ข่าว
100 year

‘ยิ่งยง’ จูงมือลูกเคลียร์ปัญหา พร้อมช่วยเหลือทุกกรณี

ไทยรัฐออนไลน์31 ก.ค. 2556 15:27 น.
SHARE
Normal 0 false false false EN-US X-NONE TH MicrosoftInternetExplorer4

ยิ่งยง ยอดบัวงาม นักร้องและนักแสดง ได้มาร่วมออกรายการ ปากโป้ง ทางช่อง8 พร้อมด้วยลูกสาว น้ำฝน-พรศิริ ยอดบัวงาม เปิดใจเคลียร์ทุกประเด็นถึงเรื่องที่มีข่าวออกมาว่าไม่รับเลี้ยงลูก ด้านยิ่งยงยืนยันเลี้ยงดูลูกมาตลอด รับโกรธสามีของลูก ที่ทำร้ายร่างกายลูกสาว พร้อมกับบอกจะช่วยเหลือเรื่องคดีให้ถึงที่สุด

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สตูดิโอปากโป้ง ชั้น7 อาคารเชษฐโชติศักดิ์3 บริษัทอาร์เอส จำกัด(มหาชน) ได้มีการถ่ายทอดสดรายการ “ปากโป้ง” ทางช่อง8 ในเครืออาร์เอสฯ ซึ่งวันนี้มีแขกรับเชิญคือ น้ำฝน-พรศิริ ยอดบัวงาม ลูกสาววัย 24 ปีของ ยิ่งยง ยอดบัวงาม นักร้องลูกทุ่งชื่อดังที่ตกเป็นข่าวดังในกรณีที่ลูกสาวถูกสามีครูสอนภาษาอังกฤษ ชาวอังกฤษ ทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัสจนร่างกายไม่สมบูรณ์เหมือนเดิม และเรียกร้องให้พ่อให้การช่วยเหลือจนเกิดกระแสว่า ยิ่งยงทิ้งลูกสาวไม่ยอมรับเลี้ยง

ในช่วงต้นของรายการ น้ำฝนได้เปิดใจถึงเรื่องราวที่ผ่านมากับ หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย และ เบนซ์-พรชิตา ณ สงขลา พิธีกรของรายการก่อนหน้านั้น โดยน้ำฝน เล่าว่า “ก่อนหน้านี้ตนใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านกับพ่อ (ยิ่งยง ยอดบัวงาม) มาตั้งแต่เด็กตามคำตัดสินของศาลที่ตัดสินให้อยู่กับคุณพ่อ เพราะพ่อกับแม่แยกทางกัน แต่ระหว่างนั้นมีหนีออกจากบ้านบ้าง เพราะมีปัญหากับลูกติดของแม่เลี้ยง อีกทั้งพ่อไม่มีเวลาเลี้ยงดูอย่างเต็มที่ จึงส่งให้ตนไปอยู่กับป้าซึ่งเป็นพี่สาวของแม่เลี้ยง “อยู่มาวันหนึ่งช่วงที่ฝนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ฝนต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อสอบเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ฝนได้มีการติดต่อขอเงินพ่อเพื่อมาจ่ายค่าเทอม แต่โดนป้าเอาเงินจำนวนนี้ไปครึ่งหนึ่ง ฝนไม่สามารถเดินทางกลับบ้านได้ เพราะเงินไม่พอ จากนั้นชีวิตของฝนก็ถึงจุดเปลี่ยนค่ะ”

