กีฬา
100 year

ชง'มั่นคง'รับม็อบ

ไทยรัฐออนไลน์31 ก.ค. 2556 08:00 น.
SHARE

เริ่ม1ส.ค.คลุมรัฐสภาทำเนียบ-พระราชฐาน‘อพส.’ยันมาแน่4ส.ค.

ที่ประชุมหน่วยความมั่นคงถกมาตรการรับมือม็อบการเมือง มีมติเสนอ ครม.ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. ครอบคลุมพื้นที่รัฐสภา-ทำเนียบรัฐบาล-บริเวณใกล้เขตพระราชฐาน ประเมินเบื้องต้นมีผู้ชุมนุมหลักหมื่น “เหลิม” ชี้เกมนี้ ปชป.จัดหนักถึงขั้นแตกหัก  พท.แฉมีการปลุกระดมคนใต้และ กทม.ออกมาชุมนุม  วิปฝ่ายค้านประกาศไม่รับร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซัดเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 30 “มาร์ค” หวั่นเหตุการณ์บานปลายเกิดการปะทะเหมือนม็อบ เสธ.อ้าย ล็อกเป้า “ปู” ต้องรับผิดชอบ อพส.จับมือหน้ากากขาวแถลงยืนยันนัดหมายชุมนุม 4 ส.ค. แต่ยังอุบสถานที่รวมตัว ขู่เอาผิดอาญาหากโดนเจ้าหน้าที่สกัดมวลชน “เฉลิม-ภราดร” ประสานเสียงยืนยันคลิปขู่ฆ่า “ทักษิณ” เป็นของเก๊ พร้อมออกตัวยากจะเอาผิดทางกฎหมาย

หลังจากที่กลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมืองเตรียมเคลื่อนไหวใหญ่ในช่วงในสมัยประชุมสภา โดยเฉพาะการออกมาต่อต้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งหลายฝ่ายเกรงว่าจะเกิดความขัดแย้งลุกลามบานปลาย ล่าสุดที่ประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคงได้ข้อสรุปเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาประกาศใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. ครอบคลุมพื้นที่รัฐสภา ทำเนียบรัฐบาล และบริเวณใกล้เขตพระราชฐาน

ครม.ยังไม่ออกมาตรการคุมม็อบ

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 30 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุมไม่ได้หารือถึงการประกาศใช้ พ.ร.บ.การรักษาการความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เพื่อควบคุมการชุมนุมของกลุ่มการเมืองในช่วงนี้ เพราะเป็นหน้าที่ปกติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องดูแลติดตามสถานการณ์ และดำเนินการไปตามขั้นตอนต่อไป ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการรายงานในที่ประชุม ครม.หรือไม่ว่าจะมีการใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงเพื่อดูแลการชุมนุมในช่วงการประชุมสภา นายนิวัฒน์ธำรงตอบว่า ไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการ ครม. แจ้งต่อที่ประชุมว่า วันที่ 2 ส.ค. คณะกรรมาธิการสิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา เชิญรัฐบาลไปชี้แจงเกี่ยวกับการสลายการชุมนุมของม็อบองค์การพิทักษ์สยาม (อพส.) ที่นำโดย พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือ เสธ.อ้าย เมื่อเดือน พ.ย.55 โดยที่ประชุม ครม.มอบหมายให้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม ไปชี้แจง ขณะที่นายอำพนแจ้งว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม อยากให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ไปช่วยชี้แจงด้วย ซึ่ง ร.ต.อ.เฉลิมตอบรับบอกไม่มีปัญหา ยินดีไปด้วยความเต็มใจ ฝากบอกนายกฯด้วย

ฝ่ายความมั่นคงเสนอใช้ พ.ร.บ.มั่นคง

ต่อมาเวลา 13.00 น. พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง ประกอบด้วย พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. ตัวแทนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เพื่อประเมินสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองในช่วงการเปิดประชุมสภาสมัยสามัญทั่วไปเดือน ส.ค.นี้ ภายหลังการประชุม พล.ท.ภราดรกล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์อาจส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงได้ ที่ประชุมจึงมีมติเสนอให้มีการประกาศใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ให้ที่ประชุม ครม.ชุดเล็กที่มีนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม พิจารณาในวันที่ 31 ก.ค. เวลา 12.00 น.

