Thairath Logo
กีฬา

Trendy Review: Samsung Galaxy Note 8.0

Share :

รูปร่างหน้าตาของ Samsung Galaxy Note 8.0

ดีไซน์ของ Samsung Galaxy Note 8.0 ออกมาแนวที่ผมขอเรียกว่า ซัมซุ้ง ซัมซุง ครับ คือดูปุ๊บก็รู้เลยว่าเป็น Samsung ตระกูล Galaxy… งวดนี้ได้อิทธิพลการออกแบบจาก Samsung Galaxy S3 กับ Samsung Galaxy S4 มาพอสมควรเลย มันรู้สึกได้แบบนั้น และคงเพราะด้วยความที่ Samsung เขาออกแบบให้เจ้านี่ใช้งานเป็นโทรศัพท์ได้ (ใช่ครับ อ่านไม่ผิดหรอก มันใช้เป็นโทรศัพท์ได้ แถมยกหูโทรได้เหมือนกับ Samsung Galaxy Tab 7.7 ด้วย) มันเลยเป็น Tablet ที่ดีไซน์มีกลิ่นอายของ Smartphone ซะงั้น

มาดูกันใกล้ๆ ดีกว่า ว่าหน้าตาของ Samsung Galaxy Note 8.0 เป็นยังไงบ้าง

ด้านหน้า เป็นหน้าจอ TFT LCD ขนาด 8 นิ้ว ความละเอียด 1280×800 พิกเซล (189ppi) ฉะนั้น ทำใจกับเรื่องความคมชัดของหน้าจอไว้ก่อนได้เลย สำหรับพวกที่เคยชินกับหน้าจอระดับความละเอียดสูงๆ (โดยเฉพาะพวกที่ใช้จอ 5 นิ้ว ความละเอียด Full HD) ปุ่มต่างๆ นี่ มันมาแนวของ Smartphone ชัดๆ ครับ ไม่ใช่ Tablet แล้ว เหอๆ มีกล้องดิจิตอลด้านหน้าความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซลด้วย

ด้านหลังไม่มีอะไรมากไปกว่ากล้องดิจิตอลความละเอียด 5 ล้านพิกเซล แต่ไม่มี Flash มาให้นะ … ดูๆ ไปแล้วตามสไตล์ของ Tablet ครับ คือ ไม่ค่อยจะไปเน้นกล้องดิจิตอลเท่าไหร่นัก

ด้านบนมีแค่ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. เท่านั้นเอง ส่วนด้านล่างก็มีพอร์ต Micro USB, ลำโพงสเตอริโอ และรูไมโครโฟนเล็กๆ ไว้สำหรับตอนสนทนา…เดี๋ยวอาจจะต้องแอบทดสอบหน่อยว่า หากเอามาใช้โทรศัพท์ แล้วเปิด Speaker phone แล้ว เสียงจากลำโพงมันจะไปกวนไมโครโฟนมากน้อยแค่ไหน เป็นห่วงจริงๆ นอกจากนี้ก็มีช่องเสียบ S Pen ด้วยครับ

ด้านซ้ายมีสลอตใส่ MicroSD Card อยู่ตรงด้านบน และด้านล่างเป็นสลอตใส่ Micro SIM Card ครับ ทั้งคู่มีฝาปิดมิดชิดดี

ส่วนด้านขวามีรูเหมือนรูไมโครโฟน แต่ไม่ใช่รูไมโครโฟนสำหรับตอนอัดวิดีโอแน่นอน เพราะทดสอบดูแล้วมันไม่ใช่ … จะเอาไว้ทำ Noise Cancellation รึเปล่า ไม่แน่ใจ เพราะในสเปกไม่ได้ระบุไว้อ่ะ … นอกจากนี้ก็มีปุ่มเปิดปิดหน้าจอ ปุ่มปรับระดับเสียง และพอร์ต Infrared ด้วย

