advertisement

โฆษกศาลชี้ 'รถคันแรก' ส่อเป็นคดีความจำนวนมาก

โดย ทีมข่าวอาชญากรรม 7 มิ.ย. 2556 13:47

โฆษกศาลยุติธรรมยอมรับ “รถคันแรก” จะเป็นคดีเข้าสู่ศาลเพียบ แต่ศาลจะไม่เป็นตรายางให้ไฟแนนซ์บังคับใช้หนี้ซ้ำซ้อน และพร้อมช่วยเหลือ กรณีไม่เป็นธรรม

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 มิ.ย. นายไพโรจน์ วายุภาพ ประธานศาลฎีกาไปเป็นประธานเปิดห้องประชุมเนติศรชั้น10 อาคารศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ในโอกาสนี้นายประพาฬ อนมาน อธิบดีศาลแพ่งกรุงเทพใต้ถือโอกาสประเดิมห้องประชุมโดยจัดสัมมนาเรื่อง โครงการรถคันแรกกับการผิดสัญญาเช่าซื้อ มีนักกฎหมาย นักธุรกิจรถยนต์ ประชาชนผู้สนใจไปร่วมฟังราว 300 คน

นายฉลอง นิ่มเนียม หัวหน้าส่วนคดี กรมสรรพสามิต กล่าวว่า โครงการถคันแรก มียอดผู้ใช้สิทธิ์จำนวนมาก ตอนนี้ทยอยจ่ายเงินภาษีคืนไปแล้ว 17 งวด คาดว่าในเดือน ก.ย.56 จะมีอีก 2 แสนคัน รวมจ่ายเงินคืนแล้ว 5 หมื่นล้านบาท และในปี 57 จะทยอยรับรถอีก 6 แสนคัน ปัญหาคือถ้า ผู้เช่าซื้อตายก่อนครบเวลาถือครองรถ 5 ปี นำมาซึ่งปัญหาว่าจะต้องโอนเงินภาษีคืนแก่ทายาทของผู้ซื้อเดิมหรือไม่ ทางปฏิบัติมีการคืนเงินดังกล่าวเป็นทรัพย์มรดกแก่ผู้ซื้อ แต่ถ้าเป็นกรณีรถหายระหว่างเช่าซื้อ และประกันภัยจ่ายค่าสินไหมแก่ผู้ซื้อไปแล้ว ผู้ซื้อต้องคืนเงินภาษีแก่รัฐ

ด้าน นายอนุชาติ ดีประเสริฐ ประธานสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย กล่าวว่า มาตรการรถคันแรงจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจช่วยอุตสาหกรรมรถยนต์ และทำให้รถติดมากขึ้นเช่นกัน มียอดผู้ใช้สิทธิ์ 1.25 ล้านคัน ตอนนี้ 4 เดือนแรกขายรถไป 5 แสนคัน กำลังจะส่งรถลอตใหญ่ในปี 57 แต่ปัญหาคือผู้ซื้อเริ่มไม่ไปรับรถ คาดว่าร้อยละ 20 อาจะเพราะไม่มีกำลังผ่อน ไฟแนนซ์ไม่ผ่าน กับพวกที่ขอยกเลิกการจองไปเลยเพราะยอมรับเงื่อนไขไม่ได้ ทั้งรถที่ออกมาหลังมาตรการ 1 แสนบาทในบางยี่ห้อมีโปรโมชั่นดีกว่าเสียอีก ทางสมาคมพบว่ายอดซื้อรถจองรถทั้งหมดมีร้อยละ 90 เป็นรถเงินผ่อน และหากคนเหล่านี้ผ่อนชำระไม่ได้ ผู้เช่าซื้อควรไปเจรจากับสถาบันการเงินเพื่อขอปรับโครงสร้างนี้ และหากผ่อนไม่ไหวจริงๆ ก็ต้องขายรถแต่เงิน 1 แสนบาทต้องคืนรัฐ

ขณะที่ นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ กล่าวว่า มียอดผู้บริโภคขอกู้เงินไปผ่อนรถจำนวนมาก 1 รายการ คือ 1 บัญชี ทางไฟแนนซ์จะส่งข้อมูลบัญชีกู้มาทางระบบเครดิตบูโร ปัจจุบันมีมากถึง 67 ล้านบัญชี เฉพาะปี 56 มีเข้ามา 8 ล้านรายการบัญชี ดังนั้น การอนุมัติเงินกู้จึงต้องเข้มงวดมากขึ้นโดยมีการเรียกตรวจสอบ ถึง 1 ล้านรายการต่อเดือน โครงการรถคันแรกมีส่วนทำให้ยอดบัญชีมากขึ้นจนตนสงสัยว่าจะเอาถนนที่ไหนวิ่งเพราะหากเอาถนนทั้งหมดในกรุงเทพฯ มาให้รถมาจอดเรียงกันก็จะได้ เพียง 1.2 ล้านคันเท่านั้น ยังไม่นับรถที่จองยังไม่ไปรับรถ จนกังวลว่าโครงการรถคันแรกโตแบบก้าวกระโดด และหากผ่อนรถไม่ไหว 2 งวดติดกัน เจ้าหนี้จะมาพบกับผู้ซื้อรถแน่ ที่สุดคดีก็จะเข้าสู่ศาล

