วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ยุบโรงเรียนขนาดเล็ก

ยุบโรงเรียนขนาดเล็ก

โดย ซี.12
27 พ.ค. 2556 05:01 น.
  • Share:


เรื่องราวของการยุบโรงเรียนขนาดเล็กกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจและมีการแสดงความเห็นกันหลากหลาย

ดร.เมตต์ เมตต์การุณ์จิต ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ เป็นอีกรายที่เสนอทางเลือกของปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก โดยได้สรุปให้เห็นภาพรวมเพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไข ดังนี้

ด้านกระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายที่จะยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก (นักเรียนตั้งแต่ 120 คนลงมา) ด้วยเหตุผลสำคัญที่น่ารับฟังก็คือ โรงเรียนเหล่านี้ต้องใช้ทรัพยากรสูงและการศึกษาไม่ได้คุณภาพ ตัวอย่างเช่น โรงเรียนที่มีครู 2-3 คน และมีนักเรียน 5-10 คน ย่อมไม่คุ้มค่ากับงบประมาณ โรงเรียนที่มีครู 2 คน และมีนักเรียน 15-20 คน ถ้าผู้บริหารไม่อยู่ก็จะเหลือครูเพียง คนเดียว เช่นนี้การเรียนอาจไม่ได้คุณภาพ เป็นต้น

แต่ทั้งนี้มิได้ยุบทั้งหมด เพียงแต่ให้พิจารณาโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนไม่ถึง 60 คน ซึ่งพบว่ามีประมาณ 600 โรง และส่วนใหญ่มีไม่ถึง 20 คน โดยให้เขตพื้นที่การศึกษาทำความเข้าใจกับชุมชนและทำแผนเพื่อบริหารจัดการ เช่น สภาพโรงเรียน ความต้องการของผู้ปกครอง/ชุมชน ความเหมาะสม ฯลฯ

กล่าวคือ โรงเรียนใดที่สามารถไปควบเรียนรวมกับโรงเรียนที่มีความพร้อมได้ก็ให้ดำเนินการ ทางราชการจะรับภาระค่าใช้จ่ายการเดินทางให้แก่ผู้เรียน โรงเรียนใดที่มีความจำเป็นหรือเป็นความต้องการของชุมชนก็ให้คงอยู่

ด้านผู้บริหารสถานศึกษา ย่อมไม่เห็นด้วยเพราะได้รับผลกระทบต่อตำแหน่ง ส่วนด้านครูผู้สอนก็มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

ด้านสังคม ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษาฯ และผู้มีส่วนได้เสีย ก็มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้ต่างก็มีเหตุผลมากมายที่น่ารับฟังเช่นกัน ในประเด็นด้านคุณภาพมองว่าเมื่อยุบไปควบรวมแล้วจะได้ผลจริงหรือไม่ เพราะคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กบางแห่งกลับดีกว่าโรงเรียนขนาดกลางและใหญ่ เช่น โรงเรียนที่มีครู 2-3 คน และมีนักเรียน 10-15 คน ย่อมดูแลได้ทั่วถึง ปัญหาอยู่ที่คุณภาพของครูต่างหาก

นอกจากนี้ ในการจัดการศึกษาไม่ควรมุ่งเน้นถึงผลว่าคุ้มค่าหรือไม่ เพราะการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นงานสำคัญจำเป็นต้องลงทุนสูง

วันนี้ยังไม่ถึงทางตันที่จะต้องหาทางออก การยุบควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย มีทั้งข้อดีและข้อเสีย

ปัญหาที่เป็นโจทย์ใหญ่ก็คือ เราจะมีแนวทางใดให้เป็นทางเลือกอย่างเหมาะสมเป็นที่พึงพอใจแก่ทุกฝ่าย

ก่อนที่กระทรวงศึกษาธิการจะประกาศเป็นนโยบายก็น่าจะศึกษาหาข้อสรุปให้ชัดเจนเสียก่อน แล้วจึงไปสร้างความเข้าใจให้สังคมยอมรับก็จะไม่มีเสียงคัดค้านอย่างที่เห็น

สำหรับทางเลือกของเรื่องนี้ถ้าคิดจะปฏิรูปการศึกษากันจริงๆ ก็ควรกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นจัดการศึกษาด้วยตนเอง

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่กระทรวงศึกษาธิการจะยุติบทบาทในส่วนนี้แล้วมอบให้ท้องถิ่นที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนจัดการศึกษากันเองอย่างเช่น
ในนานาประเทศ

คำถามของ ดร.เมตต์ ไม่เพียงแต่ต้องการคำตอบ แต่จะต้องดำเนินการอย่างจริงจัง เพียงแต่ยังมีข้อกังขาอยู่บ้างว่า ผู้บริหารท้องถิ่นขนาดเล็กหลายแห่งที่เห็นๆ กันอยู่มีศักยภาพถึงพอที่จะรับภาระนี้หรือไม่.


“ซี.12”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้