ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ไฟเขียวศึกน้ำลาย แก้ไขรธน.ลากยาวถึง30ส.ค.

    ไทยรัฐออนไลน์23 ส.ค. 2556 09:00 น.
    SHARE

    ขอเว้นช่องถกงบก่อน ส.ว.2ฝ่ายใส่กันรุนแรง พท.กดดัน-ไล่ขุนค้อน ดันวิทยา บุรณศิริเสียบ

    วิปรัฐบาลไฟเขียวลากยาวอภิปรายแก้รัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มา ส.ว.ให้ชำแหละต่อรอบสอง 27-30 ส.ค.เว้นช่วงพักยกให้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 57 โต้กลับ “สุเทพ” ยันนายกฯไม่คิดกินรวบประเทศ “มาร์ค” ไล่เฉ่งไม่เลิกแก้ รธน. หวังรวบอำนาจ ครอบงำสภาสูง แฉแผนต่อไปเตรียมลดอำนาจองค์กรอิสระและศาล เสียงแข็งไม่ขอโทษก่อเหตุป่วนสภา ส.ส.เพื่อไทยกระทุ้งเปลี่ยนตัวประธานรัฐสภา เซ็งขุนค้อนไม่ทันเกมฝ่ายค้าน ดัน “วิทยา บุรณศิริ” เสียบแทน ด้านเวทีอภิปรายแก้ รธน. วันที่ 3 ส.ว.สรรหาเปิดศึกสงครามน้ำลาย ส.ว.เลือกตั้ง ขณะที่ ส.ส.เพื่อไทยของขึ้นโดดป้อง “ยิ่งลักษณ์” หลังถูก “หมอวรงค์” โชว์ภาพทัวร์นอก ไม่สนใจแก้ปัญหาประเทศ ยืนกรานนายกฯไปปฏิบัติภารกิจเพื่อประเทศ สวนกลับ ปชป.ปลุกระบอบอนาธิปไตยหวังยึดอำนาจ

    หลังจากที่ประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มาของ ส.ว.ผ่านมาแล้ว 2 วัน ล่าสุดการประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่สาม ทั้ง ส.ส.ฝ่ายค้านและ ส.ว.บางส่วนยังคงอภิปรายคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันวิปรัฐบาลก็เปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านลากยาวการอภิปรายแก้ไขรัฐธรรมนูญถึงช่วงปลายเดือน ส.ค.

    “จุรินทร์” ไล่ขย่มแก้ รธน.เอื้อ ส.ว.

    เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 ส.ค. ที่รัฐสภา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว. ว่า หากให้ ส.ว.มาจากเลือกตั้งทั้งหมดจะเป็นสภาการเมือง ยิ่งถ้าอิงแอบกับฐานการเมืองจะเป็นอันตรายมาก เพราะวุฒิสภามีอำนาจแต่งตั้งบุคคลเข้าสู่องค์กรอิสระและตุลาการ มีอำนาจถอดถอนฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร ตุลาการ องค์กรอิสระ  อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งคนที่อยู่ในตำแหน่งต่างๆได้ หากฝ่ายการเมืองไม่พอใจฝ่ายตรงข้ามก็ทำเรื่องร้องให้วุฒิสภาตรวจสอบถอดถอนได้ จึงเป็นอันตรายต่อระบบตรวจสอบ เราไม่เห็นด้วย 100% เพราะเป็นแผนยึดอำนาจการแต่งตั้งถอดถอนตำแหน่งสำคัญๆ ส่วนสาเหตุที่การประชุมวันที่ 2 เรียบร้อย เพราะมีการเปิดโอกาสให้คนที่ขอแปรญัตติไว้ได้อภิปราย ไม่รวบรัดปิดปาก

    “มาร์ค” ฉะจ้องครอบงำสภาสูง

    นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ในรายการฟ้าวันใหม่ทางสถานีโทรทัศน์บลูสกาย ชาแนล ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว.ว่า เป็นความพยายามรวบอำนาจครอบงำวุฒิสภา เพื่อให้การตรวจสอบถ่วงดุลตามกลไกในรัฐธรรมนูญทำงานได้ยาก สอดคล้องกับสิ่งที่พรรคเพื่อไทยประกาศว่า ต้องการเพิ่มอำนาจให้ตนเอง ก้าวต่อไปคือการจ้องลดอำนาจขององค์กรอิสระและศาล ไม่ทราบว่าจะเป็นข้อสรุปของสภาปฏิรูปการเมืองที่กำลังจะก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาหรือไม่ ทั้งนี้ รัฐบาลไม่เก็บเกี่ยวบทเรียนที่ผ่านมา แต่กลับสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เคยประกาศว่าจะอยู่ 20 ปี เพราะมี 377 เสียง แล้วจะคิดทำอะไรก็ได้ เขาอาจจะไปสรุปว่า ตอนนั้นยังรวบอำนาจไม่พอ และต้องทำมากขึ้นไปอีก จึงถือว่าน่าเป็นห่วง

