวิปวุฒิสภา กล่าวว่า ในส่วนของ ส.ว.พร้อมจะโหวตวาระ 3 โดยลงคะแนนด้วยวิธีขานชื่อ ด้วยข้อเท็จจริงและตามหลักกฎหมาย ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะรับคำร้องไว้พิจารณา เพราะเคยมีคำสั่งออกมาแล้วว่าหากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้แก้ไขเป็นรายมาตรา กลุ่ม ส.ว.ได้คุยกันแล้ว และยังเชื่อมั่นในกระบวนการและอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ

ไม่สะดุ้งศาล รธน.รับวินิจฉัย

นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง ส.ว.อุทัยธานี กล่าวว่า ในกลุ่ม ส.ว.ไม่ได้ตกใจกับท่าทีของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะคิดไว้อยู่แล้วจะออกมารูปนี้ ดังนั้น จะเดินหน้าลงมติวาระ 3 แน่นอน ไม่เชื่อว่าการใช้เสียงของคนเพียง 7 คน มาตัดสินสมาชิกรัฐสภากว่า 300 คน จะถูกต้องชอบธรรม มั่นใจว่าสิ่งที่เราทำเป็นอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ ที่รัฐธรรมนูญรองรับไว้ หากจะตัดสินว่าเราผิดเพราะทำเพื่อตัวเอง ถือว่ามองบนสมมติฐานว่านักการเมืองเลวต้องกำจัดไป ไม่ยึดตามครรลองประชาธิปไตย เอาตรรกะอะไรมาพิสูจน์ว่าระบบเลือกตั้งเลวกว่าการรัฐประหาร สิ่งที่กลุ่ม 40 ส.ว. ดำเนินการอยู่เพราะตัวเองกำลังจะแย่ เลยต้องดิ้นรนทุกวิถีทางให้อยู่รอด ไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินว่าผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ได้เตรียมช่องทางต่อสู้เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีตัวเอง เพราะถือเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรง

นปช.เอาผิด 8 ตุลาการศาล รธน.

เมื่อเวลา 10.30 น. นายคารม พลพรกลาง ทนายความ รับมอบอำนาจจากนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย แกนนำ นปช. เข้าพบ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป.เพื่อแจ้งความกล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ นายจรัญ ภักดีธนากุล นายจรูญ อินทจาร นายเฉลิมพล เอกอุรุ นายนุรักษ์ มาประณีต นายบุญส่ง กุลบุปผา นายสุพจน์ ไข่มุกด์ และนายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตาม ป.อาญา มาตรา 157 และมาตรา 83 จากกรณีที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 8 คน รับคำร้อง พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม กับพวก 5 คน ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวหาสมาชิกรัฐสภารวมถึงนายวรชัย ซึ่งร่วมกันยื่นคำร้องขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 291 ในปี 2555 เป็นการกระทำที่ขัดต่อมาตรา 68 เพราะเป็นการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และมีคำสั่งให้รัฐสภาชะลอการลงมติในวาระ 3 ไว้ก่อน เป็นการกล่าวหาสมาชิกรัฐสภา กระทำการมุ่งหมายล้มล้างการปกครองและเป็นความผิดอาญา ซึ่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีอำนาจพิจารณาคดีระหว่างที่สมาชิกรัฐสภาผู้ถูกกล่าวหายังอยู่ในสมัยประชุม เพราะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 131 วรรค 3 เข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

กวป.ยื่นสอย 40 ส.ว.ข้อหากบฏ

ช่วงบ่าย ที่รัฐสภา นายวิวัฒน์ชัย กุลมาตย์ หัวหน้าพรรคพลังงานไทย และคณะ เข้ายื่นหนังสือต่อนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ขอให้พิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นการเลือกตั้ง ส.ว.ในส่วนของเกณฑ์การเลือกตั้งเพื่อให้ได้คนดีเข้ามาทำหน้าที่ กำหนดบทลงโทษคนซื้อขายเสียงอย่างจริงจัง ป้องกันการโกง จึงอยากให้ส่งต่อไปยังรัฐบาล และ กกต. เพื่อแก้ไขเกณฑ์การเลือกตั้งให้ประชาชนมีส่วนร่วมทุกขั้นตอน

