ข่าว
100 year

จ่อจับ'โดม บ้านตูล'

ไทยรัฐออนไลน์3 ก.ย. 2556 09:00 น.
SHARE

มือยิงการ์ดม็อบสวนยาง ‘แกนนํา’คุยรัฐบาล4ก.ย. ขู่ยึดสนามบินถ้าไม่ได้ผล

ตำรวจจ่อออกหมายจับ “โดม บ้านตูล” มือยิงการ์ดม็อบสวนยางตาย-เจ็บ หลังบิ๊ก ตร.รุดสอบคนเจ็บถึงข้างเตียง แถมผู้เสียหายชี้รูปยืนยันชัดเจน แฉเป็นคนในพื้นที่ อ.ชะอวด แต่ไม่ชอบม็อบปิดถนน-ทางรถไฟ เคยเตือนหลายครั้งแล้วไม่มีใครฟังเลยแค้น พอกินเหล้าเมาได้ที่เจอ 2 เหยื่อกระสุนพูดจาไม่เข้าหูเลยชักปืน .38 จ่อยิง ด้านแกนนำม็อบเตรียมบุกไปสนามบินเมืองคอน-จัดม็อบดาวกระจายปิดถนนเพิ่มอีกหลายจุด พร้อมยกระดับการชุมนุม หากเข้าเจรจากับตัวแทนรัฐบาลในวันที่ 4 ก.ย.นี้ไม่รู้เรื่อง ขณะที่ “กิตติรัตน์” มั่นใจมาตรการลดเงินเซสได้ผลดี กระตุ้นราคายางกระเตื้องขึ้นทันที

เกือบบานปลายกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว หลังเกิดเหตุการ์ดม็อบสวนยางที่ปิดเส้นทางรถไฟบ้านตูล อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ถูกมือมืดยิงเสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บสาหัส 1 ราย ทำให้ผู้ชุมนุมโกรธแค้น ขู่จะนำศพเหยื่อกระสุนไปแห่ประท้วงเพื่อกดดันรัฐบาล หลังมีกลุ่มนักการเมืองผู้ไม่หวังดีปลุกระดมว่าเป็นฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐ หวังให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง  สุดท้ายกลายเป็นเรื่องโอละพ่อ เมื่อน้องผู้ตายออกมายอมรับว่าพี่ชายไม่ได้เป็นการ์ดของม็อบ และผลการสืบสวนของตำรวจพบเป็นการยิงกันเองในวงเหล้า โดยคนเจ็บยืนยันจำหน้ามือยิงได้แม่นยำว่าเป็นคู่อริเก่า ล่าสุดศาลเตรียมออกหมายจับผู้ก่อเหตุแล้วเป็นคนในพื้นที่  ด้านแกนนำม็อบประกาศกร้าวจะยกระดับการชุมนุมให้รุนแรงขึ้นด้วยการระดมพลชาวสวนยางปิดถนนทั่วประเทศ ขณะที่ตำรวจเตรียมพร้อมรับสถานการณ์เต็มที่

แพทย์แถลงอาการ 2 เหยื่อกระสุน

ที่ห้องประชุมชั้น 2 ตึกอุบัติเหตุ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา นพ.สมชัย อัศวสุดสาคร ผอ.รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม รอง  ผวจ.นครศรีธรรมราช นพ.อภิชาต วชิระพันธ์ ศัลยแพทย์ และคณะทีมรักษาพยาบาล  เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงผลการรักษานายสิทธิศักดิ์ ใจงาม อายุ 25 ปี และนายศิริชัย บุญนุวงศ์ อายุ 29 ปี ซึ่งถูกยิงด้วยปืนไม่ทราบชนิดมาจากบริเวณพื้นที่ชุมนุมปิดเส้นทางรถไฟบ้านตูล ต.บ้านตูล อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เมื่อช่วงตี 3 วันที่ 1 ก.ย.

ชี้ผู้ตายถูกยิงเข้าศีรษะทะลุสมอง

นพ.สมชัย อัศวสุดสาคร ผอ.รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช กล่าวว่า โรงพยาบาลได้รับตัวนายศิริชัยเข้ารับการรักษาจาก รพ.ชะอวด เมื่อเวลา 05.55 น. ในเวลานั้น นายศิริชัยไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ ใส่ท่อช่วยหายใจและใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา มีเลือดไหลจากแผลที่ศีรษะ พบบาดแผลขนาด 0.7 ซม.บริเวณใต้คิ้วขวาทะลุเข้าสมอง และบาดแผลขนาด 0.8 ซม. บริเวณท้ายทอยค่อนไปทางขวา นอกจากนี้ ยังพบบาดแผลฉีกขาดขนาด 1 ซม. บริเวณลำคอขวา และเสียชีวิตในเวลา 07.40 น.วันเดียวกัน แพทย์ได้ส่งศพนายศิริชัยไปยังสถาบันนิติเวช รพ.สุราษฎร์ธานี เพื่อผ่าศพพิสูจน์ โดยมี  พล.ต.ท.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ นายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ และทีมแพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ร่วมชันสูตรด้วย

คนเจ็บปลอดภัย–เจอลูกปืนฝังร่าง

นพ.สมชัยกล่าวต่อว่า  ส่วนนายสิทธิศักดิ์  ทาง รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช  รับตัวเข้ารักษาต่อจาก รพ.ชะอวด ในเวลา 06.05 น. อาการรู้สึกตัวดี หายใจไม่สะดวก ลิ้นบวมจุกปากน้ำลายไหลเป็นทาง พบบาดแผลลักษณะรูกลมรี ขนาด 0.7-0.8 ซม. บริเวณริมฝีปากด้านบน บาดแผลทะลุเข้าไปในปากและยังพบบาดแผลลักษณะเดียวกันบริเวณคอข้างซ้ายทะลุทะลวงคอ กระสุนไปฝังที่ซอกระหว่างกระดูกไหล่กับกระดูกสะบักด้านขวา นำตัวเข้าผ่าตัดเอากระสุนออกแล้วเสร็จในเวลา 11.50 น. อยู่ในห้องไอซียู อาการปลอดภัยแต่ยังพูดไม่ได้ มีเสียงอู้อี้ฟังไม่รู้เรื่อง เนื่องจากอาการลิ้นจุกปากและมีน้ำลายไหลตลอดเวลา ส่วนเศษกระสุนที่พบเป็นสีขาว ได้มอบให้พนักงานสอบสวน สภ.ชะอวด  เก็บไปเป็นหลักฐาน  ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นอาวุธชนิดใด และระยะวิถีกระสุนจะใกล้หรือไกลนั้นคงบอกไม่ได้เช่นกัน  เพราะแพทย์ไม่มีความเชี่ยวชาญทางด้านนี้ คงต้องรอให้หน่วยพิสูจน์หลักฐานเป็นผู้แถลงจะดีกว่า

