กีฬา
100 year

ห่วงเด็กติด'ไลน์' ส่อมีพฤติกรรมแข็งกระด้าง

ไทยรัฐออนไลน์25 ส.ค. 2556 12:33 น.
SHARE

กรมสุขภาพจิตออกโรงเตือน เด็กติดสมาร์ทโฟน แอพพลิเคชั่น “แชทไลน์” ส่อพฤติกรรมแข็งกระด้าง สูญเสียการใช้ชีวิตประจำวันของวัยเด็กที่ควรจะเป็น เพราะใช้ตัวหนังสือสื่อสารแทนพฤติกรรมจริง เปิดบริการบำบัดอาการผ่านสายด่วน 1323 ตลอด 24 ชม.

นายสรวงศ์ เทียนทอง รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้ มีความห่วงใยพฤติกรรมคนไทยในการใช้โทรศัพท์มือถือในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะชนิดสมาร์ทโฟน ซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้นทั้งผู้ใหญ่และเด็ก โดยเฉพาะโปรแกรมแอพพลิเคชั่นไลน์ (LINE) ที่นิยมใช้ในการส่งข้อความ เช่น ส่งการบ้าน ข้อความสั้น ส่งรูปถ่ายส่วนตัว รูปทั่วไป คลิปเสียง สติ๊กเกอร์ต่างๆ และใช้ฟรีตลอดเวลา โดยผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติล่าสุด ในปี 2555 พบว่า ในกลุ่มประชาชนอายุ 6 ปีขึ้นไป ใช้โทรศัพท์มือถือจำนวน 44 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 70 ของประชากรทั้งประเทศ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในเขต กทม. มีการใช้มากที่สุดร้อยละ 84 ภาคกลางร้อยละ 75 ภาคเหนือร้อยละ 68 ภาคใต้ร้อยละ 67 และต่ำสุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ใช้ร้อยละ 64

รมช.สาธารณสุข กล่าวต่อว่า การเล่นไลน์มีทั้งผลดีและผลเสีย ในด้านดีอาจสร้างความสะดวกในการสื่อสารโดยเฉพาะในสถานที่งดการใช้ เสียง รวดเร็ว ทั้งภาพและเสียง ประหยัดไม่ต้องเสียค่าโทรศัพท์ ส่วนเรื่องผลกระทบที่เป็นห่วง โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ยังมีวุฒิภาวะน้อยหากผู้ปกครองไม่ชี้แนะ ดูแล ควบคุมการใช้อย่างจริงจัง อาจจะเกิดผลกระทบทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต ที่น่าห่วงก็คือการเกิดพฤติกรรมก้มหน้า สังคมก้มหน้า การสื่อสารแบบเผชิญหน้าจะลดน้อยลง และอาจนำไปใช้เป็นประจำจนติดเป็นนิสัย ผู้ใช้อยู่ในโลกส่วนตัวมากเกินไป ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ขาดความระมัดระวัง อาจเกิดปัญหาอุบัติเหตุจราจรได้ง่ายขึ้น และเด็กมีโอกาสรับรู้สิ่งต่างๆ ในสังคมออนไลน์ได้ตลอดเวลา

นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า การใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟน โดยเฉพาะโปรแกรมยอดนิยม เช่น แอพพลิเคลชั่นไลน์ เด็กวัยรุ่นปัจจุบัน นิยมเล่นกันมาก บางคนเล่นทุกวัน จนอาจทำให้เด็กสูญเสียการใช้ชีวิตประจำวันของวัยเด็กที่ควรจะเป็นเช่น การพัฒนาการเรียนรู้เรื่องสัมพันธภาพ การวางตัว การชีวิตในห้องเรียน การทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อน ซึ่งเป็นจุดเริ่มพัฒนาการที่สำคัญของวัยรุ่น การเล่นจนติดเป็นนิสัยจะทำให้เด็กมีพฤติกรรมที่แข็งกระด้าง เพราะใช้ชีวิตทางการสื่อสารทางตัวหนังสือ หรือใช้ภาพการ์ตูนสะท้อนภาวะอารมณ์แทนที่พฤติกรรมจริงที่มีโอกาสแต่ไม่ได้กระทำ

ดังนั้น ผู้ปกครองควรวางกติกาให้กับเด็กในการเล่น ทั้งกำหนดเวลา จำกัดเวลาในการเล่น ไม่ให้มีการใช้ในช่วงเวลาไม่เหมาะสม เช่น ในเวลาเรียน เวลากลางคืนที่ควรนอน หากทำไม่ได้ต้องมีบทลงโทษเพื่อการเรียนรู้ เช่น งดค่าโทรศัพท์ ค่าเติมเงิน ค่าอินเตอร์เน็ต นอกจากนั้น ยังต้องกำกับดูแลติดตามอย่างใกล้ชิด โดยการสอนและให้ข้อคิดในการใช้งาน กระตุ้นให้เด็กคิด และชื่นชมเด็กเมื่อทำตามเพื่อสร้างแรงจูงใจเชิงบวกให้มีพฤติกรรมการใช้ที่ดี

“ขณะนี้สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ได้เปิดให้บริการปรึกษาแก่เด็กและผู้ปกครอง ที่มีบุตรหลานติดโทรศัพท์มือถือ หรือติดเกมส์ โดยให้คำปรึกษาผ่านทางโทรศัพท์ หมายเลข 02-248-8990 สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล บริการในเวลาราชการ หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต หมายเลข 1323 สำหรับ 24 ชั่วโมง ให้บริการทั่วประเทศ” อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้