ต่อมากลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาชน (กวป.) นำโดยนายสมศักดิ์ ล้อเพชรรุ่งเรือง กรรมการและตัวแทน กวป. นายมาลัยรักษ์ ทองชัย โฆษกกวป. พร้อมคณะเข้ายื่นหนังสือต่อนายนิคม ขอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ จริยธรรม คุณธรรมและถอดถอน น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. นายสาย กังกะเวคิน ส.ว.ระยอง นางสุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ส.ว.เพชรบุรี ฐานเข้าข่ายกบฏล้มล้างการปกครองตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 กรณียื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยยุติการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มา ส.ว. และสั่งให้การแก้ไขดังกล่าวเป็นโมฆะ ขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ชะลอการประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตวาระ 3 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 28 ก.ย.

สภาฯนัด 2 ต.ค.ลุยต่อแก้ รธน.ม.190

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกหนังสือด่วนมาก ที่ สผ 0014/ร 42 นัดประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 12 สมัยสามัญทั่วไป ในวันที่ 2 ตุลาคม 2556 เวลา 09.30 น. โดยมีวาระสำคัญเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พุทธศักราช (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 190) และร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ...) พุทธศักราช ...(แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 68 และมาตรา 237)
รัฐบาลห่วงงบฯ 57 สะดุดล่าช้า

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องตีความร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ว่า รัฐบาลต้องรอคำวินิจฉัย เพราะเป็นร่าง พ.ร.บ. เมื่อมีการส่งศาลรัฐธรรมนูญกระบวนการจะต้องรอตรงนี้ก่อน ซึ่งจะทำให้งบประมาณปี 2557 ที่จะได้ในวันที่ 1 ต.ค. ล่าช้าออกไป ส่งผลกับโครงการต่างๆโดยเฉพาะงบฯลงทุน แทนที่เงินจะลงสู่ระบบเศรษฐกิจถึงประชาชน เป็นที่น่าเสียดาย และหวังว่าศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม งบประมาณที่องค์กรอิสระเสนอมาทราบว่าไม่ได้ลดจำนวนที่ขอมา เพียงแต่ปรับลดให้ราคาเท่ากับราคากลาง

รอส่งเอกสารแจงทำถูก ก.ม.

นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายก รัฐมนตรี และ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะรองประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 กล่าวว่า จะส่งเอกสารชี้แจงในวันที่ 1 ต.ค. และให้ตัวแทนสำนักงบประมาณ คณะกรรมการกฤษฎีกาและเลขาธิการคณะกรรมาธิการฯไปชี้แจงวันที่ 2 ต.ค. และจะหารือกับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและ รมว.คลังในฐานะประธานกรรมาธิการฯ ว่าจะไปชี้แจงเองหรือมอบหมายใครไป แต่มั่นใจว่าสามารถชี้แจงได้ว่าไม่ได้ มีการกระทำที่ขัดกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่าการปรับลดงบประมาณของบางองค์กรทำด้วยวิธีปฏิบัติที่เป็นเหตุผลตามขั้นตอนกฎหมาย แม้กฎหมายจะเปิดช่องให้องค์กรอิสระยื่นปรับเพิ่มงบประมาณกับกรรมาธิการฯได้โดยตรง แต่ไม่ผูกพันว่าต้องจัดสรรตามที่ยื่นมา และจะเรียกหรือไม่เรียกมาชี้แจงก็ได้ แต่ส่วนใหญ่จะเชิญมาชี้แจงก่อนพิจารณาปรับลด

