กีฬา
100 year

แฉไอ้โม่งรง.ยาง หนุนม็อบ ร่วมนักการเมือง

ไทยรัฐออนไลน์18 ก.ย. 2556 09:00 น.
SHARE

หวังจุดไฟปะทะ‘ล้ม’รัฐบาล ผบ.ตร.ให้ดำเนินคดีทุกคน นายกฯห้ามใช้ความรุนแรง

ม็อบยางชะอวดยังไม่ยอมสลายตัว แถมลากซากรถที่ถูกเผามาขวางถนนเพิ่มเติม “ผู้กองปูเค็ม” โผล่แจม ประกาศตั้งตัวเองเป็นแกนนำพาผู้ชุมนุมสู้กร้าวไม่ชนะไม่เลิก ขณะที่ผู้ว่าฯเมืองคอน สั่งขยายเวลาเข้าพื้นที่ชุมนุมต่อไปอีก 24 ชั่วโมง ด้าน ผบ.ตร.บินลงเยี่ยมอาการตำรวจเหยื่อม็อบ เผยรู้ตัวไอ้โม่งที่อยู่เบื้องหลังแล้ว เตรียมรวบรวมหลักฐานดำเนินคดี “นายกฯปู” ย้ำรัฐบาลไม่ใช้ความรุนแรงเข้าสลายการชุมนุมแน่นอน สั่งตำรวจให้อดทน อดกลั้นจนถึงที่สุด “บิ๊กเติ้ง” แฉเหตุจากเจ้าของโรงงานยางพารากักตุนยางไว้เพียบ พอสูญเสียผลประโยชน์เลยป่วนไม่เลิก

กลายเป็นจลาจลลุกลามบานปลาย กรณีม็อบชาวสวนยางพาราบางส่วนที่ไม่ยอมรับข้อตกลงค่าชดเชยการผลิต 2,520 บาท/ไร่ รายละไม่เกิน 25 ไร่ ที่แกนนำภาคีเครือข่ายชาวสวนยาง 16 จังหวัดภาคใต้ เซ็นเอ็มโอยูไว้กับรัฐบาล เกณฑ์คนมาชุมนุมปิดถนนเอเชีย  สาย  41 สี่แยกควนหนองหงษ์ ทั้งฝั่งขาขึ้นและขาล่อง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช กดดันให้รัฐบาลประกันราคายาง 120 บาท/กก.เท่านั้น เปิดฉากปะทะกับตำรวจที่เข้าเคลียร์พื้นที่เพื่อเปิดเส้นทางจราจร เนื่องจากผู้ใช้รถใช้ถนนจำนวนมากเดือดร้อน โดยกลุ่มผู้ชุมนุมส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น ใช้ท่อนไม้ ก้อนอิฐ หนังสติ๊ก และขวดบรรจุน้ำกรดฆ่ายางเป็นอาวุธ ขว้างปา ทุบตี ตำรวจบาดเจ็บกว่า 70 คน พร้อมปล้นปืนยาวและเสื้อเกราะไป ก่อนจุดไฟเผารถยนต์วอดไป 11 คัน ขณะที่ ผวจ.นครศรีธรรมราช ออกคำสั่งห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ชุมนุมเป็นเวลา 24 ชั่วโมง แต่สถานการณ์ยังคงตึงเครียดตลอดทั้งคืน

ม็อบสะใจลากซากรถขวางถนน

สถานการณ์การชุมนุมประท้วงของม็อบชาวสวนยางที่สี่แยกควนหนองหงส์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เมื่อช่วงเช้าวันที่ 17 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศยังคงคุกรุ่น มีกลุ่มผู้ชุมนุมเหลืออยู่บางตา โดยบรรดาแกนนำการชุมนุมได้สลับกันขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีรัฐบาลและตำรวจ กระทั่งช่วงบ่าย มีผู้ชุมนุมมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อีกหลายร้อยคนส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นชาย ขณะที่แกนนำได้ยุติการปราศรัยบนเวที และพากันมานั่งอยู่รอบๆบริเวณที่ตั้งเป็นกองอำนวยการ ในขณะที่ผู้ชุมนุมกลุ่มหนึ่งได้นำซากรถที่ถูกเผา เป็นตราโล่ 6 ล้อที่ใช้สำหรับบรรทุกผู้ต้องหา 2 คัน รถกระบะ 8 คัน รถตู้ 1 คัน รวม  11  คัน มาจอดขวางถนนเอาไว้ แล้วพากันยืนดู แต่เหตุการณ์ยังเป็นไปโดยปกติ และไม่มีตำรวจเข้ามาแต่อย่างใด ขณะเดียวกันผู้ชุมนุมไม่ยินยอมให้ผู้สื่อข่าวทีวีและหนังสือพิมพ์บางฉบับเข้าไปในพื้นที่โดยเด็ดขาด อ้างว่าเสนอข่าวเข้าข้างรัฐบาล และไม่สนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุม

“ผู้กองปูเค็ม” โผล่กลางม็อบยาง

ต่อมาเวลา 14.00 น.ได้มี ร.อ.ทรงกรด ชื่นชูผล หรือผู้กองปูเค็ม มาปรากฏตัวที่ม็อบชาวสวนยาง ตรงบริเวณป้อมตำรวจสี่แยกควนหนองหงษ์ เมื่อชาวบ้านทราบข่าวต่างพากันมาห้อมล้อม โดยในจุดนี้มีรถห้องขังสำหรับบรรทุกผู้ต้องหาถูกเผาจอดอยู่ 1 คัน ร.อ.ทรงกลดร้องถามชาวบ้านที่มาห้อมล้อมว่า รถคันนี้ใครเป็นคนเผา ชาวบ้านต่างส่งเสียงออกมาว่าตำรวจเป็นคนเผาเอง ร.อ.ทรงกลดกล่าวว่า ดีแล้ว วันที่ 18 ก.ย. เวลา 13.00 น.ให้ผู้ประท้วงมาพบกันที่นี่ แล้วนำรถคันนี้ขึ้นรถบรรทุกเทรเลอร์ แล้วพวกเราพากันเดินขบวนไปที่ สภ.ชะอวด โดยนำรถคันนี้ที่ถูกเผาไปให้ตำรวจดูเพื่อเป็นการยืนยันว่าคนที่เผาคือตำรวจ ปรากฏว่าชาวบ้านส่งเสียงโห่ร้องด้วยความสะใจ และยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าพรุ่งนี้จะมาตามนัด

ประกาศตั้งตัวเป็นแกนนำม็อบ

ขณะเดียวกันนี้ได้มีชาวบ้านในละแวกการชุมนุม นำปลอกกระสุนปืน 9 มม. 1 ปลอก หัวกระสุนปืน 1 หัว มามอบให้ ร.อ.ทรงกรด อ้างว่าเป็นกระสุนที่ตำรวจยิงใส่บ้านชาวบ้านตอนที่ปะทะกัน โดย ร.อ.ทรงกลดกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ที่ตนมาวันนี้ก็เพื่อมาช่วยเหลือชาวสวนยางพาราและชาวสวนปาล์มที่กำลังเดือดร้อน ที่ผ่านมาหลายคนมาเป็นแกนนำ แต่ปรากฏว่าในที่สุดก็ทิ้งชาวบ้านไป อ้างเหตุผลต่างๆ นานา ตนมาวันนี้เพื่อเป็นแกนนำในการช่วยเหลือชาวสวนยาง รับรองว่าหากไม่บรรลุผลจะไม่หนีไปไหน ถ้าไม่ชนะไม่เลิก

ผู้ว่าฯขยายเวลาห้ามเข้าพื้นที่

ก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผวจ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่เพื่อประเมินสถานการณ์การชุมนุมที่สี่แยกควนหนองหงษ์ อ.ชะอวด และตัดสินใจประกาศใช้คำสั่งของศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจแก้ไขปัญหาการชุมนุมประท้วงราคายางพาราและปาล์มน้ำมันตกต่ำ จ.นครศรีธรรมราช ห้ามประชาชนเข้าพื้นที่การชุมนุมในบริเวณดังกล่าวไปอีก 24 ชั่วโมง ตามความในมาตรา 22 มาตรา 28 (2) (3) (4) และมาตรา 29 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 ซึ่งคำสั่งครั้งที่ 2 จะมีผลตั้งแต่เวลา 12.00 น. วันที่ 17 ก.ย. ไปจนถึงเวลา 12.00 น. วันที่ 18 ก.ย.นี้ เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่น่าไว้วางใจ และต้องการให้เกิดความสงบเรียบร้อย สุจริตชนโดยทั่วไปได้รับความปลอดภัย และเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายใดๆ เป็นการอำนวยความสะดวกต่อเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ประชาชน และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย จึงมีความจำเป็นต้องออกคำสั่งนี้อีกครั้งหนึ่ง