    ลังเลข้อเสนอ พธม.ให้ไขก็อก

    นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ทำให้ ส.ว.อยู่ภายใต้การครอบงำของพรรคการเมืองใหญ่ ต้องพึ่งพิงนักการเมืองหาเสียง ส่งผลให้การแต่งตั้งองค์กรอิสระทั้ง กกต. ศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช.เป็นไปตามคำสั่งของพรรคการเมือง ทำให้บ้านเมืองไม่มีการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ เพราะทุกฝ่ายล้วนเป็นคนของรัฐบาลตั้งขึ้นมา พรรคประชาธิปัตย์จำเป็นต้องคัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญในประเด็นดังกล่าว ส่วนที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเสนอให้ ส.ส.ประชาธิปัตย์ทั้งพรรคลาออกจาก ส.ส.ไปเคลื่อนไหวนอกสภานั้น เราพร้อมร่วมมือกับทุกฝ่าย แต่การทำหน้าที่ในสภาขณะนี้ยังมีความสำคัญ เพราะมีกฎหมายในสภาหลายฉบับที่ต้องคัดค้าน โดยเฉพาะร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญอีก 2-3 ฉบับ ถ้าไม่มีพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่มีใครทำหน้าที่ลุกขึ้นค้าน ประชาชนจะไม่รู้ข้อเท็จจริง แต่เมื่อสถานการณ์จำเป็น ตนก็พร้อมจะตัดสินใจเพราะอยู่มา 64 ปีแล้ว ไม่ยึดติดตำแหน่ง ไม่หนีไปดูไบแน่นอน

    เสียงแข็งไม่ขอโทษป่วนสภา

    นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้ผู้ใหญ่พรรคประชาธิปัตย์แสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์วุ่นวายในการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ผู้ใหญ่ในพรรคทุกคนทราบการทำหน้าที่ของลูกพรรคเป็นอย่างดี แม้แต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็แสดงความไม่เห็นด้วยกับการทำหน้าที่ของประธานรัฐสภาที่ปิดโอกาสไม่ให้ฝ่ายค้านและ ส.ว.บางส่วนอภิปราย พรรคประชาธิปัตย์จึงไม่จำเป็นต้องขอโทษ เพราะเป็นกระบวนการที่พรรคต่อสู้กับเผด็จการรัฐสภา ขอให้ผู้บริหารพรรคเพื่อไทยกลับไปทบทวนบทบาทของประธานรัฐสภาในฐานะที่เป็นลูกพรรคว่า ทำหน้าที่อย่างเหมาะสมแล้วหรือไม่ รวมทั้งตรวจสอบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ไม่มาเข้าร่วมการประชุมทั้งที่เป็นกฎหมายสำคัญ

    กมธ.เฉ่งนำ ตร.ปราบจลาจลคุมสภา

    นายอภิชาต การิกาญจน์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า กรรมาธิการได้พิจารณากรณีผู้อำนวยการสำนักรักษาความปลอดภัย สภาผู้แทนราษฎร แจ้งขอตำรวจปราบจลาจลมาควบคุมสถานการณ์บริเวณรัฐสภา ระหว่างการประชุมแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยเชิญ ผอ.สำนักรักษาความปลอดภัยมาชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่าเป็นสิทธิ์ของ ผอ.ที่ทำได้ แต่กรรมาธิการฯเห็นว่า การประชุมร่วมเป็นเรื่องภายในรัฐสภา สามารถหาข้อยุติได้โดยการหารือของวิปฯ3 ฝ่าย อีกทั้งไม่มีการประกาศใช้กฎหมายพิเศษจึงไม่จำเป็นต้องใช้ตำรวจนครบาลเข้าแทรกแซงเป็นการคุกคาม กดดันองค์กรนิติบัญญัติ และอย่าให้เกิดขึ้นอีก โดยกรรมาธิการฯจะทำหนังสือถึงนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ให้สืบสวนต่อไป

