กีฬา
100 year

เมียสาวโล้นคำ ฟ้อง 'สุริ' น้องชายสมีหมิ่น

ไทยรัฐออนไลน์31 ก.ค. 2556 09:00 น.
SHARE

หามีหลายผัว‘ธาริต’ร้องป.สุขุมกับพวกแจ้งความเท็จ

สาวอ้างเป็นอดีตเมียสมีคำพร้อมลูกชายยื่นฟ้องน้องชายสมีฉาวในคดีหมิ่นประมาท ยืนยัน จำได้มีตำหนิมีไฝที่ไหนบ้าง ขณะที่ “ธาริต” มอบอำนาจ ผอ.ศูนย์ให้การช่วยเหลือประชาชน ดีเอสไอ แจ้งความกองปราบปรามดำเนินคดี “สุขุม” และกลุ่มลูกศิษย์โล้นฉาว ในข้อหาแจ้งความเท็จและดูหมิ่นเจ้าพนักงาน เย้ยเป็นคดีเทคนิคทำให้คดีสะดุด ขู่จะจับตาพฤติกรรมกลุ่มศิษย์ หากยังเคลื่อนไหว ให้สัมภาษณ์พาดพิงจะแจ้งความดำเนินคดีเป็นรายกรณี

การรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีนายวิรพล สุขผล หรืออดีตพระเณรคำ ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ โดยพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เริ่มจากภาพฉาวสมีคำนั่งเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมอย่างกว้างขวาง กระทั่งมีการขุดคุ้ยพฤติกรรมนอกรีตและมีการออกหมายจับถึง 3 ข้อหา โดยเฉพาะคดีกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี โดยมี น.ส.เอ (นามสมมติ) บ้านอยู่ อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ เปิดตัวแฉสัมพันธ์ฉาวจนมีลูกชายวัย 11 ขวบ  แต่กลุ่มลูกศิษย์โล้นฉาวยังดิ้นเดินสายแจ้งความเจ้าหน้าที่ดีเอสไอปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และยังให้นายสุริ สุขผล น้องสมีคำแสดงตัวเป็นสามี น.ส.เอ แถมยังกล่าวหาฝ่ายหญิงมีสามีหลายคน

ความคืบหน้าการดำเนินคดีสมีฉาวและผู้เกี่ยวข้อง เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 30 ก.ค. ที่ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด น.ส.เอ (นามสมมติ) กับลูกชายวัย 11 ขวบ ที่ระบุว่าเป็นลูกอดีตพระเณรคำ  พร้อมด้วยนายสมชาติ วงศ์ธราธร ทนายความยื่นฟ้องนายสุริ สุขผล อายุ 31 ปี น้องสมีคำ อยู่บ้านเลขที่ 33 หมู่ 10 ต.ทรายมูล อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี ในคดีหมิ่นประมาท กรณีให้สัมภาษณ์ว่า น.ส.เอ มีสามีมาแล้วหลายคน และลูกชายของ น.ส.เอ เป็นลูกของนายสุริ โดยศาลได้นัดไต่สวนมูลฟ้องเช้าของวันที่ 23 ก.ย.นี้ จากนั้น น.ส.เอ กล่าวย้ำว่าใครที่เคยเป็นสามี ย่อมรู้ดีและจำได้ไม่ลืมว่าสามีมีตำหนิมีไฝที่ไหนบ้าง และตั้งแต่ลูกเกิดจนโต อดีตเณรคำไม่เคยถามถึงลูก แต่ลูกชายรู้ดีว่าใครคือพ่อของเขา

นายสมชาติ วงศ์ธราธร ทนายความ กล่าวว่า ได้ฟ้องคดีหมิ่นประมาท แต่ยังไม่ฟ้องเรียกค่าเสียหาย เพราะต้องรอผลคดีอาญาก่อน หากนายสุริไปตรวจดีเอ็นเอโดยไม่ต้องมีหมายเรียกจากศาล และผลการตรวจไปตรงกับดีเอ็นเอของเด็ก น.ส.เอ พร้อมที่จะถอนฟ้องนายสุริ และยินดีให้ฟ้องกลับทุกคดี ซึ่งตนได้รับมอบอำนาจจาก น.ส.เอ ให้ดำเนินคดีกับอดีตเณรคำมาแล้ว 3 คดี คือ คดีข่มขืนและพรากผู้เยาว์ ยื่นฟ้องที่ศาลจังหวัดศรีสะเกษ  ยื่นฟ้องให้อดีตเณรคำรับรองว่าเด็กเป็นลูก พร้อมเรียกค่าเลี้ยงดู 40 ล้านบาท ที่ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดศรีสะเกษ และฟ้องเรียกค่าเสียหายให้ น.ส.เอ เป็นเงิน 70 ล้านบาท และเรียกค่าเสียหายให้แม่ของ น.ส.เอ เป็นเงิน 30 ล้านบาท ส่วนที่ฝ่ายอดีตเณรคำว่าเตรียมทนายมาต่อสู้คดีถึง 6 คนนั้น  ตนไม่วิตกกังวล  เพราะมีพยานหลักฐานมากพอต่อสู้คดี

ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อเวลา 14.00 น. นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เข้ายื่นหนังสือต่อนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ขัดขวางการสอบสวนคดีเณรคำ พร้อมนำพระธีรนัชณ ฤทธา จากสำนักปฏิบัติธรรมพุทธยันตี เขตทวีวัฒนา กทม. และพระสงฆ์รวม 75 รูป ถือป้ายให้กำลังใจดีเอสไอในการปกป้องพระพุทธศาสนา สวดชยันโตให้พร และมอบรูปหล่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงม้าศึก ให้กับนายธาริต เป็นกำลังใจในการทำงาน

