กีฬา
100 year

จัดฉก.คุมส.ส.1ต่อ8 โต้งชัวร์ 2ล้านล้านผ่านสภา

ไทยรัฐออนไลน์19 ก.ย. 2556 09:00 น.
SHARE

ปชป.จัด100ส.ส.ปากกล้าลุยแหลก ให้นายกฯปูอยู่ฟังอย่าแวบไปไหน เตือนแล้วไม่ฟังเจอกันที่ศาลรธน.

ระเบิดศึกร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้าน “โต้ง” ชัวร์วาระ 3 โหวตผ่านฉลุย การันตีรัดกุม-คุ้มค่าไม่ฝ่าฝืน ก.ม.งบฯ หวั่นเกม การเมืองลากติดหล่ม รธน. วอนใครที่มือไม่พายก็อย่าเอาเท้าราน้ำ วิปรัฐตั้ง ฉก. ต้อน ส.ส.เข้าสภาชนิดต้องมาก่อนกลับหลังเลิกประชุม ปชป.จัดทัพ 100 ส.ส.กระชับพื้นที่ “นายกฯปู” ให้อยู่โยงนั่งฟังห้ามแวบหาย ซัด 2 ปมเสี่ยงเจ๊ง ผิดวินัยการเงินการคลัง “ขุนค้อน” แน่นอก โดนฝ่าย ค้านยื่นสอยฐานยึกยักไม่เป็นกลางวันถกมาตรา 10 ร่าง รธน.ที่มา ส.ว. “เติ้ง” โอดแม้มีบางคนไม่ตอบรับ ร่วมสภาปฏิรูปก็ยังเดินหน้าต่อ คอนเฟิร์มพบ “ชวน” ตามนัด “วิเชษฐ์” สำลักปมหุ้น เร่งส่งหลักฐานโต้มติ ป.ป.ช.

ร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .. (พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท) วาระ2 ที่ถูกวาระการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเบียดมานานนับสัปดาห์ ล่าสุด ถึงคิวพิจารณาแล้วท่ามกลางข้อกังขาว่าร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวจะขัดรัฐธรรมนูญ

“นายกฯปู” โยน กมธ.แจงกู้ 2 ล้านล้าน

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 18 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล  ภายหลังเป็นประธานมอบโล่ให้กับเยาวชน 6 โรงเรียนที่ได้รับรางวัลจากการประกวดวงโยธวาทิตชิงแชมป์โลก ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์แล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าว โดยพยายามบ่ายเบี่ยงอ้างว่าต้องรีบเข้าประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษที่ตึกไทยคู่ฟ้าต่อ อย่างไรก็ตาม  เมื่อผู้สื่อข่าวเดินเข้าไปถามว่า นายกฯจะอยู่ร่วมชี้แจงร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทในสภาด้วยตัวเองหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์หันมาตอบว่า “อยู่ในชั้นกรรมาธิการค่ะ  เป็นหน้าที่ของกรรมาธิการเป็นผู้ชี้แจง” จากนั้นเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไปทันที

“โต้ง” ชัวร์ฉลุยวาระ 3 แต่เสียวขัด รธน.

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวว่า มั่นใจว่าร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท จะผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่ 2 และ 3 ที่จะพิจารณาในวันที่ 19-20 ก.ย. ส่วนกรณีที่มีการระบุว่าร่าง พ.ร.บ.นี้จะขัดกับ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี ขอชี้แจงว่า กฎหมายทั้ง 2 ฉบับเป็น พ.ร.บ.ซึ่งเป็นระดับเดียวกัน หากจะล้ม พ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาท มีทางเดียวคือขัดกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งหากถูกยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความรัฐบาลก็พร้อมจะไปชี้แจง และมั่นใจว่าได้ทำทุกอย่างตามขั้นตอนและมีการพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว

ยันรัดกุม–คุ้มค่ากู้ทีละโปรเจกต์

นายกิตติรัตน์กล่าวอีกว่า ในฐานะที่เป็น รมว.คลัง และเป็นผู้นำเสนอกฎหมายฉบับนี้ ยังมองไม่เห็นเหตุผลที่ พ.ร.บ.ฉบับนี้จะไม่ผ่านความเห็นชอบ เนื่องจากในการพิจารณาวาระที่ 1 และในชั้นกรรมาธิการก็มีการชี้แจงกันแล้วว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้เป็นกฎหมายที่มีความรัดกุมแต่ละโครงการจะมีขั้นตอนของการกลั่นกรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนที่จะกู้เงิน ซึ่งหมายถึงว่าจะต้องพิสูจน์แล้วว่าโครงการนั้นๆมีความคุ้มค่าถึงจะมีการกู้เงินและต้องเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติโครงการก่อน ไม่ได้กู้เงินจำนวนมากมากองไว้ก่อนทั้งหมดเหมือนโครงการไทยเข้มแข็งของรัฐบาลชุดที่แล้ว