    ขุนค้อนโต้ไม่หน่อมแน้มทำหน้าที่

    นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา กล่าวว่า ภาพรวมการประชุมก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย นับตั้งแต่ที่อนุญาตให้ผู้สงวนคำแปรญัตติ 57 คนอภิปรายได้ แต่ยังยืนยันว่าการอภิปรายทั้ง 57 คนนั้นขัดต่อข้อบังคับการประชุม ยืนยันการทำหน้าที่ประธานการประชุมของตนไม่เกินกว่าอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ แต่ที่ผ่านมามักโดนตำหนิว่าหน่อมแน้มเกินไป เชื่อว่าประชาชนและสื่อมวลชนก็ได้ดูการอภิปราย คิดว่าน่าจะเข้าใจการทำหน้าที่ของตน

    ลากยาวแก้ รธน.ถึงปลาย ส.ค.

    นายอำนวย คลังผา ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า การประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว.ยังไม่เสร็จสิ้นในวันที่ 22 ส.ค. จะไปว่ากันต่อในวันที่ 27-30 ส.ค. เพราะวันที่ 23-24 และ 26 ส.ค. จะเป็นการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ที่ยังค้างการพิจารณาอยู่ ได้แจ้งกรอบการพิจารณาตามนี้ต่อนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านโจมตีการทำหน้าที่ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะที่เป็น ส.ส. แต่ไม่ค่อยให้ความสำคัญมาร่วมประชุมด้วยนั้น คิดว่าขาด ส.ส.ไปคนหนึ่งงานก็เดินได้ นายกฯมีงานด้านบริหารเยอะ ไม่อยากให้เอาเรื่องเล็กน้อยมาเป็นประเด็น ยืนยันว่าช่วงแถลงผลงานรัฐบาล ราวเดือน ก.ย. นายกฯจะมาร่วมแน่นอน

    ป้องนายกฯไม่กินรวบประเทศ

    นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานวิปฝ่ายค้านระบุว่ามีใบสั่งให้ประธานรัฐสภาทั้ง 2 คน ปิดปาก 57 ส.ส.และ ส.ว.ไม่ให้อภิปรายแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เป็นการโยนบาปให้ประธานรัฐสภา นายจุรินทร์พูดเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น แก้เกี้ยวจากเหตุวุ่นวายของ ส.ส.ประชาธิปัตย์ที่ผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์จงใจให้เกิดขึ้น โดยไม่เคยมาห้ามปราม ส่วนที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ พาดพิง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมว่า ไม่จริงใจแก้ปัญหาในชาติและกินรวบประเทศตามรอย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ไม่จริง รัฐบาลนี้ไม่กินรวบประเทศ ไม่กินภูเขาเหมือนบางคน จึงชัดเจนว่าใครสร้างปัญหา ใครแก้ปัญหา

    พท.ไล่ “สมศักดิ์” คุมเกมไม่อยู่

    ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า หลังจากเกิดเหตุความวุ่นวายระหว่างการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา ส.ส.พรรค เพื่อไทยจับกลุ่มวิจารณ์ถึงเหตุวุ่นวายว่า นอกจากเป็นเกมฝ่ายค้านแล้ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะประธานในที่ประชุมไม่เด็ดขาดพอ ปล่อยให้ฝ่ายค้านตีรวน เล่นเกมการเมืองลากยาวตามที่ต้องการ โดย ส.ส.หลายคนระบุว่า ถ้ายังคุมเกมไม่อยู่ก็ต้องเปลี่ยนตัวประธานรัฐสภา โดยพุ่งเป้าไปที่นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ที่ก่อนหน้านี้ ส.ส.พรรคเพื่อไทยจับตานายสมศักดิ์และรายงานให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทราบเป็นระยะทั้งการทำงาน ความสัมพันธ์กับ ส.ส.ที่มีท่าทีเปลี่ยนไปหลังรับตำแหน่ง โดย ส.ส.หลายคนมีท่าทีสนับสนุนนายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.อยุธยา พรรคเพื่อไทย เข้ามาทำหน้าที่แทน แต่การเปลี่ยนตัวทำได้ยาก  เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ตามรัฐธรรมนูญ

    “ปู” แวบเซ็นชื่อร่วมประชุมแก้ รธน.

    สำหรับความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม หลังเดินทางกลับจากการเยือนสาธารณรัฐทาจิกิสถาน และสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 22 ส.ค.เวลา 08.40 น. นายกฯเข้าปฏิบัติ ภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาล โดยรถโฟล์คป้ายแดง ทะเบียน ต 9179 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถประจำตำแหน่ง พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เนื่องจากรถโพล์ค ฮภ 2924 กรุงเทพมหานคร รถประจำตำแหน่งนายกฯ เข้าศูนย์เพื่อเช็กสภาพรถ จากนั้นเวลา 09.00 น. นายกฯ เป็นประธานการประชุมหารือคณะทำงานกำกับการบริหารนโยบายเศรษฐกิจ และในเวลา 12.00 น.เดินทางเข้าร่วมประชุมรัฐสภาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม ก่อนที่จะเดินทางกลับทำเนียบฯ

    ก๊วนขาประจำชิ่งเวทีปฏิรูป

    นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงการประชุมเวทีปฏิรูปการเมืองในวันที่ 25 ส.ค.ว่า ขณะนี้กลุ่มที่ปฏิเสธไม่มาร่วมเวทีชัดเจนแล้วคือ พรรคประชาธิปัตย์ กลุ่ม 40 ส.ว. กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ส่วนกลุ่มอื่นๆเชื่อว่า คงตอบรับทั้งหมด จากที่เชิญทั้งหมด 69 รายชื่อ จะมาเข้าร่วมเกินกว่าครึ่งหนึ่งแน่นอน ส่วนที่ไม่มีการถ่ายทอดสดและไม่เปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวเข้าร่วมฟังการประชุมนั้น ไม่ได้หมายความว่าจะปิดกั้นข้อมูล แต่อยากให้อิสระผู้เข้าร่วมประชุมได้แสดงความคิดเห็น ไม่มีแรงกดดันใดๆ

    ซัดนายกฯเดินตามรอยพี่ชาย

    นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีรัฐบาลเสนอเวทีสภาปฏิรูปการเมืองว่า เวทีดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อรวบอำนาจการบริหารนิติบัญญัติและตุลาการเหมือนกับกฎหมายปรองดองที่ชื่อสวย หน้าตาดูดีแต่เนื้อในใช้ไม่ได้ ที่สำคัญรัฐบาลไม่บริหารประเทศตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างแท้จริง ไม่ว่ารัฐบาลจะแต่งหน้าให้ดูดีอย่างไร เชื่อว่าทุกอย่างคงจะไปไม่ได้ เพราะน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่มีความจริงใจแก้ปัญหาประเทศ 2 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยพูดเรื่องปฏิรูปการเมือง แต่วันนี้มีมวลชนต่อต้านจำนวนมาก จึงเสนอแนวทางปฏิรูปการเมือง แต่ตนไม่เชื่อถือน.ส.ยิ่งลักษณ์เพราะมีการกระทำที่ไม่ต่างจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ดังนั้นประชาชนควรออกมาแสดงพลังอย่างสันติอหิงสา ไม่ใช้ความรุนแรง แต่เชื่อว่ารัฐบาลจะใช้ความรุนแรง เพราะรัฐบาลนี้มาจากกลุ่มก่อการจลาจลปี 2553

    มท.แจงเหตุจับ “ภาณุ” ขึ้นหิ้ง

    ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการแต่งตั้งโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด เมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่บางจังหวัดมีมวลชนออกมาเคลื่อนไหวไม่พอใจการโยกย้ายว่า การที่มีคนเสียดายผู้ว่าฯ แสดงว่าผู้ว่าฯเป็นคนดี แต่การโยกย้ายเป็นเรื่องปกติ ถึงที่สุดแล้วต้องเป็นไปตามกลไก ส่วนกรณีการโยกนายภาณุ อุทัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตรวจราชการนั้น ไม่ใช่เพราะมีความผิด

    นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ตำแหน่งของนายภาณุคือรองปลัดกระทรวงฝ่ายกิจการพิเศษ ที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) สมควรไม่ให้คงตำแหน่งนี้ไว้ โดยมีผลในวันที่ 30 ก.ย.นี้ กระทรวงจึงทำเรื่องถึง ก.พ.ให้ได้ตำแหน่งระดับ 11 เทียบเท่าปลัดกระทรวง ดูแลงานจังหวัดชายแดนภาคใต้

