วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คุยกับ 'แมน-การิน' กับชีวิตที่เปลี่ยนไปเพราะตัวเลข

คุยกับ 'แมน-การิน' กับชีวิตที่เปลี่ยนไปเพราะตัวเลข

  • Share:

คอลัมน์ "เทรนดี้" โดย "ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์" คุยกับนักแสดงหนุ่ม "แมน-การิน" ที่หลายคนรู้จักในฐานะ "นักออกแบบตัวเลข" พร้อมทั้งอัพเดตถึงงานอื่นๆ ไปจนถึงเรื่องหัวใจกับเกล-เวธกา ที่คบกันมากว่า 7 ปีแล้ว...

จั่วหัวคอลัมน์ซะแบบนี้อย่าเพิ่งคิดไปว่าคอลัมน์ "เทรนดี้" โดย "ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์" จะมาใบ้หวยให้เลขเด็ดเปลี่ยนชีวิตอะไรนะจ๊ะ แต่ที่พูดถึงตัวเลขกันเพราะว่าวันนี้เรามีโอกาสได้พูดคุยกับนักแสดงหนุ่มวิก 3 แมน-การิน ศตายุ ที่นาทีนี้นอกจากเราจะรู้จักเขาในฐานะนักแสดงแล้ว หนุ่มแมนยังเป็น "นักออกแบบตัวเลข" หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ "แมธเธโลจี" ถ้าแปลเป็นไทยก็เรียกว่า "ศาสตร์แห่งการออกแบบตัวเลข" นั่นเอง งานนี้นอกจากเจ้าตัวจะมาพูดถึงเรื่องตัวเลข โดยเฉพาะการเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ที่หลายคนให้ความสนใจในเวลานี้แล้ว เรายังถือโอกาสอัพเดตถึงธุรกิจความงามที่ทำร่วมกับนางเอกสาว แพท-ณปภา ตันตระกูล ไปจนถึงผลงานในวงการบันเทิง และไม่พลาดถามถึงเรื่องหัวใจกับ

 

Q : ช่วงนี้เหมือนจะเน้นไปทำธุรกิจมากขึ้นทำให้งานในวงการน้อยลง?
A : จริงๆ เราไม่ได้อยากจะหายนะครับ เรายังมีรับละครอยู่ ที่ออนแอร์อยู่ตอนนี้คือละคร "ข้าวนอกนา" ทางช่อง 8 และกำลังจะเปิดกล้องละครเรื่อง "สามี" ทางช่อง 3 ครับ ยังไม่ได้หายไป และก็ไปออกรายการ ไปงานอีเวนต์บ้าง หรือไปออกรายการทอล์กโชว์วาไรตี้อยู่ตลอดอยู่แล้ว ยิ่งในเดือน มิ.ย. จะออกรายการเยอะมาก เพราะถ่ายเก็บไว้เยอะมาก จะเน้นเรื่องออกอีเวนต์ รายการซะมากกว่า

 

 

Q : ตอนนี้คนเลยติดภาพเรากับการทำธุรกิจไปแล้ว?
A : ก็ถือว่าเป็นอีกมุมนึงของงานน่ะครับ เป็นเรื่องของธุรกิจ ที่ตอนนี้ทำอยู่คือคลินิก "บิวตี้วีว่า" ซึ่งผมหุ้นกับแพท-ณปภา และเกล ทำมาประมาณจะ 2 ปีแล้ว แต่ที่กำลังบูมที่สุดก็คือ "แมธเธโลจี" ซึ่งก็คือศาสตร์ตัวเลข เหมือนจุดประกายให้คนมีความต้องการเปลี่ยนเบอร์ทั้งประเทศ

 

 

