ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นักกฎหมายสอนมวย'ปอท.' ล้วงแชต 'ไลน์' ต้องขอศาล

    ไทยรัฐออนไลน์13 ส.ค. 2556 12:25 น.
    SHARE

    ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายคอมพิวเตอร์ ระบุ ปอท.ไม่มีสิทธิ์ล้วงลูกข้อมูลที่ แชตผ่านไลน์ ถือเป็นการสื่อสารส่วนบุคคล จะทำได้ต่อเมื่อศาลสั่ง หากฝ่าฝืน มีโทษทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่เครือข่ายพลเมืองเน็ต ชี้ เข้าข่ายดักฟังและละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคล

    เมื่อวันที่ 13 ส.ค. พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. กล่าวว่า กรณีมีกระแสข่าวว่า ปอท. จะมีการตรวจสอบผู้ใช้บริการโซเชียลมีเดีย โดยยอมรับว่า ปอท. จะมีการดำเนินการดังกล่าวจริง แต่เป็นการตรวจสอบเฉพาะผู้ที่ใช้โซเชียลมีเดียในทางผิดกฎหมาย กระทบต่อความมั่นคง และศีลธรรมอันดี ซึ่งจะเน้นในทางอาชญากรรม 4 กลุ่มประเภท คือ 1.กลุ่มค้าอาวุธเถื่อน 2.กลุ่มค้ายาเสพติด 3. กลุ่มค้าประเวณี 4. กลุ่มค้าของปลอมและละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งขณะนี้ ปอท.ได้รับการตอบรับจากบริษัทไลน์ คอปอเรชั่น  ผู้ผลิตโปรแกรมไลน์ ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศญี่ปุ่นแล้ว ว่ายินดีให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ ยืนยันว่ากรณีนี้ไม่ได้เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล แต่ที่ผ่านมามีคดีที่มีผู้อาศัยช่องว่างการตรวจสอบของโซเชียลมีเดียเป็นช่องทางในการกระทำผิดจำนวนมาก

    “ตอนนี้เราจัดเจ้าหน้าที่ชุดมอนิเตอร์โซเชียลมีเดียไว้ 6 นาย หากพบมีการส่งข้อความที่เข้าข่ายกระทำผิดใน 4 กลุ่มประเภทที่ ปอท. ตั้งไว้ เราก็จะส่งหนังสือไปทางบริษัทผู้ผลิตโปรแกรมไลน์ในญี่ปุ่น ซึ่งทางนั้นจะทำการตรวจสอบให้ว่าข้อความที่ส่งมีต้นทางจากบุคคลใด เพื่อ ปอท.จะสามารถใช้เป็นหลักฐานดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์  ซึ่งขณะนี้มีข้อความที่ถูกส่งต่อบนโซเชียลที่ ปอท. เฝ้าจับตาอยู่และเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์แล้ว ร่วมเกือบ 100 ข้อความ” พล.ต.ต.พิสิษฐ์ กล่าว

    ผู้บังคับการ ปอท. กล่าวต่อว่า ในส่วนของโซเชียลมีเดีย โปรแกรมอื่นๆ เช่น เฟซบุ๊ก ยูทูบ วอทแอฟ  ปอท.ก็ได้มีการเฝ้าจับตาและขอความร่วมมือไปยังผู้ผลิตโปรแกรมเช่นกัน แต่ไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร เนื่องจากอาจเป็นเพราะกฎหมายของแต่ละประเทศที่แตกต่างกัน และบางประเทศมองว่าการเข้าถึงข้อมูลโซเชียล ของผู้ใช้บริการเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล โดยในอนาคตเรามีแผนที่จะมีการพัฒนาเป็นศูนย์รวมข่าวโซเชียล และจัดทำเป็นเว็บไซต์เหมือน 191  พร้อมยืนยันว่าในส่วนของผู้ที่ใช้โซเชียลมีเดีย อย่างสร้างสรรค์ ปอท. จะไม่เข้าไปยุ่งอย่างแน่นอน แต่จะเน้นคนที่ใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย และไม่เน้นเรื่องการเมือง

    วันเดียวกัน นายไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายคอมพิวเตอร์ กล่าวว่า การดำเนินการของ ปอท. จะต้องขอคำสั่งศาลอาญาเท่านั้น ในการดักจับข้อความที่ส่งผ่านไลน์ หากไม่มีการขอคำสั่งทางศาล แล้วใช้อำนาจอื่นๆ เช่น พ.ร.บ.ความมั่นคง หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 8 ที่ระบุไว้ว่า ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อดักรับไว้ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น ที่อยู่ระหว่างส่งในระบบคอมพิวเตอร์ และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้น มิได้มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือเพื่อให้บุคคลทั่วไปใช้ประโยชน์ได้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

    นอกจากนี้ผู้ที่ออกคำสั่งจะมีความผิดตามมาตรา 25 ที่ระบุไว้ว่า ข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้มาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ให้อ้างและรับฟังเป็นพยานหลักฐานตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือกฎหมายอื่น อันว่าด้วยการสืบพยานได้ แต่ต้องเป็นชนิดที่มิได้เกิดขึ้นจากการจูงใจมีคำมั่นสัญญา ขู่เข็ญ หลอกลวง หรือโดยมิชอบประการอื่น

    นายไพบูลย์ ระบุด้วยว่า ต้องถามความชัดเจนไปทางปอท. อีกครั้งว่า จะตรวจสอบการสื่อสารผ่านระบบไลน์ ได้ขออำนาจศาลอาญาแล้วหรือยัง

    ขณะที่นายอาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองเน็ต กล่าวว่า การตรวจสอบการส่งข้อความพูดคุยกันผ่านระบบไลน์ เข้าข่ายการดักฟัง หากเป็นการดักฟังแบบไม่กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ถือว่าละเมิดสิทธิส่วนบุคคลแน่นอน แต่ถ้ามีการกำหนดกลุ่ม ผู้ที่ต้องการเฝ้าติดตามการเคลื่อนไหว หรือ การสื่อสาร ผ่านระบบไลน์ และดำเนินการภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ หรือ พ.ร.บ.มั่นคง จะต้องพิจารณาอีกครั้งว่า เข้าข่ายขัดต่อกฎหมาย หรือไม่

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน 2563 เวลา 00:45 น.