อัดรัฐใช้งบฯไร้ประสิทธิภาพ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องขอให้วินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ขัดต่อ รัฐธรรมนูญว่า เป็นอีกกรณีที่มีวุฒิสมาชิกไปยื่น ขณะนี้งบฯปี 2556 คณะรัฐมนตรีมีมติให้ขยายเวลาการใช้งบประมาณที่จะสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.ให้ไปสิ้นสุดในวันที่ 31 ธ.ค. สะท้อนให้เห็นว่าการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลไม่มีประสิทธิภาพ ให้เงินไปแล้วยังใช้ไม่หมดภายใน 1 ปี ส่งผลกับการพัฒนาประเทศ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการฟ้าวันใหม่ ทางบลูสกายแชนแนลว่า การอภิปรายในการแถลงผลงานรัฐบาล 1 ปี โดยรวมเรียบร้อยดี แต่ยังไม่เห็นสัญญาณใดๆจากรัฐบาลว่าจะทบทวนหรือใช้ประโยชน์จากคำทักท้วงการดำเนินการที่ผิดพลาดของรัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจยังไม่ตอบสนองปัญหาของประชาชน ทั้งปัญหาของแพง ปัญหาเรื่องหนี้สินต่างๆ

“เติ้ง” หารือคืบหน้าสภาปฏิรูป

วันเดียวกัน นายนิกร จำนง แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะคณะทำงานของนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะผู้ประสานงานคณะกรรมการปฏิรูปการเมือง กล่าวว่า ในวันที่ 27 ก.ย. เวลา 15.00 น. นายบรรหารจะหารือกับนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี และนายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกฯ และ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะคณะทำงานปฏิรูปการเมือง ตามแนวคิดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และ รมว.กลาโหม ที่ร้านกาแฟพรรคชาติไทยพัฒนา คาดว่าจะรายงานถึงความคืบหน้าในการประสานไปยังกลุ่มการเมืองต่างๆ ตามที่นายบรรหารได้ดำเนินการ และความคืบหน้าของคณะทำงานในกลุ่มต่างๆ ตามที่ได้มีคำเชิญไปยังกรรมการปฏิรูปการเมืองให้เข้าร่วมเป็นคณะทำงานแต่ละกลุ่ม นอกจากนั้นจะหารือเพื่อวางกำหนดการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปครั้งที่ 2 ด้วย

นายกฯคิกออฟโรดโชว์ 2 ล้านล้าน

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) จัดแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “สร้างอนาคตประเทศไทย 2020” เพื่อเตรียมเดินสายลงพื้นที่ 12 จังหวัดระหว่าง 4 ต.ค.-1 ธ.ค.56 ประชาสัมพันธ์โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศด้านคมนาคมขนส่งตามร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า โครงการนี้เป็นของคนไทยทุกคน ทั้งเรื่องคมนาคมทางน้ำ บก อากาศ เรื่องด่านฯ การเชื่อมโยงประเทศในกลุ่มชาติอาเซียน เชื่อว่าควรจะต้องทำให้ประเทศสามารถพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันจากการลงทุนครั้งใหญ่นี้ จึงเป็น พ.ร.บ.เพื่อการลงทุนที่สร้างอนาคตประเทศไทย ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันเพื่อจะทำให้เกิดความมั่นใจกับนักลงทุน

ยาหอมลงทุนเพื่ออนาคต

น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวต่อว่า สิ่งที่จะได้คือเรื่องของพลังงาน เส้นทางโลจิสติกส์ การคมนาคมขนส่ง เรื่องของด่านมาตรฐาน รถไฟความเร็วสูง รวมไปถึงส่งออก การวางระบบของผังเมืองให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่กับอนาคตของประเทศไทยใหม่ การเชื่อมโยงระบบการบริหารจัดการน้ำที่ไม่ขัดกับระบบคมนาคม ฉะนั้นหลักคิดของการวางโครงสร้างนี้จะเชื่อมเมืองที่มีประชากรมากไปสู่เมืองท่องเที่ยว เมืองต่อเมือง และในแต่ละภาคจะมีศูนย์กลางของภูมิภาคที่จะเชื่อมโยงทั้งเมือง และที่สำคัญเชื่อมโยงระหว่างคนรุ่นนี้ที่จะวางอนาคตให้กับลูกหลานของเราในอนาคตอีก 7 ปี เชื่อว่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดของอนาคตที่จับต้องได้ด้วยโครงสร้างพื้นฐาน ที่เราทุกคนได้ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ และสร้างอนาคตประเทศไทยของปี 2020