ผบ.ตร.บินด่วนเยี่ยมกำลังพล

เวลา 15.00 น. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.และคณะ เดินทางไปที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช ถนนราชดำเนิน ต.คลัง อ.เมืองนครศรีธรรมราช เมื่อเดินทางไปถึงได้เข้าสักการะรูปปั้น พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช อดีตนายตำรวจมือปราบชื่อดัง ที่ตั้งอยู่ภายในอาคาร บก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช ก่อนเข้าเยี่ยมกำลังชุดปราบจลาจลในสังกัด บช.ภ.8 ซึ่งเตรียมพร้อมอยู่ในที่ตั้ง และสอบถามเหตุการณ์ปะทะที่เกิดขึ้นบริเวณสี่แยกควนหนองหงษ์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช โดยมี พล.ต.ต.สมชาย อ่วมถนอม รอง ผบช.ภ.8 ทำหน้าที่หัวหน้าชุดควบคุมฝูงชน ชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่มีความจำเป็นต้องผลักดันผู้ชุมนุม ที่พยายามเข้ายึดพื้นผิวการจราจรถนนเอเชียสาย 41 เนื่องจากได้เจรจาให้กลุ่มชุมนุมหยุดการปิดถนน เพราะประชาชนส่วนใหญ่เดือดร้อน แต่ไม่เป็นผล มีการขว้างปาทำร้ายเจ้าหน้าที่ จึงจำเป็นต้องใช้แก๊สน้ำตาสกัดกั้น โดยดำเนินการตามขั้นตอนสากลในการปฏิบัติการควบคุมฝูงชน

ปิดห้องประชุมลับร่วมกับผู้ว่าฯ

จากนั้น พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พล.ต.ท.สฤษฎ์ชัย เอนกเวียง ผบช.ส. พล.ต.ต.อรรถชัย เกิดมงคล รอง ผบช.ตชด. ได้เข้าประชุมประเมินสถานการณ์ร่วมกับ พล.ต.ท.ยงยุทธ เจริญวานิช ผบช.ภ.8 นายวิโรจน์ จิวระรังสรรค์ ผวจ.นครศรีธรรมราช และผู้เกี่ยวข้อง โดยเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนบันทึกภาพ ราว 5 นาที ก่อนสั่งปิดห้องประชุมลับ ซึ่งบรรยากาศ ในที่ประชุมเป็นไปอย่างเคร่งเครียด ภายหลังการประชุม พล.ต.อ.อดุลย์ ให้สัมภาษณ์ว่า ยืนยันว่าตำรวจทำดีที่สุดแล้ว โดยใช้หลักความอดทน อดกลั้น แม้ว่าจะถูกผู้ชุมนุมขว้างปาด้วยสิ่งของ ยิงหนังสติ๊กเข้าใส่ ขว้างด้วยระเบิดเพลิง สาดด้วยน้ำกรดฆ่ายาง ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่เป็นการพยายามที่จะยับยั้งฝูงชนไม่ให้กระทำผิดกฎหมายด้วยการปิดถนน อย่างไรก็ตาม ได้มอบแนวทางปฏิบัติให้เน้นการพูดคุยเจรจา ก่อนใช้กฎหมาย ย้ำให้ตำรวจต้องอดทนอดกลั้น ดำเนินการให้เกิดความเรียบร้อยและสูญเสียน้อยที่สุด