ดักพบญาติขอศพไปตั้งกลางม็อบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาในเวลา 22.00น.คืนเดียวกัน บรรดาญาติๆได้นำศพนายศิริชัยออกจากสถาบันนิติเวช รพ.สุราษฎร์ธานี มาถึง อ.ชะอวด เพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่บ้านเลขที่ 143 หมู่ 6 ต.ชะอวด แต่ได้มีกลุ่มผู้ประสานงานผู้ชุมนุมประท้วงชาวสวนยางและสวนปาล์มเดินทางไปดักรอและขอร้องให้นำศพนายศิริชัยไปประกอบพิธีรดน้ำศพที่เวทีการชุมนุมบริเวณสามแยกควน–เงิน (หรือสามแยกบ้านตูล) หมู่ 1 ต.บ้านตูล  เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมได้จัดเตรียมพื้นที่เอาไว้เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งได้มีชาวสวนยางและประชาชนทั่วไปจำนวนมากรอเคารพศพนายศิริชัย ในที่สุดกลุ่มญาติๆทนรบเร้าไม่ไหว ยินยอมให้นำศพไปประกอบพิธีรดน้ำศพในเต็นท์กลางเวทีการชุมนุม

หวั่นมือที่ 3 นำศพไปปลุกระดม

ผู้สื่อข่าวรายงานในระหว่างการประกอบพิธีรดน้ำศพ กลุ่มผู้ประสานงานได้พยายามเกลี้ยกล่อมขอให้ญาติของนายศิริชัยยินยอมให้นำศพตั้งบำเพ็ญ กุศลไว้ที่กลางม็อบสวนยางก่อน 3 วัน พร้อมเปิดโอกาสให้ชาวสวนยางทั้งในและต่างพื้นที่ได้มาร่วมพิธีและไว้อาลัยกับนายศิริชัย โดยทางกลุ่มผู้ประสานงานจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด สร้างความกระอักกระอ่วนใจให้กับญาติผู้ตาย เนื่องจากเกรงว่าจะมีผู้ไม่หวังดีนำศพไปเป็นเหยื่อเพื่อสร้างสถานการณ์ ปลุกระดมให้เกิดความวุ่นวาย และหากไม่ให้ศพไปตามคำร้องขอก็อาจส่งผลเดือดร้อนมาถึงญาติๆ ซึ่งเป็นคนในพื้นที่

น้องชายยันพี่ไม่ใช่การ์ดในม็อบ

นายอภิชาติ บุญนุวงศ์ อายุ 21 ปี น้องชายนายศิริชัย กล่าวว่า การเสียชีวิตของพี่ชายในครั้งนี้ไม่อยากจะกล่าวหาว่าเป็นฝีมือของใคร แต่อยากขอความเป็นธรรมให้กับพี่ชายและอยากรู้ว่าใครเป็นคนทำเท่านั้น ขอยืนยันว่าพี่ชายไม่ได้เป็นผู้เดือดร้อนจากราคายาง ไม่ได้ไปร่วมชุมนุม ไม่ได้เป็นการ์ดของม็อบ เพราะพี่มีอาชีพเปิดร้านซ่อมแอร์อยู่ที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช และพักอยู่ที่ร้าน โดยจะกลับมาพักที่บ้านแม่ใน อ.ชะอวด เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น

ญาติลำบากใจม็อบขอศพ 3 วัน

“ก่อนเกิดเหตุพี่ชายขี่รถ จยย.ออกจาก อ.ทุ่งสง พร้อมเพื่อนอีก 1 คน มุ่งหน้ามาบ้านแม่ โดยเลยไปส่งเพื่อนก่อน กระทั่งเวลา 03.20 น. พี่โทร.มาบอกให้ไปรับที่หน้าที่ว่าการอำเภอชะอวด ซึ่งอยู่ห่างจากจุดชุมนุมประมาณ 5 กิโลเมตร เนื่องจากรถ จยย.ยางแตก แต่เมื่อตนไปถึงที่นัดกลับไม่เจอ จึงได้ออกตามหา กระทั่งมาทราบว่าพี่ชายถูกยิงเสียชีวิตแล้ว ญาติๆตั้งใจจะนำศพพี่ชายกลับไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านเลขที่ 143 หมู่ 6 ต.ชะอวด ซึ่งเป็นบ้านของมารดา แต่ทางกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงขอร้องให้นำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลในบริเวณสถานที่ชุมนุมประท้วงก่อน 3 วัน ก่อนจะให้นำศพไปตั้งที่บ้านมารดาตามความต้องการ ซึ่งตนต้องรอปรึกษากับญาติๆก่อนเพราะเกรงจะเกิดปัญหา” นายอภิชาติกล่าว