Q : อะไรคือแรงบันดาลใจให้เราสนใจในศาสตร์เกี่ยวกับตัวเลข?
A : คือผมชอบตัวเลขตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว แล้วผมจบคณิตศาสตร์สถิติจาก ม.มหิดล แล้วเป็นโครงการทุนของในหลวงด้วยครับ เลยทำให้เราชอบอะไรที่เป็นตัวเลขอยู่แล้ว แล้วเรามีเครื่องมือทางสถิติที่สามารถเก็บข้อมูลที่คนไม่ทำได้ ตอนหลังเราก็เริ่มศึกษาเพราะไปเจอทฤษฎีธรรมชาติเกี่ยวกับฟิสิกส์ เกี่ยวกับวัตถุ มีการเคลื่อนที่ย่อมมีพลังงาน เปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานด้านอื่นได้อีก คือวัตถุทุกอย่างมีตัวเลขกำหนดอยู่ เช่น โทรศัพท์มือถือ ถ้าเราขับรถด้วยความเร็ว 100 กม./ชม. โทรศัพท์ก็เคลื่อนที่ไปด้วยความเร็วเท่าเราด้วยเพราะอยู่ในรถด้วย นั่นคือวัตถุเคลื่อนที่ สองคือโทรศัพท์มันมีคลื่น ถ้าโทร.ออกได้คือมีสัญญาณ มันมีความถี่ แล้วเราก็มาศึกษาว่าถ้าแบบนั้นเบอร์โทรศัพท์ที่อยู่ข้างในมันน่าจะเป็นตัวกำหนดของคลื่นความถี่ และน่าจะเป็นตัวที่ทำให้มีอะไรบางอย่างที่น่าสนใจ เลยศึกษาเกี่ยวกับเรื่องพลังงาน พูดง่ายๆ คือตัวเลขสัมพันธ์กับพลังงาน กับทุกอย่าง หรือแม้กระทั่งสเปกตรัมของแสงก็มีความถี่ มีตัวเลขทุกอย่างครับ มันอยู่ที่การเก็บข้อมูล

 

 

Q : กับศาสตร์ตัวเลข เรามาทำจริงจังกี่ปีแล้ว?
A : 6 ปีแล้วครับที่เราเก็บใส่โปรแกรม แต่ก่อนเราจะสังเกตทั่วไปว่ารถทะเบียนไหนเกิดอุบัติเหตุมากที่สุด นางงามจักรวาลเลขไหนเข้ารอบมักจะชนะเลิศ หรือร้านก๋วยเตี๋ยวที่ขายดีใช้บ้านเลขที่เท่าไหร่ ส่วนเรื่องหวยก็มีบ้างบางส่วนครับแต่ไม่ใส่ใจเยอะ เพราะหวยเป็นสิ่งที่มันไม่มีปัจจัยอื่นที่ไปควบคุมมันได้เลย มันเป็นเรื่องดวง

 

 

Q : ตอนนี้เหมือนกลายเป็นว่ามีคนดังสนใจเรื่องนี้จนกลายเป็นกระแส คนเรียกเราว่าหมอแมนไปแล้ว?
A : ก็พยายามบอกคนอื่นว่าเราไม่ใช่หมอดู เราคือนักออกแบบตัวเลข มีหน้าที่ตรวจเบอร์โทรศัพท์และออกแบบเบอร์ให้เขาไปหาซื้อตามท้องตลาด ไม่มีขายซิมมือถือ ไม่มีแบเบอร์เปิดไพ่ดูดวง มันเป็นการศึกษาธรรมชาติของตัวเลขและอธิบายให้ฟังว่ามันคือวิทยาศาสตร์อย่างหนึ่ง ซึ่งพิสูจน์จากโปรแกรมสถิติได้ครับ

 

 

Q : แต่ถึงยังงั้นคนก็ทับซ้อนไปว่าเป็นโหราศาสตร์อย่างหนึ่ง?
A : มันโทษไม่ได้อยู่แล้ว คือมันมีความคล้ายคลึงกับโหราศาสตร์ แต่ก็ไม่เป็นไร สำหรับผมจริงๆ ผมก็ต้องบอกว่าผมไม่ใช่หมอดู เพียงแค่เราออกแบบตัวเลข แล้วศาสตร์ของผมอิงจากสถิติที่พิสูจน์ได้และเป็นวิทยาศาสตร์ครับ แต่ผมคงไม่ว่าถ้ามันคล้ายคลึงกับเรื่องโหราศาสตร์ เพราะผมเชื่อว่าโหราศาสตร์เป็นการเก็บสถิติจากดวงดาว แต่เป็นการเก็บจากกระดานชนวนสมัยโบราณ แต่อันนี้เป็นการเก็บสถิติจากคอมพิวเตอร์ เป็นการเก็บสถิติแบบสมัยใหม่ ซึ่งอาจจะเจอจุดตรงกลางที่คล้ายกันก็ว่าได้

 

 