ลูกสาวของนักร้องลูกทุ่งดังเผยต่อว่า ตนต้องใช้ชีวิตอย่างลำบาก อาศัยอยู่กับเพื่อน และให้เพื่อนช่วยเหลือในเรื่องอาหารการกิน ตนใช้ชีวิตอย่างนี้อยู่ประมาณ 2 ปี ก็ได้เจอกับผู้ชายชาวต่างชาติคนหนึ่ง ซึ่งตนเห็นว่าเขามีอาชีพที่มั่นคงคือเป็นครูสอนภาษาอังกฤษและสามารถเลี้ยงดูตนได้ อีกทั้งตนก็มีทางเลือกไม่มากในตอนนั้น จึงตัดสินใจอยู่กับเขาแบบสามีภรรยา และมีลูกด้วยกัน ต่อมาก็เริ่มมีการทะเลาะกันมากขึ้น นานเข้าสามีก็มีการตบตีทำร้ายร่างกาย “เรื่องที่สามีตบตีฝน คุณพ่อก็ทราบมาตลอด และทางคุณพ่อก็อยากให้ฝนเลิกกับเขาอยู่หลายครั้ง เพราะรู้สึกไม่ชอบที่มาทำร้ายลูกสาวกันแบบนั้น แต่ด้วยภาระที่ฝนต้องเลี้ยงลูก และอยากให้ครอบครัวสมบูรณ์จึงไม่ยอมเลิก สุดท้ายฝนโดนทำร้ายหนักจนถึงขั้นพิการ และโดนเขาทอดทิ้งอย่างไม่ใยดี ฝนจึงออกมาแสดงตัวกับสื่อเพื่ออยากให้พ่อรับทราบถึงปัญหาทั้งหมด และ ช่วยเหลือฝนในเรื่องของคดีความให้เสร็จสิ้นตามกระบวนการทางกฎหมาย พร้อมทั้งช่วยเหลือเงินให้ฝนนำไปประกอบอาชีพเพื่อเลี้ยงดูตัวเองและลูกต่อไป

พอถึงเบรกสุดท้ายของรายการ ยิ่งยงได้เข้ามาในรายการก่อนที่จะมีการพูดคุยกัน น้ำฝนได้เข้าสวมกอดคุณพ่อพร้อมทั้งร้องไห้สะอึกสะอื้น จากนั้นยิ่งยงได้เผยในรายการว่า จริงๆ แล้วตนไม่เคยปิดบังว่าตนไม่มีลูก อีกทั้งยังช่วยเหลือน้องฝนมาโดยตลอด ตนทราบเรื่องทั้งหมดว่าลูกมีครอบครัว และมีสามีเป็นชาวต่างชาติ ตนยังเคยให้พวกเขามาอยู่ที่บ้านด้วยกัน เพราะจะได้ช่วยเหลือและเลี้ยงดูกันได้เต็มที่ จนกระทั่งตนได้ทราบว่าสามีของลูกแสดงกิริยาไม่ให้เกียรติคุณทิพย์ซึ่งเป็นภรรยา โดยการโพสต์ตามโลกโซเชียลว่าคุณทิพย์เป็นหญิงขายบริการ และเคยไปไหนมาไหนด้วยกันกับเขา 2 คน “สิ่งนี้เองทำให้ผมรู้สึกไม่ปลื้มสามีของลูก และพยายามให้ลูกเลิกกับสามี เพราะลูกเองก็โดนทำร้ายมาตลอด แต่ลูกก็ไม่ยอมเลิก ผมเคารพการตัดสินใจของลูก ผมไม่ห้าม แค่ดูอยู่ห่างๆ และติดต่อกันเป็นระยะๆ ในวันที่ลูกโดนทำร้ายจนสลบต้องหามส่งโรงพยาบาล คนแรกที่ไปเยี่ยม และ ดูแลตลอดคือคุณทิพย์ ภรรยาของผม เพราะฉะนั้นเป็นไปไม่ได้ที่คุณทิพย์กับลูกจะมีปัญหากัน เขารักและห่วงน้องน้ำฝนเหมือนลูกคนหนึ่ง ตอนนี้ทุกอย่างที่ลูกออกมาขอความช่วยเหลือ ผมยินดีรับปากและพยายามแก้ไขปัญหาให้ถึงที่สุด ซึ่งสิ่งที่น้ำฝนขอคือให้ช่วยเรื่องของการฟ้องร้องเขา และเรื่องหาอาชีพให้นั้น คงต้องมีการคุยและทำความเข้าใจกันนอกรอบถึงรายละเอียดทั้งหมด ผมยินดีให้ลูกกลับมาอยู่ด้วยกันที่บ้าน ไม่เคยโกรธลูกแต่อย่างใด” หลังจากนั้นน้ำฝนได้เอาพวงมาลัยกราบขอโทษคุณพ่อ และทั้งสองคนพ่อลูกได้กอดกัน

และหลังจากที่ทั้งคู่ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการเสร็จ ก็ได้ออกมาเปิดใจต่อสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวว่า

