ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ชาวบ้านสิ้นศรัทธาเณรคำโฉ่โยนรูปทิ้งถังขยะ

    ไทยรัฐออนไลน์17 ก.ค. 2556 08:30 น.
    SHARE

    เหรียญ-วัตถุมงคลราคาตกวูบ เมีย-ลูกเรียกค่าเลี้ยงดู40ล้านองค์พระแก้วฯทรุดผวาพังถล่ม

    ดีเอสไอมั่นใจพยานหลักฐานเพียงพอขออนุมัติศาลออกหมายจับ “สมีคำ” ใน 2 ข้อหาหนัก รอประสานกองปราบฯ สอบคดีฉ้อโกงและแอบอ้างมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์เพิ่มอีกคดี ยันร่อนหนังสือถึงทุกธนาคารอายัดเงินในบัญชีทั้งหมดแล้ว สภาทนายความปัดให้ความช่วยเหลือทางคดี ระบุสมีคำมีฐานะร่ำรวยไม่ต้องพึ่งพาทนายอาสา  ผอ.พศ.ชี้ช่องอดีตพระเณรคำยังมีโอกาสอุทธรณ์สู้คดีปาราชิก แต่ต้องมายื่นเรื่องด้วยตัวเองเท่านั้น “สงกานต์” แฉมีนักธุรกิจการเงินและนักการเมืองใหญ่เป็นไอ้โม่งอยู่เบื้องหลังการโอนย้ายถ่ายเททรัพย์สินของสมีคำ ด้านลิ่วล้อแต่งชุดลิเกยื่นหนังสือต่อทูตสหรัฐฯ ค้านเพิกถอนวีซ่าอเมริกา ขณะที่เมีย-ลูกชาย ยื่นฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวฯ ขอให้ศาลสั่งสมีคำรับรองบุตร แถมเรียกค่าเลี้ยงดูสูงถึง 40 ล้านบาท ชาวบ้านเสื่อมศรัทธาหนัก สาปส่งโยนรูปถ่าย หนังสือธรรมะทิ้งถังขยะ เซียนพระสุดเซ็ง เหรียญ-วัตถุมงคลพระฉาวที่เก็บสะสมไว้เก็งกำไรกลายเป็นเศษโลหะไร้ราคา

    สังคมยังเฝ้าจับตาการดำเนินคดี นายวิรพล สุขผล หรืออดีตหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานที่พักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษภายหลังดีเอสไอ  เร่งรวบรวมพยานหลักฐานยื่นขออำนาจศาลออกหมายจับในคดีแรก ข้อหากระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี พร้อมผนึกกำลัง 5 หน่วยงานไล่ล่าล้างบางแก๊งโล้นห่มเหลืองลวงโลก โดยเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินที่อดีตพระฉาว ยักยอกเงินบริจาคไปหลายร้อยล้านบาท ขณะที่สมีคำยังกบดานเงียบอยู่กับศิษย์ใกล้ชิดในต่างประเทศ และไม่กล้าเดินทางกลับเมืองไทยเกรงถูกจับติดคุก

    ดีเอสไอเร่งขอหมายจับ 2 ข้อหา

    ความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินคดีกับสมีคำ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 ก.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินทรขาว ผบ.สำนักคดีความมั่นคง ดีเอสไอ กล่าวถึงความคืบหน้า การเสนอศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับนายวิรพล สุขผล หรือสมีคำ ว่า นายธาริต  เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ให้เร่งรวบรวมสรุปพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติหมายจับนายวิรพลต่อศาลอาญา 2 ข้อหา คือกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี และพรากผู้เยาว์ และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีลงข้อความอวดอุตริในระบบคอมพิวเตอร์  ถ้าสรุปหลักฐานเสร็จจะเดินทางไปขออนุมัติหมายจับในวันนี้ทันที หากไม่ทันจะไปขออนุมัติหมายจับในเช้าวันพุธที่ 17 ก.ค.นี้ ต่อไป