    “วรงค์” แฉมะกันตีกลับข้าวไทย

    เมื่อเวลา 10.45 น.ที่รัฐสภา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ขณะนี้ประเทศสหรัฐอเมริกาตีกลับข้าวไทยจำนวน 3.2 หมื่นกิโลกรัม จากที่ส่งออกไป 4 หมื่นกิโลกรัม เนื่องจากมีสารปนเปื้อน จึงเป็นห่วงว่าจะมีการนำข้าวดังกล่าวมาขายให้ประชาชนในประเทศ เนื่องจากองค์การอาหารและยา (อย.) ไม่ควบคุมข้าวดังกล่าวไว้ ทั้งที่ตามหลักปกติต้องควบคุมเพื่อตรวจสอบและนำไปทำลาย ขอให้รัฐบาลไปตรวจสอบและชี้แจงให้ประชาชนทราบ เพราะเกรงว่าข้าวดังกล่าวจะถูกนำมาปนกับข้าวที่ขายในประเทศ และยังทราบว่า การระบายข้าวในโกดังของรัฐบาลที่ตั้งเป้าจะระบายจำนวน 7.5 แสนตัน แต่ขณะนี้ระบายออกได้เพียง 2.4 แสนตันเท่านั้น ทั้งที่ข้าวในสต๊อกรัฐบาลมีมากกว่า 17 ล้านตัน รัฐบาลควรสร้างความเชื่อมั่นว่า หากบริษัทใดซื้อข้าวแล้วพบว่า ข้าวมีคุณภาพไม่ดีก็ควรเปลี่ยนข้าวใหม่ที่มีคุณภาพได้ หากไม่ดำเนินการจะส่งผลเสียหายอย่างมหาศาลกับข้าวไทย

    “บิ๊กอ๊อด” เกาะเก้าอี้ รมช.แน่น

    ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม กล่าวถึงการจัดทำบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปี 2557 ว่า ทุกอย่างเป็น ไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีอะไรที่เป็นปัญหา ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวที่จะลาออกจากรัฐมนตรี พล.อ.ยุทธศักดิ์ตอบว่า ไม่มี เมื่อถามว่า สุขภาพท่านยังแข็งแรงดีหรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ตอบพร้อมกับเบ่งกล้าม 2 แขนโชว์อย่างอารมณ์ดีว่า สุขภาพยังดีแข็งแรง ดูสิ ยังปึ๋งปั๋งๆ

    “นพดล” ยันดูไบไม่ไล่ “ทักษิณ”

    วันเดียวกัน นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงกระแสข่าวที่ทางการดูไบสั่งให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกนอกประเทศ หลังมีข่าวว่าคลิปอัลกออิดะห์ขู่ฆ่าเป็นคลิปจริงว่า การเสนอข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ดูไบไม่ได้ต้องย้ายไปที่อื่น อ่านแล้วก็ได้แต่ขำ ขอเรียนว่า พ.ต.ท.ทักษิณอยู่และเดินทางไปไหนก็ได้

    ขณะที่ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า จากการ ตรวจสอบคลิปดังกล่าวร่วมกับหน่วยข่าวกรองปากีสถานพบว่าไม่เป็นความจริง เป็นการปฏิบัติการเชิงซ้อนของฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลภายในประเทศที่ต้องการล้มรัฐบาล จึงปล่อยข่าวดิสเครดิตและบีบ พ.ต.ท.ทักษิณให้มีพื้นที่อยู่น้อยลง

    กปท.บี้นายกฯแจงตัวเลข ศก.

    ที่สวนลุมพินี นายไทกร พลสุวรรณ เสนาธิการร่วมกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) แถลงว่า ขอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่แท้จริงให้ประชาชนได้รู้ข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อวางแผนรับมือภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองได้ทันก่อนจะเกินเยียวยา เพราะกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานตัวเลขเศรษฐกิจไม่ตรงกัน ทำให้ประชาชนสับสน ทั้งนี้ คณะเสนาธิการร่วม กปท.มีมติให้มวลชน กปท.ที่สวนลุมพินีสามารถไปร่วม เคลื่อนไหวทวงคืน ปตท.กับกลุ่มเครือข่ายทวงคืน ปตท.ที่นัดชุมนุมใหญ่หน้ากระทรวงพลังงานในวันที่ 23 ส.ค. และร่วมชุมนุมกับกลุ่มเครือข่ายคนไทยหัวใจ รักชาติ ที่หน้ากองบัญชาการกองทัพไทยได้อย่างอิสระ