วันนี้มาเจอกันเป็นยังไงบ้าง? ฝน “ดีใจค่ะ ที่ได้เจอคุณพ่อเพราะไม่เจอ 2 ปีค่ะ” ยิ่งยง “จริงๆ ไม่ถึง 2 ปีนะลูก” หลังจากที่ได้เคลียร์ได้ขอโทษคุณพ่อในรายการ ตอนนี้เคลียร์เรียบร้อยยัง? ฝน “เคลียร์เรียบร้อยค่ะ” ไม่มีติดใจอะไรแล้วใช่ไหม? ฝน “หนูก็ต้องขอไปคิดดูก่อนว่าจะยังไงดี ถ้าจะเป็นไปตามนี้เลยมันก็คงไม่สะดวก เพราะว่าลูกชายหนูก็ยังอยู่ในโรงพยาบาล หนูก็เป็นห่วงเขาค่ะ” ยิ่งยง “เท่าที่ผมพูดมาเมื่อกี้ ก็คือหนึ่ง ผมรับปากก็คือเรื่องคดีความ สองก็คือเรื่องสร้างอาชีพให้กับลูก ซึ่งลูกจะได้มีอาชีพที่มั่นคงต่อไป และก็ดูแลตัวเองได้” น้อยใจลูกไหม? ยิ่งยง “ผมไม่เคยคิดน้อยใจเขา เพราะว่าผมให้เขามาเยอะ ให้เขาทุกอย่าง อยากได้อะไรก็ให้ โดยเฉพาะใจให้ลูกตลอด ความรู้สึกที่ลูกหายไป ไม่ใช่ว่าไม่คิดถึง เพียงแต่ว่าติดต่อลูกไปหาลูกไม่ได้ เพราะสิ่งที่แฟนเขาทำมันเยอะไง” เหตุการณ์ครั้งนี้เสียใจอะไรมากที่สุด? ยิ่งยง “พี่ไม่เคยเสียใจอะไร เสียใจตรงที่ว่าไปทำร้ายจิตใจของเมียพี่เท่านั้นเอง อย่างอื่นไม่มีอะไรครับ เพราะว่าเขาไปโพสต์ว่าแฟนเป็นสาวบริการ ไปด่าว่าแฟนไปกับเขาสองคน ซึ่งเมื่อกี้ลูกก็พูดแล้วว่าแฟนไม่เคยไปกับใครสองคน ทิพย์ไม่เคยไปกับใคร 2 คน แล้วก็มีเรื่องราวของลูกสาวคนเล็กอีก ว่าลูกสาวไปชอบเขา รักเขา ซึ่งเป็นสิ่งที่โกหกทั้งสิ้น นั่นคือสิ่งที่พี่รับไม่ได้ในตัวของสามีเขา”

แล้วโกรธไหมกับเหตุการณ์ที่ตอนแรกข่าวออกมาว่าเราทิ้งลูก? ยิ่งยง “ผมมั่นใจในตัวผมว่าผมไม่ได้ทิ้งลูก ผมคิดว่าลูกต้องมีคนเสี้ยมหรือมีคนมาทำเรื่องให้มันเกิดขึ้น ซึ่งจริงๆ ลูกเองก็สามารถโทร.ติดต่อกับคุณแม่เขาได้อยู่แล้ว คือทิพย์เขาจะรับเรื่องของลูกตลอด คือเราก็เข้าใจว่าแม่ของลูกที่อยู่ที่โน่น ผมก็ไม่ได้มีอะไรกันมานานแล้ว ที่เลิกกันมา 17-18 ปีเราโทร.ไป เราแคร์ความรู้สึกของเมียเรา เดี๋ยวจะหาว่าเราไปคุยกับแม่ของลูกเรา ซึ่งตรงนี้ผมก็ให้แม่กับลูกเขาคุยกันเองดีกว่า เขาจะได้สบายใจ ผมว่าทุกครอบครัวมันก็เป็นเหมือนผมแหล่ะ" ตลอดเวลาที่ผ่านมาได้ติดต่อกับน้องเขาบ้างไหม? ยิ่งยง “ก็อย่างที่บอกตอนที่เขาไม่สบาย เดินไม่ได้ ก็คุยโทรศัพท์กันอยู่นะ แล้วที่ลำปางผมก็ไป ผมกลัวทำใจไม่ได้ที่จะเจอสามีเขา มันไม่ได้โกรธ มันทำใจไม่ได้เลยแหละ คือเกลียดเลย พูดตรงๆ ว่ารับไม่ได้ครับที่ทำกับครอบครัวผมขนาดนี้”

