กีฬา
100 year

40ส.ว.ชงยุบ6พรรค

ไทยรัฐออนไลน์18 ก.ย. 2556 09:00 น.
SHARE

ปชป.ยื่นซ้ำศาลรธน.ปิดปากส.ส.-ขัดม.68 พท.สวนลงมติวาระ3

“ปชป.-40 ส.ว.” ตบเท้ายื่นตีความกระบวนการแก้ รธน. ขัด ม.68 ชงยุบทิ้ง 6 พรรคตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค 5 ปี พร้อมขอให้สั่งเบรกระงับเกมแก้ รธน.ระบุทำลายระบบตรวจสอบถ่วงดุลการปกครองประเทศ “เพื่อไทย” ส่งสัญญาณชักธงรบ กดปุ่ม ส.ส.ลุยหักดิบโหวตลงมติวาระ 3 ทันทีไม่รีรอ “ขุนค้อน” กร้าวศาลฯอย่ามาแทรกแซง รัฐสภาใช้อำนาจตรงให้เกียรติเดินตามรอยแก้รายมาตรา “จุรินทร์” จวกย่ามใจเข้าข่ายทำผิดซ้ำซาก ฝ่ายค้านจัดทัพ 115 ส.ส. รอถล่ม พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน “ปู” เลื่อน ครม.สัญจรลพบุรีระดม  รมต.ชี้แจง  ยันแม้  ก.ม.สำคัญแท้งไม่คิดยุบสภาฯ “เติ้ง” เดินสายขายฝันงัดสัมพันธ์เพื่อนเก่ากล่อม “ชวน” ด้าน “วิเชษฐ์” ตายน้ำตื้น ป.ป.ช.ฟันถือหุ้นเกิน 5%

พรรคประชาธิปัตย์และกลุ่ม 40 ส.ว.พร้อมใจกันเข้ายื่นร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของ ส.ว. ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 68 พร้อมขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งคุ้มครองฉุกเฉินสั่งรัฐสภาระงับการโหวตลงมติในวาระ 3 และให้ยุบพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้อง ขณะที่พรรคเพื่อไทยส่งสัญญาณสั่ง ส.ส.ลุยโหวตลงมติวาระ 3 ไปตามขั้นตอนหลังพ้นกำหนด 15 วัน

ส.ว.ยื่นศาล รธน.เบรกวาระ 3 ที่มา ส.ว.

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 17 ก.ย.ที่ศาลรัฐธรรมนูญ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม นายสมชาย แสวงการ นายคำ
นูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา และนายสุรจิต ชิรเวทย์ ส.ว.สมุทรสงคราม เข้ายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้วินิจฉัยว่าร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมประเด็นที่มาของ ส.ว.ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 หรือไม่ โดย พล.อ.สมเจตน์ กล่าวว่า เห็นว่ากระบวนการร่างดังกล่าวไม่ถูกต้องตั้งแต่การกำหนดวันและเวลาการแปรญัตติ ตลอดจนการตัดสิทธิผู้สงวนคำแปรญัตติทั้ง 57 คน ไม่ให้อภิปราย อีกทั้งยังใช้เสียงข้างมากยินยอมให้ปิดอภิปราย จนทำให้ผู้สงวนคำแปรญัตติไม่สามารถอภิปรายได้ ขณะเดียวกัน เนื้อหาในร่างยังทำลายระบบตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ โดยการมี ส.ว.ที่มาจากเลือกตั้ง 200 คน และตัด ส.ว.ที่มาจากการสรรหาออก และเชื่อว่า ส.ว.เลือกตั้งจะมีลักษณะเหมือนกับ ส.ส.ที่มีฐานเสียงจากพรรคการเมือง

ชงยุบทิ้ง 6 พรรคก๊วนแก้ รธน.