    เพิ่มฉ้อโกง–แอบอ้างเครื่องราชฯ

    “มั่นใจพยานหลักฐานที่มีอยู่เพียงพอในการขอศาลออกหมายจับนายวิรพลได้  แต่ไม่ขอเปิดเผยหลักฐาน ส่วนคดีฉ้อโกงประชาชน ดีเอสไอรอกองปราบปรามส่งสำนวนมาให้ในวันที่ 19 ก.ค. จะพิจารณาพยานหลักฐานอีกครั้ง รวมทั้งจะตรวจสอบเรื่องร้องเรียนการไปแอบอ้างเรื่องการมอบเครื่องราช อิสริยาภรณ์ด้วย” พ.ต.ท.พงศ์อินทร์กล่าว

    จ่ออายัดเงิน–รถ–บ้านในสหรัฐฯ

    ผบ.สำนักคดีความมั่นคง ดีเอสไอ กล่าวอีกว่า ส่วนการติดตามทรัพย์สินของนายวิรพล ตนได้เซ็นหนังสือส่งไปยังธนาคารทุกแห่ง ให้อายัดเงินในบัญชีที่ชื่อนายวิรพล สุขผล รวมทั้งประสานไปยังสหรัฐฯตรวจสอบข่าวนายวิรพลไปซื้อบ้าน 2 หลัง ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาว่าจริงหรือไม่  หากจริงเป็นชื่อใคร นำเงินที่ไหนมาซื้อ หากพบว่านายวิรพล ไปซื้อบ้านที่ต่างประเทศจริง เชื่อว่าจะสามารถนำเงินที่ได้มาโอนออกไปต่างประเทศได้เช่นเดียวกัน ขณะนี้ได้ประสาน ปปง.ให้ตรวจสอบว่านายวิรพล โอนเงินไปต่างประเทศอย่างไรหรือไม่ ส่วนบ้าน 2 หลัง ในประเทศสหรัฐอเมริกา หากเป็นบ้านนายวิรพลจริง และได้นำเงินที่ได้จากการกระทำความผิดไปซื้อจะประสานอายัด ส่วนทรัพย์สินอื่นๆของนายวิรพล ทั้งรถยนต์หรู บ้าน ที่ดิน พลอย ทองคำ ชุดสอบสวนดีเอสไออยู่ในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ และ จ.อุบลราชธานี เพื่อตรวจสอบทรัพย์สินแล้ว แต่ยังไม่ทราบว่านายวิรพลมีทรัพย์สินทั้งหมดเท่าไหร่

    ยังไม่สั่งปิดสำนักสงฆ์ขันติธรรม

    พ.ต.ท.พงศ์อินทร์กล่าวอีกว่า ส่วนที่ตั้งสำนัก สงฆ์วัดป่าขันติธรรม และสาขาอีก 14 แห่ง แม้ว่านายวิรพลจะเป็นผู้ก่อตั้ง แต่การพิจารณาปิดหรืออายัด  จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ  เป็นเรื่องละเอียดอ่อน  อาจกระทบจิตใจพุทธศาสนิกชน  เพราะสำนักสงฆ์ ยังมีประโยชน์ต่อพุทธศาสนิกชน  ในส่วนของดีเอสไอ จะดำเนินคดีอาญา  ส่วนการดำเนินการกับสำนักสงฆ์สวนป่าขันติธรรม  และสาขา  จะหารือกับสำนักงานพระพุทธศาสนา (พศ.) และมหาเถรสมาคม ในการดำเนินการที่เหมาะสมต่อไป ประเด็นสำนักสงฆ์ยังไม่ห่วงเท่าไหร่ เพราะเป็นอสังหาริมทรัพย์ ไม่สามารถโยกย้ายทรัพย์สินได้ ส่วนเรื่องที่สำนักสงฆ์แห่งนี้เปิดรับเรี่ยไร หากทำไม่ถูกต้องจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.เรี่ยไร