แล้วตอนนี้ฝนกับสามีตัดขาดกันยังไงบ้าง? ฝน “เขาก็ไปสอน ทำงานที่ใหม่ค่ะ แล้วเขาเป็นคนหลอกล่อหนูมาว่า ให้หนูกลับไปอยู่กับแม่ก่อนได้ไหม เพราะว่าทางเขาก็ลำบาก หนูก็เลยบอกโอเค ไม่มีปัญหา ตั้งแต่หนูมาอยู่กับแม่ เขาก็ไม่ได้ส่งเสียเลี้ยงดูเลย ส่งมาให้จริงแต่ส่งมาพันเดียวหนูก็ใช้ทั้งเดือน” ตอนนี้ตัดขาดกันแล้ว? ฝน “ก็คือเขาโทร.มา แต่หนูไม่รับค่ะ” เลิกติดต่อกันมานานเท่าไหร่แล้ว? ฝน “จะเดือนหนึ่งแล้ว” ยิ่งยง “ผมจะเล่าให้ฟังว่าคุณพ่อเคยโทร.ไปบอกลูกว่า เดี๋ยวปีใหม่คุณพ่อจะไปรับลูกมากรุงเทพฯ แล้วรู้ไหมว่าคุณพ่อโทร.ไป ลูกอยู่ไหน ลูกอยู่กับสามี” ฝน “โอเค หนูยอมรับว่าหนูผิดที่ว่าหนูตัดสินใจไปอยู่กับเขา เพราะว่าแม่เป็นคนบอกให้เขามาเยี่ยมหนูที่บ้านกาฬสินธุ์ เขาบอกว่าเอาฝนไปเลย เลี้ยงไม่ไหว เลี้ยงลูกมัน 3 คนก็เหนื่อยพอแรงแล้ว จะไปขายของก็ไม่ได้ หนูเลยไม่รู้จะทำยังไง เลยตัดสินใจไป แล้วทางแม่ก็เคยได้โทร.ไปทางคุณพ่อนี่ล่ะค่ะ แล้วเขาบอกว่าจะให้เขาช่วยอะไร เขาช่วยหมด แต่อย่างเดียวที่เขาไม่เอาคือหนู เขาบอกอย่างนี้ค่ะ แม่ก็เลยบอกเห็นไหมเป็นเพราะฝนแหละ ใครๆ เขาก็ไม่อยากเอาแล้ว ชั้นยังไม่อยากเอาเลย แม่หนูพูดอย่างนี้ค่ะ” ยิ่งยง “อันนั้นประเด็นของเขา แต่ของผมที่ไม่รับลูก เพราะลูกไปอยู่กับสามีแค่นั้นเอง”