พล.อ.สมเจตน์กล่าวอีกว่า จึงขอให้ศาลมีคำสั่งกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวเป็นกรณีฉุกเฉิน โดยสั่งห้ามไปยังประธานรัฐสภา ระงับการประชุมเพื่อพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้ที่จะลงมติในวาระ 3 ไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญ จะมีคำวินิจฉัย และวินิจฉัยให้นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานรัฐสภา และสมาชิกรัฐสภา 310 คน ในฐานะผู้ถูกร้อง ยุติหรือเลิกการพิจารณาญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องดังกล่าว อีกทั้งขอให้ศาลสั่งยุบพรรคของ ส.ส.ที่ร่วมกระทำผิดในครั้งนี้ อาทิ พรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา พรรคพลังชล พรรคมหาชน และพรรคประชาธิปไตยใหม่ รวมทั้งขอให้เพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคที่ถูกยุบเป็น 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยผลออกมาเป็นอย่างไร เราจะเคารพการตัดสินของศาล
วอนเร่งชี้ขาดให้ทัน 26 ก.ย.

ด้านนายคำนูณ กล่าวว่า คำร้องของพวกเราแตกต่างกับคำร้องของนายบวร ยสินทร แกนนำกลุ่มราษฎรอาสาปกป้อง 3 สถาบัน ที่ศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้องไป เนื่องจากคำร้องของนายบวร ที่ได้ยื่นขณะที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญยังไม่ผ่านวาระ 2 แตกต่างกับคำร้องของพวกเราที่ร่างผ่านวาระ 2 แล้ว และจะเข้าสู่วาระ 3 ที่ไม่สามารถไปแก้ไขในรายละเอียดได้ จึงอยากให้ศาลพิจารณาได้ทันในวันที่ 26 ก.ย.นี้ จะครบ 15 วันในการลงมติวาระ 3 หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ จึงส่งผลให้ร่างดังกล่าวผ่านโดยเสียงข้างมากได้อย่างแน่นอน

ปชป.สำทับชงระงับขัดมาตรา 68

ต่อมาเวลา 14.00 น. นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะฝ่ายกฎหมายพรรค ได้เข้ายื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามมิให้รัฐสภาดำเนินการต่อในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ประเด็นที่มาของ ส.ว.ในวาระที่ 3 เพื่อให้ผู้ถูกร้องเลิกการกระทำที่เป็นการขัดต่อมาตรา 68 คือยกเลิกกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ทั้งหมด ขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ จงใจทำลายระบบตรวจสอบถ่วงดุลของการปกครองประเทศ เปิดช่องให้ใช้อำนาจโดยมิชอบและเอื้อผลประโยชน์ให้แก่พวกพ้อง โดยมิได้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง จะนำไปสู่วิกฤติทางการเมืองอย่างร้ายแรงอีกครั้ง

ปัดฮั้ว 40 ส.ว.สกัดเกมรื้อ รธน.

ที่รัฐสภา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน  (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า การที่วิปฝ่ายค้านได้มอบหมายให้นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะทีมกฎหมายของพรรคเดินทางไปยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 68 เพื่อให้ศาลสั่งยกเลิกการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มา ส.ว. และให้สั่งคุ้มครองชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย ยืนยันเป็นคนละส่วนกับกลุ่ม 40 ส.ว.ที่จะยื่นคำร้องเช่นกัน ส่วนที่ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลระบุว่าสามารถเดินหน้าโหวตวาระ 3 ได้ทันทีนั้น หากศาลไม่มีคำสั่งอะไรก็สามารถทำได้ แต่หากมีคำสั่งแล้วเกรงว่าจะเป็นการทำผิดซ้ำซาก นอกจากนี้ คาดว่าวันที่ 18 ก.ย.นี้ จะยื่นถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ออกจากตำแหน่ง