Q : ได้ดูการเปลี่ยนตัวเลขของตัวเองไหมว่าก่อนและหลังเปลี่ยนมีความแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน?
A : คือผมก็เปลี่ยนมาตลอดตั้งแต่ศึกษาเรื่องตัวเลข เปลี่ยนเบอร์เยอะมากจนเพื่อนจะไม่เมมเบอร์ผมแล้ว (ยิ้ม) เปลี่ยนจนเจอเบอร์ที่โอเคที่สุดสำหรับเรา ที่เราเปลี่ยนเพราะอยากดูธรรมชาติว่าในแต่ละช่วงชีวิตเราใช้แต่ละเบอร์แล้วจะเป็นยังไง

 

 

Q : ฟีดแบ็กกับคนที่มาให้เราช่วยเปลี่ยนเบอร์เป็นไงบ้าง?
A : ก็ต้องขอบคุณทุกคนที่เป็นเหมือนอาจารย์ เป็นห้องทดลองที่ดีของผมครับ แล้วทุกคนเดินกลับมาด้วยรอยยิ้มว่าขอบคุณนะแมนที่ทำให้ชีวิตเขามีอะไรดีๆ เข้ามาครับ ถามว่าจากที่ทำมาได้ผลเข้าเป้าสักกี่เปอร์เซ็นต์ ถ้าถามผมนะ ผมมองว่าประมาณเกินครึ่งผมก็แฮปปี้แล้วครับ แต่ไม่อยากการันตีว่า 100 เปอร์เซ็นต์เพราะบางคนคาดหวังสูง แล้วเอาเบอร์ไปและคิดว่าไม่ต้องทำอะไรกับชีวิต เดี๋ยวเบอร์ช่วย เบอร์โทรศัพท์ไม่ได้เปลี่ยนชีวิต แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือตัวเราที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนมันมากกว่า แต่แค่เบอร์โทรศัพท์เป็นสิ่งเล็กๆ ที่อยู่รอบตัวและทำให้เรามีกำลังใจที่จะทำอะไรที่มันดีๆ นะครับ ผมจะอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงว่าการเปลี่ยนเบอร์แต่ไม่เปลี่ยนสันดานก็ไม่ช่วยอะไร (ยิ้ม) การเปลี่ยนเบอร์ต้องทำตัวเราเองให้ดีขึ้นด้วยถึงจะเปลี่ยนชีวิต ซึ่งอันนี้สำคัญมาก

 

 

Q : กลัวคนมองเราว่าทำให้คนไทยงมงายเรื่องตัวเลขไหม?
A : ถ้าถามผม ผมมองว่ามุมนึงผมดีใจที่ทำให้คนทั้งประเทศตื่นตัวในการอยากเปลี่ยนเบอร์ จะเปลี่ยนกับผมหรือไม่ผมไม่แคร์ แต่ผมรู้สึกว่าผมทำสำเร็จที่ทำให้ทุกคนตื่นตัว แล้วไปหาทางช่วยคนอื่นผมไม่ว่าเลย ผมดีใจที่ผมจุดกระแสตรงนี้ครับ ผมบอกเลยว่าผมอยู่ที่เดิม ไม่เคยไปหลอกใครมา ทุกคนเดินมาหาผมเองหมดและบอกต่อ ก็ขอบคุณทุกคนที่เปลี่ยนแล้วดีมีรอยยิ้ม และทำให้คิวผมเต็มไปเรื่อยๆ ทุกเดือนไม่เคยว่างเลย

 

 

Q : ถามถึงธุรกิจคลินิกเป็นไงบ้าง?
A : อันนี้ผมจะให้แพทดูแล แต่ผมจะไปซัพพอร์ตบางส่วนที่เราช่วยได้ บางทีเราก็เอาโปรโมชั่นตัวเลขไปจับกับคลินิกบ้าง เพราะคนไปต่อคิวดูเบอร์โทรศัพท์ที่ออฟฟิศนานมาก (ยิ้ม) คิวมันรอเป็นเดือน แต่ถ้ามาคลินิกก็จะพิเศษหน่อยไม่ต้องไปต่อแถวนาน กับคลินิกนี้ทำมา 2 ปีผมว่าก็เรื่อยๆ นะ ก็ดีครับ ธุรกิจนี้มันเรื่อยๆ อยู่แล้ว ก็อยู่ได้ ถ้าเราจริงใจ มีวัตถุดิบที่ดี เราดูแลลูกค้าอย่างดี แบบนี้ก็อยู่ได้อยู่แล้ว

 

 