    แฉเคยเช่ารถหรูมายบัคถึง 3 คัน

    ขณะที่ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักคดีปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ดีเอสไอ กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบข่าวกรณีนายวิรพลมีรถหรูมายบัค ราคาคันละหลายร้อยล้านบาท ว่า กำลังตรวจสอบบริษัทใน กทม.แห่งหนึ่ง หลังได้ข่าวว่านายวิรพลเคยเช่ารถมายบัค 3 คัน คาดว่าอีก 2-3 วัน จะทราบรายละเอียด

    สภาทนายปัดช่วยเหลือด้านคดี

    นายสุนทร พยัคฆ์ อุปนายกฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายสภาทนายความ ได้แถลงผลการพิจารณาของสภาทนายความ กรณีนายสุขุม วงประสิทธิ ประธานเครือข่ายบ้านวิมุติธรรม ยื่นหนังสือถึงสภาทนายความเมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อขอความช่วยเหลือทางกฎหมายจากสภาทนายความ ให้ส่งทนายความผู้มีความเชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายปกครองสงฆ์ ร่วมฟังการสอบข้อเท็จจริงในการสอบสวนคดีของอดีตหลวงปู่เณรคำ ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน  กระทำความผิดพระวินัยสงฆ์ และมีความประพฤติไม่เหมาะสม ว่า จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏต่อสาธารณชน ปรากฏว่าผู้ร้องมีทรัพย์สินเพียงพออยู่ในฐานะที่จะจัดหาทนายความเพื่อพิทักษ์สิทธิตนเองได้ ไม่ถือว่าเป็นผู้ยากไร้ ไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528 มาตรา 78 สภาทนายความจึงมีคำสั่งไม่รับให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายให้กับอดีตหลวงปู่เณรคำ

    พศ.ชี้โพรงอุทธรณ์คดีปาราชิก

    นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า หลังจากที่คณะสงฆ์ จ.อุบลราชธานี ฝ่ายธรรมยุต มีมติขับอดีตพระวิรพลออกจากสังกัดวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ ขณะที่คณะสงฆ์ จ.ศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต มีมติว่าอดีตพระวิรพลต้องอาบัติปาราชิก เนื่องจากมีการเสพเมถุนในพื้นที่การปกครองของคณะสงฆ์ จ.ศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุตนั้น ในส่วนของการพิจารณาของคณะสงฆ์ จ.ศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต หากดูตามระเบียบในกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 11 ว่าด้วยการลงนิคหกรรม (พ.ศ.2521) มีการระบุไว้ในหมวด 3 วิธีการพิจารณาวินิจฉัยการลงนิคหกรรม มีขั้นตอนในการพิจารณา 3 ขั้นตอน คือ 1.ขั้นต้น 2.ขั้นอุทธรณ์ และ 3.ขั้นฎีกา

    ยันสมีคำต้องเข้าแจงด้วยตัวเอง

    “การพิจารณาลงโทษดังกล่าวของคณะสงฆ์ จ.ศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต ได้เสร็จสิ้นการพิจารณาในขั้นต้นแล้ว อย่างไรก็ตาม กฎมหาเถรสมาคมดังกล่าวระบุว่า ผู้ที่ถูกตัดสินไปแล้วในการพิจารณาขั้นต้น สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ทราบคำวินิจฉัย โดยอดีตพระวิรพลจะต้องมายื่นอุทธรณ์ด้วยตัวเองเท่านั้น ทั้งนี้ หากไม่มายื่นอุทธรณ์ภายในเวลาที่กำหนด คณะผู้พิจารณา ซึ่งในที่นี้คือคณะสงฆ์ จ.ศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต สามารถพิจารณายกอุทธรณ์ได้ และจะถือว่าการวินิจฉัยสิ้นสุด มีผลให้อดีตพระวิรพล ขาดจากความเป็นสงฆ์อย่างสมบูรณ์ หากยังมีการแต่งกายแบบพระสงฆ์อีกก็จะมีความผิดฐานแต่งกายเลียนแบบสงฆ์” นายนพรัตน์กล่าว