รู้ตัวไอ้โม่งหนุนหลังม็อบเกเร

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. กล่าวว่า เบื้องหลังการชุมนุมเรารู้แล้วว่าใครเป็นแกนนำบ้าง แกนนำบางคนเป็นคนนอกพื้นที่ ใครเป็นแนวร่วม ใครเป็นศูนย์ฮาร์ดคอร์ และใครคือผู้อยู่เบื้องหลังการชุมนุม ทั้งนี้ การขอออกหมายจับจะดำเนินการตามพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ โดยเฉพาะจากภาพถ่ายและหลักฐานอื่นๆประกอบ สิ่งที่เกิดขึ้นแกนนำต้องรับผิดชอบ การชุมนุมครั้งนี้มีอะไรที่มันลึกๆอยู่ข้างใน ต้องติดตามใกล้ชิด ซึ่งการปิดถนนมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ออกหมายจับไปจำนวนหนึ่ง จับกุมแล้วทั้งหมด 9 ราย ในการชุมนุมรอบแรก อยู่ระหว่างการดำเนินคดีตามขั้นตอน ส่วนการชุมนุมรอบหลังกำลังเร่งดำเนินการเช่นเดียวกัน ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีขู่ฆ่านายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผวจ.นครศรีธรรมราช พล.ต.อ.อดุลย์กล่าวว่า เป็นข้าราชการก็คงไม่มีปัญหา เป็นตำรวจ เป็นผู้ว่าฯ ต้องทำงานจับคนร้าย เรื่องอย่างนี้ถือเป็นเรื่องธรรมดา คงไม่ต้องส่งกำลังตำรวจไปดูแลความปลอดภัย

ตร.เหยื่อม็อบเจ็บสาหัส 4 ราย

ต่อมา พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. และ คณะ เดินทางไปที่ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช เพื่อ เยี่ยมและให้กำลังใจตำรวจชุดปราบจลาจล บช.ภ.8 ที่ได้รับบาดเจ็บจากการควบคุมผู้ชุมนุมชาวสวนยาง อ.ชะอวด โดยมอบเงินช่วยเหลือแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสรายละ 1 แสนบาท รวม 4 ราย และบาดเจ็บไม่สาหัสรายละ 4 หมื่นบาท ผบ.ตร.ยังเข้าสอบถามอาการของ ด.ต.โกวิทย์ คงประดิษฐ์ ผบ.หมู่ ป.สภ. ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช หนึ่งในกำลังชุดปราบจลาจล ที่ได้รับบาดเจ็บไหล่ขวาหลุดและหัก   เนื่องจากเป็นตำรวจคนแรกสุดและอยู่ในแถวแรกที่ปะทะกับกลุ่มผู้ชุมนุมและถูกตีด้วยของแข็งหลายครั้ง โดยสอบถาม อาการจากเจ้าตัว ภรรยา รวมทั้งสอบถามรายละเอียดขณะเกิดเหตุอย่างสนใจ หลังจากนั้นคณะ ผบ.ตร.ได้เดินทางไปเยี่ยมและให้กำลังใจกำลังชุดปราบจลาจลอีกชุดหนึ่ง ที่พักเตรียมพร้อมอยู่ในกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 42 ค่ายศรีนครินทรา อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

วางกำลัง 5 กองร้อยรับมือเข้ม

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สถานการณ์ในพื้นที่ชุมนุมขณะนี้ มีการโค่นล้มต้นไม้เพื่อกีดขวางการจราจร มีกลุ่มผู้ชุมนุม ราว 200 คน กระจายอยู่ขอบๆผิวถนน จนถึงขณะนี้ การสัญจรไปมายังใช้ไม่ได้ ตำรวจได้ตั้งจุดตรวจเข้มแข็ง 4 จุด บริเวณโดยรอบพื้นที่การชุมนุม มีกำลังเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ 5 กองร้อย ที่ผ่านมาทั้งคืนยังไม่มีเหตุใดผิดปกติ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ได้เน้นย้ำกับตำรวจในพื้นที่ ให้ลด การปะทะถอยร่นมายังจุดที่เหมาะสม จัดวางกำลัง เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจรและดูแลความปลอดภัยรวมถึงตรวจตราการขนย้ายสิ่งของที่เป็นอันตราย  เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความรอบคอบ ระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการปะทะ

