ข่าว
100 year

22ล้อชนรถทัวร์ ย่าง19ศพ สาหัสอีก23ราย

ไทยรัฐออนไลน์24 ก.ค. 2556 07:30 น.
SHARE


เทรเลอร์ตีนผีหลับใน พุ่งข้ามเกาะประสานงา อีกคดีสายอุบล-พัทยา เสยพ่วง-เจ็บยกคัน50

สยองส่งท้ายวันหยุดยาวเข้าพรรษา รถเทรเลอร์ 22 ล้อ พุ่งข้ามเกาะกลางถนนมิตรภาพชนประสานงากับรถทัวร์สองชั้นขณะพาผู้โดยสารเต็มคันรถจากร้อยเอ็ดมุ่ง หน้าเข้ากรุงเทพฯ เกิดไฟลุกท่วมคลอกสยองผู้โดยสารรวมทั้งคนขับ 19 ศพ บาดเจ็บอีก 23 ราย ในจำนวนผู้บาดเจ็บมีแพทย์หญิง รพ.ศิริราช รวมอยู่ด้วย พบกระดูกเชิงกรานร้าว ต้องส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.ศิริราช ส่วนคนขับรถเทรเลอร์ตำรวจรวบตัวไว้ได้ สารภาพหลับใน รมว.พร้อมจ่าย ศพละ 7 แสน เตรียมยกเครื่องระบบขนส่งครั้งใหญ่ อีกรายรถบัสซิ่งชนรถพ่วง 18 ล้อ บาดเจ็บร่วม 50 คน

อุบัติเหตุรถทัวร์มรณะชนประสานงากับรถเทรเลอร์ตายเจ็บระนาวรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 23 ก.ค. ร.ต.ท.อัศวเทพ จันทร์ทะนารี ร้อยเวร สภ.แก่งคอย จ.สระบุรี รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถชนบนถนนมิตรภาพขาเข้ากรุงเทพฯ บริเวณเนินทับกวาง ระหว่าง กม.18-19 หมู่ 5 ต.ทับกวาง มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก  จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.ต.ชลิต ปรีชาหาญ ผบก.ภ.จ.สระบุรี พ.ต.อ.จักรกฤช วีระเดช  ผกก.สภ.แก่งคอย พ.ต.ท.ศักดิ์ชัย เกษโกมล รอง ผกก.(ป.) หน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งสระบุรี และหน่วยกู้ภัยร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุเป็นถนนลักษณะลงเนินเขา กับมีร่องรอยฝนตกถนนลื่น พบรถปรับอากาศโดยสาร 2 ชั้น สีขาวชมพู ทะเบียน 14-5994 กรุงเทพมหานคร ของบริษัทขนส่ง จำกัด สายกรุงเทพฯ-ร้อยเอ็ด มีเปลว เพลิงลุกท่วมทั้งคัน กับมีเสียงระเบิดดังออกมาเป็นระยะๆ ผู้โดยสารตะเกียกตะกายหนีตายออกมาจากซากรถในสภาพบาดเจ็บศีรษะแตกเลือดอาบใบหน้าพร้อมส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังระงม จนเกิดความโกลาหลอลหม่านไปทั่วบริเวณ  เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังเข้าช่วยเหลือ  พร้อมประสานรถดับเพลิงเทศบาลตำบลทับกวาง 3 คัน เข้าฉีดน้ำดับไฟ โดยใช้เวลานานร่วม 1 ชม. จึงสามารถดับไฟเอาไว้ได้ในสภาพตัวรถถูกไฟไหม้เหลือแต่ซาก

ตรวจสอบภายในซากรถพบร่างผู้เสียชีวิตถูกไฟคลอกดำเป็นตอตะโก 15 ศพ และบริเวณพื้นข้างรถอีก 3 ศพ ส่วนผู้บาดเจ็บหน่วยกู้ภัยลำเลียงส่ง รพ.แก่งคอย และ รพ.ศูนย์สระบุรี เสียชีวิตในเวลาต่อมา 1 ศพ รวมมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ 19 ศพ บาดเจ็บ 23 ราย ในที่เกิดเหตุพบรถคู่กรณีเป็นรถเทรเลอร์ 22 ล้อ ทะเบียน 71-1807 นครปฐม จอดขวางช่องจราจรขาเข้ากรุงเทพฯ ใกล้กัน พบรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีขาว ทะเบียน ฒง 3925 กรุงเทพมหานคร  สภาพหน้ายุบ  จึงเคลื่อนย้ายซากรถทั้งหมดออกจากจุดเกิดเหตุเพื่อเปิดช่องการจราจร โดยมีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม ที่ได้รับรายงานเดินทางไปร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ  ก่อนจะเดินทางต่อไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่ รพ.แก่งคอย และ รพ.ศูนย์สระบุรี