บิ๊ก ตร.สอบคนเจ็บ-ชี้รูปมือยิง

ที่ห้องไอซียู รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 2 ก.ย. พล.ต.อ.รชต เย็นทรวง ที่ปรึกษา ผบ.ตร. (สบ 10) พร้อมด้วย นพ.เอนก ยมจินดา ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เข้าเยี่ยมอาการนายสิทธิศักดิ์ ใจงาม การ์ดม็อบสวนยางที่ถูกยิงบาดเจ็บ โดยมี พล.ต.ท.ยงยุทธ เจริญวานิช ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช และ นพ.สมชัย อัศวสุดสาคร ผอ.รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช เข้าเยี่ยมด้วย ซึ่งตลอดเวลามีนางพวงมาศ เรืองศรี ผู้เป็นแม่เฝ้าดูแลอาการลูกชายอยู่ข้างเตียง โดย พล.ต.อ.รชตได้พูดคุยกับนายสิทธิศักดิ์ พร้อมนำภาพผู้ต้องสงสัยคนหนึ่งที่เป็นคนยิงนายสิทธิศักดิ์บาดเจ็บ และยิงนายศิริชัย บุญนุวงศ์ เสียชีวิตบริเวณริมทางรถไฟแยกบ้านตูล อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เมื่อตี 3 วันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งนายสิทธิศักดิ์ได้ชี้ภาพยืนยันว่า ผู้ต้องสงสัยคนดังกล่าวเป็นคนร้ายที่ใช้ปืนยิงตนและนายศิริชัยจริง หลังพูดคุยกับคนเจ็บราว 1 ชั่วโมง พล.ต.อ.รชตจึงเดินทางกลับ

จ่อออกหมายจับ “โดม บ้านตูล”

พล.ต.อ.รชต เย็นทรวง ที่ปรึกษา ผบ.ตร.(สบ 10) เปิดเผยว่า ขณะนี้ตำรวจรู้ตัวคนร้ายมือยิงรายนี้แล้วชัดเจน กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเสนอขออนุมัติศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ออกหมายจับนายเกียรติศักดิ์ จันทร์คง อายุ 31 ปี ฉายา “โดม บ้านตูล” อยู่บ้านเลขที่ 45/1 ม.3 ต.บ้านตูล อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยก่อเหตุครั้งนี้ ซึ่งทราบว่าหลังก่อเหตุนายเกียรติศักดิ์ ได้หลบหนีออกนอกพื้นที่ไปแล้ว แต่เชื่อว่าตำรวจจะล่าตัวนายเกียรติศักดิ์มาดำเนินคดีได้ในเร็วๆนี้ ล่าสุดศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำพยานเพิ่มเติมอีก 2-3 ปาก พร้อมให้บันทึกวีดิโอคำให้การของนายสิทธิศักดิ์ ใจงาม คนเจ็บที่นอนรักษาตัวในห้องไอซียู รพ.มหาราชนคร– ศรีธรรมราช มาเป็นหลักฐานให้ศาลพิจารณา เพื่อพิจารณาอนุมัติออกหมายจับนายเกียรติศักดิ์ต่อไป

แฉฝีมือคู่อริม็อบยิงคาวงเหล้า

พล.ต.อ.รชตกล่าวอีกว่า สำหรับนายเกียรติศักดิ์ หรือ “โดม บ้านตูล” ผู้ต้องสงสัยเป็นมือปืน มีภูมิลำเนาไม่ไกลจากสามแยกควนเงินจุดที่มีการชุมนุมปิดทางรถไฟมากนัก และนายเกียรติศักดิ์ไม่เห็นด้วยกับการปิดถนนและทางรถไฟประท้วงราคายางพารา  เคยมาขอร้องให้กลุ่มผู้ชุมนุมเปิดเส้นถนนและทางรถไฟในจุดดังกล่าวหลายครั้ง  แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ และยังมีเรื่องโต้เถียงกับกลุ่มการ์ดม็อบสวนยางหลายครั้ง ก่อนเกิดเหตุในขณะที่นายเกียรติศักดิ์มานั่งพูดคุยอยู่กับนายสิทธิ์ศักดิ์ ผู้บาดเจ็บ ซึ่งเป็นหัวหน้าการ์ดม็อบสวนยางบริเวณบ้านควนเงิน ต.บ้านตูล โดยมีการ์ดม็อบสวนยางคนอื่นร่วมวงดื่มเหล้าอยู่ด้วยอีก 3 คน ขณะนั้นนายศิริชัย ผู้ตาย ซึ่งเป็นช่างซ่อมแอร์ที่  อ.ทุ่งสง  เดินทางกลับมาเยี่ยมบ้าน ได้เข้ามานั่งสมทบและพูดคุยแสดงความเห็นขัดแย้งกับนายเกียรติศักดิ์  ทำให้อีกฝ่ายบันดาลโทสะชักปืน .38  ออกมารัวยิงใส่นายศิริชัยทันที  ขณะที่นายสิทธิ์ศักดิ์พยายามเข้าไปห้าม จึงถูกยิงไปด้วย

ปลุกระดมเหยื่อกระสุนถูกรัฐยิง

ที่จุดชุมนุมประท้วงปิดทางรถไฟ ถนนสายบ่อล้อ-ควนหนองหงส์ ต.บ้านตูล อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ตั้งแต่ช่วงสายมีชาวสวนยางทยอยเดินทางกันมาสมทบเป็นระยะ และร่วมเคารพศพนายศิริชัย บุญนุวงศ์ ที่ถูกยิงเสียชีวิต และศพถูกนำมาตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ภายในเต็นท์กลางม็อบ โดยชาวบ้านได้ร่วมกันบริจาคเงินใส่ตู้บริจาคเพื่อช่วยเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพ ขณะที่บนเวทีของผู้ชุมนุม  มีแกนนำสลับขึ้นไปปราศรัยโจมตีรัฐบาล และปลุกระดมกลุ่มผู้ชุมนุมโดยกล่าวหาว่าการเสียชีวิตของนายศิริชัยเป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่รัฐ และรัฐบาลต้องรับผิดชอบ