บ่นแน่นอกหวั่นการเมืองจ้องล้มแผน
“ในขณะที่สถานการณ์เศรษฐกิจภายนอกยังเป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้  แต่การลงทุนภายในประเทศที่จะเกิดขึ้นฝ่ายต่างๆน่าจะร่วมมือกันผลักดันให้เกิดขึ้นได้  และเศรษฐกิจของประเทศจะไม่ชะลอตัวแน่นอนถ้าการลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม 2 ล้านล้านบาท และโครงการบริหารจัดการน้ำ 350,000 ล้านบาท เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ซึ่งทุกฝ่ายก็เห็นร่วมกันว่ามีความจำเป็นต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้ดีขึ้น ผมอยากให้แยกเรื่องการเมืองกับเศรษฐกิจ เรื่องใดที่น่าจะร่วมมือกันได้ก็อยากให้มีความร่วมมือเกิดขึ้น อย่ามือไม่พายเอาเท้าราน้ำเลย” นายกิตติรัตน์กล่าว

วิปรัฐจี้ “ขุนค้อน” เข้มวันระเบิดศึก

นายอำนวย คลังผา ส.ส.ลพบุรี ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ว่า วิปรัฐบาลได้มอบหมายให้นายวิทยา บุรณศิริ ที่ปรึกษาวิปรัฐบาลไปประสานงานกับฝ่ายค้าน เบื้องต้นกำหนดวันอภิปรายวาระ 2 ในวันที่ 19-20 ก.ย. โดยจะเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านอภิปรายเต็มที่ ส่วนจะขยายเวลาหรือไม่ต้องประเมินหน้างานอีกที แต่ยืนยันว่าจะไม่พิจารณากันในวันที่ 21-22 ก.ย.  ซึ่งเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ อยากขอให้พรรคประชาธิปัตย์เคารพข้อบังคับการประชุม ให้ความร่วมมืออภิปรายในประเด็น ไม่วนเวียน ซ้ำซาก ไม่ใช่แปรญัตติบรรทัด เดียวแต่อภิปรายย้อนไปย้อนมา อย่างนี้ประธานในที่ประชุมก็ต้องใช้ข้อบังคับควบคุมอย่างเคร่งครัด

จัด ฉก.ต้อน ส.ส.มาก่อน–เลิกหลังประชุม

นายอำนวยกล่าวอีกว่า หากสมาชิกเห็นว่าอภิปรายสมควรแล้วก็เสนอปิดอภิปรายในแต่ละมาตราได้เช่นกัน วิปรัฐบาลได้มีการกำชับ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลรักษาองค์ประชุมอย่างเคร่งครัด โดยวิป 1 คน ดูแล ส.ส. 7-8 คน วางมาตรการให้ ส.ส.มาก่อนประชุม และกลับบ้านหลังเลิกประชุม เชื่อว่าภาพรวมการอภิปรายจะดีกว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว. เพราะพรรคประชาธิปัตย์เสียหายไปเยอะ โดนท้วงติงมาก

วิปค้านยักท่า 2 วันไม่พอจ้อ

ที่รัฐสภา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. ...(พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท) วาระ 2 ในวันที่ 19-20 ก.ย.ว่า ตอบไม่ได้ว่าการพิจารณากฎหมายดังกล่าวจะใช้เวลา 2 วัน เพียงพอหรือไม่ เพราะขณะนี้ยังมีผู้แจ้งความจำนงที่จะใช้สิทธิ์ในการอภิปรายเรื่อยๆ โดยหลักการผู้ที่สงวนคำแปรญัตติต้องได้สิทธิ์อภิปราย หากมีการตัดสิทธิ์ ก็จะเป็นปัญหาซ้ำการแก้ไขรัฐธรรมนูญอีก

