กีฬา
100 year

อาลัย'หลวงปู่สุภา'มรณภาพ อริยสงฆ์5แผ่นดิน-วัย118ปี

ไทยรัฐออนไลน์3 ก.ย. 2556 09:00 น.
SHARE

พระเกจิชื่อดัง “หลวงปู่สุภา” อริยสงฆ์ 5 แผ่นดินละสังขารแล้วด้วยวัย 118 ปี ที่วัดคอนสวรรค์ จ.สกลนคร อันเป็นวัดบ้านเกิด หลังอาพาธด้วยโรคชรามานานร่วม 2 ปี ล่าสุดแพทย์ รพ.สกลนคร ตรวจพบลิ้นหัวใจรั่ว น้ำท่วมปอด นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลนาน 3 เดือน ก่อนอนุญาตให้กลับวัดตามความประสงค์ของหลวงปู่ กระทั่งมรณภาพอย่างสงบในเดือนเกิดพอดี ท่ามกลางความเศร้าสลด ของลูกศิษย์ลูกหา แห่ร่วมอาลัยแน่นขนัด

พระเกจิชื่อดังมรณภาพเปิดเผยขึ้น โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 2 ก.ย. พระมงคลวิสุทธิ์ หรือหลวงปู่สุภา กันตสีโล อายุ 118 ปี ซึ่งศิษยานุศิษย์นับถือว่าเป็นอริยสงฆ์ 5 แผ่นดิน ได้ละสังขารด้วยอาการสงบ ขณะจำพรรษาที่วัดคอนสวรรค์ ต.ค้อเขียว อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร ซึ่งเป็นวัดบ้านเกิด หลังอาพาธด้วยโรคชราเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ล่าสุดเข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.สกลนคร นานกว่า 3 เดือน แพทย์ตรวจพบลิ้นหัวใจรั่ว น้ำท่วมปอด พยายามรักษาอย่างเต็มที่ จนเมื่อเย็นวันที่ 1 ก.ย. แพทย์ได้อนุญาตให้นำกลับวัดตามความประสงค์ของหลวงปู่สุภา กระทั่งท่านละสังขารดังกล่าว สิริอายุ 118 ปี 99 พรรษา

หลังรับรายงาน นายบุญส่ง เตชะมณีสถิต ผวจ.สกลนคร นายพัณณ์เดช ศรีจันทร์ รอง ผวจ. พร้อมด้วยนายประทิม โกษาแสง นายอำเภอวาริชภูมิ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เดินทางมาดูแลความเรียบร้อย ในการเตรียมจัดงานศพ ท่ามกลางญาติโยมหลั่งไหลไปกราบศพครั้งสุดท้ายไม่ขาดสาย ก่อนที่จะเคลื่อนศพไปตั้งบนศาลากลางน้ำ เป็นศาลาขนาดใหญ่ ก่อสร้างโดยหลวงปู่สุภา ใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม โดยเวลา 17.00 น. วันที่ 3 ก.ย. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานน้ำหลวงสรงศพ ส่วนพิธีศพจะต้องประชุมหาข้อสรุปอีกครั้ง

ส่วนความเคลื่อนไหวที่วัดสิริสีลสุภาราม หมู่ 6 ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต ซึ่งเป็นวัดสุดท้ายที่หลวงปู่สุภา จัดสร้าง บรรยากาศเป็นไปด้วยความเงียบเหงา ไม่คึกคักเหมือนครั้งที่หลวงปู่จำพรรษาที่วัดดังกล่าว แต่หลังมีข่าวแพร่สะพัดมีประชาชนจำนวนมากได้มาเช่าวัตถุมงคลที่หลวงปู่ปลุกเสก ทั้งนี้นายปิยะวัฒน์ สีหะวีรชาติ ลูกศิษย์คนใกล้ชิดหลวงปู่สุภา กล่าวว่า ตนเป็นลูกศิษย์รับใช้หลวงปู่สุภามาตั้งแต่ปี 2502 หลังจากทราบข่าวว่า หลวงปู่ละสังขารก็รู้สึกเสียใจ เช่นเดียวกับลูกศิษย์คนอื่นๆ ขณะนี้มีคนโทรศัพท์มาสอบถามจำนวนมาก เพื่อขอคำยืนยันว่าหลวงปู่ละสังขารจริงหรือไม่ เพราะมีข่าวลือมาก่อนหน้านี้แล้ว นอกจากนั้นที่วัดก็เริ่มมีคนที่เข้ามาสอบถาม แต่ตอนนี้เชื่อว่าทุกคนคงรู้เรื่องแล้ว ขณะนี้สังขารของหลวงปู่อยู่ที่วัดคอนสวรรค์ จ.สกลนคร ตนลูกศิษย์คนอื่นๆ ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จะเดินทางไปเคารพศพของหลวงปู่ด้วยตัวเอง