Q : หุ้นกับแพทและเกลทำคลินิกด้วยกันเป็นไงบ้าง?
A : ก็ดีครับ เขาขยันและตั้งใจทำงาน ตัวแพทเองก็เป็นคนที่ดูแลตัวเอง รักความสวยความงามอยู่แล้ว ฉะนั้น เขาก็จะมีอะไรใหม่ๆ มานำเสนอกับคลินิกตลอด ส่วนเกลจะเก่งเรื่องการเงิน เขาจะดูแลบัญชีได้

 

 

Q : ธุรกิจไปได้ดีแบบนี้จะมีขยายสาขาไหม?
A : ก็ยังดูอยู่ครับว่าอาจจะเป็นสักปีหน้าถ้าเกิดมันโต อาจจะมีการขยายเพราะตอนนี้มีสาขาเดียวคือที่สาทร และกำลังมองๆ อยู่ เพราะตอนนี้ต่างคนต่างทำงานหนัก แพทก็มีละครเยอะมาก เกลก็มีละครด้วยและเรียนด้วย ผมก็มีละคร ไหนจะมีเรื่องแมธเธโลจี เยอะแยะมากครับ วันหนึ่งนอนค่อนข้างน้อย

 

 

Q : จากการทำธุรกิจทำให้มีงานมีเงินเข้ามามากกว่าแต่ก่อนมากรู้สึกยังไง?
A : ก็รู้สึกดีครับ แต่เราก็ยังเตือนตัวเองเสมอว่าเราต้องทำตัวเหมือนเดิม ช่วยเหลือคนอื่นเหมือนเดิม มีอุดมการณ์เดิมๆ เพื่อทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่เหลิงนะครับ เราต้องอยู่ในจุดที่เราเคยเป็น แล้วทุกวันนี้เราโอเคมาก ใช้เงินเหมือนเดิม ได้มาเก็บส่วนหนึ่ง ใช้ส่วนหนึ่งเท่าเดิม แต่เก็บมากขึ้นเท่านั้นเอง ชีวิตไม่หรูหราฟู่ฟ่า ปกติผมไม่ใช่คนฟู่ฟ่าอยู่แล้ว สบายๆ ง่ายๆ เราติดดินอยู่แล้วครับ ขนาดเบอร์โทรศัพท์ยังใช้เบอร์เดิมๆ ไม่ได้ใช่เบอร์ตองเบอร์สวยแพงๆ ยังใช้เบอร์ที่ขาย 50-100 บาทมาใช้ครับ เพราะผมมองว่าเป็นเบอร์ที่เหมาะสำหรับผม ผมอยู่ด้วยความพอดีครับ ผมมีความสุขที่เป็นแบบนี้ครับ มีคนที่ดีๆ ที่รักผมอยู่รอบตัวก็พอแล้วครับ

 

 

Q : แฟนๆ มีถามถึงเรื่องงานในวงการบันเทิงบ้างไหม เพราะพักหลังเราทุ่มเรื่องธุรกิจค่อนข้างเยอะ?
A : ผมจะบอกว่าเรื่องตัวเลขแตกไลน์ไปได้เยอะมากครับ อย่างตอนนี้กำลังจะทำพ็อกเกตบุ๊กเกี่ยวกับตัวเลข มีรายการในอนาคต และอาจจะไปจับโปรดักต์ตัวเลขอื่นๆ ที่ไม่ใช่เบอร์โทรศัพท์ ผมสามารถทำได้อีกเยอะ ซึ่งทำให้เวลาค่อนข้างแน่นมาก แต่ละครก็เล่นอยู่ ไม่ได้หายไปไหน ก็ต้องขอบคุณผู้จัดละครที่ผมไปเปลี่ยนเบอร์ให้ท่าน แล้วท่านก็อนุเคราะห์ให้ผมไปเล่นละครรับเชิญบ้าง เขาไม่ได้อยากให้ผมหายไปครับ

 

 