คุมพื้นที่รอบทำเนียบฯ–รัฐสภา

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุผลหลักในการประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงคืออะไร พล.ท.ภราดรตอบว่าจากข่าวกรองของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กอ.รมน. และหน่วยข่าวกรองที่เกี่ยวข้อง ประเมินว่าจะมีการเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมมาจากหลายแห่ง จากนั้นจะมีพัฒนาการไปมาก ดังนั้น เพื่อการป้องกันบรรเทาสถานการณ์ที่อาจเกิดผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนในพื้นที่ที่จะมีการชุมนุม จึงต้องมีการเตรียมการไว้ โดยจะเสนอที่ประชุม ครม.ชุดเล็กให้เริ่มประกาศใช้ พ.ร.บ.มั่นคงตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. เนื่องจากตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. คงจะมีผู้มาชุมนุมกันแล้ว จึงต้องป้องกันไว้ก่อนเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลุกลามขยายตัว และจะมีการประกาศใช้ในระยะเวลาเพียงสั้นๆเท่านั้น เมื่อถามว่าจะประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงในพื้นที่ใดบ้าง เลขาฯ  สมช.ตอบว่า ที่รัฐสภา ทำเนียบรัฐบาล และบริเวณพื้นที่ใกล้เขตพระราชฐาน ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้เคียงกับที่เคยประกาศในการชุมนุมของ อพส. เมื่อเดือน พ.ย.55 และจากการประเมินการชุมนุมอาจจะยืดเยื้อประมาณหนึ่งสัปดาห์ เบื้องต้นประเมินตัวเลขผู้ชุมนุมประมาณหลักหมื่น

“เหลิม” ชี้ ปชป.จัดหนักแตกหักรัฐบาล

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึงการเคลื่อนไหวของม็อบต่างๆในช่วงนี้ว่า ดูรายการพรรคประชาธิปัตย์ผ่าความจริง 2 สัปดาห์ติด มีความเข้มข้น เด็ดขาด ชัดเจน หลายคนในพรรค ประชาธิปัตย์ไม่เคยมีพฤติกรรมอย่างนี้ งานนี้เรียกว่าเปิดหน้าเล่น แตกเป็นแตก ตายเป็นตาย เตรียมนกหวีดเป่าทั้งพรรค ไม่ว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง คราวนี้พรรคประชาธิปัตย์จัดเต็มจัดหนัก ดูจาก การปราศรัยไม่ได้จัดในสภา แต่จัดนอกสภา ส่วนจำนวนผู้ชุมนุมอย่าไปวิเคราะห์ให้อายเขาว่าจะมาเพียง 5-6 พันคน เพราะแค่ กทม.มี ส.ก.-ส.ข.ร้อยละ 70 ส่วน ส.ส.ร้อยละ 80 ขึ้น แถมผู้ว่าฯ กทม.ก็คนพรรคประชาธิปัตย์ จะเอาคนมาเท่าไหร่ก็ได้ อยู่ที่จะเอาหรือไม่ แค่บางซื่อก็เกิน 5,000 คนแล้ว ขอเตือนถ้าพรรคประชาธิปัตย์ขนจริงอย่าไปพูดระดับพันคน แค่นายสาทิตย์ไอแคกเดียวก็เกิน 5,000 คนแล้ว ข้าราชการระดับ 3 และ 4 วันนี้ขึ้นระดับ 8 และ 9 ของพรรคประชาธิปัตย์ทั้งหมด

รับกลัวฤทธิ์เดชองค์กรอิสระ

ต่อข้อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์เปิดหน้าเล่นแบบนี้รัฐบาลหวั่นหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมตอบว่า พรรคประชาธิปัตย์เปิดหน้าอย่างนี้ รัฐบาลควรสบายใจ เพราะรู้ว่าเขาเอาแน่ ไม่ได้เป็นเหมือนก่อน ที่แอบเอาคนเติม เมื่อถามว่า การเมืองจะร้อนแรงหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมตอบว่า ตนพูดอะไรไม่เคยผิด ที่ยังห่วงคือเรื่องขององค์กรอิสระ ยอมรับว่ากลัว เพราะถ้าผลัวะเดียวได้เสียเลย แต่ไม่ถึงกับซ้ำรอยปี 49 เพราะการเมืองไม่พัฒนาไปถึงขั้นนั้น กองทัพไม่ยุ่ง แต่จะเป็นอย่างไรต้องถามหน่วยข่าว เพราะตนเป็นจับกัง 1

“ณัฐวุฒิ” ท้าประกาศเป็นมติพรรค

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ และแกนนำ นปช. กล่าวว่า การที่พรรคประชาธิปัตย์ปลุกระดมประชาชนออกมาร่วมชุมนุมนั้น อยากขอให้พรรคประชาธิปัตย์ประกาศตัวเป็นแกนนำในการชุมนุม ประกาศเป็นมติพรรคไปเลยว่าหาก ส.ส.หรือสมาชิกพรรคคนใดต้องการออกมาร่วมเดินขบวนชุมนุม ก็ขอให้มีการอนุญาต เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ว่าความขัดแย้งที่ผ่านมามีพรรคการเมืองใดอยู่เบื้องหลัง สำหรับคนเสื้อแดงขอยืนยันว่าจะไม่ออกมาเผชิญหน้ากับกลุ่มต่อต้านรัฐบาลแน่นอน แต่จะรวมตัวในที่ตั้งเพื่อสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหว

นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่พรรคประชาธิปัตย์แถลงเรื่องผังล้มระบอบทักษิณ โดยรัฐบาลเป็นฝ่ายจัดทำขึ้น และแพร่หลายอยู่ตามหน่วยงานความมั่นคงว่ารัฐบาลไม่เคยคิดทำ แต่เฉลียวใจว่าบุคคลที่นำเรื่องนี้ออกมา เปิดเผยคือคนทำ ทั้งนี้ การโค่นล้มระบอบทักษิณเป็น เรื่องที่คนรู้กันหมดแล้ว ไม่ใช่เรื่องของการกุข่าว แต่เรื่องที่กุข่าวคือเรื่องผังล้มเจ้าต่างหาก

ปูดปลุกม็อบคนใต้–กทม.ต้าน ก.ม.ร้อน

ที่พรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เรียกประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ประชาสัมพันธ์ เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์การเมืองก่อนพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ภายหลังการประชุม นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่ประชุมรับทราบข้อมูลความเคลื่อนไหวฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลและฝ่ายค้านในภาคใต้ กทม.และปริมณฑล ที่มีการปลุกระดมประชาชนในพื้นที่ให้ออกมาชุมนุมต่อต้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯในวันที่ 7 ส.ค. โดยใช้วิธีบิดเบือนข้อมูล ว่าจะมีการลักไก่พิจารณาก่อน หรือมีการสอดไส้เอา ฉบับอื่นมาพิจารณาประกบ เพื่อปลุกระดมให้เกิดการ ต่อต้าน ซึ่งเป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคงต้องรับผิด ชอบในการใช้กฎหมายให้การทำหน้าที่ของรัฐสภาเดินหน้าต่อได้ นอกจากนี้ ที่ประชุมได้กำชับการทำงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ของพรรค รัฐบาล และกระทรวงต่างๆ ให้ทำงานเชิงรุก โดยให้ทีมโฆษกของทั้ง 3 ส่วน ประสานแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน เพื่อชี้แจงและตอบโต้ โดยให้ช่วยกันชี้แจงทันทีในส่วนที่ตัวเองเกี่ยวข้อง อย่าให้ถูกโจมตีฝ่ายเดียว

วิปฝ่ายค้านซัดร่างนิรโทษขัด รธน.

ที่รัฐสภา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานวิปฝ่ายค้าน แถลงภายหลังการประชุมวิปฝ่ายค้าน ว่า ที่ประชุมมีมติไม่รับหลักการร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับนายวรชัย เหมะ เพราะเป็นกฎหมายทำลายหลักนิติรัฐนิติธรรม นิรโทษกรรมให้ผู้ทำผิดคดีก่อการร้าย เผาสถานที่ราชการและเอกชน การ กระทำผิดต่อชีวิตร่างกาย การฆ่าคนตาย และกระทำหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ อีกทั้งจะเป็นหัวเชื้อนิรโทษกรรมแบบยกเข่งหรือสุดซอยที่จะสร้างความแตกแยกได้ และกฎหมายฉบับนี้อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 30 ที่ระบุว่าบุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน แต่การออกกฎหมายฉบับนี้สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนที่ทำความผิดใกล้เคียงกันกลับไม่ได้รับการนิรโทษกรรม ส่วนที่วิปรัฐบาลยืนยันว่าการประชุมสภานัดแรก วันที่ 1 ส.ค. จะไม่ลักไก่พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว แต่ฝ่ายค้านคงไม่ประมาท ต้องเตรียมมาตรการต่างๆ ไว้รองรับ เพราะหากมีการหยิบยกขึ้นมาก็จะต้องใช้วิธีพิสดารอย่างมาก นอกจากนี้ วิปฝ่าย ค้านเห็นว่าไม่มีเหตุผลที่รัฐบาลต้องใช้กฎหมายพิเศษควบคุมการชุมนุม