รับปากจัดรถเมล์เพื่อคนพิการ

ต่อมาเวลา 14.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล คณะผู้พิการและผู้สูงอายุรวม 100 คน นำโดยนายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ เข้าพบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและ รมว.กลาโหม เพื่อเสนอให้นายกฯทบทวนโครงการรถเมล์ 3,000 คัน ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) งบประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะจัดรถอำนวยความสะดวกให้คนพิการแค่ 1,524 คันเป็นแบบลิฟต์ แต่ผู้พิการต้องการให้ ขสมก.จัดรถแบบที่มีชานต่ำอำนวยความสะดวกให้ทุกกลุ่มตามมาตรฐานสากล โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ได้ให้กระทรวงคมนาคมดูเรื่องนี้ แต่ต้องดูว่าจะเป็นเส้นทางใดบ้าง รัฐบาลจะทำเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนพิการและผู้สูงอายุ เพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ พร้อมตั้งศูนย์ช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ได้อนุญาตเยาวชนพิการขึ้นไปเยี่ยมชมห้องทำงาน รวมทั้งเปิดโอกาสให้ได้ทดลองนั่งเก้าอี้นายกฯที่ห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า ทำให้เยาวชนพิการดีใจมาก

“เต้น” โต้นายกฯทอดทิ้งเกษตรกร

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร  มีนายวิสุทธิ์  ไชยณรุณ  รองประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดปัญหาผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ราคาตกต่ำ ของนายพหล วรปัญญา ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ถาม รมว.พาณิชย์ ว่า รัฐบาลได้แก้ไขปัญหานี้อย่างไร โดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ชี้แจงแทน จากนั้นนายธนิตพล ไชยนันทน์ ส.ส.ตาก พรรคประชาธิปัตย์ ได้ถามกระทู้สดนายกฯ เรื่องปัญหาราคาข้าวโพดตกต่ำเช่นกัน ว่า มติ ครม.ที่ออกมาช่วยเหลือเกษตรกรถือว่าล้มเหลว วิธีช่วยเหลือเรื่องยางพารา ข้าว และข้าวโพดแตกต่างกัน ข้าวโพดรัฐบาลออกมาตรการเอาเงินไปอุดหนุนพ่อค้า ไม่ช่วยเกษตรกร ซึ่งนายณัฐวุฒิชี้แจงว่า ล่าสุดที่นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ ไปเจรจา เกษตรกรยอมรับมติ ครม.ที่ช่วยเหลือแล้ว ยืนยันว่านายกฯและรัฐบาลช่วยเหลือสินค้าเกษตรทุกชนิด แต่ว่าแต่ละอย่างต่างกัน  ต้องมีเงื่อนไขในการแก้ไขปัญหา

นศ.วปอ.ดันมาตรการภาษีแก้โกง

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบ ปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่น 2554 นำโดยนายอนุรักษ์ สง่าอารีย์กูล ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา เข้าพบคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อเสนอยุทธศาสตร์ป้องกันและปราบปรามการทุจริตด้วยการพัฒนาระบบและองค์กรตรวจสอบป้องกันและปราบปรามทุจริตด้วยมาตรการภาษีอากร โดยนายอนุรักษ์กล่าวว่า ศึกษาเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 48 มีข้อเสนอ 3 ข้อ คือ 1.สร้างระบบและองค์กรตรวจสอบป้องกันและปราบปรามการทุจริตด้วยมาตรการทางภาษีอากร 2.กำหนดคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องเป็นผู้ประกอบอาชีพสุจริต เสียภาษีให้รัฐมาไม่น้อยกว่า 10 ปี และ 3.ใช้มาตรการตรวจสอบทางภาษีตั้งแต่ปีงบประมาณ 2557 เป็นต้นไป  ยุทธศาสตร์นี้จะใช้เกณฑ์การตรวจสอบทรัพย์สินกับรายได้ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่มีทรัพย์สินมากกว่ารายได้ หรือมีรายจ่ายไม่สัมพันธ์กับรายรับ ที่ยื่นเสียภาษีแก่รัฐ ที่ผ่านมา ป.ป.ช.แค่ตรวจสอบความมีอยู่จริงของทรัพย์สินเท่านั้น แต่ไม่ได้ตรวจสอบที่มาของทรัพย์สินได้มาโดยชอบและเสียภาษีถูกต้องหรือไม่

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้