จ่อจับ “ผู้กองปูเค็ม” มีเอี่ยวด้วย

โฆษก สตช. กล่าวอีกว่า ขณะนี้ สภ.ชะอวด ได้รับแจ้งความดำเนินคดีไว้ 4 กลุ่ม คือ กรณีทำลายทรัพย์สินของราชการ กรณีปิดถนนแยกเตาปูน กรณีปิดถนนแยกควนหนองหงษ์ และกรณีการก่อเหตุจลาจล เมื่อช่วงเย็น วันที่ 16 ก.ย. ฝ่ายสืบสวนได้ตรวจสอบความเชื่อมโยง พบว่า กลุ่มผู้ชุมนุมที่ถูกควบคุมตัวเมื่อวันที่ 16 ก.ย. กับกลุ่มที่อยู่ระหว่างขออนุมัติออกหมายจับมีความเชื่อมโยงกับผู้ชุมนุมใน กทม. และมีพยานยืนยันว่ามีบุคคลลักษณะคล้าย ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล หรือผู้กองปูเค็ม อยู่ในเหตุการณ์ความรุนแรง ในครั้งนี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นจริงหรือไม่ ถ้าเป็นจริงก็ต้องดำเนินการ มีการข่าวว่ากลุ่มคนบาง กลุ่มไม่พอใจเจ้าหน้าที่ถึงขั้นจะไปเผาสถานที่ราชการในพื้นที่ และจับกุมบุคคลสำคัญในจังหวัด เจ้าหน้าที่เตรียมแผนดูแลอย่างเต็มที่ 100 เปอร์เซ็นต์

“ปู” สั่ง ตร.อดทนดูม็อบปิดถนน

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการชุมนุมของชาวสวนยางที่ จ.นครศรีธรรมราช ว่า ได้ให้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. มารายงานความคืบหน้าเพื่อให้คณะ รัฐมนตรี (ครม.) รับทราบ ซึ่งเบื้องต้น ครม.ได้ฝาก ให้กำลังใจไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่พยายามดูแล พื้นที่และขอให้ใช้ความละมุนละม่อม ระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบ อีกทั้งยังขอให้ ใช้ความอดทน รวมถึงดำเนินการต่างๆตามขั้นตอนของกฎหมาย ครม.ได้หารือแล้วเห็นชอบให้ ผบ.ตร.ลงไปในพื้นที่ โดยจะลงไปในวันนี้เพื่อพูดคุย ซึ่งใน เบื้องต้นทางจังหวัดได้ประกาศ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยมีผู้ว่าฯ เป็นประธาน

ย้ำรัฐบาลไม่ใช้วิธีการที่รุนแรง

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์ความรุนแรงเช่น เผารถใครจะรับผิดชอบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า คงต้องสืบสวนไปตามขั้นตอนตามข้อเท็จจริง เมื่อถามต่อว่า มีความจำเป็นต้องใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า จริงๆแล้ว พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ก็มีความคล้ายคลึงกันอยู่แล้ว เชื่อว่าผู้ว่าราชการจังหวัดจะดูแลได้ เพราะผู้ว่าฯเป็น ผอ.ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจแก้ไขปัญหาการชุมนุมประท้วงราคายางพาราและปาล์มน้ำมันตกต่ำ โดยได้นำเอาฝ่ายกฎหมาย ตำรวจ และผู้เกี่ยวข้องมาอยู่ในศูนย์ ต้องให้ ผบ.ตร.ได้ลงพื้นที่ก่อน และต้องดูตามสถานการณ์ หากมีความรุนแรงเกิดขึ้นอย่างไรก็คงต้องมาดูกัน เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงในพื้นที่และให้ความเข้าใจกับประชาชน เมื่อถามว่าเรื่องนี้คงจะจบลงอย่างไรเพราะกระทบเศรษฐกิจของประเทศ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า เราอยากจะจบ ไม่อยากให้มีเหตุการณ์อย่างนี้อยู่แล้ว แต่ถ้าจบด้วยวิธีการที่รุนแรงถือว่าไม่เป็นวิธีที่เหมาะสม