“ขุนค้อน” กร้าวศาลแทรกแซงไม่ได้

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา กล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว.ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 และขอให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ไม่ให้ลงมติวาระ 3 ว่า คงต้องดูคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญว่าจะออกมาอย่างไร ถ้าศาลมีคำสั่งชะลอการลงมติวาระ 3 คงต้องดูเหตุผลก่อน จึงมาพิจารณาว่าจะเรียกประชุมรัฐสภาว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่การแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ดำเนินการตามคำแนะนำของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้แก้เป็นรายมาตรา เราให้เกียรติคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญครั้งที่แล้ว ไม่รู้ว่าครั้งนี้จะซ้ำรอยหรือไม่ โดยหลักการแล้วเรื่องมาตรา 68 เป็นเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน เป็นคนละกรณีกับการที่สมาชิกรัฐสภาใช้อำนาจขอแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 291 ซึ่งเป็นอำนาจที่รัฐสภาทำได้และเป็นอำนาจโดยตรงของฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่เกี่ยวกับกรณีมาตรา 68 ดังนั้น ตามข้อกฎหมาย เมื่อครบกำหนด 15 วัน ในวันที่ 27 ก.ย. ต้องเดินตามกรอบกฎหมายให้ลงมติวาระ 3 ต่อไป จะเป็น อย่างอื่นไปไม่ได้ แต่จะเป็นวันใดต้องไปหารือกัน ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม กฎหมายระบุชัดเจนเป็น อำนาจของรัฐสภา ศาลจะมาแทรกแซงไม่ได้

พท.สั่งลุยโหวตทันทีวาระ 3

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของ ส.ว.ว่า ให้ฝ่ายกฎหมายว่าไปตามขั้นตอน ทุกอย่างทำตามขั้นตอนของรัฐสภา

ช่วงบ่าย ที่พรรคเพื่อไทยมีการประชุมคณะ ประสานภารกิจพรรคเพื่อไทย โดยนายโภคิน พลกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย เป็นประธานการประชุม ได้หารือถึงเรื่องการลงมติวาระ 3 ของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว. ว่าจะลงกันในวันใด เมื่อครบกำหนด 15 วัน คือวันที่ 27 ก.ย. โดยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไปประสาน ส.ส.และ ส.ว.ให้เตรียมพร้อมลงมติดังกล่าวไปตามขั้นตอน แม้จะมีการยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความก็ตาม ส่วนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ซึ่งมีผู้แปรญัตติ 144 คนนั้น ได้ให้ไปจำแนกการแปรญัตติเป็นหมวดหมู่ แล้วพิจารณาว่าในบางประเด็นจะอภิปรายได้หรือไม่ นอกจากนี้ ยังได้ฝากให้นายเจริญ จรรย์โกมล รอง ประธานสภาฯ ประสานกับประธานและรองประธานสภาฯที่ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมสภา ให้เข้มงวดกับการใช้ข้อบังคับ ควบคุมการประชุมในสภาฯ ไม่ให้มีการตีรวน เล่นเกมจนเกิดความวุ่นวาย

40 ส.ว.จี้ “นิคม” สานรอยร้าววุฒิฯ

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา มีนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา เป็นประธาน ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม กลุ่ม 40 ส.ว. อาทิ นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.สรรหา หารือว่า จากการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของ ส.ว. หากมีการ ลงมติวาระ 3 จะเหลือเวลาอีก 6 เดือน ที่ประธานฯกับตนต้องตายจากกันไป ประธานฯถือว่ามีส่วนสำคัญที่ทำให้งานตรงนี้เดินไปอย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี แต่ดูการประชุมเมื่อวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา จะเห็นรอยปริร้าวเล็กๆ ขึ้นแล้ว อาจเกิดความเสียหายต่อองค์กร ผู้ที่จะเป็นคนกลางแก้ปัญหาได้ดีคือตัวประธานฯ แต่ถ้าเป็นคนสร้างปัญหาหรือความขัดแย้งเสียเอง จะทำให้บานปลายยิ่งขึ้น ต้องไม่ให้แบ่งแยก ต้องเป็นผู้ประสานรอยร้าวไม่ให้เกิดขึ้น ถ้าต่อไปพวกตนประท้วงไม่ร่วมประชุมกับท่านบ้างก็ไม่สามารถทำงานได้เหมือนกัน

“ปู” เมินฝ่ายค้านจ้องล้มเงินกู้ 2 ลล.