แม่ย้ำจะตั้งศพลูกไว้กลางม็อบ

นางสมจิตร บุญนุวงศ์ มารดานายศิริชัยผู้ตาย ได้มายืนไหว้ประชาชนที่มาร่วมชุมนุมและบริจาคเงินทำบุญช่วยเหลืองานศพ นางสมจิตรกล่าวว่า ขอขอบคุณทุกๆคนที่มีน้ำใจต่อลูกชาย ตนมีลูกทั้งหมด 5 คน นายศิริชัยเป็นลูกชายคนโต ถือเป็นกำลังหลักของครอบครัว ยืนยันว่าลูกชายเข้าร่วมชุมนุมเรียกร้องมาตั้งแต่ต้น ตั้งแต่เริ่มการชุมนุม ตนได้หารือญาติๆ หลังลูกเสียชีวิตจะนำศพลูกชายมาบำเพ็ญกุศลที่นี่ ผู้สื่อข่าวถามว่า ในช่วงที่ไปรับศพนายศิริชัยที่ รพ.สุราษฎร์ธานี น้องชายผู้ตายระบุว่า นายศิริชัยไม่ได้มาร่วมม็อบเพียงแต่มาส่งเพื่อนแล้วถูกยิงในเขตม็อบ และจะนำศพไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านของแม่ นางสมจิตรกล่าวว่า ลูกชายอีกคนไม่อยากให้วุ่นวาย ไม่อยากเกี่ยวข้องกับการชุมนุมจึงพูดอย่างนั้น จากนี้ไปตนจะไม่ขอพูดอะไรอีก ไม่อยากพูดให้ไปกระทบกับใครและฝ่ายใด

กสม.อ้างม็อบถูกละเมิดสิทธิก่อน

ต่อมา นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประธานอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง พร้อมคณะเดินทางมาเคารพศพนายศิริชัย และพูดคุยกับผู้ชุมนุมพักใหญ่ ก่อนไปยังจุดเกิดเหตุที่นายศิริชัยถูกยิง ตรวจดูที่เกิดเหตุบนถนน และพื้นที่รอบๆ นพ. นิรันดร์กล่าวว่า มาตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากผู้ชุมนุมร้องเรียนว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชน เกี่ยวกับสิทธิในการชุมนุมอย่างสงบ อันเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 63 ซึ่งคณะกรรมการจะไป รับฟังข้อมูลของฝ่ายราชการและผู้เกี่ยวข้อง ว่าทำไมถึงใช้กำลังสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 23 ส.ค. ที่ผ่านมา จนทำให้สถานการณ์บานปลาย

“นิพิฏฐ์” โผล่เยี่ยมม็อบปิดถนน

ส่วนบรรยากาศการชุมนุมปิดถนนบริเวณสี่แยกบ้านควนหนองหงส์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งต่อเนื่องกันมาเป็นวันที่ 11 แล้วนั้น ตั้งแต่ช่วงเช้า แกนนำเริ่มเปิดเวทีปราศรัย โดยมีกลุ่มชาวบ้านจากอำเภอต่างๆทยอยเดินทางมาร่วมตลอดเวลา โดยเฉพาะชาวสวนยางจาก อ.เทพา จ.สงขลา ยกพลกันมาหลายคันรถตู้ ต่างพากันชูธงชาติ พร้อมแผ่นป้ายและโปสเตอร์เขียนข้อความโจมตีรัฐบาล อาทิ รัฐบาลเข่นฆ่าประชาชน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ต่อมานายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมทีมงานเดินทางโดยรถตู้มาให้กำลังใจกลุ่มผู้ชุมนุม พร้อมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน แต่ไม่ยอมขึ้นเวทีปราศรัย อ้างกลัวจะถูกแจ้งจับอีก จากนั้นรีบขึ้นรถกลับทันที

อดีตโจรดังเป็นแกนนำเจรจารัฐ

ต่อมาในช่วงเย็น  ที่จุดชุมนุมประท้วงปิดทางรถไฟบ้านตูล นายเอียด เส้งเอียด อดีตโจรเรียกค่าไถ่ชื่อดัง และเป็นแกนนำคนสำคัญ  พร้อมแกนนำคนอื่นๆได้ขึ้นเวทีปราศรัย โดยนายเอียดกล่าวว่า จากที่ได้ประกาศเส้นตายว่า 11.00 น. วันที่ 2 ก.ย. หากรัฐบาลยังเพิกเฉยจะยกระดับการชุมนุม  ปรากฏว่าในช่วงดังกล่าวได้มีผู้ใหญ่ในรัฐบาลติดต่อมาที่ตนแจ้งว่า ในวันที่ 3 ก.ย.นี้  ตัวแทนของนายกรัฐมนตรี ที่มีอำนาจตัดสินใจจะขอเจรจากับผู้ชุมนุม ให้ตนและแกนนำรวม 15 คนไปพบ โดยจะนัดหมายสถานที่และเวลาอีกครั้งในช่วงเช้า  ตนและแกนนำคนอื่นๆได้ประชุมหารือกันแล้วมีความเห็นว่าจะยืดเวลาให้รัฐบาลไปก่อนเพื่อเจรจากัน  และจะยังไม่ยกระดับความรุนแรงการชุมนุม  รอผลการเจรจาในวันพรุ่งนี้อีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ยืนยันจะชุมนุมต่อไปจนกว่าข้อเรียกร้องจะบรรลุผล

ม็อบขู่บุกสนามบิน–ปิดถนนเพิ่ม

ที่  อ.ท่าศาลา  จ.นครศรีธรรมราช  นายอำนวย ยุติธรรม  ผู้ประสานงานกลุ่มชาวสวนยาง  อ.นบพิตำ อ.ท่าศาลา อ.สิชล และ อ.ขนอม กล่าวว่า ในวันที่ 3 ก.ย.นี้ เกษตรกรชาวสวนยางทั้ง 4 อำเภอ ไม่ต่ำกว่า 1 พันคน จะรวมตัวกันที่หน้าอำเภอท่าศาลา เพื่อแสดงพลังสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรที่ปิดถนนในพื้นที่  อ.ชะอวด  ด้วยการเดินทางไปยังท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช  เพื่อไปดูเครื่องบิน เพราะคนเหล่านี้ไม่รู้จักเครื่องบินเนื่องจากอยู่แต่ในสวนยาง บางทีอาจจะเหมาเครื่องบินเพื่อส่งยางไปขายต่างประเทศ จากนั้นจะเดินทางกลับมายังถนนสาย 401 เพื่อปิดถนนทั้งขาขึ้นและขาล่องอย่างเป็นทางการ โดยไม่บอกว่าจะเป็นบริเวณใด  เพราะเมื่อม็อบชะอวดเป่านกหวีด  พวกเราก็จะกระจายปิดถนนตามเส้นทางที่เราวางแผนไว้  ขอเรียกร้องให้ประชาชนทุกคนออกมาร่วมชุมนุม สนับสนุนม็อบเกษตรกรสวนยาง