“มาร์ค” ล็อกเป้า “ปู” ต้องรับผิดชอบ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การผลักดันร่างกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนายวรชัย เหมะ ในครั้งนี้ ถือว่ารัฐมนตรีและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจแล้วว่าอยากทำเรื่องนี้ และตามแผนเดิมคือนายกฯต้อง พยายามทำตัวให้ห่างที่สุด แต่ความจริงบอกไม่ได้ว่านายกฯไม่รู้หรือไม่ได้ตัดสินใจ เพราะนายกฯรู้แล้ว ตัดสินใจแล้ว ว่าต้องการทำงานนี้ ทั้งที่รู้ว่ามีความ ขัดแย้ง แต่เป็นเพราะเป็นความต้องการของพี่ชาย ของพรรคพวก จึงผลักดัน ดังนั้น หนีความรับผิดชอบไม่พ้น จะมาอ้างความปรองดองไม่ได้ เพราะยังไม่เห็นว่ามีความปรองดองตรงไหนจากกฎหมายของนายวรชัย ขนาดรัฐบาลนี้คิดถึงขั้นจะต้องใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ทั้งที่ก่อนหน้านี้เหตุการณ์สงบเรียบร้อยดี ก็เป็นตัวบ่งบอกว่ากฎหมายนี้ไม่ได้สร้างความปรองดอง มีแต่สร้างความขัดแย้ง

หวั่นมีเหตุปะทะซ้ำรอยม็อบ เสธ.อ้าย

ผู้สื่อข่าวถามว่า การประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงเป็นการสะท้อนความไม่มั่นคงของรัฐบาลหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ก็แปลกใจ เพราะมีการประเมินว่าจะไม่มีอะไร แต่ล่าสุดกลับบอกว่าอาจต้องใช้กฎหมายความมั่นคง แต่ที่แน่ๆคือกฎหมายนิรโทษกรรมที่จะดันเข้านี้กำลังสร้างความวุ่นวาย ขัดแย้งในสังคม ซึ่งไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยกับการชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยามที่ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือเสธ.อ้าย ที่ตำรวจใช้แก๊ส น้ำตาสลายผู้ชุมนุมจนมีคนบาดเจ็บ ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีการเผยแพร่แผนผังล้มรัฐบาลออกมา ซึ่งโยงไปถึงพรรคประชาธิปัตย์อยู่เบื้องหลังและโยงไปถึงกลุ่มต่างๆ คิดว่าแผนผังดังกล่าวสมเหตุสมผลหรือไม่ นายอภิสิทธิ์หัวเราะก่อนตอบว่า “คงเป็นเรื่องของเด็กเล่นคอมพิวเตอร์มั้ง”

ซัดวอร์รูม พท.มั่วทำแผนผังล้มทักษิณ

น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่มีกระแสข่าวรัฐบาลเตรียมพิจารณาประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงในการ ดูแลการชุมนุมทางการเมืองช่วงเดือน ส.ค. ว่า ได้รับ การแจ้งเบาะแสจากข้าราชการที่ดีว่า ในที่ประชุมวอร์รูมพรรคเพื่อไทยที่นำมาใช้สรุปแผนให้เจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายความมั่นคง โดยเจ้ากระทรวงหลักแห่งหนึ่งได้อ้างอิงแสดงแผนผังที่ระบุเป็น “แผนลับโค่นล้ม ระบอบทักษิณ (ครั้งสุดท้าย)” แผนผังดังกล่าวระบุว่าเชื่อมโยงถึงบุคคลต่างๆ ในแวดวงการเมือง อดีตทหาร อดีตตำรวจและภาคประชาชนเป็นลำดับขั้น เป็นรูปอดีตนายทหารใหญ่ที่เป็นผู้ใหญ่ในบ้าน เมือง รูปนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มการเมืองสีเขียว นายไทกร พลสุวรรณ แกนนำขบวนการอีสานกู้ชาติ พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าฯ กทม. พล.ร.อ.ชัย สุวรรณภาพ ประธาน อพส. อย่างไรก็ตาม แผนผังดังกล่าวเกิดจากจินตนาการอย่างไร้ข้อเท็จจริง เป็นเอกสารที่มั่ว ข้อมูลแบบจับแพะชนแกะ

“อุทัย” เรียกร้องถอนร่างนิรโทษกรรม

วันเดียวกัน นายอุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภา เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกเรื่องความปรองดองแห่งชาติ ส่งถึงประชาชน ส.ส. ส.ว. คณะรัฐมนตรี ผู้พิพากษา และตุลาการ มีใจความสรุปว่า ในฐานะทำงานการเมืองมานาน มีความห่วงใยกับสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันอย่างยิ่งที่ประชาชนและผู้มีอำนาจทั้งหลายในแผ่นดินกำลังสับสนในเรื่องของความสามัคคี เสนอกฎหมายในลักษณะ พ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติ หรือ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเหตุการณ์ความผิดทางการเมืองตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.2549 ถึงปัจจุบัน ตนเห็นว่าแทนที่จะก่อให้เกิดความปรองดอง หรือความสามัคคีของคนในชาติ กลับจะทำให้ความแตกแยกขยายวงความรุนแรง จนอาจเกิดความไม่สงบที่ยากจะเยียวยาได้ ซึ่งเริ่มตั้งเค้าต่อต้านการเสนอกฎหมายทั้ง 2 รูปแบบ หากพิจารณาให้ดีและมองเรื่องนี้อย่างไตร่ตรองแล้ว จะเห็นว่าเรื่องที่เสนอนี้ไม่มีความจำเป็นเลย เพราะมองว่าสังคมปัจจุบันเป็นปกติอยู่แล้ว แล้วจะมีความจำเป็นใดที่ต้องเสนอให้เกิดเรื่องขึ้นมา ได้โปรดอย่าทำได้หรือไม่ ขอเรียกร้องให้ถอนญัตติทั้ง 2 รูปแบบออกจากสภา ถ้าเห็นแก่ความสามัคคีปรองดองอย่างจริงใจ