ส่วนการเตรียมการประชุมสภาฯเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ... หรือ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท วาระ 2 ในวันที่ 19-20 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงความพร้อมในการชี้แจงร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทว่า เป็นวาระของคณะกรรมาธิการฯ ที่พร้อมให้ข้อมูลชี้แจงต่อรัฐสภา อยากขอความร่วมมือเราอยากเห็นประเทศมีแผนการลงทุนที่ชัดเจน ซึ่งจะเป็นประโยชน์และช่วยให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนไปได้ โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นช่วงที่เศรษฐกิจต้องการความเติบโต ถ้ามีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจะทำให้ทุกอย่างเดินได้ การลงทุนครั้งนี้อาจดูเป็นตัวเลขที่สูง  แต่จริงๆแล้วการใช้วงเงินต่างๆต้องใช้ตามความเป็นจริง และใช้เวลาถึง 7 ปี ที่สำคัญรัฐบาลคำนึงถึงวินัยการเงินการคลัง โดยยึดกรอบหนี้สาธารณะไม่เกิน 50% เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าร่าง พ.ร.บ.กู้เงินฯนี้ขัดรัฐธรรมนูญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า พ.ร.บ.กู้เงินฯฉบับนี้เราให้คณะกรรมการกฤษฎีการ่าง  และทำตามขั้นตอนเดียวกับ พ.ร.บ.กู้เงินฉบับอื่น

ไม่ผ่านน่าเสียดาย ยันไม่คิดยุบสภา

เมื่อถามว่า มีแผนรองรับอย่างไรหากร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ไม่สามารถบังคับใช้ได้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า ถือว่าเราทำเต็มที่ในส่วนที่รัฐบาลจะทำให้กับประเทศแล้ว เสียดายมากกว่า เพราะโอกาสที่จะทำให้ประเทศแข่งขันไปข้างหน้าไม่เกิดขึ้น โอกาสที่เราควรจะได้อาจเป็นที่อื่นจุด ยุทธศาสตร์เชื่อมโยงอาเซียนคงเกิดได้ยาก หวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและทุกคนจะเข้าใจ ช่วยกันให้โครงการนี้เป็นความภูมิใจให้ลูกหลานของเรา เม็ดเงินนี้คือการลงทุนสำหรับสร้างรายได้ในระยะยาว เป็นการวัดขีดความสามารถประเทศ ถ้าเราไม่ทำอะไรไม่ลงทุนอะไรเลยตลอด 7-8 ปีที่ผ่านมา ก็ไม่รู้ว่าจะแข่งขันอย่างไร  ตรงนี้เป็นโจทย์ที่ผู้ประกอบการ ภาคเอกชน การลงทุนจากต่างประเทศให้ความสำคัญ รวมทั้งเกิดการสร้างงานพัฒนาประเทศ  เมื่อถามย้ำว่า  ถ้าไม่ผ่านก็ไม่ถึงขั้นต้องยุบสภาใช่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบเพียงว่า “จะยุบทำไมล่ะคะ” ก่อนที่จะเดินออกจากวงล้อมผู้สื่อข่าวไปทันที

เลื่อน ครม.สัญจรยกโขยงแจง

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า ครม.มีมติเลื่อนการประชุม ครม.นอกสถานที่อย่างไม่เป็นทางการ จ.ลพบุรี ระหว่างวันที่ 19-20 ก.ย. ออกไปอย่างไม่มีกำหนด  เนื่องจากมีการประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ขนส่งของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท ขณะที่หลายหน่วยงานต้องเตรียมข้อมูลเพื่อชี้แจง อาทิ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง  เจ้าหน้าที่อาจไม่สะดวกเดินทางไปร่วมประชุม ครม.ที่ จ.ลพบุรี โดยนายกฯย้ำว่าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทถือเป็นงบประมาณสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ จึงอยากให้ทุกหน่วยงานอยู่ชี้แจงหากถูกซักถาม  ขณะเดียวกันรัฐบาลได้ทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการในพื้นที่แล้ว และยังไม่ได้จ่ายค่ามัดจำค่าที่พัก