    ย้ำไปสังกัดวัดนอกผิดกฎสงฆ์ไทย

    นายนพรัตน์กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีที่มีการอ้างว่าอดีตพระวิรพล มีการย้ายไปสังกัดวัดในต่างประเทศแล้วนั้น เป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ เพราะวัดต่างประเทศไม่ได้ขึ้นตรงกับกฎหมายไทย และ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ หากไปอยู่วัดใดก็จะยังถือเป็นพระไร้สังกัด และไม่ได้เป็นพระสงฆ์ไทยแล้ว

    คณะผู้สอบอธิกรณ์ตัดสินถูกต้อง

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่กลุ่มลูกศิษย์ของอดีตพระวิรพล รวมทั้งพระผู้ใหญ่บางรูประบุว่า การตัดสินของคณะสงฆ์ จ.ศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต ผู้สอบอธิกรณ์ที่ตัดสินให้อดีตพระวิรพล ต้องอาบัติปาราชิก ด้วยการอ่านคำตัดสินลับหลังเพียงฝ่ายเดียวถือว่าไม่ถูกต้อง และไม่ให้ความเป็นธรรมกับอดีตพระวิรพลนั้น จากการตรวจสอบข้อกฎหมายตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 11 ว่าด้วยการลงนิคหกรรม (พ.ศ.2521) มีการระบุไว้อย่างชัดเจนไว้ในหมวดที่ 3 ส่วนที่ 2 วิธีพิจารณาวินิจฉัยการลงนิคหกรรมชั้นต้น ข้อ 39 วรรคสอง ระบุว่า ถ้าโจทก์หรือจำเลยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มาฟังคำวินิจฉัยตามกำหนดที่ได้นัดหมายไว้ โดยมิได้มีหนังสือแจ้งเหตุขัดข้องต่อคณะผู้พิจารณาขั้นต้นก่อนถึงเวลาที่นัดหมาย ให้อ่านคำวินิจฉัย และให้ถือว่าฝ่ายที่ไม่มาฟังคำวินิจฉัยได้ทราบคำวินิจฉัยนั้นแล้ว

    ชี้เบาะแสทองคำ 8 ตันล่องหน

    ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ร.ต.อ.หญิง สุวนีย์ แสวงผล รองเลขาธิการ ปปง.ฝ่ายปฏิบัติการ และนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าเรื่องธุรกรรมทางการเงินของนายวิรพล สุขผล หรืออดีตหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก นายสงกานต์เปิดเผยว่า ได้นำหลักฐานเพิ่มเติมใบปิดโฆษณาเมื่อปี 54 ที่ให้ประชาชนร่วมบริจาคสร้างอาคารรักษาผู้ป่วย รพ.ร้อยเอ็ด โดยอ้างว่าจะได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ แต่ละลำดับชั้น วงเงินตั้งแต่ 1 เเสนบาท-30 ล้านบาท มีรายชื่อผู้ร่วมบริจาค ทั้งพระสงฆ์ นักธุรกิจดัง และบริษัทนิติบุคคล 20 คน  เกี่ยวข้องเป็นคณะกรรมการ พร้อมนำภาพสร้างเครื่องทรงพระเเก้วมรกต 3 ฤดู ที่ใช้ทองคำ 9,000 กก. ในการสร้าง จากการตรวจสอบมีทองคำแล้ว 8,000 กก. แต่ยังไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน มีนักธุรกิจการเงิน นักค้าทองคำ และนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง แต่ยังเปิดเผยไม่ได้