แนะให้ประกันตัวนักโทษการเมือง

นายอุทัยระบุว่า อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ายังมีคนประมาณ 200-300 คนถูกจับกุมคุมขัง ถูกดำเนินคดีในศาล บางส่วนเดือดร้อนอยู่ คนเหล่านี้รักชาติ ไม่ว่าจะกลุ่มพันธมิตรฯ หรือกลุ่ม นปช. คนไม่เกิน 300 คนนี้ต่างหากที่ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองจะดำเนินการอย่างไรกับเขาให้จบๆ โดยไม่ต้องเอาคนทั้งประเทศมาตั้งขบวนปะทะกัน ดังนั้น ควรรีบเร่งพิจารณาโดยด่วน กระบวนการยุติธรรมต้อง อย่าเช้าชามเย็นชาม เอาคดีเหล่านี้มาเป็นคดีสำคัญของสังคม เมื่อเขาขอประกันก็ควรใช้ดุลพินิจให้ประกันทันที โดยไม่ต้องเรียกหลักทรัพย์ อย่าลืมว่า คนเหล่านี้ไม่ใช่อาชญากร หากผิดกฎหมายก็ว่าไปตามความเหมาะสมของโทษและการกระทำ อย่างนี้ บ้านเมืองจึงจะได้ชื่อว่ามีขื่อมีแป การเมืองภาคประชาชนก็จะเข้มแข็ง ความแตกแยกที่ตั้งเค้าอยู่จะได้สลายไป อย่าทำแบบหักด้ามพร้าด้วยเข่าเลย

สภาเริ่มตรวจเข้มค้นรถทุกคัน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา เมื่อเวลา 09.00 น. มีการซักซ้อมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา ที่บริเวณลานจอดรถชั้น 2 ไว้รับมือกลุ่มผู้ชุมนุมที่อาจมาปิดล้อมบริเวณรัฐสภาในช่วงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เป็นที่น่าสังเกตว่าตำรวจรัฐสภาเริ่มตรวจเข้มรถยนต์ที่เข้าออกทุกคัน โดยให้เปิดกระโปรงหลังรถเพื่อดูว่ามีสิ่งผิดปกติหรือไม่ โดยทั้งนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ และนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ทยอยเดินทางเข้าสภา ได้เปิดรถให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเป็นตัวอย่าง ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวชายต้องสงสัยที่อยู่ในอาการเมาสุรา ตรวจสอบทราบชื่อ นายอุดม น้อยคุณ ชาวจังหวัดชัยภูมิ แต่เมื่อสอบสวนอย่างละเอียดแล้วไม่พบสิ่งผิดสังเกต เจ้าหน้าที่จึงปล่อยตัวไป ทั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบจาก สน.ดุสิต เริ่มมาประจำการโดยรอบแล้ว นอกจากนี้ กลุ่มกวป.ยังคงตั้งเต็นท์ยึดพื้นที่ชุมนุมเอาไว้บริเวณฟุตปาทตรงข้ามประตูด้านหน้ารัฐสภา
สั่งคุมเข้มยันปิดสมัยประชุม

นายเจริญกล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค. เป็นต้นไป จะเข้มงวดเรื่องการรักษาความปลอดภัยใน รัฐสภา ต้องตรวจรถทุกคันทั้งของ ส.ส.และรัฐมนตรี ขณะที่บริเวณชั้น 2 ของอาคารรัฐสภา จะไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสื่อมวลชนและผู้ติดตาม ส.ส.ขึ้นไปเด็ดขาด จะอนุญาตให้เฉพาะนายกรัฐมนตรี ครม.และ ส.ส.เท่านั้น และจะเคร่งครัดเรื่องการตรวจอาวุธ ด้วย โดยจะเรียกประธานวิปรัฐบาลมารับทราบมาตรการเหล่านี้ เพื่อนำไปแจ้งให้นายกฯ และ ครม.รับทราบทั่วกัน ที่ผ่านมาเราหย่อนยานกันมามากแล้ว จะคุมเข้ม 4 เดือน จนถึงช่วงปิดสมัยประชุม