    จี้ กสม.โละทิ้งรายงานสลายเสื้อแดง

    ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นายเกริกมนตรี รุจโสตถิรพัฒน์ เลขาธิการแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ให้ยกเลิกผลสรุปรายงานเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่ม นปช. เมื่อวันที่ 12 มี.ค.-19 พ.ค. 53 พร้อมให้จัดทำขึ้นใหม่อย่างถูกต้องตามความเป็น จริง โดยนายเกริกมนตรีกล่าวว่า รายงานฉบับดังกล่าว มีการกล่าวหาด้วยข้อความเท็จ โดยเฉพาะที่ระบุว่า การชุมนุมของกลุ่ม นปช.เป็นการก่อการจลาจล เผารถประจำทาง รวมถึงที่ระบุว่าการชุมนุมของกลุ่มนปช.เกี่ยวพันกับคำวินิจฉัยคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางกางเมืองที่ยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทั้งที่การชุมนุมของกลุ่ม นปช.เป็นการเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน ขอให้กรรมการสิทธิฯ ทำรายงานขึ้นใหม่ โดยอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงเที่ยงตรง

    นายกฯสวดอภิธรรม “สมเด็จเกี่ยว”

    เมื่อเวลา 19.00 น. ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ที่มรณภาพเมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมาด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือด โดยมีรัฐมนตรี บุคคลสำคัญทางการเมืองและข้าราชการเข้าร่วมงานจำนวนมาก โดยวัดสระเกศฯกำหนดตั้งบำเพ็ญกุศลศพสมเด็จพระ
    พุฒาจารย์เป็นเวลา 100 วัน

    ส.ว.เฉ่งแหลกแก้ รธน.วันที่ 3

    ด้านความเคลื่อนไหวของการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาของ ส.ว.นั้น เมื่อเวลา 10.25 น. ที่รัฐสภามีการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 111, 112,115, 116 วรรคสอง 117, 118, 120, 241 วรรคหนึ่ง และยกเลิกมาตรา 113, 114 เรื่องที่มาของ ส.ว. ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ พิจารณาเสร็จแล้วต่อเป็นวันที่ 3 มีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา เป็นประธาน การประชุม เพื่อพิจารณาต่อในมาตรา 3 เรื่องให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้งจำนวน 200 คน โดยมีสมาชิกรัฐสภาอภิปรายอย่างกว้างขวาง อาทิ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ส.ว. สรรหา อภิปรายว่า ไม่เห็นด้วยที่ให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้งทั้ง 200 คน เพราะจะตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหารไม่ได้ ซึ่งช่วงที่มี ส.ว.เลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญปี 2540 ก็ถูกควบคุมจากฝ่ายการเมือง มีการเข้าไปแทรกแซงองค์กรอิสระ ทำให้เกิดการปฏิวัติวันที่ 19 ก.ย.49 การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องแก้ให้ดีขึ้น ไม่ใช่ให้ผลเลวร้าย ส.ว.สรรหาควรยึดประโยชน์ประเทศชาติ ไม่ตอบสนองรัฐบาล

    สายสรรหา-เลือกตั้งเปิดศึกกันเอง

    ต่อมาเวลา 11.00 น. มีเหตุประท้วงวุ่นวายเล็กน้อยระหว่างส.ว.สรรหาและส.ว.เลือกตั้ง โดยนายปรเทพ สุจริตกุล ส.ว.สรรหา อภิปรายว่า การเลือกตั้งไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ระบบประชาธิปไตยไม่ใช่การเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว ต้องมีการบริหารโปร่งใส ถ่วงดุลอำนาจ 3 ฝ่ายกัน การทำงานของส.ว.แตกต่างจาก ส.ส.หากให้ ส.ว.มาจากเลือกตั้งทั้งหมดทำให้ใครอยากเป็น ส.ว.ต้องวิ่งเข้าหาพรรค การเมืองอย่างเดียว ไม่อย่างนั้นก็ไม่ได้รับการเลือกตั้ง ดังนั้นในอนาคต หากมี ส.ว.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ถ้าเป็นเช่นนี้คงกู่ไม่กลับ เป็นเผด็จการรัฐสภาไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ทำให้ พ.ต.ท.จิตต์ ศรีโยหะมุกดาธนพงศ์ ส.ว.มุกดาหาร ลุกขึ้นประท้วงทันทีว่า ใส่ร้าย ส.ว.เลือกตั้ง ในฐานะ ส.ว.เลือกตั้งไม่ได้วิ่งหาพรรคการเมืองใด ลาออกจากราชการไปสมัครเลือกตั้ง ไม่มีพรรคการเมืองสังกัด ทำให้นายสมศักดิ์ทักท้วงว่าอย่าพาดพิง พร้อมปิดไมโครโฟนของพ.ต.ท.จิตต์เพื่อให้ยุติการประท้วง แต่ พ.ต.ท.จิตต์ยังตะโกนสวนมาว่า มาดูถูกกันมากไปแล้ว ตัวเองวิเศษมาจากไหน ซึ่งนายสมศักดิ์พยายามไกล่เกลี่ย พร้อมให้นายปรเทพอภิปรายต่อไป

    สาปแช่งคนชงแก้ รธน.