    มีนักการเมืองใหญ่เป็นแบ็กให้

    นายสงกานต์เผยอีกว่า ตัวสมีคำเองไม่ได้มีความรู้ว่าจะโยกย้ายเงินอย่างไร หรือจัดการเงินอย่างไร ดังนั้น จึงมีผู้ที่อยู่เบื้องหลังแน่นอน เบื้องต้นสืบทราบว่าน่าจะเป็นนักธุรกิจชื่อดังหลายคน รวมถึงนักการเมืองระดับชาติด้วย อีกไม่นานจะได้รู้ว่าใครคือไอ้โม่งที่อาศัยศรัทธาประชาชนทำมาหากินเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกคนที่ให้ความสนใจร่วมแจ้งเบาะแส และนำเสนอข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้อง ตรงไปตรงมา คดีนี้เป็นคดีใหญ่มีผลกระทบต่อศาสนา ตอนนี้ทราบว่ามีสื่อมวลชนบางคนถูกข่มขู่ ยืนยันว่าจะให้ความช่วยเหลือ มีทีมงานทนายคอยดำเนินการ

    ปปง.เร่งสางเส้นทางโยกย้ายเงิน

    ด้าน ร.ต.อ.หญิง สุวนีย์ กล่าวว่า จะนำหลักฐานเพิ่มเติมที่เพิ่งได้รับนี้ นำไปรวบรวมเพื่อให้คณะกรรมการธุรกรรมการเงินพิจารณาในวันที่ 19 ก.ค.นี้ เพื่อสรุปมติให้ ปปง.ตรวจสอบเส้นทางการเงินและพิจารณาการอายัดทรัพย์สิน ทั้งสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ส่วนที่มีกระแสข่าวมีการโยกย้ายเงินในบัญชีอดีตพระเณรคำกว่า 200 ล้านบาทนั้น ยังตรวจสอบไม่ได้ แต่หากมีการโยกย้ายจริงถือว่าเข้าข่ายฉ้อโกง ขณะที่การติดตามทองคำ 8,000 กิโลกรัม อยู่ระหว่างเร่งติดตาม หลังวันที่ 19 ก.ค.นี้ จะร่วมกับดีเอสไอตรวจสอบเชิงลึกต่อไป

    สมเด็จฯอัดเครื่องราชฯสมีคำ

    สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) กล่าวว่า กรณีที่อดีตพระวิรพลขอรับบริจาคเงินเพื่อนำไปสร้างตึกสงฆ์อาพาธที่ รพ.ร้อยเอ็ด โดยระบุว่าจะขอเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้กับผู้ที่บริจาคเงินตั้งแต่ 1 แสนบาทขึ้นไปนั้น การที่พระสงฆ์กระทำในลักษณะดังกล่าวถือว่าไม่เหมาะสม เหมือนเป็นการทำให้ประชาชนหลงเชื่อ หากจะขอเครื่องราชฯให้กับผู้ที่บริจาคเงินนั้น สามารถทำได้ แต่ควรจะดำเนินการภายหลังจากที่มีผู้บริจาคเงินด้วยความศรัทธาเข้ามาแล้ว ไม่ใช่นำไปโฆษณาในลักษณะเชิญชวนให้ประชาชนหลงเชื่อและบริจาคเงิน

    บุกสถานทูตสหรัฐฯค้านถอนวีซ่า

    ต่อมาเวลา 14.00 น. พ.ต.อ.ไชยา คงทรัพย์ ผกก.สน.ลุมพินี รับแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ถนนวิทยุ ว่าจะมีกลุ่มบุคคลเข้าขอยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมบริเวณด้านหน้าประตูทางเข้า จึงสั่งการให้ตำรวจสายตรวจ 10 นายประสานกับเจ้าหน้าที่ รปภ.สถานเอกอัครราชทูต ดูแลรักษาความปลอดภัย กระทั่งพบชาย 2 คนสวมเสื้อสีชมพู และอีกคนแต่งกายชุดลิเก ยืนถือหนังสือพร้อมกับกระเช้าอาหารอยู่หน้าประตูทางเข้าสถานเอกอัครราชทูต ทราบชื่อ นายสุขุม วงประสิทธิ ประธานเครือข่ายบ้านวิมุตติธรรม และนายเริงศักดิ์ กำธร ทั้งคู่อ้างว่ามายื่นหนังสือเรียกร้องขอความเป็นธรรมกับเอกอัครราชทูต ในการปฏิบัติหน้าที่พิจารณาคำร้องของหน่วยงานไทยที่ร้องขอให้ถอนวีซ่านายวิรพล สุขผล หรืออดีตหลวงปู่เณรคำ ต่อมามีเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตออกมารับคำร้องเรียน