อพส.ขู่เอาผิด จนท.สกัดมวลชน

ที่สนามม้านางเลิ้ง นายไทกร พลสุวรรณ ผู้ประสานงานกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม (อพส.) ในฐานะเสนาธิการร่วมกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ  นายนิธิชพตุรนญ์  ตรีภพประทานพร  ตัวแทนกลุ่มหน้ากากขาว V For Thailand ร่วมแถลงข่าวการชุมนุมในวันที่ 4 ส.ค. โดยนายไทกรกล่าวว่า ได้รับรายงานว่ารัฐบาลมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย  กระทรวงคมนาคม  และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สกัดประชาชนไม่ให้เข้ามาร่วมชุมนุม ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือว่าผิดกฎหมายอาญามาตรา 157 และขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 34, 45, 62, 63 และมาตรา 70 ดังนั้น หากมีการขัดขวางหรือสกัดกั้นไม่ให้ประชาชนเข้าร่วมชุมนุม  จะแจ้งความดำเนินคดีกับผู้สั่ง ผู้บัญชาการ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติทุกนายทุกระดับ ส่วนสถานที่นัดชุมนุมหรือแผนการเคลื่อนไหว ยังแจ้งไม่ได้  เพราะถือเป็นยุทธศาสตร์หลักที่สำคัญ หากให้รัฐบาลรู้ต้องถูกใช้อำนาจมืด หรือใช้กำลังเถื่อนใต้ดินสกัดกั้น

แจงต่างชาติถึงสาเหตุชุมนุม

นายไทกรกล่าวว่า  จากการประสานกับแกนนำเครือข่ายต่างๆ ทราบว่าส่วนใหญ่จะเดินทางมาเป็นกลุ่ม  ทุกคนรู้ว่าต้องมาชุมนุมที่ใด  จะไม่กระจัดกระจาย การเคลื่อนไหว จะไม่ทำลายสถานที่ราชการ ไม่ทำร้ายเจ้าหน้าที่เด็ดขาด จะชุมนุมอย่างสงบปราศจากอาวุธ แต่ยังตอบไม่ได้ว่าจะยืดเยื้อยาวนานเท่าใด ต้องประเมินกันวันต่อวัน นอกจากนี้ จะทำหนังสือชี้แจงต่อสถานทูตประเทศต่างๆในประเทศไทย ให้เข้าใจสถานการณ์ขณะนี้ เพื่อทราบถึงสาเหตุและความเป็นจริง โดยเฉพาะสถานทูตสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป สาธารณรัฐประชาชนจีน

นายนิธิชพตุรนญ์กล่าวว่า สาเหตุที่กลุ่มหน้ากากขาวออกมาร่วมชุมนุมมี 4 ประการ คือ 1.เรียกร้องให้ประชาชนที่รักความถูกต้องมารวมพลังกันขับไล่ระบอบทักษิณออกไปจากสังคมไทย 2.ต้องชุมนุมอย่างสงบ  3.การชุมนุมยาวนานเท่าใดขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะตอบสนองข้อเรียกร้องที่เสนอไป 4.การเคลื่อนไหวครั้งนี้จะสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับประชาชนมาร่วมกันให้มากที่สุด และจะร่วมกับทุกเครือข่ายขับไล่ระบอบทักษิณ

“เฉลิม” สำทับคลิปขู่ฆ่า “ทักษิณ” ของเก๊

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน กล่าวถึง คลิปวีดิโอชายแต่งกายชุดอาหรับอ้างเป็นกลุ่มอัลกออิดะห์ ขู่ฆ่าล้างแค้น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายก– รัฐมนตรี ว่า มีการทำคลิปขึ้นมาจริง แต่เนื้อหาสาระไม่เป็นจริง สารัตถะก็ไม่จริง กลุ่มที่ทำก็เป็นกลุ่มที่ ไม่ชอบ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่จะทำในประเทศ หรือต่าง ประเทศนั้น ไม่มีใครรู้จริง เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ที่ผ่านมา ได้ไปคุยกับคนสำคัญที่ตรวจคลิป หากตนจะพูดจะต้องลงลึก ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่ามีเสียง นกกรงหัวจุกที่เลี้ยงมากในภาคใต้ของไทยอยู่ในคลิป ด้วย ร.ต.อ.เฉลิมตอบว่า ไอ้นี่ก็รู้มากไป นกกรงหัวจุก นกหัวขวาน นกเขา มันรู้เยอะไป เมื่อถามว่า จะสามารถ จับกุมผู้กระทำผิดได้หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ไม่ได้ เพราะไม่มีหลักฐาน แม้เขาจะเปิดใบหน้า