Q : กับสัญญาของช่อง 3 ยังมีไหม?
A : ผมหมดสัญญากับช่อง 3 ไปประมาณปีกว่าครับ แต่เราก็ยังเล่นละครได้ ก็ยังรักช่อง 3 อยู่ครับ ยังมีพี่ๆ ที่ช่อง 3 ดูแลให้อยู่ครับ ที่ไม่ต่อสัญญาส่วนหนึ่งคือเราเกรงใจทางช่องด้วยครับ การต่อสัญญาครั้งล่าสุดผมทำงานหนัก ผมเรียนต่อปริญญาโทด้วย เลยทำให้ทำงานได้ไม่เต็มที่ ผมได้เงินเดือนจากช่องด้วยก็เลยเกรงใจ พอเราไม่ได้ต่อสัญญาผมว่ามันก็เป็นความยุติธรรมที่เกิดขึ้นแล้วครับ แต่ถ้าทางช่องอยากให้เราไปร่วมงานก็ยินดี เขายังใจดีตลอด ผู้ใหญ่ก็เข้าใจครับ

 

 

Q : เรื่องความรักกับเกลเป็นไงบ้าง เห็นก่อนหน้านี้ในอินสตาแกรมมีโพสต์ข้อความเฮิร์ตๆ นิดนึง?
A : ความรักก็ดีครับ ส่วนเรื่องอินสตาแกรมมันเรื่องนิดเดียวเองครับ ไม่มีอะไรเยอะเลย อาจจะเป็นช่วงที่ผมทำงานหนักจนไม่มีเวลาพักผ่อนเลยครับ เราก็ต้องดูแลเทคแคร์กันมากขึ้น ก็มาซื้อบ้านใกล้กันมากขึ้นครับ กับเกลก็รู้จักกัน 7 ปีแล้ว ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้น้องก็ยังน่ารักเหมือนเดิมครับ แต่อาจจะรู้จักตัวตนกันมากขึ้น ก็อาจจะเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ก็รับได้และไม่มีปัญหาอะไรครับ

 

 

Q : รู้จักมา 7 ปี มีอะไรที่ประทับใจบ้าง?
A : ประทับใจในเรื่องกำลังใจที่เขามีให้เรา เขาเทคแคร์เอาใจใส่เราดีมากๆ เป็นคนโรแมนติก ผมก็โรแมนติกนะ แต่พักหลังน้องจะเยอะกว่าหน่อยเพราะผมงานหนักไม่ค่อยมีเวลาโรแมนติกมาเซอร์ไพรส์เท่าไหร่ พอเราทำงานหนักเขาก็จะทำงานเอง ขับรถไปเอง หรือแวะมารับบ้างครับ ทั้งที่แต่ก่อนน้องไม่คิดจะขับรถเลยครับ ผมและพ่อแม่ของเขาดูแลตลอด พอตอนหลังน้องรู้ว่าผมงานเยอะก็ไปเรียนขับรถเพื่อดูแลตัวเองและให้ผมทำงานน้อยลง ไม่ต้องเป็นห่วงเขา ส่วนเรื่องแต่งงานคงยังครับ คิดไว้ว่าสัก 3-5 ปีครับ

 

 

Q : จะมีทริปไปสวีตกันบ้างไหมในปีนี้?

A : จริงๆ วันที่ 28 พ.ค.นี้เราจะไปฮอกไกโดกันครับ ไปกันแบบส่วนตัว 8 คนครับ มีเพื่อนๆ ไปด้วย ก็กะว่าจะไปกินให้เต็มที่ครับแล้วค่อยกลับมาลดน้ำหนักครับ (ยิ้ม)

 

Q : ไหนๆ ก็เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องตัวเลข คิดว่าความรักของแมนกับเกลเป็นตัวเลขอะไร?

A : อืม (นิ่งคิด) สำหรับผม ผมมองว่าความรักของผมเป็นตัวเลข 26 ครับ ผมว่าเลข 2 เป็นเกลครับ ส่วนเลข 6 คือผม เพราะมันเป็นเลขของความเอาใจใส่ดูแลกัน ให้กำลังใจกัน และเป็นเลขที่เหมือนต่างคนมองตาก็เข้าใจ มันเป็นเลขความหวานหอมในเรื่องความรัก เป็นเลขที่ดีตัวหนึ่งในเรื่องความรักที่หลายคนถวิลหาด้วย ซึ่ง ณ วันนี้เขาเป็นคนที่ให้กำลังใจและอยู่ข้างผมมาตลอด คิดว่าเป็นคนที่ใช่ที่สุด ณ ตอนนี้ แต่อนาคตยังไม่ได้ไปใส่ใจอะไร ทุกวันนี้ก็ทำให้มันดีครับ ส่วนครอบครัวทั้งสองฝ่ายก็ดีครับ เจอกันหมดแล้ว ก็ยังแฮปปี้ดูแลกันดีครับ.

 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้