อย่างไรก็ตาม นายเกริก วณิกุล รองผู้ว่า ธปท. กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยไม่ออมเงินก่อนแล้วใช้เงิน แต่กลายเป็นกู้ก่อนแล้วค่อยผ่อนใช้ และเปลี่ยนจากออมเงินเป็นออมทองคำ ทั้งที่ทองไม่น่าออม คนไทยเป็นหนี้ค่าบ้าน ค่ารถ ค่าบัตร กับสินเชื่อส่วนบุคคล กับสินเชื่ออื่นๆ ยอดซื้อรถสูงถึง 1.5 ล้านคันในปี 55 ส่วนใหญ่จะผ่อน นำมาซึ่งหนี้ครัวเรือนสูงขึ้น เงินที่กู้มาก็ไม่เอาไปลงทุนแต่เอามาใช้จ่าย ทางธนาคารแห่งประเทศไทยจะทำหน้าที่ดูระบบการให้สินเชื่อว่ามีการชำระหนี้คืน หรือไม่ จึงเป็นประเด็นต้องติดตามดูต่อไป

ขณะเดียวกัน นายสิทธิศักดิ์ วนชะกิจ โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวปิดท้ายว่า การจองรถซื้อรถเป็นเรื่องของการแสดงเจตนาที่ผู้ซื้อมุ่งก่อนิติสัมพันธ์กับ ผู้ขาย ปัญหาคือขาดส่งค่างวด ปี 55 มีฟ้องกันแล้ว 32 คดี ศาลวิเคราะห์ปัญหาเช่าซื้อพบว่า แม้สัญญาเป็นเครื่องการแสดงเจตาเท่าเทียมกันแต่ผู้บริโภคไม่มีใครกล้าขอเปลี่ยนแปลงสัญญาสำเร็จรูป เป็นเรื่องอำนาจการต่อรองที่ไม่เท่าเทียม ซึ่งหากทำสัญญากันแล้วศาลจะไม่ยุ่ง ยกเว้นพบว่าเป็นสัญญาไม่เป็นธรรม และขัดต่อปัญหาความสงบเอาเปรียบประชาชน ศาลจะแก้ไขให้ ตัวอย่างเช่น จองรถ 1 คัน ขาดส่งโดนฟ้อง ไฟแนนซ์ตั้งฟ้องมีคำขอท้ายฟ้องดังนี้ เรียกรถที่ค้าง ค่าเช่าซื้อที่ค้าง ค่าขาดประโยชน์จากการไม่ได้ใช้รถ ค่าติดตามทวงคืนรถ ค่าดอกเบี้ยที่ค้าง ซึ่งเป็นหนี้ซ้ำซ้อน ดังนั้น เมื่อซื้อรถ 1 คัน ราคา 1 ล้านบาท ผ่อนไป 3 แสนแล้วขาดส่ง หนี้จะท่วมกลายเป็นรถคันละ 1.5 ล้านบาท ไฟแนนซ์ก็ตั้งฟ้องมา 1.5 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ย ถ้าศาลพิพากษาไปตามที่โจทก์ฟ้องมาอย่างนี้ศาลก็กลายเป็นตรายางให้โจทก์

“ศาลจะดูว่า ไม่ให้ไฟแนนซ์เสียหาย ไม่ให้ขาดทุน แต่ไฟแนนซ์จะต้องไม่เรียกมาซ้ำซ้อน ดอกเบี้ยศาลก็จะให้ตามกฎหมาย แต่หากลูกหนี้เกเร จึงจะต้องจ่ายค่าเสียหายให้โจทก์ รวมถึงค่าเสื่อมราคา และชดเชยค่าเสียหายแก่ไฟแนนซ์ ศาลจะดูแลไม่ให้ใครได้เปรียบเสียเปรียบ แต่คำพิพากษาไม่ใช่ทางออกสุดท้ายของข้อพิพาท แต่ศาลยังมีระบบระงับข้อพิพาทเป็นทางเลือก"นายสิทธิศักดิ์ กล่าว.

โหวตข่าวนี้