นายนรงศ์ศักดิ์ จรอนันติ์ อายุ 31 ปี  คนขับรถ กระบะ เผยว่า ก่อนเกิดเหตุขับรถกลับจากทำบุญที่ จ.ขอนแก่น มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ โดยมีเพื่อนนั่งมาด้วยรวม 3 คน ขณะรถวิ่งลงเนินทับกวาง ถนนมิตรภาพ ได้มีรถทัวร์คันดังกล่าววิ่งแซงขวารถของตนขึ้นไป เป็นจังหวะเดียวกับที่รถเทรเลอร์คู่กรณีที่วิ่งมาจากสระบุรีมุ่งหน้าไป จ.นครราชสีมา  เสียหลักพุ่งข้ามเกาะกลางถนนชนประสานงาเข้ากับรถทัวร์ เสียงดังสนั่นจนเกิดไฟลุกท่วม  ตนพยายามเบรกรถแต่ไม่ทัน รถเสียหลักพุ่งชนรถเทรเลอร์ตนและเพื่อนที่นั่งมาได้รับบาดเจ็บ โดยระหว่างนั้นเห็นผู้ที่โดยสารมากับรถทัวร์พยายามหนีตายออกจากซากรถได้ส่วนหนึ่ง  ส่วนที่หนีออกมาไม่ทันก็ถูกไฟคลอกเสียชีวิต

พ.ต.อ.จักรกฤช วีระเดช ผกก.สภ.แก่งคอย จ.สระบุรี  เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำนายสะอาด บุญยัง อายุ 29 ปี คนขับรถเทรเลอร์ซึ่งได้รับบาดเจ็บให้การว่า  ก่อนเกิดเหตุขับรถออกมาจากตัวเมืองสระบุรี เพื่อจะไปรอคิวขึ้นหินที่โรงงานปูนซีเมนต์แห่งหนึ่งใน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ถึงที่เกิดเหตุระหว่างรถวิ่งขึ้นเนินทับกวางด้วยความเร็ว  เกิดหลับใน  ทำให้รถเสียหลักพุ่งข้ามเกาะกลางถนนไปชนประสานงากับรถทัวร์ที่บรรทุกผู้โดยสารเต็มคันรถจาก จ.ร้อยเอ็ด มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว ตำรวจได้อายัดตัวนายสะอาดไว้ดำเนินคดีแล้ว  ส่วนรถทัวร์ทราบว่ามีนายอมรศักดิ์ อินทนพ เป็นคนขับมือ 1 และนายชาญชัย แนบเล่ลา เป็นคนขับมือ 2 ทั้งคู่ถูกไฟคลอกเสียชีวิตในที่เกิดเหตุด้วย

สำหรับรายชื่อผู้เสียชีวิต 19 ศพ ทราบชื่อแล้ว 9 ศพ คือนายอมรศักดิ์ อินทนพ คนขับรถทัวร์มือ 1  นายชาญชัย แนบเล่ลา คนขับรถทัวร์มือ 2 น.ส.ปาริชาติ แก้วคุณ นายสาคร สวัสดิผล อายุ 35 ปี นายอำนาจ ชัยพอ ด.ช.อภิชาต ชัยพอ น.ส.เอมอร เทียมสิงห์ น.ส.จุฬาลักษ์ สวรรค์น้อย น.ส.กรรณิกา นิชกรรม ที่เหลือยังไม่สามารถระบุชื่อได้ว่าเป็นใครเนื่องจากเอกสารติดตัวถูกไฟเผาเสียหายทั้งหมด ต้องรอญาติมายืนยัน ส่วนผู้บาดเจ็บ 23 ราย ประกอบด้วย ร.ต.ธณัณท์ ปิ่นบัณทิศ อายุ 30 ปี นายจิตต์ แก้วคำลือ อายุ 29 ปี นายสะอาด บุญยัง อายุ 29 ปี นายณัฐพงศ์ ประทุมรัตน์ อายุ 17 ปี นายนรงค์ศักดิ์ จรอนันต์ อายุ 31 ปี ด.ช.ณัฐวุฒิ์ จรอนันต์  อายุ  4 ขวบ  นางตุ้มทอง สุขพ่วง อายุ 43 ปี นางรติรัตน์ บุญแสง อายุ 40 ปี

พญ.สิริสวัสดิ์ วันทอง อายุ 32 ปี แพทย์ รพ.ศิริราช น.ส.พระวีนัส อนุขัน อายุ 31 ปี น.ส.ฉัตรทิพย์ วงศ์ป้อม อายุ 32 ปี น.ส.กิติยา ทองคำ อายุ 22 ปี น.ส.ณภัสรา โพธิกมล อายุ 31 ปี น.ส. เดือนนภา สุ่มมาตร อายุ 27 ปี น.ส.ตรีนุช ไชยทะ อายุ 29 ปี น.ส.อัมพร กรนาม อายุ 33 ปี น.ส.ปรียรินทร์ ประติหนูสุข อายุ 34 ปี น.ส.สมเพียร เสดน อายุ 46 ปี ส.ต.อ.หญิง อรวรรณ อสีกัน อายุ 27 ปี น.ส.นัฐยาพร ประทุมรัตน์ อายุ 21 ปี น.ส.ปริสา จางวาง อายุ 15 ปี น.ส.อรนภา เสโน และ น.ส.นวล ปิ่นษณฐิต์ สำหรับ พญ.สิริสวัสดิ์ซึ่งบาดเจ็บกระดูกเชิงกรานร้าวล่าสุดถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่  รพ.ศิริราชแล้ว