บี้นายกฯนั่งฟังจนจบอย่าแวบหาย

นายจุรินทร์กล่าวด้วยว่า ส่วนที่ ส.ส.พรรครัฐบาลพยายามเสนอปิดอภิปรายขอเตือนว่าอย่าทำ ต้องทำตามข้อบังคับและรัฐธรรมนูญที่ให้สิทธิ์คุ้มครองผู้ที่มีความเห็นต่างได้แสดงความเห็น อย่าทำผิดซ้ำซาก เพราะเสียงข้างน้อยก็มีสิทธิ์ร้องศาลรัฐธรรมนูญได้ และไม่ใช่เรื่องขี้ฟ้อง แต่ทุกคนต้อง เคารพกติกา และขอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม นั่งฟังให้ตลอดและควรชี้แจง ไม่ใช่เข้าเซ็นชื่อ ถ่ายรูปและหายไปจากห้อง ประชุม เพราะเป็นเบอร์หนึ่งในการนำเงินนี้ไปใช้จ่าย

ตั้งโจทย์เป็นการบ้านให้ตอบ 4 ข้อ

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ฝ่ายค้านต้องการคำตอบ 4 ข้อ คือ 1.ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นในร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว เช่น ค่าที่ปรึกษาทุกโครงการ 2.โครงการซ้ำซ้อนกับโครงการระยะยาวที่วางแผนไว้แล้ว และบรรจุในงบประมาณประจำปี เช่น การก่อสร้างรถไฟฟ้าที่มีแผนแม่บท กำหนดเวลาการก่อสร้างเสร็จสิ้นไว้แล้ว แต่กลับถูกนำไปใส่ในโครงการเงินกู้ 2 ล้านล้านบาทด้วย 3. การปรับเปลี่ยนรายละเอียดโครงการที่มีแผนแม่บทไว้แล้ว แต่คณะกรรมาธิการฯกลับนำไปใส่ไว้ในงบ กู้เงิน และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นถึง 50% และ 4.การใช้เงิน งบประมาณทั้งหมดคุ้มค่ากับเศรษฐกิจ สังคมหรือไม่

ซัด 2 ปมเสี่ยงเจ๊ง–ผิดวินัยการคลัง

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการพิจารณาร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท กล่าวว่า การอภิปรายของฝ่ายค้านจะแบ่งเป็น 2 หมวด ได้แก่ 1. เรื่องความไม่ชอบธรรมตามกฎหมายวินัยการเงินการคลัง ที่รัฐบาลพยายามหลีกเลี่ยงการจัดซื้อจัดจ้างตามวิธีการปกติ ไม่ให้มีการจ่ายเงินวิธีการปกติตามงบประมาณประจำปี ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการเอื้อประโยชน์ต่อการทุจริต ซึ่งจะตีแผ่เรื่องดังกล่าวให้มีความชัดเจน และ 2.เรื่องความคุ้มค่าของโครงการต่างๆ เช่น รถไฟความเร็วสูง รวมมูลค่าทั้งหมด 783,000 กว่าล้านบาท หากลงทุนโครงการนี้จะเกิดการเจ๊งจึงไม่อยากให้มีการทำโครงการนี้ และจะเกิดการก่อหนี้มหาศาลแน่นอน

ชงทางออก–เมินเจอกันที่ศาล รธน.

“พรรคประชาธิปัตย์จะเสนอแนวทำกฎหมายฉบับนี้ให้ไม่ขัดกฎหมายและรัฐธรรมนูญ โดยการกู้เงินได้แต่ให้จ่ายเงินตามงบประมาณประจำปีปกติ ซึ่งผมเคยเสนอแนวทางนี้ต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯแล้ว แต่รัฐบาลไม่ยอมรับ ซึ่งก็จะเสนออีกครั้งหากรัฐบาลยังไม่เห็นด้วยและไม่ยอมรับแนวทางนี้ ก็จะเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอย่างแน่นอน” นายอรรถวิชช์กล่าว

ฝ่ายค้านยื่น 138 ชื่อสอย “ขุนค้อน”

เมื่อเวลา 11.40 น. ที่รัฐสภา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) พร้อมคณะ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ร่วมยื่นหนังสือถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ผ่านนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา โดยนายจุรินทร์กล่าวว่า ขอใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 270, 271 นำรายชื่อ 138ส.ส. ยื่นถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ออกจากตำแหน่งประธานรัฐสภา ผ่านนายนิคมเพื่อให้ส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

ชี้ไม่เป็นกลางขัด รธน.หลายมาตรา

นายจุรินทร์กล่าวว่า การยื่นถอดถอนนายสมศักดิ์เนื่องจากเห็นว่ามีกระทำเข้าข่ายความผิดในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมรัฐสภาวันที่ 11 ก.ย. เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 10 โดยเห็นว่ามีความผิดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 89 ที่ระบุประธานต้องปฏิบัติหน้าที่เป็นกลาง มาตรา 291 ที่การพิจารณาต้องพิจารณา 3 วาระ แต่ในวาระที่ 2 มีปัญหา และมาตรา 137 ที่ระบุให้ปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา แต่กลับมีการปิดอภิปรายทั้งที่ยังมีผู้ขอใช้สิทธิ์อภิปรายตามข้อบังคับข้อ 99 ทั้งนี้ หาก ป.ป.ช.พิจารณาเห็นว่ามีมูลก็จะส่งเรื่องกลับมายังวุฒิสภาเพื่อให้ลงมติโดยใช้เสียงถอดถอน 2 ใน 3 และหากเห็นว่ามีความผิดทางอาญา ก็จะส่งเรื่องต่อไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป

ฟันธงไม่วืดเหมือนกรณี “บวร”

นายจุรินทร์กล่าวอีกว่า การยื่นถอดถอนนายสมศักดิ์เป็นครั้งที่ 2 ของฝ่ายค้าน แต่เป็นกรณีที่แตกต่างกัน เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ว่าการยื่นตีความการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 68 ของพรรคจะถูกยกฟ้องเหมือนกรณีของนายบวร ยสินทร แกนนำกลุ่มราษฎรอาสาปกป้อง 3 สถาบัน นายจุรินทร์ กล่าวว่า เป็นคนละกรณีแม้จะยื่นในมาตราเดียวกัน เพราะคำร้องของพรรคประชาธิปัตย์มีข้อเท็จจริงและหลักฐานที่มีรายละเอียด ครอบคลุมครบถ้วนทั้งในส่วนของเนื้อหาและกระบวนการพิจารณา มีความชัดเจนที่ศาลจะสามารถใช้ประกอบการพิจารณาได้ ส่วนศาลจะรับไว้พิจารณาหรือไม่นั้น ตอบแทนศาลไม่ได้

ส.ส.แดงลั่น ก.ม.ร้อนสะดุดจะลุกฮือ

นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กลุ่ม นปช. กล่าวถึงกรณีกลุ่ม 40 ส.ว. ยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มา ส.ว. ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 68 หรือไม่ ว่า หากศาลรัฐธรรมนูญไปบ้าจี้ตามฝ่ายที่ร้อง ไม่นึก ถึงส่วนรวม บ้านเมืองคงเดินไม่ได้ ก่อนหน้ามีการ ร้องให้ศาลวินิจฉัยทั้งร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย 2557 การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาวันนี้ยังมาร้องเรื่อง แก้ที่มา ส.ว.อีก กลัวเหมือนกันว่าถ้าประชาชนเจ้าของ ประเทศลุกขึ้นมาทวงอำนาจของเขาแล้วจะเป็นอย่างไร ถ้าท่านคิดว่าทำตามกฎหมาย ทำตามหน้าที่ วางตัวเป็นกลางจริงๆ คงไม่มีใครว่า แต่จากเรื่องดังกล่าวมี ส.ส.คุยกันว่าถ้าทุกอย่างมันสะดุดมากๆ ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่พิจารณาตามหลักนิติธรรม เราจะเอาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ที่ยังค้างในสภาฯมาโหวต ลุยวาระ 3 กันเลย

28 ก.ย. วิปรัฐนัดแนะโหวตวาระ 3

ที่รัฐสภา นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการลงมติวาระ 3 ร่างแก้ไข รัฐธรรมนูญ เรื่องที่มา ส.ว. ว่า วิปรัฐบาลเห็นว่าควร มีการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อลงมติวาระ 3 ในวันที่ 28 ก.ย. ซึ่งตรงกับวันเสาร์ เนื่องจากวิปไม่ต้องการให้ การลงมติวาระ 3 ยืดเยื้อ ไม่มีอะไรซับซ้อน เว้นแต่ ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น จึงให้เป็นดุลพินิจ ของประธานรัฐสภาที่อาจเรียกประชุมสมาชิกรัฐสภาเพื่อหารือในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ยืนยันว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 รองรับไว้ ทั้งนี้ หากศาล รัฐธรรมนูญเกิดมีคำสั่งเรียกให้สมาชิกรัฐสภาไปชี้แจงถึงการแก้รัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว. จะยืนยันในแนว ปฏิบัติเดิมคือไม่เข้าชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ

25 ก.ย. เริ่มบรรเลง รธน. 190

นายอำนวย คลังผา ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าในการแถลงผลงานครบรอบ 1 ปี ของรัฐบาลนั้น กำหนดไว้ในวันที่ 24 ก.ย. โดยจะเริ่มประชุมตั้งแต่เวลา 09.30 น. ไปจนกระทั่งช่วงดึกน่าจะเสร็จสิ้น จากนั้นวันที่ 25 ก.ย. จะเป็นการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 โดยจะเริ่มประชุมตั้งแต่เวลา 09.30 น. คาดว่า ใช้เวลา ในการพิจารณาเพียง 1 วัน จะเสร็จสิ้นได้ สำหรับการ แถลงผลงานครบรอบ 1 ปี ของรัฐบาลนั้น รัฐบาลได้ ยื่นเรื่องเข้าสภาฯ ไว้ตั้งแต่เดือน เม.ย.แล้ว แต่การแถลงผลงานครบรอบ 2 ปี ของรัฐบาลยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ จึงยังไม่มีการกำหนดว่าจะแถลงผลงาน รัฐบาลครบรอบ 2 ปี ได้ในวันใด

“เติ้ง” ไม่ท้อเดินหน้าเกี้ยว “ชวน”

นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้า พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า วันที่ 19 ก.ย.นี้ จะเข้า พบนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อนำความคิดเห็นจากการเจรจารวบรวม และเสนอเป็นแนวทางแก้ปัญหาความขัดแย้งในประเทศ ยืนยันว่ายังไม่ท้อ แม้จะมีบางคนไม่ตอบรับแนวคิดเรื่องการปรองดอง แต่ก็ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นำ ไปสู่การแก้ไขได้
นพ.ประดิษฐ์ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุขกล่าวว่า  ได้หารือกับนายบรรหารเรื่องการปรองดอง โดยส่วนตัวเห็นว่าไม่ควรตั้งแง่ อยากให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาคุยกัน และบอกความต้องการของแต่ละฝ่าย เพื่อช่วยกันแก้ไข

โรคฮิตสภาฯ “อัมพฤกษ์-อัมพาต”

ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการสาธารณสุข สภา ผู้แทนราษฎร ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จัดงานเสวนาเรื่อง “โครงการสร้างพลังป้องกันโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต” โดยมีนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 เป็นประธานเปิดงานและกล่าวตอนหนึ่งว่า โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต จากหลอดเลือดสมองถือเป็นภัยเงียบที่ทำลายสุขภาพและสร้างภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา ซึ่งยังพบว่าเป็นโรคที่พบบ่อยในสภาผู้แทนราษฎร และการจัดงานครั้งนี้จะนำไปสู่แนวทางการปฏิบัติเพื่อการมีสุขภาพที่ดีขึ้นต่อไป โดยภายในงานดังกล่าวนายเจริญได้สูบบอลยักษ์วัดความฟิตของร่างกายด้วย

วินิจฉัยปม ส.ส. “มาร์ค” ยังไม่ขยับ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญว่า ในการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 18 ก.ย. ที่ประชุมได้พิจารณาคำร้องที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งความเห็นของสมาชิกจำนวน 134 คน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 91 ว่าสมาชิกภาพการเป็น ส.ส.ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 106 (5) ประกอบมาตรา 102 (6) หรือไม่ เนื่องจากกระทรวงกลาโหมมีคำสั่งปลด ร.ต.อภิสิทธิ์ ออกจากราชการเป็นนายทหารกองหนุน หลังจากที่กระทรวงกลาโหมได้ส่งเอกสารเพิ่มเติมเป็นรายงานผลการดำเนินการเกี่ยวกับการมีคำสั่งปลด ร.ต.อภิสิทธิ์ มาให้เมื่อวันที่ 17 ก.ย.ตามที่ศาลได้มีคำสั่งเรียก แต่ที่ประชุมเห็นว่ายังขาดเอกสารประกอบตามที่มีการอ้างอิงในรายงาน จึงให้สำนักงานฯไปพิจารณาว่ามีเอกสารใดที่สำคัญและจะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีของตุลาการ พร้อมทั้งให้สำนักงานฯ มีหนังสือแจ้งไปยังกระทรวงกลาโหมให้นำส่งมาประกอบการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะกำหนดแนวทางในการไต่สวน และวินิจฉัยอย่างไร

“วิเชษฐ์” ส่งหลักฐานโต้ถือหุ้นเกิน 5%

นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ กรณีการถือหุ้นเกินร้อยละ 5 ว่า ได้ให้ทีมงานส่งเอกสารชี้แจงว่า ได้รายงานบัญชีทรัพย์สินหนี้สินครบถ้วน ถูกต้อง สมบูรณ์ และได้เปิดเผยข้อมูลทั้งหมดรวมถึงการถือหุ้นนับจากวันรับตำแหน่ง โดยการถือหุ้นเกินร้อยละ 5 กฎหมายระบุให้แจ้งต่อประธาน ป.ป.ช.ใน 30 วัน แต่ที่ไม่ได้ทำหนังสือแจ้ง ป.ป.ช.ใน 30 วัน เนื่องจากมีเจตนาบริสุทธิ์ เพราะได้เปิดเผยการถือครองหุ้นเกินร้อยละ 5 ให้ ป.ป.ช.ทราบตั้งแต่ต้นแล้ว และได้โอนหุ้นดังกล่าวให้บริษัทจัดการหลักทรัพย์ภายใน 90 วัน ตามกรอบกฎหมายไปเมื่อวันที่ 11 ก.ย.

