ข่าว
100 year

ลูกกระทิงแดง เจอหมายจับ

ไทยรัฐออนไลน์3 ก.ย. 2556 09:00 น.
SHARE

เบี้ยวนัดคดีชนตร.ดับ อ้างป่วยอยู่ที่สิงคโปร์

“บอส-วรยุทธ” ทายาทเรดบูล เบี้ยวอีก คดีซิ่งเฟอร์รารี่ชนตำรวจดับ หลังให้ทนายความนำใบรับรองแพทย์ อ้างป่วยกะทันหัน  ต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่สิงคโปร์  ส่งผลให้คดีขับรถเร็วหมดอายุความลง  ขณะที่อัยการบอกไม่มีผล  เพราะยังเหลืออีก  2  ข้อหาหลัก  ก่อนประสาน สน.ทองหล่อ ออกหมายจับเพื่อนำตัวไปยื่นฟ้องศาล

อัยการประสานตำรวจ ออกหมายจับลูกเจ้าพ่อกระทิงแดง โดยเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 2 ก.ย.ที่สำนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง 53 นายฤชา ไกรฤกษ์ อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษฝ่ายคดีอาญาใต้ 1 นัดส่งฟ้องนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา อายุ 28 ปี บุตรชายนายเฉลิม อยู่วิทยา นักธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดัง “กระทิงแดง” 3 ข้อหา ได้แก่ ขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และทำให้เสียทรัพย์ ไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือผู้ถูกชน และขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด กรณีนายวรยุทธขับรถเฟอร์รารี่ พุ่งชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ อายุ 47 ปี ผบ.หมู่ ป.สน.ทองหล่อ ถึงแก่ความตาย ก่อนขับรถลากศพไปไกล 200 เมตร เหตุเกิดบริเวณปากซอยสุขุมวิท 49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา เมื่อเช้ามืดวันที่ 3 ก.ย.55 โดยมีสื่อมวลชนทั้งไทย และสำนักข่าวต่างประเทศจำนวนมากที่ไปเฝ้ารอทำข่าวทายาทเจ้าของธุรกิจดังทั่วโลกครั้งนี้

ต่อมาเวลา 15.00 น. นายธนิต บัวเขียว ทนายความผู้ได้รับมอบอำนาจจากนายวรยุทธ เดินทางเข้าพบนายฤชา พร้อมนำใบรับรองแพทย์จาก M.B.B.S. (Singapore) ประเทศสิงคโปร์ ลงวันที่ 1 ก.ย.56 มามอบให้ อ้างเหตุที่ลูกความไม่สามารถเดินทางมาได้เนื่องจากป่วยกะทันหัน

ทั้งนี้ นายธนิตได้โชว์เอกสารใบรับรองแพทย์ให้สื่อมวลชนบันทึกภาพก่อนกล่าวว่า นายวรยุทธ ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ เพราะป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ โดยก่อนหน้านี้เคยนำใบรับรองแพทย์โรงพยาบาลย่านปทุมธานี ไปให้อัยการแล้วเมื่อวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นวันที่ 29 ส.ค. นายวรยุทธเดินทางไปทำธุรกิจที่ประเทศสิงคโปร์ จากเดิมคาดว่าจะกลับมาพบอัยการได้ทันตามนัด แต่กลับป่วยกะทันหันต้องเข้ารักษาตัว แพทย์ให้ความเห็นว่าต้องใช้เวลารักษา 2-3 วัน จึงจะเดินทางกลับไทยได้ โดยนายวรยุทธมีความกังวลใจเช่นกัน แต่ด้วยความจำเป็น ไม่มีเจตนาจะหลบเลี่ยง

ด้านนายฤชากล่าวว่า พยายามโทรศัพท์ติดต่อญาติของนายวรยุทธ และทนายความมาตลอดแต่ไม่สามารถติดต่อได้ เมื่อนายวรยุทธไม่มาพบในวันนี้ ทำให้ไม่สามารถนำตัวไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ได้ ทำให้ความผิดในข้อหาขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด อันเป็นความผิดลหุโทษมีอายุความ 1 ปี ซึ่งจะหมดอายุความในวันที่ 3 ก.ย.นี้ ต้องหมดอายุความลง แต่ขอยืนยันว่า ไม่มีผลต่อสำนวนคดี เนื่องจากข้อหาหลักคือข้อหาขับรถยนต์โดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และทำให้เสียทรัพย์ รวมทั้งข้อหาไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือผู้ถูกชน พนักงานอัยการได้เขียนคำฟ้องไว้ครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว พฤติการณ์ของนายวรยุทธครั้งนี้ถือว่ามีเจตนาหลบเลี่ยงไม่มาพบพนักงานอัยการ ฉะนั้นในวันที่ 3 ก.ย.56 จะประสานไปยังพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจขอหมายจับกุมนายวรยุทธเพื่อนำตัวไปยื่นฟ้องต่อศาล

อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษฝ่ายคดีอาญาใต้ 1 กล่าวต่อว่า ส่วนคำฟ้องที่ระบุว่า ผู้ต้องหากระทำผิด 3 ข้อหานั้น จะแก้ไขให้เหลือ 2 ข้อหาหลัก พร้อมทำหนังสือเสนอนายเศกสรรค์ บางสมบุญ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ เพื่อให้พิจารณามีคำสั่งว่าจะให้นำตัวไปฟ้อง 2 ข้อหาหลักที่เหลือเมื่อไหร่ ทั้งนี้ หากผู้ต้องหาติดต่อเข้าพบพนักงานอัยการหลังจากที่เดินทางกลับจากสิงคโปร์จริง อัยการสามารถยื่นฟ้องได้ทันทีเช่นกัน แต่หลังจากนี้นายวรยุทธไม่มีสิทธิ์ที่จะขอเลื่อนอ้างเหตุใดๆได้อีก เนื่องจากมีพฤติการณ์หลบเลี่ยง และเมื่อยื่นฟ้องต่อศาลแล้ว พนักงานอัยการจะยื่นคัดค้านการประกันตัวอีกด้วย ส่วนใบรับรองแพทย์ที่ทนายความผู้ต้องหาอ้างนั้นจะต้องตรวจสอบอีกครั้งว่ามีความน่าเชื่อถือเพียงใด รวมถึงตรวจสอบการเดินทางออกนอกประเทศของนายวรยุทธด้วยว่า ช่วงเวลาสอดคล้องตรงกับใบรับรองแพทย์ที่ยื่นไว้ก่อนหน้านี้หรือไม่

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้