อย่างนั้นก็ยืนยันได้ว่าจริงๆ แล้วพ่อไม่ได้ทิ้งเรา? ฝน “ค่ะ แต่หนูอยากไปอยู่กับพ่อ ณ ตอนนั้นนะคะ” แล้วหลังจากนี้จะยังไงต่อไป? ฝน “ก็เดี๋ยวต้องขอไปคิดก่อนนะคะว่าจะเอายังไง ต้องโทร.ถามแม่ก่อน” ฝนเสียใจไหมที่ทำให้ข่าวมันกระทบกับชื่อเสียงของพ่อ? ฝน “ถามว่าเสียใจไหม หนูก็เสียใจ แต่ว่ามันออกไปแล้ว จะไปแก้ไขอะไรมันไม่ได้ค่ะ อย่างที่หนูบอกในรายการว่า เรื่องทั้งหมดมันเริ่มจากที่แฟนหนูเนี่ย เขาบอกว่าเขาจะไม่ส่งเงินมาให้พวกหนูแล้ว เขาจะให้ออกข่าว แล้วทางผู้ใหญ่เขาก็ถามมาว่าแล้วพ่อแม่เราจะไม่ช่วยเลยเหรอ พ่อแม่เราเป็นใคร หนูก็บอกเขาไป เลยเป็นข่าวดังขึ้นมา จริงๆ หนูไม่ได้อยากจะให้มันเป็นเรื่องใหญ่โตอย่างนี้ค่ะ” ข่าวนี้ภาพลักษณ์ของพี่ยิ่งยงมันลบไปแล้ว มีอะไรอยากจะบอกไหม? ยิ่งยง “ผมไม่มองว่าลบนะครับ ผมมองว่าก็ดีเหมือนกันที่ลูกสาวออกมา เขาจะได้สบายใจว่าผมไม่ได้ปิดบังเรื่องลูก คำว่าลบมันไม่มีหรอกครับ เพราะว่าถ้าเราทำดีซะอย่าง คำว่าลบมันไม่มีหรอกครับ ความจริงเท่านั้นมันทำทุกอย่างให้ดี เพราะว่าที่ผ่านมามันดีตรงที่ว่า มีคนโพสต์บอกว่าผมเป็นเกย์ (หัวเราะ) ก็ไม่ได้เสียใจตรงนี้ ไม่ได้ไปทางลบนะครับ เราเป็นพ่อมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบลูกอยู่แล้ว มันลบไม่เป็นไร วันหนึ่งมันกลับมาได้อยู่แล้วถ้าเราพูดความจริง ผมไม่ได้ปฏิเสธว่าไม่ใช่ลูก 24 ปีที่ผ่านมาผมไม่เคยให้อะไรลูกเลย นั่นคือสิ่งที่ผมไม่ควรน่าจะอยู่ในสังคมได้ สิ่งที่มันเกิดขึ้น เราให้ลูกตลอด” ถ้าลูกจะขอกลับมาอยู่ด้วย? ยิ่งยง “ยินดีครับ”

กับทางครอบครัวของพี่ยิ่งยงเองล่ะ? ยิ่งยง “แม่ทิพย์ก็ยินดีครับ เขาไม่ได้ว่าอะไรเลย แต่เขาก็มีความน้อยใจ เขาให้ลูกตลอด ทำไมเขาต้องมาเป็นข่าวแบบนี้ ซึ่งไอ้ที่เป็นข่าวเนี่ยไม่ใช่ไม่ดีหรอก เพียงแต่ว่าเราเหนื่อยที่จะต้องมานั่งตอบคำถาม แทนที่จะได้ไปทำงาน” ด้านฝนเองมีจะไปขอโทษแม่ทิพย์บ้างไหม? ฝน “คิดไว้แล้วค่ะ ว่าจะไป” หลังจากนี้รับเลี้ยงทั้งลูกทั้งหลาน? ยิ่งยง “ก็อยู่ที่ตัวเขาเอง ถ้าแม่เขาเลี้ยงก็ปล่อยเขาไป เราไม่ไปยุ่งตรงนั้น ถ้าเกิดวันหนึ่งเขามีอะไรมาให้เรา เราก็ต้องดูแล เพราะพี่ไม่เคยปฏิสธในเรื่องการดูแลเลยนะ ว่าอยากเอาลูกมาเลี้ยง ให้เขามีอนาคตที่ดี” ตอนนี้เราก็ยังให้ความช่วยเหลือในเรื่องเงินตลอดใช่ไหม? ยิ่งยง “ลูกชายก็อยู่ที่บ้านครับ ทำอัลบั้มให้ด้วย เพราะเขาชอบร้องเพลง” ฝนได้มีการขอโทษพ่อรึยัง? ฝน “ค่ะ ก็ขอโทษแล้ว และอยากให้คุณพ่อช่วยในเรื่องคดี ส่วนเรื่องอื่นเดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที” ต่อไปจะเคลียร์กันเองแล้วใช่ไหม ไม่ออกมาแล้วใช่ไหม? ฝน “ไม่ค่ะ มันถึงที่สุดแล้วค่ะ” เรื่องคดีเป็นยังไงบ้าง? ยิ่งยง “ผมต้องไปคุยกับผู้ใหญ่ก่อนนะครับ เพราะว่าคดีมันยังอยู่ ยังไม่ถอนแจ้งความ ซึ่งทางผู้ชายเองในสัญญาเรื่องของคดีเขาต้องส่งเงินให้กับทางลูก แต่วันหนึ่งเขาไม่ส่ง เราก็ต้องไปคุยว่าด้วยเหตุอะไร ต้องมีเหตุและผมด้วยครับ จะไปทำอะไรโดยพลการมันก็ไม่ได้ ตามขั้นตอนทุกอย่างครับ”.

 

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้