ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    น้ำป่าซัดจันท์-ตราด

    ไทยรัฐออนไลน์17 ก.ค. 2556 09:00 น.
    SHARE

    ขลุงหนักสุดในรอบ‘20ปี’บ่อไร่-เมืองสูงกว่าเมตร

    ฝนถล่มเมืองจันท์ ทำให้น้ำป่าเทือกเขาสระบาปไหลทะลักท่วม อ.ขลุง หนักสุดรอบ 20 ปี บ้านเรือน เรือกสวนผลไม้จมน้ำ 1.50 เมตร อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้วต้องประกาศปิดชั่วคราว หลังวัดปริมาณฝนสูงถึง 205 มิลลิเมตร ส่วนที่ จ.ตราด ฝนตกหนักทั้งคืน ส่งผลให้น้ำท่วม อ.บ่อไร่ และ อ.เมือง สูงกว่า 1 เมตร ขณะที่ จ.นครศรีธรรมราช เจอพายุกระหน่ำพัดกิ่งต้นจามจุรีหักปลิวกระแทกขบวนรถไฟกระจกแตก ทำให้ พขร.ได้รับบาดเจ็บ ด้าน ปภ.เตือน 16 จว.รับมือฝนตกหนักและดินถล่ม

    น้ำป่าไหลท่วมเมืองจันทบุรีหนักสุดในรอบ 20 ปี โดยเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 16 ก.ค. มีรายงานว่า เกิดฝนตกหนักบริเวณเทือกเขาสระบาปทำให้น้ำป่าไหลท่วมพื้นที่ ต.ตรอกนอง อ.ขลุง จ.จันทบุรี โดยเฉพาะบริเวณ 5 หมู่บ้าน ประกอบด้วย หมู่ 1-5 ระดับน้ำสูง 1-1.20 เมตร ส่งผลให้บ้านเรือนและเรือกสวนผลไม้ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดจันทบุรี ร่วมกับ อบต.ตรอกนอง เข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเร่งด่วน

    ส่วนที่ ต.ซึ้ง อ.ขลุง น้ำป่าไหลเข้าท่วม 6 หมู่บ้าน ประกอบด้วย หมู่ 1, 2, 7, 8, 9, และ 10 สวนผลไม้กว่า 1,500 ไร่ ถูกน้ำท่วมเสียหาย เส้นทางทางออกเข้าหมู่บ้านหลายเส้นทางถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากน้ำสูงเกือบ 1.50 เมตร ซึ่งเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ถือว่าหนักสุดในรอบ 20 ปี นอกจากนี้น้ำป่าจากเทือกเขาสระบาปยังไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนและสวนผลไม้ใน อ.แหลมสิงห์ ได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะ ต.พลิ้ว และ ต.คลองน้ำเค็ม น้ำป่าได้ไหลหลากลงจากเขาสระบาปไหลผ่านอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้วเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนกว่า 80 หลังคาเรือน และสวนผลไม้อีกกว่า 300 ไร่

    ด้านนายชิษณุพงศ์ พรหมสัมฤทธิ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว จ.จันทบุรี ได้ประกาศปิดอุทยานฯเป็นการชั่วคราว พร้อมทั้งให้สั่งเจ้าหน้าที่ติดประกาศประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนห้ามประชาชนและนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำตกโดยเด็ดขาด หลังถูกน้ำป่าพัดพาซากสวะทำให้สะพานเชื่อมต่อเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติขาดเสียหายเป็นระยะทางกว่า 5 เมตร รวมทั้งสะพานเชื่อมต่ออ่างเก็บน้ำใหญ่ของอุทยานฯก็เสียหายเช่นกัน ขณะเดียวกัน อุทยานฯยังได้ประกาศสั่งปิดน้ำตกเป็นการชั่วคราวอีก 2 แห่งที่อยู่ในการรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้วประกอบด้วย น้ำตกตรอกนอง และน้ำตกคลองนารายณ์ จนกว่าสถานการณ์น้ำป่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

