วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
Trendy Review: Asus FonePad

Trendy Review: Asus FonePad

  • Share:

ครั้งนี้แนะนำแท็บเล็ต ไม่สิ...สมาร์ทโฟน เป็นสมาร์ทโฟนที่ร่างแท็บเล็ตนั่น คือ ASUS Fonepad นั่นเอง เนื่องจากแนวโน้มการใช้งานอุปกรณ​์ไอทีเวลานี้เราก้าวสู่ยุค โมบิลิตี้เต็มตัว เราจะพบเห็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นไฮบริด หรือ ทูอินวันกันมากขึ้น เลยอยากแนะนำของดีราคาน่ารักดูบ้าง...

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ผ่านพ้นมหกรรมสินค้าไอทีงานใหญ่ๆ ไป และค่ายสมาร์ทโฟนต่างๆ ก็ทะยอยเปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่ๆ ลงตลาด หลายๆ คนคงได้มีโอกาสเดินดูงานและ สำรวจตลาดกันบางจะพบว่าช่วงนี้เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยน เราจะพบเห็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นไฮบริด หรือ ทูอินวัน นั่น คือ เป็นได้หลายอย่างในอุปกรณ์เดียว เช่น อัลตร้าบุ๊กเป็นแท็บเล็ต หรือ สมาร์ทโฟนเป็นแท็บเล็ต ที่เห็นกันชินตาบ่อยๆ เนื่องจากแนวโน้มการใช้งานอุปกรณ​์ไอทีเวลานี้เราก้าวสู่ยุค โมบิลิตี้เต็มตัว เนื่องจากการให้บริการ 3G หรือ 4G LTE จำนวนไวไฟฮอตสปอตที่เพิ่มขึ้น ราคาค่าบริการด้านดาต้าที่คุ้มค่า และราคาของอุปกรณ์เริ่มถูกลง ทำให้มีผลิตภัณฑ์บางรุ่น น่าช้อนซื้อช่วงที่ราคากำลังลง ราคาก็ดี สเปกก็เหมาะแบบนี้ก็ต้องจัดไป

นั่นจึงเป็นที่มาของการแนะนำแท็บเล็ต ไม่สิ...สมาร์ทโฟน เป็นสมาร์ทโฟนที่ร่างแท็บเล็ตนั่น คือ ASUS Fonepad นั่นเอง ทางเอซุสส่งมาให้ทาง Trendy Review ลองใช้งานนานแล้ว แต่เพิ่งจะได้มีโอกาสเขียนถึง ด้วยความอาลัยอาวรณ์เพราะกำลังใช้งานคุ้นมือเลยทีเดียว เพราะมันได้นำเอาประสบการณ์ใช้งานที่มีจากรุ่นพี่ NEXUS7 ถ่ายทอดลงมาเป็น Fonepad นั่นเอง


ASUS Fonepad มีแนวคิดการออกแบบ เพื่อเป็นอุปกรณ์สื่อสารเหมือนสมาร์ทโฟนเครื่องหนึ่ง แต่ตอบสนองความบันเทิงในระดับแท็บเล็ต เราเรียกอุปกรณ์แบบนี้ว่า แฟ็บเล็ต (Phone+Tablet) ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์  4.1 เจลลี่บีน โดยมีจุดประสงค์แรก คือ ใช้เป็นโทรศัพท์ และรองลงมา คือ การใช้เป็นแท็บเล็ตพกพา ด้วยความสามารถในการเชื่อมต่อสื่อสารผ่านเครือข่าย 3G และ HSPA+ จึงทำให้พูดคุยติดต่อสื่อสารเหมือนโทรศัพท์มือถือทั่วไป ขณะที่ ยังได้เพลิดเพลินกับความบันเทิงต่างๆ บนหน้าจอทั้งเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อท่องเว็บ ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น เล่นเกม ฟังเพลง หรือ ดูวิดีโอสตรีมมิ่ง


แกะกล่องลองใช้งาน


เปิดกล่องออกมาก็พบกับ ASUS Fonepad นอนแอ้งแม้งในกล่อง สำหรับที่เอซุงส่งมาให้ลองใช้นั้นเป็นเครื่องสีทองอร่าม ดั่งชุดคลอธโกลด์เซนต์ ในเรื่องเซนต์เซย่า (ไม่ใช่ละครับ) มันเป็นสีแบบแชมเปญโกลด์ที่ออกทองระยิบระยับ ออกเทาๆ ทองๆ ความรู้สึกแรก คือ มันออกแบบมาหรูหรามากด้วยผิวสัมผัสเมทัลลิคสีทอง จอภาพขนาด 7 นิ้วแบบมัลติทัช รองรับจุดสัมผัสถึง 10 จุด ที่ให้มุมมองที่กว้างถึง 178 องศา และความละเอียดจอภาพสูงถึง 1280x800 สามารถมองเห็นจอได้แม้จะอยู่กลางแจ้งที่มีแดดจ้า ตัวเครื่องออกแบบมาให้เป็นชิ้นเดียวไร้รอยต่อ จะมีเพียงฝาเปิด-ปิดเหนือบริเวณกล้องด้านหลังที่เป็นพลาสติก แกะออกมาได้ไว้ใส่ซิมการ์ดแบบไมโครซิม และ หน่วยความจำเสริม Micro SD Card ที่ซ่อนเอาไว้