นายวุฒิชาติ  กัลยาณมิตร  กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปประสานงานยังพื้นที่เกิดเหตุทั้งในส่วนของการดูแลคนเจ็บ และตรวจสอบสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ เบื้องต้นจากการตรวจสอบความเร็วของรถ บขส. ผ่านระบบจีพีเอส ที่ บขส.ได้ติดตั้งทุกคัน พบว่าใช้ความเร็ว 79 กม./ชม. ถือว่าเป็นระดับความเร็วตามปกติ แต่อุบัติเหตุเกิดจากคนขับรถเทรเลอร์หลับในวิ่งข้ามเกาะกลางถนนมาชนรถ  บขส. ในส่วนของการช่วยเหลือ  บขส.ทำประกันภัยไว้ 2 ประเภท คือภาคสมัครใจผู้เสียชีวิตจะได้รับชดเชยค่าสินไหม 5 แสนบาท และภาคบังคับอีก 2 แสนบาท รวม 7 แสนบาท ส่วนผู้บาดเจ็บให้เจ้าหน้าที่ บขส. ดูแลช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดเช่นกัน

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ทราบเบื้องต้นว่าเหตุเกิดจากคนขับรถเทรเลอร์หลับใน รถทัวร์ของ  บขส.วิ่งมาด้วยความเร็วปกติ ขณะเกิดเหตุผู้โดยสารคงตกใจสูดดมควันจนหมดสติไม่สามารถหนีออกมาได้ สำหรับการช่วยเหลือ บขส.จะจ่ายค่าสินไหมรายละ 7 แสนบาท ส่วนผู้บาดเจ็บรายละ 1 หมื่นบาท จากการที่ได้เดินทางไปดูที่เกิดเหตุรถไม่ได้พลิกคว่ำ  แต่เกิดเพลิงไหม้ทำให้ผู้โดยสารบางรายตกใจหมดสติ หนีออกมาไม่ได้ รวมทั้งยังเป็นรถ 2 ชั้น มีบันไดอยู่ตรงกลาง ทำให้หนีไฟออกมาได้ช้า ถังดับเพลิงติดตั้งไว้ด้านล่างของรถไม่มีการนำมาใช้ ซึ่งจะต้องกลับมาคิดใหม่ว่าจะต้องปรับระบบความปลอดภัยเรื่องเพลิงไหม้ให้กับรถ บขส.อย่างไร

“ในวันที่ 24 ก.ค. จะเชิญนายวุฒิชาติ  กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทขนส่ง จำกัด (บขส.) มาหารือเพื่อความปลอดภัยสูงสุด อาจจะกำหนดให้พนักงานประจำรถ บขส.ในเส้นทางระยะไกล ต้องมีการสาธิตมาตรการด้านความปลอดภัยกับผู้โดยสารก่อนออกรถ เช่นเดียวกับแอร์โฮสเตสบนเครื่องบิน ทราบถึงตำแหน่งของทางออกฉุกเฉิน เครื่องมือทุบกระจกและถังดับเพลิง ในอนาคตหากมีการจัดซื้อรถ บขส.ควรจะพิจารณาเลือกชนิดของวัสดุอุปกรณ์ภายในตัวรถที่มีความปลอดภัยจากเพลิงไหม้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้กรมการขนส่งฯที่กำกับดูแลออกใบขับขี่เพิ่มความเข้มงวดฝึกอบรมพนักงานขับรถบรรทุกให้มากขึ้น รวมทั้งสร้างจุดพักรถระหว่างทางด้วย” นายชัชชาติกล่าว

อีกรายเวลา 03.30 น. ร.ต.ท.ติพล วาดโคกสูง ร้อยเวร สภ.วังขอนแดง อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ไปตรวจสอบอุบัติเหตุรถชนบนถนนสายกบินทร์บุรี - นครราชสีมา บริเวณทางลงเขาโทน กม. 42 หมู่ 4 ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี พบรถโดยสารปรับอากาศสายอุบลราชธานี-พัทยา ทะเบียน 10-7734 นครราชสีมา ชนกับรถพ่วง 18 ล้อ ทะเบียน 60-6079 กรุงเทพมหานคร ตัวพ่วงหมายเลข 606792 สภาพพังยับ มีผู้บาดเจ็บร่วม 50 คน นำส่ง รพ.นาดี สอบปากคำนายทองอาน อ่างมณี อายุ 59 ปี คนขับรถทัวร์ให้การว่า  ขณะขับรถพาผู้โดยสารจาก จ.อุบลราชธานี มุ่งหน้า จ.ระยอง ถึงที่เกิดเหตุเป็นทางลงเขาและมืดชนกับรถพ่วง 18 ล้อ ที่ประสบอุบัติเหตุและจอดขวางถนนอยู่ ทำให้มีผู้บาดเจ็บดังกล่าว

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้