    ติงสหรัฐฯ อย่าบ้าจี้ตามกระแส

    นายสุขุมกล่าวว่า ต้องการให้เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ปฏิบัติหน้าที่ด้วย ความยุติธรรม อย่าพิจารณาคำร้องของดีเอสไอ สำนักงาน พระพุทธศาสนาฯ และมหาเถรสมาคม ที่ร้องขอให้เพิกถอนวีซ่าของพระวิรพล เพื่อจะบีบให้สหรัฐอเมริกา ปฏิบัติตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน โดยต้องไม่ ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของกระแสข่าว ขอให้เคร่งครัดในการใช้หลักกฎหมายระหว่างประเทศเรื่องผู้ร้ายข้าม แดน เพราะดีเอสไอยังขาดพยานหลักฐานในการเอาผิด นายวิรพล และที่สำคัญศาลยังไม่ได้ตัดสินว่ามีความผิด

    เมีย–ลูกฟ้องศาลให้รับรองบุตร

    ที่ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดศรีสะเกษ ช่วงสายวันเดียวกัน นายสมชาติ วงศ์ธราธร ทนายความ ได้พา น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 26 ปี หญิงที่อ้างเป็น เมียของนายวิรพล สุขผล หรืออดีตหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก พร้อมบุตรชาย วัย 11 ขวบ  เข้ายื่นฟ้องต่อศาล เพื่อขอให้ศาลสั่งให้นายวิรพลรับรองบุตรที่เกิดด้วยกัน ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า คดีนี้ทนายความระบุว่าโจทก์ยื่นฟ้องเป็นคดีแพ่ง เรียกค่าเลี้ยงดูเป็นจำนวนเงินสูง จะมีค่าธรรมเนียมศาลถึง 8 แสนบาท ทางทนายความจึงได้ยื่นคำร้องขอศาลยกเว้นค่าธรรมเนียม เนื่องจากโจทก์เป็นผู้ที่มีฐานะยากจน

    สมีคำซีดเจอเรียกค่าเลี้ยงดู 40 ลบ.

    นายสมชาติ วงศ์ธราธร กล่าวว่า เนื่องจาก น.ส.เอยืนยันว่าลูกชายวัย 11 ขวบคนนี้ เป็นบุตรที่เกิด จากอดีตหลวงปู่เณรคำ แต่ไม่ได้มีการส่งเสียเลี้ยงดู จึงได้ยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อขอให้ศาลสั่งให้อดีตพระเณรคำรับรองว่าเป็นบุตร เพื่อให้เด็กได้มีสิทธิในทรัพย์สิน หรือมรดกที่ถูกต้องตามกฎหมายของพ่อ นอกจากจะฟ้องให้นายวิรพลรับรองบุตรแล้ว ยังจะได้ฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดูบุตร ตั้งแต่คลอดจนถึงบรรลุนิติภาวะ คือ 20 ปี โดยจะเรียกปีละ 2 ล้านบาท รวมเป็นเงิน40 ล้านบาท ดังนั้น จึงได้มายื่นฟ้องเพื่อขอพึ่ง
    บารมีศาล สั่งให้นายวิรพลได้จ่ายค่าเลี้ยงดูจำนวนดังกล่าว ส่วนที่โจทก์เรียกเงินจำนวนมากขนาดนี้ก็ เพราะดูตามฐานานุรูปของจำเลย ซึ่งจะอยู่ในดุลพินิจของศาลที่จะพิพากษาออกมา