สเปกและประสิทธิภาพของ Samsung Galaxy Note 8.0

ได้เวลามาดูสเปกของ Samsung Galaxy Note 8.0 ครับ … ผมแอบดูก่อนหน้านี้แล้วแหละ ก็พบว่า มันไม่ได้มีการอัพเกรดสเปกอะไรมากมายนักจากตอนที่เป็น Galaxy Note 2 … จริงๆ ต้องบอกว่า หลายๆ อย่างดูด้อยลงไปหน่อยด้วยซ้ำ คงเพราะการเป็น Tablet นี่แหละ
•    CPU: Exynos 4412 Quad-core 1.6GHz
•    GPU: Mali-400MP
•    Display: TFT LCD 8 นิ้ว ความละเอียด 1280×800 พิกเซล (189ppi) แสดงผลสีได้ 16 ล้านสี รองรับการสัมผัสพร้อมๆ กัน 10 จุด
•    RAM: 2GB
•    Internal Storage: 16GB
•    External Storage: รองรับ MicroSD Card สูงสุด 64GB
•    Camera: ด้านหน้า 1.3 ล้านพิกเซล ด้านหลัง 5 ล้านพิกเซล
•    Connectivity
o    2G: 850/900/1800/1900MHz
o    3G: 850/900/1900/2100MHz
o    WiFi: 802.11a/b/g/n Dual-band
o    Bluetooth: 4.0 + A2DP
•    Battery: 4,600mAh
•    Dimensions: 210.8 มม. x 135.9 มม. x 8 มม.
•    Weight: 338 กรัม

ก็ถือว่าเป็น Android Tablet ที่มีขนาดกะทัดรัด สะดวกต่อการพกพาพอสมควรครับ น้ำหนักก็ไม่หนักมาก แต่ให้แบตเตอรี่มาได้ตั้ง 4,600mAh เลยทีเดียว … แต่ก็อย่างที่บอก สเปกของมันถดถอยลงมาจากตอนเป็น Galaxy Note 2 ไปนิดๆ หน่อย ในส่วนของกล้องดิจิตอลน่ะ แต่งวดนี้ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัดสำหรับ Galaxy Note 8.0 ก็คือ มันกลับมาใช้พอร์ต Micro USB แล้ว แทนที่จะเป็นไอ้ 30-pin แบบ Android Tablet จากค่ายนี้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีครับ เพราะเท่ากับเราสามารถใช้สาย Micro USB ที่เรามีอยู่ร่วมกันได้ซะที แถมไม่ต้องห่วงเรื่องชาร์จแบตเตอรี่จากพวก PowerBank ไม่เข้าด้วย (Samsung Tablet รุ่นอื่นๆ มักมีปัญหาชาร์จแบตเตอรี่จาก PowerBank ไม่เข้า มันต้องมีหัวแปลงอีกอันมาต่อก่อน ถึงจะชาร์จเข้า)
ทีนี้มาดูประสิทธิภาพของ Samsung Galaxy Note 8.0 กันบ้างนะครับ คะแนนได้ผลตามนี้เลย


User Interface พื้นฐานของ Samsung Galaxy Note 8.0
อย่างที่บอกไว้ตอนต้นครับว่า Samsung Galaxy Note 8.0 ถูกออกแบบมาให้ใช้คล้าย Smartphone มากกว่า Tablet ก็เลยทำให้ User Interface ของมันออกมาแนวของ Smartphone ซะมากกว่า ถ้าจะให้เปรียบเทียบ ก็คงประมาณ Samsung Galaxy Note 2 แบบขยายส่วนน่ะครับ