ลูกศิษย์คนใกล้ชิด กล่าวด้วยว่า สำหรับประวัติหลวงปู่สุภา ท่านเป็นคน อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร เกิดเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2438 เท่ากับในปีนี้ท่านมีอายุย่างเข้าปีที่ 119 แล้ว และท่านมรณภาพตรงกับเดือนเกิด ตามประสาชาวบ้านเรียกว่าท่านสิ้นอายุไขพอดี โดยหลวงปู่บวชเณรตั้งแต่อายุ 9 ขวบ เป็นศิษย์ของพระอาจารย์สีทัตต์ วัดท่าอุเทน จ.นครพนม และปี 2463 ฝากตัวเป็นศิษย์ของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท จากนั้นได้ไปศึกษาทางด้านกษิณและฌานสมาบัติอยู่กับพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต หลังจากนั้นหลวงปู่สุภาได้ออกธุดงค์ไปในทุกภาคของประเทศ รวมไปถึงประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้มีลูกศิษย์ลูกหาจำนวนมาก ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ

นายปิยะวัฒน์ กล่าวว่า หลวงปู่สุภา ธุดงค์มา ที่จังหวัดภูเก็ตเมื่อประมาณปี 2500 โดยหลวงปู่สุภาเคยเล่าให้ฟังถึงการตัดสินใจธุดงค์มาที่ จ.ภูเก็ต ว่า ก่อนจะมาภูเก็ตหลวงปู่ได้นิมิตเห็นเทวดาองค์หนึ่งบอกให้ท่านมาช่วยโปรดคนกลุ่มน้อยในพื้นที่ จ.ภูเก็ต เพื่อช่วยเหลือให้พ้นทุกข์ ท่านจึงตัดสินใจมาที่ภูเก็ต โดยครั้งแรกท่านปักกลดอยู่บนเขารัง ต.ตลาดใหญ่ อ.เมืองภูเก็ต ตอนแรกท่านตั้งใจที่จะสร้างวัดบริเวณเขารัง แต่ทางเจ้าของที่ดินไม่ขายที่ดินให้ ท่านจึงตัดสินใจถอนกลดธุดงค์เพื่อเดินทางต่อไป แต่ในคืนก่อนที่หลวงปู่สุภาจะถอนกลดนั้น ท่านก็ได้นิมิตว่ามีพระภิกษุชราภาพรูปหนึ่งมาปรากฏร่างที่ข้างกลดท่านจึงออกไปพบ พระชรารูปนั้นก็ได้บอกหลวงปู่สุภาว่า “อย่าได้เสียใจเลย ยังมีสถานที่ที่เขาต้องการให้ท่านไปสร้างวัด ชาวบ้านเขารอกันเป็นเวลานาน แต่ไม่มีใครไปสร้างให้ ขอให้ข้ามทะเลไปยังเกาะสิเหร่ ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต ที่นั่นคือที่ที่ท่านจะสมปรารถนา”

หลังจากนั้นหลวงปู่สุภาลงเรือที่ทางญาติโยมจัดให้เดินทางไปเกาะสิเหร่ แล้วหลวงปู่สุภาก็ปักกลดแสวงหาวิเวกบนเกาะสิเหร่ หลวงปู่สุภา จึงสร้างเป็นวัดขึ้นเป็นวัดแรกของเกาะ เรียกว่า “วัดเกาะสิเหร่” อย่างไรก็ตาม เมื่อหลวงปู่สุภาสร้างวัดบนเกาะสิเหร่ สำเร็จแล้วท่านก็แบกกลดธุดงค์ขึ้นไปทางภาคเหนือ และพื้นที่อื่นๆอีกครั้ง เพื่อแสวงหาความวิเวก หลังจากนั้นหลวงปู่ก็ได้เดินทางกลับมาที่ จ.ภูเก็ต อีกครั้งโดยครั้งนี้หลวงปู่ได้กลับมาที่เขารัง ต.ตลาดใหญ่ อ.เมืองภูเก็ต ปักกลดที่บริเวณด้านหลังของ รพ.วชิระภูเก็ต ติดกับที่เก็บศพ ซึ่งเล่าลือกันว่าผีดุมาก หลังปักกลดมีศิษย์ที่เคยรู้จักมาพบเข้า จึงเล่าลือกันปากต่อปาก จนมีลูกศิษย์ลูกหามากราบไหว้จำนวนมาก และทุกคนเห็นพ้องว่าท่านอายุมากแล้ว จึงนิมนต์ให้หลวงปู่อยู่กับที่ โดยขอซื้อที่ดินจากเจ้าของที่จะขายให้1ไร่เศษ แล้วสร้างสำนักสงฆ์ขึ้น