    ชาวบ้านสาปส่งโยนรูปทิ้งถังขยะ
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังมีข่าวฉาวของนายวิรพล สุขผล หรืออดีตหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก มาร่วม เดือน ทำให้ญาติโยมที่เคยศรัทธา โดยเฉพาะข้าราชการ ชั้นผู้ใหญ่และบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายรายในตัวเมืองอุบลราชธานี เริ่มตาสว่างและเสื่อมศรัทธา บางรายที่เคยนำภาพนายวิรพล ขณะยังครองสมณเพศไปแขวนบูชาไว้ตามห้างร้านและบริษัท ต้องรีบปลดภาพทิ้งเมื่อดูข่าวทุกวันจนสิ้นความเคารพศรัทธานับถืออย่างเมื่อสมัยก่อน บางรายนำทั้งภาพถ่าย ผ้าเช็ดปากเปื้อน คราบน้ำหมาก และหนังสือธรรมะของอดีตหลวงปู่เณรคำมาโยนทิ้งถังขยะพร้อมสาปแช่งด้วยความโกรธ

    เหรียญ–วัตถุมงคลสมีคำไร้ราคา

    ด้านบรรยากาศการซื้อขายวัตถุมงคลของอดีต หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก หลังเกิดข่าวฉาวปรากฏออกมาต่อเนื่อง ได้ส่งผลกระทบต่อวงการพระเครื่องในหลายพื้นที่ เนื่องจากบางรายทุ่มเงินลงไปจำนวนมาก เพื่อเช่าซื้อเหรียญรุ่นต่างๆของอดีตหลวงปู่เณรคำมา เก็บสะสมไว้เก็งกำไร โดยเหรียญรุ่นแรกสร้างเมื่อปี 2545 ขณะอดีตหลวงปู่เณรคำ มีอายุเพียง 23 ปี ผลิต เหรียญรุ่นแรกออกมาถึง 2 หมื่นเหรียญ ราคาต้นทุนเหรียญละ 2 บาท ทางวัดวางจำหน่ายเหรียญละ 5,000 บาท แต่เมื่ออดีตหลวงปู่เณรคำเกิดเรื่องเสื่อมเสียจนถูกขับพ้นผ้าเหลืองในข้อหาปาราชิกเสพเมถุนกับสีกา ทำให้ญาติโยมเสื่อมศรัทธา ไม่เช่าพระเครื่องและวัตถุมงคลของโล้นฉาวอีกต่อไป ปัจจุบันแผงพระทั่วประเทศ ไม่รับเช่าเหรียญ หรือวัตถุมงคลของสมีคำทุกรุ่นแล้วเพราะไม่มีราคา

    เซียนพระช้ำใจสูญเงินเป็นแสน

    ด.ต.มานะ กุ่มงาม อายุ 55 ปี เจ้าของแผงพระ ย่านตลาดพระริมแม่น้ำปิง อ.เมืองตาก ซึ่งเป็นตลาดที่มีการให้เช่าพระเครื่องและรับเช่าพระรายใหญ่ในพื้นที่ จ.ตาก เผยว่า ขณะนี้เซียนพระพากันเก็บวัตถุมงคลของอดีตหลวงปู่เณรคำไว้ใต้โต๊ะ ผิดกับช่วงก่อนหน้าที่อดีตหลวงปู่เณรคำยังมีชื่อเสียง บรรดานักเลงพระต่างนิยมเรียกหามีเท่าไหร่ปล่อยได้หมด แต่หลังเกิดข่าวฉาวได้ส่งผลกระทบต่อวงการเช่าวัตถุมงคลทุกรุ่นที่อดีตหลวงปู่เณรคำสร้างขึ้น โดยตนเคยมีเหรียญอดีตหลวงปู่เณรคำรุ่นแรกนับสิบเหรียญ มีคนมาขอเช่าให้ราคาสูง ช่วงที่กำลังฮิตก็ยังเกี่ยงราคารอไว้เพื่อให้มูลค่าสูงขึ้นจนถึงสูงสุด แต่พอกำลังจะปล่อยก็มาเกิดเรื่องฉาวขึ้นก่อน ทำให้ปล่อยไม่ได้แม้แต่เหรียญเดียว ต้องสูญเงินไปนับแสนบาททันตาเห็น จำต้องตัดใจทิ้งลงท่อระบายน้ำด้วยความเจ็บใจ