พท.กำชับ รมต.–ส.ส.เข้าประชุม

นายพร้อมพงศ์  นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังการประชุมพรรคว่า ที่ประชุมพรรคได้กำชับให้ ส.ส.งดภารกิจในช่วงวันที่ 18-20 ก.ย. เพื่อรักษาองค์ประชุมในช่วงการพิจารณา พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.สุราฯ และร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ในวันที่ 19-20 ก.ย. โดยนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคฯแจ้งให้ทราบว่าได้งดประชุม ครม.สัญจร เพื่อให้รัฐมนตรีที่เป็น ส.ส. และกรรมาธิการฯ เข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง  ยืนยันว่าไม่มีการปิดปากฝ่ายค้านที่จะอภิปราย  แต่การที่พรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความร่าง พ.ร.บ.กู้เงินฯ ถือเป็นการทำงานไม่คำนึงถึงประโยชน์ประชาชน การลงทุนครั้งนี้จะทำให้ประเทศก้าวกระโดดเป็นผู้นำในอาเซียน แต่พรรคประชาธิปัตย์ทำตัวเป็นลูกตุ้มถ่วงความเจริญ

“จุรินทร์” จัดหนัก 115 ส.ส.ถล่มแหลก

ที่รัฐสภา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมหารือกรณีที่สภาฯจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท วาระ 2 ว่า พรรคประชาธิปัตย์มี ส.ส. และผู้ที่เป็นกรรมาธิการฯเสียงข้างน้อยสงวนคำแปรญัตติทั้งหมด 115 คน ขอเรียกร้องให้ถ่ายสดการ ประชุมด้วย เพราะเป็นร่างกฎหมายที่มีวงเงินจำนวนมาก ฝ่ายค้านมีความเป็นห่วง 3 เรื่อง คือ 1.ภาระหนี้ในอนาคต 2.ความไม่พร้อมของโครงการทั้งหมด และ 3.ความไม่โปร่งใส จึงขอให้รัฐบาลเปิดโอกาสให้ผู้สงวนคำแปรญัตติและสงวนความเห็นได้อภิปราย อย่าปิดอภิปรายเหมือนการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะจะทำให้ร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้าน บาท มีปัญหาลักษณะเดียวกันกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ

“มาร์ค” แขวะ “ปู” ไม่เข้าฟังอย่าใช้เงิน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทางสถานีโทรทัศน์บลูสกายชาแนล ถึงแนวโน้มที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม อาจไม่เข้าร่วมประชุมสภาฯเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ว่า อยากถามกลับว่าเขาไม่ทำหน้าที่ ส.ส. ไม่คิดจะมาฟังตัวแทนประชาชนอภิปรายท้วงติงบ้างเลยหรือ ตนอยากเสนอว่า ถ้าไม่มาประชุมสภาฯเลยก็ไม่ต้องใช้เงินได้หรือไม่ เพราะว่ารัฐบาลเป็น คนมาขอใช้เงิน นายกฯเป็นคนตัดสินใจใช้เงินเป็นหลัก แต่กลับไม่มาฟัง ถ้าอย่างนั้นกรุณาอย่าให้สัมภาษณ์ว่าอย่าคัดค้าน อย่าขวางความเจริญ เพราะรัฐบาลไม่มาฟังเหตุผลของฝ่ายอื่นๆ เลย

มติ ภท.งดออกเสียง ก.ม.กู้เงิน

นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ที่ประชุมพรรคมีมติงดออกเสียง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพราะเห็นว่าวิธีการกู้เงินไม่ถูกต้อง ไม่มีรายละเอียดแผนงานที่ชัดเจน เปิดโอกาสให้เกิดช่องทางไม่โปร่งใส ส่วนการพิจารณา พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.สุรา ที่จะปรับอัตราภาษีสุรา สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลถังแตกจากนโยบายรถยนต์คันแรก ส่งผลกระทบผู้บริโภค พรรคจึงจะลงคะแนนไม่เห็นด้วย