ชุมพรเล่นแรงเผาหุ่นนายกฯปู

ส่วนที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดชุมพร  ชาวสวนยางและสวนปาล์มน้ำมัน ในพื้นที่ จ.ชุมพร ระนอง และประจวบคีรีขันธ์ เดินทางมาชุมนุมกันจำนวนมาก โดยแกนนำที่ส่วนใหญ่เป็นนักการเมืองท้องถิ่น  ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นเวทีโจมตีการทำงานของรัฐบาล ต่อมานายกฤษณ์ แก้วรักษ์ นายก อบต.ท่าข้าม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ในฐานะแกนนำ ได้ขึ้นเวทีกล่าวเชิญชวนให้ชาวสวนยาง-สวนปาล์มที่มาชุมนุมอยู่หน้าศาลากลางลุกขึ้นยืนไว้อาลัย  กล่าวคำ “ไม่อโหสิกรรม” ให้กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี  แล้วนำหุ่นนายกฯยิ่งลักษณ์ที่ใช้รูปถ่ายขนาดเท่าตัวจริงตัดปิดไว้บนโฟม  ลงไปใส่ไว้ในโลงศพ แล้วให้ชาวบ้านที่มาชุมนุมนำดอกไม้จันทน์ ใส่ในโลงศพ ก่อนจะจุดไฟเผา

ส.ส.ปชป.ขู่ยึดห้องผู้ว่าฯชุมพร

นายชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์  กล่าวว่า  เหตุที่ชาวสวนยาง-สวนปาล์มใน  3  จังหวัด คือ ชุมพร  ระนอง  และประจวบคีรีขันธ์ มาชุมนุมเนื่องจากได้รับความเดือดร้อนจากราคายางพาราและปาล์มน้ำมันตกต่ำ ดังนั้น  การยื่นข้อเรียกร้องในครั้งนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องการเมือง  แต่เป็นความเดือดร้อนของชาวบ้านจริงๆ  หากไม่ได้รับการแก้ไขจากรัฐบาล  กลุ่มผู้ชุมนุมจะยกระดับการชุมนุมเพิ่มจำนวนมากขึ้นและจะยึดศาลากลางจังหวัดเป็นที่หลับนอนและอยู่อาศัย  โดยจะยึดห้องทำงานของ ผวจ.ชุมพร  และของข้าราชการทั้งหมด  แล้วให้ชาวสวนปาล์ม  สวนยาง  ทำงานแทนผู้ว่าฯและข้าราชการต่อไป โดยการชุมนุมจะยืดเยื้อไม่มีกำหนดอย่างแน่นอน หากไม่ได้รับการแก้ไขจากรัฐบาล

ผลชันสูตรศพถูกยิงระยะประชิด

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี  ผู้ช่วย  ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณียิงการ์ดม็อบยางว่า ได้รับรายงานจากผู้เชี่ยวชาญผลตรวจชันสูตรศพนายศิริชัย บุญนุวงศ์ ว่าถูกยิงด้วยปืน .38 จำนวน 2  นัด  นัดแรกเข้าสะโพกทะลุขา  และอีกนัดยิงเข้าที่ท้ายทอย สภาพศพมีรอยฟกช้ำน่าจะเกิดจากการต่อสู้  ซึ่งคนร้ายใช้ปืนยิงผู้ตายที่สะโพกทะลุขาทำให้ล้มลง  ก่อนถูกคนร้ายยิงซ้ำจนเสียชีวิต ในการยิงเป็นระยะห่างกว่านายสิทธิศักดิ์ ใจงาม ผู้บาดเจ็บที่ถูกยิงระยะประชิดด้วยปืน .38 จำนวน 2 นัด นัดแรกยิงผ่านลำคอด้านซ้ายมาตุงที่ไหล่ขวา  มุมกระสุนเฉียงมาเล็กน้อย และนัดที่ 2 ปากทะลุท้ายทอย มีคราบเขม่าดินปืนที่ใบหน้า ระยะยิงไม่เกิน 3 ฟุต เชื่อว่าผู้บาดเจ็บน่าจะจำหน้าคนยิงได้

ปล่อยข่าวลือว่อนโลกออนไลน์

ขณะที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร กล่าวว่า จากการสืบสวนและการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานได้พยานหลักฐานเพียงพอในการขออนุมัติหมายจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง 1 คน เป็นผู้ที่ลงมือยิง เป็นคนในพื้นที่ ต.บ้านตูล อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช สาเหตุน่าจะเกิดจากผู้ตายและผู้ที่ยิงมีเรื่องทะเลาะวิวาทก่อนถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตขณะเดินทางกลับบ้าน ได้มอบหมาย พล.ต.อ.รชต เย็น– ทรวง ที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่ารอง ผบ.ตร. เข้า ดูแลเรื่องนี้เพื่อให้รอบคอบ โปร่งใส ตอบคำถามสังคมให้ได้ โดยยึดพยานหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์เป็นหลัก ขณะนี้สถานการณ์ชุมนุมมีผู้ต้องการยั่วยุให้สถานการณ์รุนแรง ทำให้เกิดความสับสน โดยการปล่อยข่าวทางโซเชียลมีเดีย ได้สั่งเพิ่มจุดตรวจค้นอาวุธเพื่อสกัดกั้นการปะทะระหว่างพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมกับกลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก เจ้าหน้าที่ต้องอดทนอดกลั้นใช้การเจรจาต่อรองเป็นหลัก