เลขา สมช.ยอมรับเอาผิดยาก

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์ถึงความ คืบหน้าการตรวจสอบคลิปวีดิโอที่อ้างตัวเป็นกลุ่มอัลกออิดะห์ขู่ล้างแค้น พล.ต.ท.ทักษิณว่า ความเคลื่อนไหวขณะนี้มีความสัมพันธ์ทั้งภายในและภายนอกที่ทำร่วมกันมา เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ภายในประเทศที่กำลังร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ เชื่อมโยงกับภายนอกประเทศ รับทราบที่หมายปลายทาง แต่คงไปไม่ถึงปลายทาง เพราะเป็นเรื่องนอกประเทศ อย่างไรก็ตามคลิปนี้ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอัลกออิดะห์ ส่วนการหาที่มาของคลิปที่โดยเฉพาะภายในประเทศนั้น ยังไม่ สามารถเอาผิดตามกฎหมายด้วย ผู้สื่อข่าวถามว่า มี การประเมินหรือไม่ว่าอาจจะมีคลิปออกมาอีก พล.ท.ภราดรกล่าวว่า ตอนนี้ก็ระวังและติดตาม คาดว่าน่าจะ มีบ้าง ส่วนการนำมาดำเนินคดี กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ต้องพิจารณา แต่ เนื่องจากที่หมายปลายทางมีความคลุมเครือไม่ชัดเจน จึงยังไม่สามารถระบุตัวบุคคลชัดเจนได้ เมื่อถามว่า หากมีคลิปลักษณะนี้ออกจากต่างประเทศ แสดงว่าเราไม่สามารถดำเนินการได้ พล.ท.ภราดรกล่าวว่า ที่ ผ่านมามักจะเป็นอย่างนั้น เขาถึงใช้วิธีการเอามาจากต่างประเทศ

“มาร์ค” จี้รัฐบาลตรวจสอบที่มาที่ไป

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงคลิปดังกล่าวว่า ไม่ใช่ผู้รู้ที่จะตอบได้ ว่าคลิปเป็นของจริงหรือไม่ แต่ถ้ารัฐบาลยืนยันว่าไม่ใช่ ก็ควรตรวจสอบว่ามีที่มาอย่างไร ทำเพื่ออะไร เนื้อหาในคลิปพูดแต่ประเด็นเรียกร้องให้คนออกมา ต่อต้านแก้แค้น พ.ต.ท.ทักษิณจากการกระทำก่อนหน้านั้น จึงไม่เข้าใจว่าทำไมจึงโยงกับการพูดคุยกับบีอาร์เอ็น หรือโยงมาที่การเมืองภายในประเทศ ทั้งที่ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกัน แต่ในเมื่อทั้งกระทรวงไอซีที และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความ ผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ระบุเหมือนกัน ว่าเป็นคลิปที่ทำในต่างประเทศ ก็คงตรวจสอบไม่ยาก ดีที่สุดควรจะเอาความจริงให้ประชาชนรู้ และอยากให้ใช้มาตรฐานเดียวกับคลิปอื่นๆที่มีการละเมิดสิทธิ หรือทำผิดกฎหมาย

เตือนระวังก่อการร้ายสากลเข้าแทรก

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ขอเตือนรัฐบาลระวังอย่า ให้การก่อการร้ายสากลอย่างอัลกออิดะห์เข้ามามีบทบาท เกี่ยวกับสถานการณ์ภาคใต้ เพราะมีความพยายามที่ จะเข้ามาเชื่อม แต่กลุ่มที่เคลื่อนไหวไม่ได้ตอบรับ และแปลกใจว่ากระทรวงการต่างประเทศไม่ทำหน้าที่ชี้แจงเท่าที่ควร แม้กระทั่ง สมช.การให้ข้อมูลก็ยังเป็น ลักษณะการยืนให้สัมภาษณ์มากกว่าที่จะแถลงให้เป็นระบบ เพราะประเด็นต่างๆ ฝ่ายบีอาร์เอ็น หรือคนอื่น พยายามยกขึ้นไปให้เป็นที่รับรู้ของสากล ในขณะที่ รัฐบาลไทยกลับไม่มีแนวทางการชี้แจง หรือให้ข้อมูลอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ หากสถานการณ์พัฒนาไปถึง การที่กลุ่มก่อการร้ายสากลเข้ามาเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ ในภาคใต้ จะทำให้เกิดความรุนแรงมากขึ้น ปัญหาจะแก้ยากขึ้น และจะมีเรื่องอื่นแทรกซ้อนเข้ามาด้วย จึงต้องช่วยกันอย่าให้เกิดปัญหานี้