    ขณะที่นายวิสุทธิ์ ประกอบความดี หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า ได้สำรวจความเสียหายเบื้องต้น โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัยและได้มีการประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่รอบเขาสระบาปเฝ้าระวังสถานการณ์ดินโคลนถล่ม และน้ำป่าไหลหลากจากสภาวะฝนตกหนักในช่วงนี้ โดยเฉพาะพื้นที่ ต.สรรพรส อ.ขลุง ที่มีปริมาณน้ำฝนมากถึง 205 มิลลิเมตร อย่างไรก็ตามน้ำป่าที่ไหลหลากจากเขาสระบาปได้ไหลลงทะเลที่บริเวณปากแม่น้ำแหลมสิงห์ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำในแม่น้ำจันทบุรีแต่อย่างใด

    ที่ จ.ตราด เกิดฝนตกหนักตลอดทั้งคืน ทำให้น้ำป่าเทือกเขาบรรทัดไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ อ.บ่อไร่ และ อ.เมืองตราด โดยเฉพาะที่ ต.ด่านชุมพล อ.บ่อไร่ ได้รับความเสียหายหนักที่สุด ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร ทำให้ถนนหลายสายไม่สามารถใช้สัญจรไปมาได้ เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือและเฝ้าระวังภัย เนื่องจากในพื้นที่ยังคงมีฝนอย่างต่อเนื่อง และจุดที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ ต.ห้วยแร้ง เพราะน้ำจาก อ.ด่านชุมพล จะไหลลงมา จึงต้องติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชม.

    ส่วนที่ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อเวลา 16.00 น. วันเดียวกัน พ.ต.อ.อนันต์ หริกจันทร์ ผกก.สภ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเกิดลมพายุพัดถล่มกิ่งไม้ขนาดใหญ่ปลิวไปถูกกระจกด้านหน้าของหัวรถจักรขบวนรถไฟรถเร็วที่ 174 นครศรีธรรมราช-กรุงเทพฯ ทำให้กระจกหน้าหัวรถจักรแตกบาดข้อมือขวาของพขร. ทราบชื่อนายพูลศักดิ์ สุชาติพงศ์ อายุ 40 ปี สอบถามได้ความว่า ขณะนำรถออกจากสถานีรถไฟนครศรีธรรมราช มุ่งหน้าเข้า กทม. ระหว่างวิ่งมาผ่านทางโค้งก่อนถึงสถานีรถไฟฉวางประมาณ 1 กม.เกิดพายุฝนถล่มและลมกระโชกแรงทำให้กิ่งไม้ต้นจามจุรีหักปลิวมาโดนกระจกแตกบาดข้อมือ แต่ยังแข็งใจขับเทียบชานชาลา หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ประกาศให้ผู้โดยสารรวม 14 โบกี้ รอหัวรถจักรจากสถานีรถไฟชุมทางทุ่งสงมาสับเปลี่ยนใหม่ต่อไป เนื่องจากหัวรถจักรดังกล่าวไม่สามารถวิ่งต่อไปได้

    ด้านนายฉัตรชัย พรหมเลิศ  อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า จากการประสานข้อมูลสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าช่วงวันที่ 16-22 ก.ค.นี้ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย ทำให้ด้านรับลมมรสุมบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ซึ่งที่ผ่านมาบริเวณดังกล่าวมีฝนตกชุกอยู่แล้วอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม จึงขอเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย 16 จังหวัด ประกอบด้วย กาญจนบุรี ราชบุรี ปราจีนบุรี สระแก้ว นครนายก ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด  รวมถึงหมั่นสังเกตสัญญาณความผิดปกติทางธรรมชาติ จะได้อพยพหนีภัยได้อย่างทันท่วงที ส่วนคลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรง ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้

    นายฉัตรชัยกล่าวต่อไปว่า ปภ.ได้ประสาน 16 จังหวัด และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 2 สุพรรณบุรี เขต 3 ปราจีนบุรี เขต 4 ประจวบคีรีขันธ์ เขต 17 จันทบุรี และเขต 18 ภูเก็ต จัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ประจำจุดเสี่ยงให้พร้อมเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ทันทีที่เกิดสถานการณ์ภัย รวมถึงตรวจสอบฝาย อ่างเก็บน้ำ คันกั้นน้ำให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง อีกทั้งจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตามแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ  เพื่อประกาศแจ้งเตือนภัยและอพยพนักท่องเที่ยวได้อย่างทันท่วงที สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภาวะฝนตกหนัก สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่ หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้