วอนสื่อเสนอข่าวตามข้อมูลจริง

เมื่อถามว่าในเมื่อมีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องรัฐบาลจะดูแลอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า หวังว่าสื่อมวลชนจะให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อมูลต่างๆที่ชัดเจนด้วย รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาและไม่อยากให้มีปัญหาอื่นๆเข้ามาแทรกกับความเดือดร้อนของประชาชน เพราะจะทำให้แก้ปัญหาไม่ถูกจุด อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เชิญผู้ประกอบการมาพูดคุยเพื่อเร่งรัดในเรื่องของยางพาราแปรรูป และจะทำอย่างไรในแผนระยะยาวและระยะกลางสำหรับการใช้ยางพารา นอกจากนี้ ยังเป็นการหารือในมาตรการอื่นๆด้วย เมื่อถามถึงกรณีปรากฏภาพชายแต่งกายคล้ายตำรวจทุบรถตำรวจในการปะทะระหว่างม็อบกับเจ้าหน้าที่เมื่อวันที่ 16 ก.ย. น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ชี้แจงไปแล้ว ต่อไปก็ต้องไปพิสูจน์กันตามขั้นตอน

แฉม็อบบางส่วนเป็นอดีต ผกค.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุม ครม. ที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พล.ต.ท.สฤษฎ์ชัย เอนกเวียง ผบช.ส. พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก สตช. ได้เข้ารายงานสถานการณ์การชุมนุมของเกษตรกรชาวสวนยางที่สี่แยกควนหนองหงษ์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช โดย ผบ.ตร.และโฆษก สตช. รายงานไปทิศทางเดียวกันว่าสาเหตุที่สถานการณ์การชุมนุมไม่ยุติ เพราะนักการเมืองและนายทุนที่เสียผลประโยชน์อยู่เบื้องหลัง มีเป้าหมายสร้างสถานการณ์ความรุนแรง นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลทางลับว่าผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งเคยเป็น ผกค.มาก่อน จึงเคยฝึกอาวุธ บางส่วนเป็นกลุ่มลูกขวานลอยลมที่นิยมความรุนแรง จึงกำชับตำรวจให้ยึดหลักปฏิบัติตามกฎหมาย

ตั้ง 3 รมต.ทีมตอบโต้ปมร้อน

จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์เสนอให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและ รมว.คลัง นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกฯและ รมว.เกษตรฯ เชิญทุกฝ่ายทั้งระบบมาประชุมกัน ก่อนแบ่งแถลงข่าวเป็นกลุ่มๆ สังคมจะได้เห็นภาพชัดเจนว่ารัฐบาลได้ช่วยเหลือกลุ่มไหนแล้วบ้าง ในที่สุดจะเหลือแต่ฝ่ายที่เสียผลประโยชน์ จึงทำให้มีเหตุการณ์วุ่นวายไม่หยุด ซึ่งนายกฯสอบถามว่าจะมีรัฐมนตรีท่านใดอาสาสมัครรวบรวมข้อมูลเพื่อชี้แจงเรื่องยางพารา โดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ยกมือเป็นอาสาสมัคร และนายกฯขอให้นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกฯและ รมช.เกษตรฯ เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ มีนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน และนายณัฐวุฒิ อยู่ในทีมงาน และขอให้บูรณาการข้อมูลร่วมกับตำรวจ เพื่อช่วยกันชี้แจงต่อสาธารณะ

“ธวัช” ยันยังไม่งัด ก.ม.มั่นคงคุม

พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประกาศห้ามบุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าไปยังพื้นที่สี่แยกควนหนองหงษ์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 ว่า จะขยายระยะ เวลาประกาศต่อหรือไม่ขึ้นอยู่กับ ผวจ.นครศรีธรรมราชตัดสินใจ ขณะนี้จะยังไม่ประกาศใช้ พ.ร.บ.มั่นคงฯ แต่หากจำเป็น รัฐบาลสามารถเรียกประชุม ครม.ชุดเล็กได้ทันทีภายใน 24 ชั่วโมง ยืนยันว่ามี การเมืองอยู่เบื้องหลังแน่นอน ทั้งระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติ มีคนจัดตั้งว่าจ้างและสั่งการมาจากพื้นที่หลายจังหวัด ผู้ชุมนุมต้องการยกระดับการชุมนุมให้สถานการณ์มีความรุนแรง ให้รัฐบาลใช้มาตรการตอบโต้เพื่อให้เข้าทางการเมือง ส่วนความต้องการคืออะไร อยู่ที่พรรคฝ่ายค้านหรือคนที่คิดจะล้มรัฐบาลคิดอะไรต่อไป การชุมนุมตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งแผนล้มรัฐบาล แต่ไม่สามารถจุดไฟล้มรัฐบาลติดแน่