กกต.คาดใช้เวลาไม่นานชงศาล รธน.

นายภุชงค์ นุตราวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า กกต.ยังไม่ได้รับเรื่องที่ ป.ป.ช. ขอให้ กกต.พิจารณาเพื่อยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยกรณีนายวิเชษฐ์ หากได้รับเรื่องแล้ว กกต.ต้องตั้งคณะกรรมการไต่สวนขึ้นมาตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร หลักฐานต่างๆ เพราะจะต้องมีความเห็นเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่การตั้งกรรมการขึ้นมาเพื่อหักล้างผลการพิจารณาของ ป.ป.ช. ซึ่งตามระเบียบสืบสวนของกกต.ไม่ได้กำหนดระยะเวลาว่า  กกต.จะต้องพิจารณาเรื่องดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในเวลาเท่าใด แต่เรื่องดังกล่าวสังคมให้ความสนใจและ กกต.ชุดนี้เหลือเวลาปฏิบัติหน้าที่ไม่นาน จึงคิดว่าไม่น่าจะใช้เวลาในการพิจารณาก่อนจะส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

นปช.เดือดวลี  “อีโง่”  ตามตลบหลัง  ปชป.

ที่ศูนย์การค้าอิมพีเรียล  ลาดพร้าว  นายสมหวัง อัสราศี รองประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. กล่าวว่า จากการปราศรัยของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ ที่ระยะหลังๆหลุดคำหยาบออกมาด่านายกรัฐมนตรี ทั้งๆที่ตัวเองเป็นถึงอดีตนายกฯ จากเดิมเป็นคนที่ไม่เคยใช้คำหยาบมาก่อน  แสดงให้เห็นว่าไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ ไม่เหลือวุฒิภาวะความเป็นผู้นำ  แกนนำ นปช.จึงมีมติว่าจะจัดเวทีปราศรัยขึ้น ทับซ้อนกับเวทีผ่าความจริงของพรรคประชาธิปัตย์ ทุกแห่ง โดยจะมีการถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์เอเชียอัพเดท เริ่ม 21 ก.ย.นี้เป็นเวทีแรก ที่วัดดอกไม้ ซึ่ง นปช.จะตั้งเวทีที่เดียวกับที่พรรคประชาธิปัตย์เคยตั้ง และมีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ มาขึ้น โชว์การปราศรัย ในแบบสุภาพไม่ใช้คำหยาบ เพื่อให้ เห็นว่าการปราศรัยแบบสุภาพก็มีคนฟัง

“ครูประทีป” ไล่บี้ “มาร์ค” ขอโทษ

ที่รัฐสภา  นางประทีป  อึ้งทรงธรรม  ฮาตะ  ประธาน กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี กทม. เข้ายื่นหนังสือต่อ ส.ส.หญิงพรรคเพื่อไทย นำโดย น.ส.สุณีย์ เหลือง–วิจิตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ นางมนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม นางนันทนา ทิมสุวรรณ ส.ส.เลย เพื่อสนับสนุนการเคลื่อนไหวที่ให้นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  ออกมาขอโทษประชาชน ที่ใช้ถ้อยคำส่อเสียดวิพากษ์วิจารณ์โครงการสมาร์ท เลดี้ ของ  น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  นายกฯ ซึ่งนางประทีป กล่าวว่า การใช้คำว่าอีโง่ อีแรด อีกะหรี่ และอ้างว่าเป็นศัพท์ที่มีในพจนานุกรม  แต่ประชาชนทั่วไปเข้าใจความหมายต่างจากพจนานุกรม นายอภิสิทธิ์เป็นอดีตผู้นำประเทศไม่สมควรนำคำหยาบช้าที่ใช้สำหรับด่าทอสตรีขึ้นมาพูด ขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์คำนึงถึงเด็กและเยาวชน เพราะอาจจะนำพฤติกรรมและคำพูดที่ไม่สร้างสรรค์ไปสร้างความแตกแยกได้ จนเกิดความขัดแย้งก้าวร้าวรุนแรงในสังคม จึงขอให้นายอภิสิทธิ์ออกมาขอโทษต่อเด็ก เยาวชน และประชาชนด้วย