นายสงกานต์กล่าวว่า  มาให้การกับพนักงานสอบสวนดีเอสไอ พิจารณาดำเนินคดีกับผู้สนับสนุนยุยงส่งเสริมให้มีการเข้ามาป่วนดีเอสไอ และขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งหนึ่ง อายัดเงินในบัญชีของเณรคำล่าช้า โดยให้ตำรวจกองปราบปรามแก้ไขเอกสารการอายัดหลายรอบในวันที่ 3 ก.ค. จนเป็นเหตุให้เงินเณรคำเหลือติดบัญชีเพียง 300,000 บาท นอกจากนี้ ตนได้เตรียมปี๊บไว้ 2 ใบฝากไว้ที่ รปภ.หน้าดีเอสไอ ให้คนที่การันตีว่าเณรคำจะกลับมาในวันที่ 31 ก.ค.นี้ โดยจะรอดูถึงเที่ยงคืนวันที่ 31 ก.ค.ว่าเณรคำมาหรือไม่

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยความคืบหน้าการนำตัวนายวิรพลกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยว่า ดีเอสไอได้รับการติดต่อและนัดหมายอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของประเทศสหรัฐอเมริกา 2 หน่วยงานคือ หน่วยสืบสวนสอบสวนด้านคนเข้าเมืองและศุลกากรของประเทศสหรัฐอเมริกา และเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ประจำสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย มาประชุมปรึกษาความคืบหน้าการดำเนินการต่อไปกับดีเอสไอในวันที่ 1 ส.ค.เวลา 10.30 น.นี้

อธิบดีดีเอสไอกล่าวอีกว่า ได้มอบอำนาจให้ ผอ.ศูนย์ให้การช่วยเหลือประชาชน (ศชก.) เข้าร้องทุกข์กับกองปราบปราม เพื่อดำเนินคดีกับนายสุขุม วงประสิทธิ กับพวกในข้อหาแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน และดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่ กรณีนายสุขุมกับพวกไปร้องทุกข์หลายแห่งว่า เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ตั้งแต่อธิบดี พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินทรขาว ผบ.สำนักคดีความมั่นคง และ พ.ต.ท.วิชิต อุปะละ รอง ผบ.สำนักคดีความมั่นคง กระทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องในคดี ขอให้ดำเนินคดีตามมาตรา 157 ประมวลกฎหมายอาญา หลังพิจารณาแล้วสิ่งที่บุคคลกลุ่มนี้ทำเข้าข่ายผิดกฎหมายเป็นการดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ความจริงเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกับการทำคดีอดีตพระเณรคำ เมื่อมีคนมาว่าร้ายดีเอสไอสามารถดำเนินคดีได้ แต่เพื่อความโปร่งใสจึงร้องทุกข์ให้กองปราบปรามดำเนินการ

ต่อมานายมหิธร กลั่นนุรักษ์ ผอ.ศชก.ดีเอสไอ ได้รับมอบอำนาจจากนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เข้าพบ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป.เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายสุขุม วงประสิทธิ ประธานเครือข่ายบ้านวิมุตติธรรม กลุ่มลูกศิษย์เณรคำ ในความผิดฐานแจ้งความเท็จ และดูหมิ่นเจ้าพนักงาน โดยทำหนังสือร้องทุกข์และเอกสารที่เกี่ยวข้องมอบให้กับพนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน

จากนั้นนายมหิธรกล่าวว่า เหตุที่เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน บก.ป.ในครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา นายสุขุมเข้าแจ้งความไว้ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (บก.ป.ป.ป.) กล่าวหา นายธาริต อธิบดีดีเอสไอ และเจ้าหน้าที่ดีเอสไอปฏิบัติหน้าที่มิชอบในการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับอดีตพระเณรคำ การกระทำของนายสุขุมเข้าข่ายแจ้งความเท็จและกล่าวอ้างข้อความอันเป็นเท็จ ซึ่งการดำเนินคดีกับอดีตพระเณรคำ ทางผู้กระทำผิดสามารถใช้สิทธิตั้งทนายความต่อสู้คดีได้ แต่การที่นายสุขุมแจ้งความกล่าวหาเจ้าพนักงานนั้นถือเป็นเทคนิคอย่างหนึ่งที่ต้องการจะทำให้คดีสะดุด หลังจากนี้จะได้เฝ้าติดตามพฤติการณ์ของนายสุขุม หากยังคงเคลื่อนไหว แถลงข่าว หรือให้สัมภาษณ์พาดพิงการทำงานของเจ้าพนักงาน จะแจ้งความเป็นรายกรณีไป ส่วน พ.ต.ท.วิชิต อุปะละ รอง ผบ.สำนักคดีความมั่นคง และเจ้าหน้าที่รายอื่นที่ถูกนายสุขุมกล่าวหา ยังอยู่ระหว่างประมวลเรื่อง ยังไม่ได้แจ้งความกลับ

ด้าน พ.ต.อ.ประสพโชคกล่าวว่า สำหรับกรณีการร้องทุกข์ครั้งนี้เหมือนกับคดีทั่วไป ซึ่งทางพนักงานสอบสวนจะพิจารณาดำเนินการอย่างรอบคอบให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้