ขณะที่กล้องหลักความละเอียด 3 ล้านพิกเซล จะติดตั้งอยู่ด้านหลังตัวเคลือบเลนส์ก็ระยิบระยับ เมื่อมองจากด้านข้างรูปทรงของ ASUS Fonepad ทำให้จุดศูนย์ถ่วงอยู่ตรงกลางถือจับกระจับมือ เป็นอุปกรณ์พกพาที่รวมทุกอย่างไว้ในหนึ่งเดียว ส่วนด้านท้ายของเครื่องก็เป็นช่องไมโครยูเอสบีสำหรับการเชื่อมต่อข้อมูล และ ชาร์จแบตเตอรี่ ส่วนช่องเสียบหูฟังจะอยู่ด้านบน


ASUS Fonepad มาพร้อมกับขุมพลังการประมวลผลจากค่ายอินเทล กับ อะตอม โปรเซสเซอร์ Z2420 1.2GHz จึงทำให้สามารถเล่นวิดีโอคุณภาพ HD ระดับ 1080p  ได้สบายๆ ขณะที่ยังประหยัดพลังงานอีกด้วย โดยสามารถใช้งานได้ถึง 9 ชั่วโมงจากการชาร์จ 1 ครั้ง มากกว่าแท็บเล็ตทั่วไป 2.7 เท่า เพราะมีแบตเตอรี่ลิเทียมโพลิเมอร์ ขนาด 4270 mAh นั้น ที่สำคัญในส่วนของซิมการ์ด จะรองรับ ไมโครซิม เท่านั้น

สเปกของ ASUS Fonepad

  • ระบบปฏิบัติการ Android v4.1 (Jelly Bean)
  • โปรเซสเซอร์ Intel Atom Z2420 1.2 GHz / Intel Atom Z2460 1.6 GHz และ GPU PowerVR SGX540
เซ็นเซอร์ Accelerometer, proximity, compass
  • ฟีเจอร์ บราวเซอร์ รองรับ HTML5 ระบบค้นหาพิกัดตำแหน่ง A-GPS support and GLONASS รองรับ Java MIDP emulatorแบตเตอรี่ ในเครื่อง แบบ Li-Ion ขนาด 4270 mAh  (16 Wh) สามารถใช้งานได้มากกว่า 9 ชั่วโมง
  • กล้องถ่ายภาพ กล้องหลักด้านหลัง ความละเอียด 3.15 ล้านพิกเซล  2048x1536 pixels, ฟีเจอร์เสริม Geo-tagging
  • สามารถถ่ายภาพวิดีโอ HD ที่ระดับ 720p กล้องหน้า ความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซล
  • ตัวเครื่อง ขนาด 196.4 x 120.1 x 10.4 มม.(7.73 x 4.73 x 0.41 นิ้ว) หนัก 340 กรัม (11.99 ออนซ์)
  • จอภาพ ทัชสกรีน IPS LCD capacitive  16M colors ขนาด 800 x 1280 pixels, 7.0นิ้ว (~216 ppi pixel density) รองรับระบบสัมผัส 10 จุด
  • ระบบเสียงเรียกเข้า/เตือน  ระบบสั่น และริงโทน MP3 ลำโพง พร้อมแจ็คเสียบหูฟัง 3.5 มม.
  • หน่วยความจำ หน่วยความจำแยก microSDเพิ่มได้สูงสุด 32 GB และ หน่วยความจำภายใน มีให้เลือก 8/16 GB,RAM ขนาด  1 GB DDR3L
  • ความเร็ว ในการเชื่อมต่อดาต้า  GPRS Class 10 (4+1/3+2 slots), 32 - 48 kbps EDGE Class 10, 236.8 kbps Speed HSDPA 21 Mbps, HSUPA 5.76 Mbps
  • เครือข่าย 2G Network GSM 850 / 900 / 1800 / 1900 และ 3G Network HSDPA 850 / 900 / 1900 / 2100
  • การเชื่อมต่อไร้สาย WLAN Wi-Fi 802.11 b/g/n, Wi-Fi hotspot / Bluetooth v3.0 with A2DP / USB microUSB v2.0
  • สี Titanium Gray (สีเงิน) , Champagne Gold (สีทอง)