“วรงค์” ส่งข้อมูลโกงข้าวให้ ป.ป.ช.อีก

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการนำข้าวในโครงการจำนำข้าวปี 51 ในคลังองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) มาทิ้งในทุ่งนา เขต อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ว่า มีคำถาม 4 ข้อคือ 1. การอ้างข้าวอยู่ในโครงการจีทูจีขายให้กับประเทศจีน ซึ่งปกติในสัญญาจะต้องระบุวัน เวลาการรับมอบ แต่เหตุใดจีนจึงปล่อยการรับมอบข้าวดังกล่าวมาเป็นปี 2. ทำไมการขายข้าวจีทูจีจึงมีการผ่ากระสอบข้าวเกิดขึ้นโดยที่ไม่มีการเปิดปากกระสอบ ทำไมถึงยอมให้จีนผ่ากระสอบในโกดังของไทย เหมือนมีการเวียนเทียนข้าว 3. ข้ออ้างที่มีการระบุว่าข้าวที่เหลือในโกดัง 1,498 ตัน ถูกน้ำท่วมเมื่อปี 2554 เจ้าของโกดังได้ผลักดันข้าวออกไปยังพื้นที่หลังโกดังใกล้ร่องน้ำ และปริมาณข้าวดังกล่าวได้เกิดความร้อนระอุภายในทำให้เกิดไฟไหม้ขึ้นเองและสร้างผลกระทบต่อพื้นที่นาของชาวนา เป็นไปได้อย่างไรที่ข้าวจะมีการเกิดไฟไหม้เอง และ 4. แม้จะอ้างเป็นข้าวเสีย แต่ก็สามารถนำไปขายเพื่อแปรสภาพได้ ทำไม อ.ต.ก.ถึงเอาข้าวไปทิ้ง ทั้งหมดเป็นคำถามที่กรรมการชุดนายยรรยงต้องชี้แจงต่อสังคม เท่าที่ตนติดตามมีมุมว่าส่อทุจริต ดังนั้น วันที่ 19 ก.ย. จะไปยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบว่าเหตุการณ์นี้ เป็นอีกหนึ่งในกระบวนการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์หรือไม่อย่างไร

แฉเจ๊งบักโกรก 6 แสนกว่าล้าน

นพ.วรงค์กล่าวต่อว่า  สำหรับวงเงิน  2.7  แสนล้านบาทที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ ให้หามารับจำนำข้าวเดือน  ต.ค.ในฤดูกาลใหม่  ถามว่ารัฐบาลจะเอาเงินมาจากไหน  เพราะบอกว่าใช้ไม่เกิน  5 แสนล้านบาท แต่ขณะนี้ใช้ไปแล้วกว่า 6 แสนล้านบาท  การที่สำนักบริหารหนี้สาธารณะระบุว่า  รัฐบาลไม่ควรมีแผนที่จะก่อหนี้  ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่า  มีมติ  ครม.ออกมาแล้ว  เป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลังต้องหาเงินมาใช้ในโครงการนี้  ซึ่งหากไม่มีความชัดเจน  ก็จะเกิดปัญหากับชาวนาที่นำข้าวไปจำนำในฤดูกาลใหม่ จะไม่ได้เงิน จึงขอให้รัฐบาลชี้แจงให้ชัดว่าจะเอาเงิน 2.7 แสนล้านบาทมาจากไหน

อ.ต.ก.การันตีไม่มีตุกติกเผาข้าว

นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร  (อ.ต.ก.)  กล่าวว่า  ข้าวสารดังกล่าวเป็นข้าวขาว 5 เปอร์เซ็นต์ ในโครงการรับจำนำข้าวปี 2551 รวม 13,464 ตัน โดยเตรียมส่งมอบข้าวจำหน่ายให้ลูกค้ารัฐวิสาหกิจจีน  ในลักษณะรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) แต่ลูกค้ายังรับมอบข้าวไปไม่หมด เหลือค้างส่งมอบอยู่ประมาณ  1,034  ตัน  เพราะคุณภาพข้าวไม่เป็นไปตามที่ตกลง  ทั้งนี้ ไม่มีการทุจริตเกิดขึ้นแต่อย่างใด  สามารถชี้แจงได้ทั้งหมด  เพราะข้าวสารเมื่อเก็บไว้นานความชื้นสะสมในข้าวก็มีมากขึ้น  ประกอบกับสารที่ใช้รมกำจัดมอดข้าวเป็นสารติดไฟได้  เมื่อถูกอบด้วยความร้อนในโกดังนาน  ข้าวสารจึงเกิดลุกไหม้ได้ ยืนยันไม่ใช่การจุดไฟเผาข้าว  เพื่อทำลายหลักฐานการนำข้าวเวียนเทียนเข้าโครงการรับจำนำข้าว โดยได้ประเมินความเสียหายประมาณกว่า  10  ล้านบาท โดยถือเป็นความผิดของเจ้าของโกดัง