“เติ้ง” ยังหวังกล่อม “ชวน” เพื่อนเก่า

ด้านความคืบหน้าการเดินสายทาบทามบุคคลกลุ่มต่างๆ เข้าร่วมเวทีสภาปฏิรูปการเมืองขอรัฐบาล วันเดียวกัน นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะประธานขับ เคลื่อนเวทีปฏิรูปการเมือง กล่าวถึงการก่อตั้งสภาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย 2556 (สปท.) เพื่อเป็น เวทีภาคประชาชนคู่ขนานกับเวทีปฏิรูปการเมืองของรัฐบาลว่า ถือเป็นเรื่องที่ดี อยากให้ตั้งหลายๆ สภา หลายๆ เวที เพื่อจะได้มีความเห็นที่หลากหลาย แต่ตนคงไม่เข้าไปประสานกับแกนนำกลุ่มดังกล่าวให้เข้ามามีส่วนร่วมในเวทีปฏิรูปการเมือง ทั้งนี้ในวันที่ 19 ก.ย. จะเข้าพบกับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ฐานะเพื่อนเก่า ของตน โดยเชื่อว่าผลการหารืออาจจะมีแนวโน้มที่ดี เมื่อเช้านี้ได้ไปพบหมอมา หมอบอกว่ามารับงานนี้เจ็บตัว ก็บอกไปว่าเจ็บก็เจ็บจะให้ทำอย่างไรได้ หาก ตนไม่ทำแล้วใครจะทำ งานนี้ต้องใช้ความอดทนเพราะมันไม่ง่าย เมื่อประสานทุกฝ่ายแล้วต้องสรุปเป็นความเห็นให้คณะทำงานปฏิรูปการเมืองต่อไป

ปชป.ย้ำไม่สังฆกรรมปาหี่ปฏิรูป

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการที่พรรคประชาธิปัตย์ปฏิเสธไม่เข้าร่วมสภาปฏิรูปการเมืองของรัฐบาลว่า การปฏิรูปการเมืองของรัฐบาลนี้ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของความจริงใจในการแก้ไขปัญหา เช่นเดียวกับกรณีจะกู้เงินที่อ้างว่าจะสร้างอนาคตประเทศ แต่กลับไม่มารับฟังการอภิปรายในสภาฯ จึงเหมือนเพียงพูดสวยหรู แต่พยายามออกกฎหมายล้างผิดหรือแก้รัฐธรรมนูญมาครอบงำ ส.ว. ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์จึงไม่เข้าร่วมกระบวนการนี้ เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐบาล นายกรัฐมนตรีตีสองหน้ามาโดยตลอด ขอให้รัฐบาลนี้จริงใจกับพี่น้องประชาชนบ้าง เพราะการจะปฏิรูปการเมืองโดยไม่พูดความจริงที่เกิดขึ้น ข้อขัดแย้งที่มีอยู่และต้นเหตุของความขัดแย้ง คงไม่มีใครไปร่วมปฏิรูปปาหี่ครั้งนี้ด้วยแน่นอน

รัฐโต้ทุจริตแค่ขนย้ายข้าวบกพร่อง

นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าว ถึงกรณี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยข้อพิรุธการนำข้าวมาทิ้งที่ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก 1.3 พันตัน ว่า ได้ตรวจสอบแล้วว่าเป็นข้าวในโครงการตั้งแต่ปี 2551 และประมูลขายไปแล้วทั้งลอต มีการชำระเงินแล้ว อยู่ระหว่างการขนย้ายออกจากคลัง ปรากฏว่าข้าวจำนวนหนึ่งใน จ.พิษณุโลก ที่น้ำท่วมเสียหาย ข้าวถูกกองไว้เป็นชั้นๆ และชั้นล่างสุดเกิดเปียกน้ำจนเสื่อมคุณภาพ แต่ยังไม่มีการขนย้าย ต้องรอการเจรจากับทางประกัน ภัยก่อน เมื่อไว้นานทำให้เสื่อมคุณภาพและเกิดความ ร้อนขึ้นและเกรงว่าจะเกิดไฟไหม้ จึงได้ขนย้ายข้าวออกมานอกคลัง จนไปสร้างความเสียหายกับชาวนา แต่ไม่ใช่เรื่องของการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว แต่เป็นเรื่องของกระบวนการในการขนย้ายข้าว ซึ่งมีการประมูลไปเรียบร้อยแล้วเท่านั้น และทาง ผอ. อ.ต.ก.จะมีการชี้แจงอีกครั้ง