ดีเอสไอจ่อร้อง “บัญญัติ” แจ้งเท็จ

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นร้องต่อป.ป.ช.ให้ตรวจสอบดีเอสไอกรณีตรวจสอบเรื่องการบริจาคเงินเข้าพรรคประชาธิปัตย์ อาจเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และกฎหมายพรรคการเมืองว่า ดีเอสไอได้หารือกันว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะอาจถูกเข้าใจผิดจากสาธารณชน ถูกดูหมิ่นว่าเป็นเจ้าหน้าที่กระทำโดยมิชอบ ขอเวลารวบรวมหลักฐาน 2-3 วัน ก่อนไปร้องทุกข์ต่อกองปราบปรามว่าเป็นการร้องเท็จและดูหมิ่นเจ้าพนักงาน

“มาร์ค” ปัดไม่เกี่ยวคดี “ธานินทร์”

วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์หลังเข้าชี้แจงต่อคณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องและปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีนายธานินทร์ ใจสมุทร อดีตนายก อบจ.สตูล ถูกร้องเรียนว่าหาเสียงจูงใจและสัญญาว่าจะให้ เมื่อวันที่ 21 เม.ย.2551 ว่าจะทำโครงการ 1 ตำบล 1 ฮัจญ์ ขัดต่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นมาตรา 57 ว่า ตนไม่ได้เกี่ยวข้องต่อการกระทำของนายธานินทร์ เรื่องนี้มีการฟ้องร้องที่ศาลจังหวัดสตูล และศาลมีคำสั่งออกมาแล้วว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้ให้ข้อมูลครบถ้วนแล้ว อยู่ที่ กกต.ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

“นิวัฒน์ธำรง” นั่งหัวโต๊ะถก ครม.

เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ครม.แทน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และ รมว.กลาโหม ติดภารกิจเยือนสาธารณรัฐโมซัมบิก สหสาธารณรัฐแทนซาเนีย และสาธารณรัฐยูกันดา ซึ่งเป็นการทำหน้าที่ประธานการประชุม ครม.ครั้งแรกของนายนิวัฒน์ธำรง ทั้งนี้ก่อนเข้าประชุม สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรม ราชูปถัมภ์ นำศิลปินวงทรีทูวัน จากค่ายอาร์เอส ในฐานะพรีเซ็นเตอร์ดอกมะลิวันแม่ปี 2556 มารณรงค์จำหน่ายดอกมะลิ และติดดอกมะลิให้กับ ครม. โดยนายนิวัฒน์ธำรงร่วมสมทบทุนซื้อดอกมะลิด้วย

แฉมาเฟียดอกโหดเกลื่อนเมือง

ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมว่า กระทรวงมหาดไทยรายงานการกวดขันแก๊งปล่อยเงินกู้และทวงหนี้นอกระบบ ที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย จากรายงานปัจจุบันมี 825 ราย ใน 68 จังหวัด แบ่งเป็นผู้มีอิทธิพลภาคเหนือ 16 จังหวัด 140 ราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด 306 ราย ภาคกลาง 13 จังหวัด 125 ราย ภาคตะวันออก 7 จังหวัด 195 ราย ภาคใต้ 12 จังหวัด 59 ราย เหลืออีก 9 จังหวัดรวม กทม. ที่ยังไม่มีรายงาน นอกจากนี้ ครม.มีมติแต่งตั้งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี 2 ราย คือนายภาวิช ทองโรจน์ และนายกิตติ ลิ่มสกุล และรับทราบการแต่งตั้งข้าราชการเมือง ในตำแหน่งที่ปรึกษาและเลขานุการรัฐมนตรี หลังจากได้ถอนเรื่องจากคราวประชุม ครม.สัญจรที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อไปตรวจสอบคุณสมบัติก่อน

โอ๋ ทร.ซื้อเรือฟริเกต 1.46 หมื่นล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครม.ได้อนุมัติการจัดซื้อเรือฟริเกตสมรรถนะสูง จำนวน 1 ลำ วงเงิน 14,600 ล้านบาท ตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอเรื่องอนุมัติการผูกพันงบ 5 ปี (2557-2561) ซึ่งสำนักงานเลขานุการกองทัพเรือได้ทำเอกสารชี้แจงว่า เป็นการจัดหาเรือฟริเกตเพื่อใช้ในการป้องกันรักษาอธิปไตยของชาติ และการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ซึ่งจะเป็นหลักประกันสร้างความมั่นคงด้านเศรษฐกิจทางทะเล และเพื่อทดแทนเรือฟริเกต ชุด ร.ล.พุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และ ร.ล.พุทธเลิศหล้านภาลัย ที่ครบกำหนดปลดประจำการในปี 2558 และ 2561 ตามลำดับ จำเป็นต้องจัดหาเรือฟริเกต 2 ลำ โดยลำที่ 2 จะพิจารณาดำเนินการจัดหาต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้