    มรภ.อุบลฯจ่อถอนคืน ป.เอก

    ผศ.ประชุม ผงผ่าน อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี กล่าวถึงกรณี มรภ.อุบลราชธานี ถวายปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนาภูมิภาคให้นายวิรพล สุขผล หรืออดีตพระเณรคำ เมื่อปี 2552 ว่า เมื่อผู้รับมอบปริญญาทำเรื่องเสียหาย ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัย จึงได้เรียกประชุมคณะกรรมการสภา มรภ.อุบลราชธานี เพื่อลงมติถอนปริญญาดังกล่าวคืนอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 ก.ค.นี้ เนื่องจากทำผิดระเบียบข้อบังคับสภามหาวิทยาลัย พ.ศ.2548 โดยเมื่อปรากฏชัดเจนแล้วว่านายวิรพลกระทำการเสื่อมเสียชื่อเสียงมหาวิทยาลัยจริง จึงจะมีมติถอนปริญญาอย่างเป็นทางการแน่นอน

    พระแก้วฯแหกตาไม่ใช่หินหยก

    พ.อ.ชัชนันท์ เชื้ออำนาจ รอง ผบ.สำนักคดีความมั่นคง ดีเอสไอ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนพร้อมด้วยนายขจร มุกมีค่า ผอ.สำนักงานศิลปากร ที่ 11 อุบลราชธานี เดินทางลงพื้นที่ที่พักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อร่วมกันตรวจสอบองค์พระแก้วมรกตจำลองใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อหาว่าวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างองค์พระแก้วมรกตจำลองฯ ที่อดีตพระเณรคำอ้างว่าสร้างจากหินหยกจากประเทศอินเดีย แต่จากการตรวจสอบพบว่าด้านท้ายองค์พระแก้วฯ มีกระสอบบรรจุผงปูนสีเขียวที่มีความมันวาว เมื่อนำมาผสมกับน้ำ ผงปูนเขียวดังกล่าวจะแข็งตัว ลักษณะคล้ายวัสดุที่นำมาหล่อเป็นแผ่นๆ ก่อนนำไปติดบนองค์พระปูนซีเมนต์

    “ในชั้นนี้ จึงเชื่อได้ว่าวัสดุที่นำมาสร้างองค์พระแก้วฯ ไม่ใช่หินหยกที่นำเข้ามาจากประเทศอินเดียอย่างที่มีการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อให้ญาติโยมร่วมกันบริจาคเงินจำนวนมากๆ มาร่วมสร้างแต่อย่างใด” พ.อ.ชัชนันท์ กล่าว

    องค์พระทรุดตัวหวั่นพังถล่มลงมา

    นายทัศนะ ภูผาธรรม หัวหน้ากลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน สำนักงานศิลปากรที่ 11 อุบลราชธานี กล่าวว่า องค์พระแก้วจำลองก่อสร้างยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ขณะนี้คานที่รับน้ำหนักเริ่มทรุดตัว เมื่อมีการทิ้งงานไปอันเนื่องมาจากเกิดคดีความกับอดีตพระวิรพลเสียก่อน ทำให้เริ่มมีสนิมจากโครงเหล็ก ที่สร้างยังไม่แล้วเสร็จ และองค์พระเอนไปทางด้านหลังเล็กน้อยแล้ว เชื่อว่าหากเจอฝนตกหนักๆ ในช่วงนี้องค์พระอาจจะทรุดตัวและพังถล่มลงมาได้

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้