ลูกศิษย์คนใกล้ชิดกล่าวอีกว่า ภายหลังหลวงปู่สุภาเล็งเห็นว่า หากต้องการสร้างความสงบให้แก่เขารังและ จ.ภูเก็ต ต้องสร้างพระพุทธรูปปางประทานพรไว้บนยอดเขารัง โดยออกแบบให้มีส่วนฐานขององค์พระขึ้นไปจากหลังคาสำนักสงฆ์ จนกระทั่ง ปี พ.ศ. 2544 หลวงปู่สุภาได้สร้างวัดใหม่อีกแห่งหนึ่ง ที่ถนนเจ้าฟ้าตะวันตก หมู่ 6 ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต บนเนื้อที่38 ไร่ โดยได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานนามจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ว่า “วัดสิริสีลสุภาราม” วัดแห่งนี้เป็นวัดลำดับที่ 39 ที่หลวงปู่สุภาได้สร้างขึ้น และถือเป็นวัดสุดท้ายที่หลวงปู่สร้างขึ้นซึ่งท่านได้อยู่ที่วัดนี้มาตลอด กระทั่งเมื่อเดือนเม.ย.55 ท่านก็ได้ย้ายไปอยู่ที่วัดคอนสวรรค์ จ.สกลนครซึ่งเป็นจังหวัดบ้านเกิดจนละสังขารในที่สุด

นายปิยะวัฒนกล่าวด้วยว่า นอกจากสร้างวัดแล้ว หลวงปู่สุภายังได้สร้างตึกสงฆ์ที่ รพ.วชิระภูเก็ตอีกด้วย และในช่วงวันเกิดของหลวงปู่ทุกๆปีจะมีการมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนในจังหวัดภูเก็ตด้วย แต่ละปีในช่วงวันเกิดจะมีประชาชนและลูกศิษย์จากทั่วสารทิศมาร่วมจำนวนมาก สำหรับเครื่องรางของขลังของหลวงปู่สุภา นิยมมากก็มี “พระเสด็จกลับ” ซึ่งเป็นวัตถุมงคลที่ทำขึ้นเป็นครั้งแรกที่วัดเกาะสิเหร่ นอกจากนั้น ยังมีแมงมุมเรียกทรัพย์ จระเข้เฝ้าทรัพย์ สำหรับวิชาแมงมุมมหาลาภเป็นตำราที่หลวงปู่สุภาได้เรียนมาจากหลวงปู่ศุข นอกจากนั้น ยังมีวัตถุมงคลอื่นๆอีกจำนวนมาก ส่วนคำสอนที่หลวงปู่บอกลูกศิษย์เป็นประจำคือ “กินน้อย นอนน้อย รักสันโดษ”

อย่างไรก็ตาม  เย็นวันเดียวกัน  พระปลัดวิชาญ ปวโร  ลูกศิษย์ใกล้ชิดของพระมงคลวิสุทธิ์  หรือหลวงปู่สุภา  กันตะสีโล  เดินทางเข้าพบ  พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง  ผบก.ป. เพื่อร้องทุกข์ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเงินในบัญชีหลวงปู่ถูกถอนไปประมาณ 22 ล้านบาท ทั้งนี้ พระปลัดวิชาญให้การว่า ก่อนหน้านี้ได้รับมอบอำนาจจากหลวงปู่สุภา ให้เข้าร้องทุกข์กรณีที่ได้ตรวจสอบพบว่าเงินสดในบัญชีธนาคารมีการถอนเงินออกไปเมื่อประมาณเดือน  เม.ย.ที่ผ่านมา จึงต้องการให้ตำรวจกองปราบช่วยตรวจสอบว่า  เป็นการดำเนินการอย่างถูกต้องหรือไม่  หากพบการ กระทำผิดก็ขอให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย  และขอให้ตรวจสอบกรณีทรัพย์สินอื่นๆของหลวงปู่อีกหลายรายการที่หายไปด้วย

ด้าน  พ.ต.อ.ประสพโชคกล่าวว่า  ทางพระปลัดวิชาญได้เข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน  กก.5  บก.ป.ไว้ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนที่หลวงปู่สุภาจะมรณภาพแล้ว  และวันเดียวกันนี้ได้เข้าพบตนเพื่อให้รายละเอียดเพิ่ม ตนได้สั่งการให้ทาง กก.5 บก.ป. จัดเจ้าหน้าที่ประสานกับหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เจ้าคณะจังหวัดภูเก็ต  และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง  เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีดังกล่าวโดยจะเร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้