    ขณะที่นายประสงค์ นุรักษ์ ส.ว.สรรหา อภิปรายว่า ส.ว.ไม่ควรมีพื้นฐานการเมืองเดียวกับฝ่ายบริหาร วุฒิสภามาจากการสรรหาทำงาน 5 ปี ที่ผ่านมาปฏิบัติหน้าที่อย่างมีคุณภาพ หากจะแก้ไขให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้งอย่างเดียวก็ไม่จำเป็นต้องมีวุฒิสภาอีกต่อไป ที่ผ่านมามีหลายคนที่ขอให้ชะลอการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ออกไป เพราะไม่อยากให้ส.ว.มาจากการเลือกตั้ง และขอสาปแช่งคนที่เจตนาไม่บริสุทธิ์ เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว. ทำให้นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ประท้วงว่า เป็นคนหนึ่งที่เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเห็นว่าไม่ถูกต้องที่มาสาปแช่งคนเสนอ รู้ว่าที่นายประสงค์ได้เป็น ส.ว.เพราะอะไร ทำให้นายประสงค์ตอบโต้ว่า สาปแช่งคนเจตนาไม่สุจริต ถ้ามีเจตนาดีก็ไม่ต้องเดือดร้อน และยืนยันว่าต้องการเห็น ส.ว.สรรหาทำงานคู่กับ ส.ว.เลือกตั้ง

    ปชป.–ส.ว.เมืองจันท์โชว์ลับฝีปาก

    ต่อมาเวลา 14.00 น.บรรยากาศการประชุมเริ่มตึงเครียดอีกครั้ง ภายหลังนายธนา ชีรวินิจ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายมาตรา 3 กว่า 1 ชั่วโมง โดยระบุว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่ได้เป็นไปเพื่อประโยชน์ประชาชน แต่แก้ไขให้ทุนการเมืองและพรรคการเมืองสนับสนุน ส.ว.เลือกตั้ง จึงเสนอตัดมาตราดังกล่าว เพื่อไม่ให้มีผลประโยชน์ต่างตอบแทน ทำให้นายมงคล ศรี–คำแหง ส.ว.จันทบุรี ประท้วงว่า เป็น ส.ว.สายเลือกตั้ง มีความเป็นประชาธิปไตย ไม่ใช่ปากประชาธิปไตย แต่ใจเผด็จการ ทำให้ได้รับเสียงปรบมือจากกลุ่มส.ว.เลือกตั้ง จากนั้นนายกุลเดช พัวพัฒนกุล ส.ส.อุทัยธานี พรรคประชาธิปัตย์ ประท้วงขอให้นายมงคลถอนคำพูดดังกล่าว ทำให้นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานรัฐสภา ที่ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ต้องขอให้นายมงคลถอนคำพูด นายมงคลจึงลุกขึ้นตอบโต้ว่า ตนไม่เจาะจงว่าใคร แต่ใครรับก็จะถอน และต้องใช้คำว่า ปากว่าตาขยิบใช่หรือไม่

    กมธ.การันตีไม่ยึดอำนาจสภาสูง

    จากนั้นนายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ ชี้แจงว่า วิธีการเลือกตั้ง ส.ว.ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง ถือว่าเหมาะสม ไม่ต้องกลัวจะมีประโยชน์จากพรรคการเมือง เพราะคะแนนเฉลี่ยกัน รวมทั้งไม่น่าห่วงว่าจะผิดรัฐธรรมนูญ เนื่องจากทำตามคำแนะนำศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนที่ห่วงว่า หากปล่อยให้เลือกตั้ง ส.ว.อาจถูกครอบงำจากพรรคการเมืองในการเลือกองค์กรอิสระนั้น ยืนยันว่าบุคคลที่จะเข้าสู่องค์กรอิสระจะมีกรรมการสรรหา แล้วเสนอให้ ส.ว.ให้ความเห็นชอบเท่านั้น ขอให้มั่นใจและศรัทธาในประชาชนว่า เมื่อเขามีโอกาสเลือก ส.ว.มาทำหน้าที่จะใช้ดุลพินิจเลือกผู้ที่เหมาะสมที่สุด

    พท.ของขึ้น “วรงค์” สะกิด “ปู”