ซัดม็อบป่วนจุดชนวนล้มรัฐบาล

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน กล่าวถึงเหตุปะทะระหว่างตำรวจกับผู้ชุมนุมชาวสวนยางว่า เรื่องนี้ยาว จะเป็นเรื่องการเมืองจนนำไปสู่ปัญหาทางการเมือง จนกระทั่งมีการเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบทั้งหมด วันนี้ตำรวจหนักใจ เพราะเวลา ตำรวจมาผู้ชุมนุมจะหลบ พอตำรวจมีน้อยผู้ชุมนุมจะออกมา ตนเคยอยู่ จ.นครศรีธรรมราช มา 1 ปี 3 เดือน รู้ที่มาที่ไป ส่วนที่ ส.ส.ภาคใต้ พรรคประชาธิปัตย์ ออกแถลงการณ์ให้ตำรวจยุติการสลายการชุมนุมนั้น ระยะหลังพรรคประชาธิปัตย์พูดอะไรน้ำหนักน้อย เชื่อว่าเป้าหมายของเขาที่จะล้มรัฐบาลนั้นทำไม่ได้ เพราะคะแนนนิยมนายกฯยังดี พรรคประชาธิปัตย์เติมคะแนนนิยมให้นายกฯแบบเติมวันเติมคืน ฟันธงนายกฯยังอยู่ได้ แต่เหนื่อยหน่อย ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องเหนื่อยหน่อย

“ณัฐวุฒิ” วอนเลิกปิดถนนตั้งวงคุย

ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ว่า ยืนยันรัฐบาลไม่มีนโยบายใช้ความรุนแรง กับประชาชน นายกฯได้กำชับทั้งระดับนโยบายจากส่วนกลาง และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ให้อดทนอดกลั้น ดูแลการชุมนุมโดยสันติวิธี อยากให้ผู้ชุมนุมตั้งสติรับฟังมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาล ในเมื่อส่วนใหญ่รับได้และยุติการชุมนุมแล้ว เชื่อว่าน่าจะมีทางออกที่ดีร่วมกันได้โดยการพูดคุยกัน และอยากให้ ส.ส.ในพื้นที่มีบทบาทในการทำความเข้าใจ กับประชาชนด้วย แต่หากยืนกรานปิดถนนต่อ เรียกร้องต่อไป ก็ยืนยันรัฐบาลไม่มีแนวทางใช้ความรุนแรงใดๆได้ ซึ่งข้อเรียกร้องที่ควนหนองหงษ์ไม่สอดคล้องความเป็นจริง รัฐบาลไม่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้ ถ้าจะมีข้อเรียกร้องใดๆอยากให้ยุติการปิดถนนแล้วมาตั้งวงเจรจา

“บรรหาร” แฉ รง.กักตุนยางตัวป่วน

นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงการชุมนุมของ เกษตรกรชาวสวนยางบางส่วน ที่สี่แยกควนหนองหงษ์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช และมีการปะทะจนมีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ ทรัพย์สินทางราชการเสียหายว่า เป็นคนส่วนน้อย ที่เป็นเจ้าของโรงงานยางพาราที่มีการกักตุนยางพาราไว้จำนวนมาก จึงได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นตนเชื่อว่าจะไม่บานปลาย จนนำไปสู่การชุมนุมต่อต้านรัฐบาล