Samsung Galaxy Note 8.0 ก็เลยมาพร้อมกับฟีเจอร์พื้นฐานคล้ายๆ กับ Samsung Galaxy Note 2 ครับ เพียงแต่ไม่ได้มาครบทั้งหมดนะครับ หลักๆ ที่มาด้วยก็มี
•    Motion … มีแค่การเอามือปาดหน้าจอจากซ้ายไปขวา หรือจากขวาไปซ้าย เพื่อเก็บภาพหน้าจอ (Palm swipe to capture) กับการเอามือวางบนหน้าจอเพื่อหยุดเล่นวิดีโอหรือปิดเสียง (Palm touch to mute/pause) … พวกฟีเจอร์อื่นๆ เช่น Smart alert, Direct call ฯลฯ พวกนี้ไม่มีบน Galaxy Note 8.0 ครับ คงเพราะขนาดของมันใหญ่ ฟีเจอร์พวกนี้มีก็เหมือนไม่มีซะเปล่าๆ
•    S Pen … มีฟีเจอร์อยู่ราวๆ 75% ของฟีเจอร์ทั้งหมดที่ Samsung Galaxy Note 2 เขามี และเช่นเคย ไอ้พวกที่หายไป มันเป็นพวกที่มีบน Note 2 เพราะขนาดของตัวเครื่องที่เล็กกว่านั่นแหละ เช่น ไม่มีให้เลือก Dominant hand (ตรงนี้ผมไม่เข้าใจว่า ถ้าเป็น Galaxy Note 8.0 แล้ว การใช้งานด้วยมือซ้ายมันจะเหมือนการใช้งานด้วยมือขวาเลยเหรอ) และก็ไม่มี S Pen keeper (แต่โดยความเห็นส่วนตัว เสียงเตือนของฟีเจอร์นี้ มันเบาเกินกว่าจะได้ยินอยู่แล้ว …​ ผมเองก็ไม่ได้เปิดใช้ฟีเจอร์นี้บน Note 2) … แต่ฟีเจอร์ต่อไปนี้ มีบน Galaxy Note 8.0 ครับ
o    Pen attach/detach sound เลือกเสียงเวลาดึง S Pen ออกมา หรือใส่กลับเข้าไป
o    Open Popup Note เปิด S Note แบบย่อขึ้นมาเวลาที่ดึง S Pen ออกมาใช้งาน (มีประโยชน์สำหรับคนชอบจดโน้ต และเน้นว่าดึง S Pen ออกมาใช้เพื่อจดโน้ตโดยเฉพาะ … แต่ถ้านานๆ จะจดโน้ตที เปิดฟีเจอร์นี้ไว้ จะทำให้รำคาญได้ เพราะ S Note มันโผล่มาตลอด)
o    Air view … ฟีเจอร์นี้จะช่วยให้ Galaxy Note แสดงข้อมูลเพิ่มขึ้นมาได้ โดยใช้ S Pen จ่อไปที่บริเวณต่างๆ ซึ่งจะแบ่งเป็น

 

  • Pointer แสดงจุดบนหน้าจอ ตรงบริเวณที่ S Pen จ่ออยู่
  • Information preview แสดงข้อมูลพรีวิวตรงบริเวณที่ S Pen จ่ออยู่
  • Icon labels (by pen nib) แสดงชื่อของไอคอนขึ้นมา (ชอบฟีเจอร์นี้ เพราะบางทีมันงงครับ ว่าไอคอนนี้มันคืออะไร)
  • List scrolling แค่จอ S Pen ไปบนหน้าจอ ก็จะเป็นการ Scroll แล้ว … ฟีเจอร์นี้มันอาจรบกวนเรา เวลาที่เราใช้ S Pen เพื่อจับภาพบางส่วนของหน้าจอ โดยเฉพาะเวลาต้องการจับภาพแบบที่ต้องลากเส้นติดขอบหน้าจอ แล้วเราอยากเริ่มจากขอบหน้าจอก่อน มันจะกลายเป็น Scroll หน้าจอไปซะงั้น (เพราะก่อนเราจะไปจับภาพหน้าจอ เราจะเอา S Pen ไปจ่อเล็งไว้ก่อนไง)

•    Smart Stay …​ ฟีเจอร์ที่ตรวจจับดวงตาเรา เพื่อให้หน้าจอแสดงผลยังคงติดอยู่ ตราบใดที่เรายังมองหน้าจอ …​ เช่นเคย ฟีเจอร์นี้ไอเดียดี แต่ในการใช้งานจริงข้อจำกัดมีเยอะอยู่ และสุดท้าย ผมก็ไม่ได้ใช้ฟีเจอร์นี้อ่ะ เหอๆ
•    Multi Window … ช่วยให้เปิด App 2 ตัวมาใช้งานได้พร้อมๆ กันเลย

S Pen ของ Samsung Galaxy Note 8.0
S Pen ยังคงเป็นไม้เด็ดของ Samsung Galaxy Note อยู่ดีครับ ก็ Samsung เขาเล่น Exclusive กับ Wacom มาเลยนี่นา ยี่ห้ออื่นอดใช้ … อย่างไรก็ดี ออกตัวก่อนว่า ถ้าไม่ใช่คนที่ชอบจดโน้ต ชอบขีดๆ เขียนๆ ล่ะก็ S Pen นี่แทบจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยนะ … มันจะกลายเป็นว่าคุณซื้อมาเพื่อเสียบมันไว้กับตัวเครื่องแบบนั้น แต่ถ้าเกิดชอบวาดรูป หรืออยากหัดวาดรูปแล้วล่ะก็ ผมว่าเจ้านี่เหมาะครับ … กล้าบอกได้ในฐานะคนที่ลองมาหมดแล้ว ทั้ง Samsung Galaxy Note 1, Note 2, Note 10.1 และ Note 8.0 เลยแหละ เพราะขนาดตัวเครื่องของเจ้านี่ มันเหมาะมือที่สุดแล้ว … Note 1 และ Note 2 แม้จะเหมาะมือ แต่ก็แอบเล็กไปนิดสำหรับการจะวาดรูปแบบจริงๆ จังๆ ส่วน Note 10.1 ก็แอบใหญ่เกินไป จะพกพาไปไหนมาไหนวาดเล่นๆ ก็ลำบาก แต่ Note 8.0 นี่ กำลังดีครับ นั่งๆ นอนๆ วาดรูปชิลๆ ได้ มือหนึ่งถือเครื่อง อีกมือจับ S Pen วาดรูป