เริ่มปลุกระดมยั่วยุใช้ความรุนแรง

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจยังอยู่นอกพื้นที่ไม่น้อยกว่า 10 กม. ความเคลื่อนไหวยังอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ จังหวัดที่เริ่มมีการเคลื่อนไหวอยู่ที่สุราษฎร์ธานี ชุมพร และตรัง ส่วนจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ที่ไม่มีการเคลื่อนไหว คือ ระนอง พังงา และภูเก็ต ความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวนกรณีการ์ดของกลุ่มผู้ชุมนุมถูกยิงเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ จากการเข้าไปตรวจพื้นที่เกิดเหตุของเจ้า– หน้าที่พบอุปสรรคเป็นอย่างยิ่ง  เจ้าหน้าที่ถูกตรวจค้นและเข้าที่เกิดเหตุได้เพียง 5 คน โดยต้องให้น้องชายผู้เสียชีวิตพาเข้าไป ข้อมูลทางฝ่ายการข่าวยืนยันว่ากลุ่มแกนนำอย่างน้อย 2 คน พยายามปลุกเร้า และยั่วยุให้กลุ่มผู้ชุมนุมยกระดับความรุนแรงตลอดเวลา ซึ่ง ผบ.ตร.สั่งการให้ตรวจสอบประวัติว่ามีหมายจับค้างเก่า หรือมีคดีความต่างๆหรือไม่ พร้อมสั่งเก็บพยานหลักฐานทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวที่ปรากฏทั้งหมด หากพบว่าผู้ใดกระทำความผิดให้ดำเนินคดีและออกหมายจับในทุกกรณี

แฉแกนนำสวนลุมฯร่วมม็อบยาง

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวต่อว่า  สำหรับสถานการณ์การชุมนุมในวันที่ 3 ก.ย. ฝ่ายข่าวรายงานว่า ขณะนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมในภาคใต้ได้เชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ชุมนุมในพื้นที่สวนลุมพินี  ตรวจสอบพบว่าแกนนำบางส่วนที่สวนลุมพินีได้ลงสู่พื้นที่ภาคใต้ด้วย  ส่วนพื้นที่อื่นๆ ไม่มีการชุมนุมเพราะหลายส่วนมีความพอใจตามเงื่อนไขของรัฐบาล สรุปได้ว่าการชุมนุมจะมีอยู่  5จุด คือบริเวณควนหนองหงส์ และ ต.บ้านตูล บริเวณสหกรณ์  อ.พุนพิน  จ.สุราษฎร์ธานี  คาดว่าจะมีมวลชน 3,000 คน บริเวณหน้าศาลากลาง จ.ชุมพร คาดว่าจะมีมวลชน 300 คน หน้าศาลากลาง จ.กระบี่ ประมาณ 300 คน และที่ศาลากลาง จ.ตรัง ราว 300 คน  ผบ.ตร.สั่งการให้เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ โดย ผบก.ภ.จ.ประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัด  ผบช.ภ.ที่มีข่าวว่าจะมีการชุมนุมสามารถสั่งการใช้กำลังตำรวจในพื้นที่ของภาคนั้นๆได้ และเน้นให้ทำทุกวิถีทางที่ไม่ให้มีการปิดถนนหรือทางรถไฟเป็นอันขาด แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความสันติและสงบ

บุกร้อง ผบ.ตร.ถูกตำรวจรุมซ้อม

ขณะเดียวกัน นายสมเกียรติ ตองเสน อายุ 35 ปี เกษตรกรสวนยางพารา อ.ชะอวด จ.นคร– ศรีธรรมราช เดินทางไปยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เพื่อขอความเป็นธรรม เนื่องจากเมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา ถูกตำรวจ 5-6 นาย ทำร้ายร่างกายบาดเจ็บ โดยนายสมเกียรติอ้างว่าวันเกิดเหตุเข้าร่วมชุมนุม แต่ตำรวจได้สลายการชุมนุม และถูก ร.ต.ท.สุนันท์ ช่วยเกิด และตำรวจจำนวนหนึ่ง ลากตัวไปซ้อมโดยไม่ทราบสาเหตุ ต้องเข้ารักษาตัวที่ รพ.ชะอวด ต่อมาถูกตำรวจตามไปข่มขู่ที่โรงพยาบาลจนต้องหนีออกจากพื้นที่ จึงเดินทางมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอความเป็นธรรม อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบประวัติพบว่านายสมเกียรติถูกออกหมายจับในข้อหาผิด พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ศ.2535 จากกรณีปิดทางรถไฟ และปิดถนนสายเอเชียที่ อ.ชะอวด เมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา

“ปู” รับห่วงสถานการณ์ม็อบยาง

เมื่อเวลา 14.50 น.ที่สนามบินสุวรรณภูมิ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปสาธารณรัฐประชาชนจีน ถึงการชุมนุมของชาวสวนยาง จ.นครศรีธรรมราช ว่าได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมร่วมกันเพื่อให้เกิดการบูรณาการในการทำงาน และมอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประสานงานทุกกระทรวง ทั้งความมั่นคง การลงพื้นที่ทำความเข้าใจ ที่ต้องมีเจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรฯร่วมอยู่ด้วย ยอมรับว่าสถานการณ์ขณะนี้น่าเป็นห่วง ได้ย้ำรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และ ผบ.ตร.ให้ดูแลความเรียบร้อย และสั่งเพิ่มการรักษาความปลอดภัย แต่จะไม่มีการยกระดับการเจรจา เป็นเพียงการลงไปบูรณาการการทำงานให้มากขึ้น พูดคุยกับพี่น้องประชาชน อยากขอร้องผู้ชุมนุมไม่อยากให้ปิดเส้นทางจราจร เพราะส่งผลกระทบกับการจราจรและเศรษฐกิจในภาคใต้

วอนเห็นใจรบ.–ให้ตามขอไม่ได้

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่หลายฝ่ายเกรงเกิดความรุนแรงในการชุมนุม ได้กำชับเจ้าหน้าที่ใช้ความอดทนตามหลักของกฎหมาย ให้ความเป็นธรรม และเน้นการพูดคุยเป็นหลัก เมื่อถามว่า คนในพื้นที่บอกว่ารัฐบาลไม่ได้ส่งคนที่มีอำนาจในการตัดสินใจลงไปเจรจา นายกฯ กล่าวว่า ไม่ว่าจะส่งใครลงไปก็ต้องกลับมาประชุมในรูปแบบของคณะกรรมการที่มีตัวแทนจากพี่น้องชาวสวนยางมาร่วมเป็นคณะกรรมการ และสั่งรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเร่งลงพื้นที่แล้ว ส่วนที่กลุ่มผู้ชุมนุมเกษตรกรชาวสวนยางยังยืนยันราคายางอยู่ที่ 120 บาทต่อกิโลกรัมนั้น ต้องขอความเห็นใจจริงๆ หลายมาตรการช่วยเหลือรัฐได้ดำเนินการไปแล้ว ขณะนี้ตนได้มอบหมายให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง แถลงข่าวชี้แจงประชาชนในพื้นที่ว่ารัฐบาลได้ดำเนินการอย่างไรบ้าง