    จนกระทั่งเวลา 15.00 น. นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายพาดพิงถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่เดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ต่างประเทศ เหมือนกับเดินทางไปท่องเที่ยวเมืองนอก ไม่สนใจแก้ไขปัญหาในประเทศ หากไปในภารกิจสำคัญก็เข้าใจได้ แต่ตั้งแต่รับตำแหน่งนายกฯเดินทางไปต่างประเทศ 40 กว่าครั้ง จากนั้น นพ.วรงค์ได้โชว์ภาพของนายกฯถ่ายรูปกับทัชมาฮาล ประเทศอินเดีย และการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศแอฟริกา ทำให้ ส.ส.พรรคเพื่อไทยหลายคนลุกขึ้นประท้วงอาทิ นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ขอให้ นพ.วรงค์ถอนคำพูด เพราะนายกฯไปปฏิบัติภารกิจสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสภา ซึ่ง นพ.วรงค์ก็เปลี่ยนคำพูดว่า “ส.ส.ยิ่งลักษณ์” ทำให้นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม รีบไกล่เกลี่ยให้ นพ.วรงค์อย่าพูดพาดพิงคนนอก

    ส.ส.หญิงไม่น้อยหน้าซัดกันนัว

    ขณะที่นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ประท้วงว่า ส.ส.หญิงพรรคเพื่อไทย มีหน้าที่ประท้วงอย่างเดียว จนเกิดประท้วงระหว่าง ส.ส.ทั้ง 2 ฝ่าย โดยนางกุสุมาลวตีสวนกลับว่า ตนเป็น ส.ส.มาจากการเลือกตั้ง ไม่เหมือนบางคนที่สอบตก ไม่ได้รับเลือกตั้ง แต่ได้เป็น ส.ส.เพราะปาร์ตี้ลิสต์ ทำให้นางรัชฎาภรณ์ ลุกขึ้นตอบโต้ว่า นายกฯก็ไม่ได้ลงเลือกตั้งระบบเขต แต่เป็น ส.ส.ระบบปาร์ตี้ลิสต์เหมือนกัน ทำให้นายนิคมต้องตัดบทว่า “ยกนี้เสมอกัน” ต่อมา จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นยืนยันว่านายกฯ ไปปฏิบัติภารกิจต่างประเทศจริง รัฐบาลชุดนี้มาจากการเลือกตั้ง ต่างกับบางพรรคที่ตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร ทำให้นางรัชฎาภรณ์ประท้วงอีกครั้งหนึ่งว่า ยินดีถอนคำพูด แต่ต้องให้ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ถอนคำพูดที่ว่าบางพรรคตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร ซึ่งนายนิคมสั่งให้ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ถอนคำพูด แต่ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ยืนยันไม่ถอน พร้อมกับเดินออกจากห้องประชุมทันที

    พท.สวนกลับ ปชป.ปลุกอนาธิปไตย

    ต่อมาการประชุมเริ่มตึงเครียดขึ้นมาอีกครั้งเมื่อนายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการฯ ลุกขึ้นชี้แจงพร้อมให้ฝ่ายค้านไปอ่านบทความของนายชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ในเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งที่ร่อนจดหมายเปิดผนึกถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ชี้ให้เห็นถึงภัยจากปลุกระบอบอนาธิปไตยมุ่งยึดอำนาจ ทำให้นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ตอบโต้ว่า การนำจดหมายดังกล่าวมาใส่ร้ายพรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่ลูกผู้ชาย อย่าเอานายชาญวิทย์มาบังหน้า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ป่วนถนน ปลุกระบอบอนาธิปไตย มีแต่พวกท่านใช้อันธพาลมาป่วนบ้านเมือง ทำให้นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โต้กลับว่า นายนิพิฏฐ์บอกว่าไม่เคยป่วนบนถนน แต่สัปดาห์ที่แล้วไปชวนแกนนำพันธมิตรฯและกลุ่มการเมืองอื่นมาขับไล่รัฐบาล จากนั้นก็เกิดการตอบโต้กันไปมา จนนายสมศักดิ์ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุมพยายามไกล่เกลี่ยให้ทั้ง 2 คนถอนคำพูด จนมีเสียงโห่จากพรรคประชาธิปัตย์ แต่ไม่มีใครยอมถอน ในที่สุดนายสามารถยอมถอนคำพูดแทนในฐานะผู้เปิดประเด็น การประชุมจึงเดินหน้าต่อไป

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 23 กันยายน 2563 เวลา 11:14 น.