แชมป์โยธวาทิตโลกกระทบไหล่ “ปู”

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ นำคณะผู้บริหาร ครู และนักเรียนจำนวน  250  คน ที่ได้รับรางวัลจากการประกวดวงโยธวาทิตชิงแชมป์โลก  ที่เนเธอร์แลนด์ และ DCI World Championships 2013 เข้าพบ เพื่อรับโล่จาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เพื่อเป็นขวัญกำลังใจที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย โดย ร.ร.มัธยมสังคีตวิทยา ได้เหรียญทอง ดิวิชั่น 1 ประเภท Concert และ ร.ร.สุรนารีวิทยา ได้เหรียญทอง  ดิวิชั่น  3  ประเภท Concert ส่วนประเภท Display World Champion ร.ร.มัธยมสังคีตวิทยา ร.ร.สุรนารีวิทยา ร.ร.วัฒโนทัยพายัพ ร.ร.วัดเขมาภิรตาราม ได้เหรียญทอง โดยมี ร.ร.สุรศักดิ์มนตรีได้คะแนนสูงสุดเป็นแชมป์โลก และ ร.ร.วัดเขมาภิรตาราม ได้เหรียญเงินประเภท Marching นอกจากนี้  ยังมีรางวัลชนะเลิศจากการแข่งขัน DCI World Championships 2013 ที่ ร.ร.ผดุงนารี จ.มหาสารคาม คว้าแชมป์โลกได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับประเทศไทย  เพราะจัดขึ้นเป็นครั้งแรก  ที่เมืองอินเดียนาโพลิส  สหรัฐอเมริกา

“ทนงศักดิ์–ดาว์พงษ์” อำลาราชการ

เมื่อเวลา  09.00  น.  ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.) พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  ผบ.ทบ.เป็นประธานพิธีเทิดเกียรติและอำลาชีวิตราชการนายทหารชั้นนายพลประจำปี 2556 จำนวน 267 นาย โดยมีการสวนสนามเทิดเกียรติ  ซึ่งจัดกำลังพลพร้อมยุทโธปกรณ์ 4 กรม รวม 11 กองพัน โดยมีนายทหารเกษียณเข้าร่วมพิธี อาทิ  พล.อ.ทนงศักดิ์  อภิรักษ์โยธิน ปลัดกระทรวงกลาโหม  พล.อ.คณิต  สาพิทักษ์  ประธานคณะที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม พล.อ.เผด็จการ จันทร์เสวก  เสนาธิการทหาร  พล.อ.ประวุฒิ  ชาญวิทย์ ประธานคณะที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพไทย  พล.อ.
ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รอง ผบ.ทบ. พล.อ.ชลวิชญ์ เพิ่มทรัพย์ ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก

“บิ๊กหรุ่น” ก่อนไปฝากดันเรือดำน้ำ

ที่อ่าวสัตหีบ จ.ชลบุรี พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผบ.ทร.เป็นประธานพิธีสวนสนามทางเรือเพื่อเทิดเกียรติในโอกาสเกษียณอายุราชการ โดยมีเรือสวนสนามจำนวน 11 ลำ อาทิ เรือหลวงปิ่นเกล้า เรือหลวงสัตหีบ เรือหลวงหัวหิน ฯลฯ โดยเรือหลวงปิ่นเกล้าได้ยิงสลุต 19 นัดเพื่อเป็นเกียรติแก่ ผบ.ทร.ทั้งนี้ พล.ร.อ.สุรศักดิ์กล่าวว่า ตนมีความผูกพันกับกองทัพเรือมาตลอด ซึ่งอยากเห็นกองทัพเรือเดินหน้าไปตามแผนยุทธศาสตร์ที่เตรียมไว้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ทั้งนี้ อยากเห็นกองทัพเรือไปตามเส้นทางที่เตรียมการไว้ซึ่งโครงการเรือดำน้ำถือเป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์ที่จำเป็นที่จะต้องมี จึงเชื่อว่าในห้วงเวลาที่เหมาะสมกองทัพเรือจะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลซึ่งศักยภาพของกองทัพเรือ คือบุคคล วัตถุและยุทธวิธี

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้