มท.1 สั่งผวจ.เข้มใช้กฎหมาย

ที่กระทรวงมหาดไทย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมกำหนดแนวทางในการดูแลการชุมนุมของศูนย์เฉพาะกิจติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์ด้านมวลชน กระทรวงมหาดไทย เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ได้โฟนอินเข้าที่ประชุมสั่งกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัด ผ่านทางศูนย์ฯให้ดูแลการชุมนุมให้เป็นไปด้วยความสงบตามกรอบของกฎหมายและรัฐธรรมนูญ หากมีการปิดถนน หรือยกระดับการชุมนุมให้ ผวจ.และผู้การจังหวัดดูแลให้เป็นไปตามข้อกฎหมายโดยเคร่งครัด

ยังไม่พบพื้นที่ใดมีความรุนแรง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การข่าวของกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 3 ก.ย. ยังไม่มีรายงานว่าจะมีการชุมนุมในจุดใดเกิดความรุนแรง ภาพรวมการชุมนุมยังคงมีจุดประสงค์เพื่อการแสดงพลัง การจะยกระดับการชุมนุมหรือไม่ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้มาร่วมชุมนุม โดยเฉพาะที่ จ.สุราษฎร์ธานี กำหนดนัดหมายที่สหกรณ์โคออป น่าจะมีผู้ชุมนุม 5 พันคน แต่หากมีผู้ชุมนุมจาก จ.สตูล และจ.สงขลา มาร่วม แกนนำอาจพิจารณายกระดับการชุมนุม ซึ่งจังหวัดและตำรวจจะต้องเฝ้าระวัง ส่วนการชุมนุมที่ในส่วนกลางที่กรุงเทพฯ คาดว่าจะมีการส่งตัวแทนของภาคต่างๆ มายื่นข้อเรียกร้อง เน้นการชุมนุมเชิงสัญลักษณ์ ทั้งนี้ การดูแลได้เน้นให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และต้องระมัดระวังไม่ให้กระทบการเสด็จฯเยือนของสมเด็จพระราชาธิบดี ประเทศมาเลเซีย ซึ่งรัฐบาลต้องถวายการต้อนรับให้สมพระเกียรติ

“ยุคล” ย้ำไม่แทรกแซงราคายาง

นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า มาตรการรับมือม็อบชาวสวนยาง ที่จะชุมนุมใหญ่วันที่ 3 ก.ย.นี้ จะเน้นการชี้แจงให้ชาวสวนยางเข้าใจว่ารัฐบาลได้เดินหน้ามาตรการช่วยเหลืออะไรไปแล้วบ้าง และชาวสวนยางจะได้อะไรเพิ่ม หลังจากรัฐบาลช่วยเงินค่าปุ๋ย และงดเก็บเงินเซส เพื่อเพิ่มส่วนต่างราคาให้ชาวสวนยางแล้ว ตอนนี้จะเน้นทำความเข้าใจกับชาวสวนยางว่า จะต้องเปลี่ยนวิธีคิดของเกษตรกรว่า จะเอาราคามาเป็นตัวตั้งการเจรจาอย่างเดียว การแก้ปัญหาราคายางตกต่ำคงจะไม่จบ ต้องเน้นที่การลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยที่รัฐจะไม่เข้าไปแทรกแซงราคาโดยตรง เพราะจะเกิดปัญหาตามมาอีกมาก

เผยหลายจังหวัดงดชุมนุมแล้ว

นายยุคลกล่าวว่า จากการดำเนินมาตรการต่างๆ ของรัฐในการเข้าไปแก้ไขปัญหาให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกยาง รวมถึงรับฟังข้อเรียกร้องของผู้แทนเกษตรกรชาวสวนยางที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรหลายจังหวัดยอมรับแนวทางของรัฐบาล จากการรายงานของสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดแจ้งว่า เครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยาง จ.ระนอง เลย บึงกาฬ ยโสธร นครสวรรค์ อุทัยธานี และกำแพงเพชร ได้มีมติที่จะไม่มีการชุมนุมในวันที่ 3 ก.ย.นี้ โดยจะรอฟังผลมาตรการแก้ไขปัญหาราคายางพาราที่จะเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ก่อน

ดัน 4 มาตรการช่วยยางเข้า ครม.

นายยุคลกล่าวอีกว่า  ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 3 ก.ย.นี้ จะเสนอมาตรการช่วยเหลือชาวสวนยาง 4 ข้อ คือ  1.สนับสนุนเงินค่าปัจจัยการผลิตให้ชาวสวนยางไร่ละ 1,260 บาท รายละไม่เกิน 10 ไร่ วงเงิน  8,700  ล้านบาท  2.สนับสนุนเงินกู้ปลอดดอกเบี้ย ให้กลุ่มสหกรณ์ไปก่อสร้างโรงงานแปรรูปยาง วงเงินรวมไม่เกิน 5,000 ล้านบาท 3.สนับสนุนสินเชื่อปลอดดอกเบี้ยหรือดอกเบี้ยต่ำ ในการเปลี่ยนเครื่องจักรกลุ่มโรงงานผลิตภัณฑ์ยางขนาดใหญ่ เช่น ถุงมือยาง วงเงินไม่เกิน  15,000  ล้านบาท  และ 4.นำเงินสงเคราะห์ยาง หรือเงินเซส (Cess) มาสนับสนุนเกษตรกรโค่นต้นยางแก่อายุ 25 ปีขึ้นไป มีประมาณ 1 ล้านไร่ทั่วประเทศ และปลูกต้นยางใหม่ทดแทน ส่วนข้อตกลงกับชาวสวนยางที่จะเพิ่มเงินช่วยเหลือเป็น 25 ไร่ คาดว่าจะต้องใช้งบประมาณเพิ่มอีก 2,000 ล้านบาท