“วรงค์” ยื่น ป.ป.ช.สอบเผาอำพราง

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรค ประชาธิปัตย์ แถลงข่าวพร้อมนำภาพหลักฐานการเผาข้าวเน่าที่ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก แสดงว่า หลังตกเป็นข่าวเมื่อวันที่ 15 ก.ย. ก็มีการขนย้ายกระสอบและข้าวของกลางออกไปทันทีตั้งแต่เช้ามืด หากเป็น การทิ้งรอเคลมประกันเพราะเสียหายจากน้ำท่วม ทำไมจึงเหมือนถูกเผา แต่นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ ผอ.องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ระบุว่า เกิดการสันดาปก็ไม่น่าจะรีบย้ายเสมือนทำลายหลักฐาน และยังผิดปกติมีการผ่าท้องกระสอบข้าว แทนจะเปิดปากกระสอบตามปกติ สงสัยว่าจะเอาเฉพาะเนื้อข้าวในกระสอบไปเวียนเทียนเข้าโครงการรับจำนำในฤดูกาลใหม่ แต่ยังมีข้าวเน่าเหลืออยู่จึงพยายามทำลายหลักฐานหรือไม่ ตนมีข้อสังเกตว่า มีการขายข้าวในเดือน ต.ค.นี้ ต้องดูว่าบริษัทไหนซื้อ ทำไมต้องผ่าท้อง นำไปส่งที่ไหน จะโยงไปที่ใคร ตัวกระสอบดูได้ว่ามาจากโรงสีได้ เชื่อว่าการทุจริตเกิดระหว่างการระบายข้าว ซึ่งโครงการรับจำนำปี 2551 รับจำนำตันละ 18,000 บาท เท่ากับเสียหายประมาณ 20 ล้านบาท เมื่อส่อทุจริตและมีการทำลายหลักฐาน จึงจะยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อให้ตรวจสอบดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด

วุฒิฯตั้งแท่นสอย “หมอเลี้ยบ”

ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา มีนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา เป็นประธานฯ เพื่อ ดำเนินกระบวนการถอดถอน นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และนายไกรสร พรสุธี ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ออกจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 270 โดยวันนี้เป็นการแถลงเปิดสำนวนตามรายงานและความเห็นของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีนายภักดี โพธิศิริ กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะประธานคณะ อนุกรรมการไต่สวนคดีการอนุมัติแก้ไขสัญญาสัมปทานโครงการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ (ฉบับที่ 5) โดยมิชอบ เป็นผู้แถลงเปิดสำนวนในฝ่ายผู้ร้อง ขณะที่ นพ.สุรพงษ์และนายไกรสร ผู้ถูกร้อง ได้แถลง เปิดสำนวนคัดค้าน จากนั้นที่ประชุมได้ตั้งคณะกรรมาธิการซักถาม และประธานฯได้นัดประชุมอีกครั้ง วันที่ 23 ก.ย. เพื่อให้ ส.ว.ซักถามคู่กรณี และกำหนดลงมติถอดถอนวันที่ 30 ก.ย.-1 ต.ค.