พท.ย้ำนักการเมืองหนุนม็อบยาง

ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ที่ประชุมพรรคเพื่อไทยแสดงความเป็นห่วงการชุมนุมของชาวสวนยาง จึงได้มอบหมายให้ ส.ส.และสมาชิกพรรคไปชี้แจงเกษตรกรในพื้นที่ ทั้งภาคเหนือ กลาง อีสาน และภาคใต้ พบว่าเกษตรกรส่วนใหญ่เกือบร้อยละ 90 พอใจต่อมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาล มีเพียงส่วนน้อยที่ไม่พอใจ เราได้หารือถึงการชุมนุมที่แยกควนหนองหงษ์ ที่มีการสร้างสถานการณ์ความรุนแรง เผารถ ทำร้ายตำรวจบาดเจ็บ ได้รับข้อมูลว่าผู้ชุมนุมส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นนอกพื้นที่ โดยมีนักการเมืองหนุนหลัง และมีพ่อค้าได้ประโยชน์จากการกักตุนยางหลายแสนตัน เรียกร้องราคา 100 บาท/กก. หากรัฐบาลยอมคนกลุ่มนี้จะได้ประโยชน์ และอาจมีการเรียกร้องซ้ำซ้อนขึ้นมาอีก

ซัด ส.ส.ปชป.ซ้ำเติมปัญหาชาติ

“วันนี้ไม่ใช่การเรียกร้องของเกษตรกรแล้ว น่าจะเป็นการใช้ความเดือดร้อนของประชาชนมาล้มรัฐบาลมากกว่า น่าสังเกตว่าภาคใต้มี 14 จังหวัด ทำไมจึงเกิดเหตุที่  จ.นครศรีธรรมราชที่เดียว เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นตำรวจถูกกระทำมากกว่า พรรคประชาธิปัตย์ ที่มี  ส.ส.อยู่เต็มพื้นที่ภาคใต้ แทนที่จะช่วยคลี่คลายกลับซ้ำเติมปัญหา ขอร้องว่าอย่าเอาความเดือดร้อนประชาชนมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง” นายพร้อมพงศ์กล่าว

“นิพิฏฐ์” เตรียมลงพื้นที่นครศรีฯ

ด้านนายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ  ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จะเดินทางไปเยี่ยมผู้ชุมนุมชาวสวนยางพาราที่ควนหนองหงษ์  จ.นครศรีธรรมราช ในวันที่ 18 ก.ย.นี้ ต้องแจ้งล่วงหน้าเพราะเกรงว่าจะไปบิดเบือนว่ามีนักการเมืองอยู่เบื้องหลังอีก สถานการณ์วันนี้ต้องมีการพูดคุยระหว่างผู้ชุมนุมกับรัฐเพื่อสื่อสารกัน ซึ่งตนจะสอบถามชาวสวนยางว่าจะกำหนดบทบาทตนอย่างไร คงไม่ใช่ตัวแทนเจรจากับรัฐ แต่จะไปเพื่อช่วยหาทางออกว่าการชุมนุมจะจบอย่างไร รัฐบาลจะปฏิเสธไม่เจรจาไม่ได้ เพราะปัญหาเกษตรกรเป็นระดับชาติไม่ใช่แค่ภาคใต้แต่ทั่วประเทศ เมื่อยังมีเกษตรกรบางส่วนที่ไม่พอใจก็ต้องพูดคุย เราไม่อยากเห็นประชาชนจับอาวุธสู้กับรัฐ ซึ่งไม่มีทางชนะแต่ประชาชนจะถูกดำเนินคดีมากขึ้นเรื่อยๆ ที่สุดมันจะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว ซ้ำรอย 3 จังหวัดชายแดนใต้ เราปล่อยให้ประชาชนจับอาวุธสู้กับรัฐไม่ได้ และให้รัฐใช้อาวุธกับประชาชนไม่ได้เช่นกัน ไม่อย่างนั้นบ้านเมืองนี้มีปัญหาแน่ ต้องรีบแก้ไข

นายกฯห่วงม็อบทำนักลงทุนเผ่น

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ขอให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความละมุนละม่อมและอดทน เป็นไปตามมาตรฐานสากล และยึดกฎหมายเป็นหลัก จากรายงานระบุว่ามีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารไปในทางที่ผิดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งมีความจำเป็นต้องทำความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชน และตำรวจจะพยายามสาวไปถึงต้นตอ ชี้แจงทำความเข้าใจถึงสถานการณ์ที่แท้จริงว่าเป็นอย่างไร ทั้งนี้ นายกฯห่วงภาพสถานการณ์ที่ออกไปทำให้นักลงทุนต่างชาติเข้าใจผิดว่าเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งประเทศ จึงอยากให้กระทรวงต่างๆ เร่งชี้แจงถึงข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้