ทดสอบการใช้งาน


ด้วยจอภาพขนาด 7 นิ้วแบบมัลติทัช ที่รองรับจุดสัมผัสถึง 10 จุด สามารถให้มุมมองที่กว้างถึง 178 องศา และความละเอียดจอภาพสูงถึง 1280x800 สามารถมองเห็นจอได้แม้จะอยู่กลางแจ้งที่มีแดดจ้า ทำให้เมื่อเปิดอ่านเนื้อหาบนเว็บไซต์ ตัว ASUS Fonepad จึงให้รายละเอียดตัวอักษรที่ดีกว่าแท็บเล็ตในขนาดจอแบบเดียวกัน ในขณะที่การใช้เป็นโทรศัพท์ ก็ทำได้ดี เพราะ ASUS Fonepad ออกแบบไมโครโฟนให้เป็นแบบ 2 ชั้น เพื่อลดเสียงรบกวนรอบข้าง และยังรองรับ 3G เต็มรูปแบบได้อย่างไม่มีปัญหา (ทดสอบบนเครือข่ายAIS 3G2100) ส่วนในด้านอินเทอร์เฟซอื่นๆ ก็ไม่หนีไปจาก แท็บเล็ตสมาร์ทดฟนที่เป็นแอนดรอยด์

 

แต่ความแตกต่างที่เพิ่มเข้ามาน่าจะเป็นฟังก์ชั่น ASUS Webstorage office ที่ให้พื้นที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์ขนาด  5GB ที่ยังสามารถปรับแต่งแก้ไขไฟล์จากโปรแกรมไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ ที่น่าจะอำนวยความสะดวกให้กับคนทำงาน หรือ นักเรียนนักศึกษาได้มากเลยทีเดียว


กล้องถ่ายภาพ
แท็บเล็ตราคาเบาก็มากลับกล้องที่ให้คุณภาพของภาพเหลือรับประทาน กับกล้องหลักคุณภาพ 3 ล้านพิกเซล เพียงพอสำหรับใช้เพื่ออัพรูปเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรือ อินสตาแกรม ขณะที่ขาแชทยังคงเพลิดเพลินกับการทำวิดีโอคอลล์ได้ด้วยกล้องหน้า 1.2 ล้านพิกเซล

ตัวอย่างรูป


สรุปการใช้งาน
ASUS Fonepad เป็นแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนขนาดจอ 7 นิ้ว รองรับ 3G ที่ราคาเบา (ประมาณ 6,900 บาท) แต่มีการดีไซน์ตัวเครื่องให้ออกมาดูหรูรา เพราะตัวเครื่องใช้วัสดุอลูมินัม ไม่ใช่พลาสติกแบบบ้านๆ โดยประสิทธิภาพการใช้งานที่น่าพอใจระดับนึง เมื่อพิจารณาจากหน่วยความจำ 1 GB ที่สามารถลงแอพพลิเคชั่น สำหรับทำงาน หรือ เกมสนุกๆ เล่นได้สบายๆ แบตเตอรี่ก็อึดอยู่ได้นานประมาณ 9 ชั่วโมง อีกทั้งหน่วยความจำสตอเรจในเครื่องขนาด 8 GB ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป แต่หากจะอยากดูซีรีย์ดังๆ หรือ ฟังเพลงที่ชอบสามารถใส่ในไมโครเอสดีการ์ดเพิ่มภายหลังได้ เกาะไวไฟได้ดี ใช้งาน 3G ได้ไม่มีปัญหา

การที่มีจอภาพที่คมชัด ก็เหมาะสำหรับเอาไว้ดูยูทูป หรือ คอมเมนท์เฟซบุ๊ก แชทกับเพื่อนๆ ด้วยคีย์บอร์ดหน้าจอ ที่แม่นยำใช้งานง่าย แม้แต่คนที่นิ้วใหญ่ ก็พิมพ์ได้สะดวก พกพาใส่กระเป๋ากางเกงได้ แต่ต้องระวังนั่งทับจอแตก ส่วนการใช้โทรก็ทำได้ไม่มีปัญหาหน้าจอใหญ่เห็นตัวเลขชัด แต่ตอนถืออาจะลำบากหน่อย ทั้งนี้นับว่าเป็นตัวเลือกที่ดี รุ่นหนึ่งเลยทีเดียว สำหรับแท็บเล็ตราคาไม่เกิน 7,000 บาท...

จุลดิส รัตนคำแปง
Trendy Review

 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้