รัฐบาลพร้อมแถลงผลงาน 1 ปี

ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแถลงผลงานรัฐบาลครบรอบ 1 ปี นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ รมช.เกษตรฯ ยืนยันกับ ครม.ว่าได้ส่งรายงานแถลงผลงานของรัฐบาลไปยังสภาฯตั้งแต่เดือน พ.ย.2555 สะท้อนว่ามีความพร้อม รอเพียงการนัดหมายจากสภาฯเท่านั้น คาดว่าจะมีการแถลงได้ช่วงบ่ายวันที่ 24 ก.ย. หลังประชุม ครม.ตามปกติ นอกจากนี้ ครม.มอบหมายให้นายวราเทพไปประสานกับวิปรัฐบาล ประธานวุฒิสภากำหนดวันแถลงผลงานรัฐบาลต่อวุฒิสภาด้วย ส่วนความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดขึ้นขณะนี้รัฐบาลจะใช้ความอดทน ตั้งใจทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนประชาชน นายกฯได้กำชับรัฐมนตรีทุกกระทรวงเพิ่มการชี้แจงสื่อสารกับประชาชน ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ยังมีเสถียรภาพในการบริหารประเทศ และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการพูดถึงการยุบสภาแต่อย่างใด

นายกฯถก วปอ.ยุทธศาสตร์ชาติ

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่สโมสรทหารบก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานรับฟังและให้ข้อคิดเห็นการแถลงยุทธศาสตร์ชาติยุทธศาสตร์ทหาร พ.ศ.2557-2561 โดยนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ว่า โจทย์การเดินหน้ายุทธศาสตร์ชาติวันนี้มีความชัดเจน เราต้องสร้างความมั่นคงและขีดความสามารถการแข่งขัน ทั้งการจัดโซนนิ่งพื้นที่เกษตรทั่วประเทศ วางโครงสร้างพื้นฐานผ่าน ร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้าน ล้านบาท การบริหารจัดการระบบน้ำ การลงทุนในภูมิภาคสร้างเมืองใหม่ ขณะที่งานด้านความมั่นคงที่เกิดจากภัยคุกคามต่างๆ รัฐบาลจะเปลี่ยนความเสี่ยงให้เป็นความมั่นคง โดยกองทัพได้วางแนวทางไว้แล้ว

ป.ป.ช.เชือด “วิเชษฐ์” ถือหุ้นเกิน 5%

เมื่อเวลา 18.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ที่ประชุม ป.ป.ช.ได้พิจารณาเรื่องการถือครองหุ้นเกิน 5% ของนายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จากการตรวจสอบพบว่าภริยาของนายวิเชษฐ์ถือหุ้นบริษัทเอกชนเกิน 5% ของทุนจดทะเบียนจริง และไม่แจ้งให้ประธาน ป.ป.ช.ทราบภายใน 30 วัน นับจากวันเข้ารับตำแหน่ง เป็นการทำผิดตาม พ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี แต่ ป.ป.ช.ไม่มีอำนาจพิจารณาว่า นายวิเชษฐ์จะหมดคุณสมบัติจากการเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ เป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน ดังนั้น ป.ป.ช.จึงส่งเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส.ส.และ ส.ว. รวมถึงนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้มีอำนาจ ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดต่อไป คาดว่าสัปดาห์หน้าจะส่งเรื่องได้ ส่วนกรณีนายสรวงศ์ เทียนทอง รมช.สาธารณสุข ที่ถือครองหุ้นเกิน 5% นั้น ที่ประชุม ป.ป.ช.ให้ไปหาหลักฐานเพิ่มเติม เพราะมีการโอนหุ้นก่อนที่จะครบกำหนด 30 วัน

จ่อแจ้งข้อหาผู้บริหาร ศอฉ.

นายกล้านรงค์กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าการไต่สวนคดีการสั่งสลายการชุมนุมกลุ่มเสื้อแดง เดือน พ.ค.2553 โดยมิชอบนั้น ที่ประชุมมอบให้นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีดังกล่าว ไปรวบรวมคำสั่งของ ศาลอาญาที่วินิจฉัยเรื่องการชันสูตรพลิกศพ และให้ไปพิจารณาว่า การสลายการชุมนุมดังกล่าวเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุหรือเกินหน้าที่หรือไม่ เพื่อพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาแก่คณะผู้บริหารของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) คนใดบ้าง ยังไม่ได้เจาะจงว่าจะเป็นนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  นายกรัฐมนตรี หรือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ในฐานะ ผู้อำนวยการ ศอฉ. ขณะนั้น

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้