ส.ปาล์มฯ ชี้ราคาปาล์มไม่ตกต่ำ

นางวิวรรณ บุณยประทีปรัตน์ เลขาธิการสมาคมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในส่วนของกลุ่มชาวสวนปาล์มส่วนใหญ่ขณะนี้ไม่มีปัญหา ราคาปาล์มน้ำมันไม่ได้ตกต่ำ และยังมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น เพื่อใช้ทดแทนราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น หลังนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศจะปฏิบัติการทางทหารในซีเรีย แต่ชาวสวนปาล์มที่ไปเรียกร้องให้รัฐบาลประกันราคาปาล์มที่กิโลกรัม (กก.) ละ 7  บาทนั้น  เป็นกลุ่มชาวสวนปาล์มที่ต้องการช่วยเหลือเพื่อนชาวสวนยางมากกว่า

เตรียมเสนอ ครม.อนุมัติค่าปุ๋ย

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เผยว่า ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ได้หารือร่วมกับนายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรฯ  และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามและแก้ไขปัญหาราคายางพาราและการชุมนุมของชาวสวนยาง ได้ข้อสรุปว่า ในวันที่ 3 ก.ย.นี้ ในการประชุมคณะรัฐมนตรี  จะเสนอ  ครม.ให้ความเห็นชอบมาตรการแก้ไขปัญหายางพารา  ตามมติของ กนย.เมื่อวันที่ 14 ส.ค. โดยมีมาตรการให้ความช่วยเหลือค่าปัจจัยการผลิตแก่เกษตรกรที่มีเอกสารสิทธิ รายละไม่เกิน 10 ไร่ ในอัตราไร่ละ 1,260 บาท หลัง ครม.ให้ความเห็นชอบแล้ว ในวันพุธที่ 4 ก.ย. จะหารือกับตัวแทนผู้ชุมนุมชาวสวนยาง 12-15 คน ในข้อเรียกร้องเพิ่มเติมต่างๆ เพื่อพิจารณาว่ารัฐบาลจะช่วยเหลือเพิ่มเติมอะไรได้อีก โดยจะไม่ปิดประตูในทุกเงื่อนไข แต่ขอให้คุยกันด้วยเหตุผล จากนั้นจะนำผลการหารือเข้าที่ประชุม กนย. ในวันที่ 5 ก.ย.ทันที

ลดเงินเซสได้ผลราคายางดีขึ้น

“ผมอยากจะขอความเมตตากรุณาจากผู้ชุมนุมชาวสวนยางให้เปิดเส้นทางถนนและทางรถไฟ เพราะทำให้เกิดความเดือดร้อนทั้งกับผู้ชุมนุมเองและผู้ที่เดินทางสัญจร  และอาจทำให้เกิดผลเสียต่อเศรษฐกิจของประเทศ ขอให้มาปรึกษาหารือกันก่อนจะเป็นพระคุณและช่วยให้คลายความกังวลลงไปได้ อย่างไร ก็ตาม ขอยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่ใช้แนวทางการประกันราคาเพื่อแก้ไขปัญหาราคายางพารา  แต่จะใช้วิธีการบริหารอุปสงค์และอุปทานแทน  และการลดการเก็บค่าธรรมเนียมการส่งออกยางหรือเงินเซส ที่จะทำให้ผู้ส่งออกไปเพิ่มราคารับซื้อยางได้อีก จะช่วยให้ราคายางขยับราคาเพิ่มขึ้นได้ หลังจากช่วงหลังวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมาที่  กนย.มีมติแก้ไขปัญหายางพาราไป ราคายางก็ได้ไต่ระดับขึ้นมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว” นายกิตติรัตน์กล่าว

บพ.พร้อมรับม็อบบุกสนามบิน

ด้านนายเสรี จิตต์โสภา รองอธิบดีฝ่ายท่าอากาศยาน กรมการบินพลเรือน (บพ.) เปิดเผยว่า บพ.ได้ประสานตำรวจ จ.นครศรีธรรมราช และผู้ประกอบการสายการบิน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกรณีที่อาจจะมีกลุ่มม็อบสวนยางเข้าไปใช้พื้นที่ของสนามบินนครศรีธรรมราชแล้ว หากเกิดเหตุการณ์ขึ้นทุกหน่วยงานก็พร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับการให้บริการผู้โดยสารและเที่ยวบินทั้งหมด ที่ผ่านมา บพ.ได้หารือร่วมกับผู้ว่าฯนครศรีธรรมราช โดยกำหนดแผนรับมือในเรื่องดังกล่าวไว้แล้ว มั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาการเข้าไปยึดพื้นที่สนามบินนครศรีธรรมราชเป็นที่ชุมนุม ขณะเดียวกันยังได้แจ้งให้สายการบินทราบในเบื้องต้นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เพื่อให้เตรียมรับมือในการให้บริการผู้โดยสารที่อาจจะล่าช้ากว่ากำหนดด้วย

ยันไม่ให้ปิดสนามบินเมืองคอน

“ในกรณีที่มีการปิดประตูด้านหน้า ผู้โดยสารที่เข้าใช้บริการอาจจะได้รับความยากลำบากในการเข้าใช้บริการบ้าง เพราะจะต้องแสดงตั๋วโดยสารขึ้นเครื่องบินก่อน จึงจะสามารถเข้าไปในพื้นที่สนามบินได้ โดยได้ประสานไปยังสายการบินให้พิจารณาในเรื่องความล่าช้าของผู้โดยสารจากกรณีนี้ด้วย ส่วนผู้โดยสารที่ลงจากเครื่องบินคงจะไม่มีปัญหา สามารถเดินทางออกมาได้อยู่แล้ว สำหรับเที่ยวบินที่ให้บริการในสนามบินนครศรีธรรมราชมีประมาณ 8-9 เที่ยวบินต่อวัน เฉลี่ยเที่ยวบินละประมาณ 150 ที่นั่ง ยืนยันว่าทางสนามบินนครศรีธรรมราช จะไม่มีการปิดสนามบินอย่างแน่นอน ทุกเที่ยวบินยังให้บริการได้ตามปกติ” นายเสรีกล่าว

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้