รูปด้านบน วาดเล่นๆ ชิลๆ ครับ … ผมบอกกับทุกคนที่ถามเรื่องการใช้งานเพื่อวาดรูปว่า การใช้โปรแกรมอย่าง SketchBook ของ Autodesk เนี่ย แม้จะไม่เก่งศิลปะ เราก็สามารถวาดรูปสวยๆ ออกมาได้ครับ เพราะมันเป็นกระดาษดิจิตอล ผิดก็ยังลบแก้ไขใหม่ได้เสมอ แถมการทำงานของ App ยังรองรับระบบ Layer อีก จะวาดรูป จะลงสี ทำได้ง่ายกว่าเยอะมากมาย
หากใครอยากเอา Galaxy Note 8.0 ไปทำ Digital Art ผมแนะนำว่า ลองไปเล่นที่ Samsung Shop เลยดีกว่าครับ เอาแบบวาดรูปโชว์ไปเลย ถ้าคุณวาดได้สวย ผมว่าร้านคงไม่ว่าอะไร เพราะคนคงมาดูคุณวาดกันเพียบ และเผลอๆ ร้านอาจจะขอเซฟรูปเก็บไว้เพื่อใช้เป็นตัวอย่างให้ลูกค้าท่านอื่นๆ ดู (ฮา)

S Note บน Samsung Galaxy Note 8.0
สมุดโน้ตคู่ใจของ Samsung Galaxy Note 8.0 ก็ยังหนีไม่พ้น S Note ครับ ในเวอร์ชั่นนี้มีการพัฒนาไปอีกขั้นแล้ว … ก่อนอื่นเลย ก็ยังคงมีฟีเจอร์พื้นฐานเหมือน Samsung Galaxy Note 2 เช่น Formula match ที่ให้เราเขียนสมการเป็นลายมือ แล้วมันก็จะทำการแปลงเป็นตัวพิมพ์ และให้เราสามารถหาคำตอบของสมการนั้นจากบริการของ Wolfram Alpha ได้ด้วย, Shape match ที่ให้เราขีดๆ เขียนๆ เป็นรูปร่าง แล้ว S Note จะทำการวาดใหม่ให้สวยๆ เองได้, Idea Sketch ที่เป็นภาพวาดร่างที่ S Note เตรียมมาให้อยู่แล้ว อะไรแบบนี้

ที่พัฒนาขึ้นมาก็คือ จากเดิมที่ S Note จดจำลายมือภาษาไทยได้แค่แบบตัวต่อตัว หรือพูดง่ายๆ ต้องเขียนตัวอักษรทีละตัว ให้ S Note ไปแปลงเป็นตัวพิมพ์ งวดนี้ S Note สามารถจดจำลายมือภาษาไทยได้เป็นประโยคๆ แล้วครับ … เพียงแต่อาจจะต้องเป็นคำที่มีในพจนานุกรมนะครับ เพราะมันจะใช้การจดจำรูปแบบตัวอักษร แล้วเทียบกับตัวอักษรไทย และเพื่อให้สามารถอ่านลายมือได้หลากหลายแบบ ก็เลยใช้วิธีการเดาคำศัพท์มาผสมผสานด้วย ที่เพิ่มมาอีกอย่างก็คือ ฟีเจอร์ในการบันทึกสิ่งที่ขีดๆ เขียนๆ หรือวาดไปด้วย แล้วสามารถมาเล่นซ้ำได้ในแบบ Timelapse ด้วย

Samsung เขาเตรียมอะไรมาให้ใน Samsung Galaxy Note 8.0 กันบ้าง?!?
นอกเหนือจากฟีเจอร์ข้างต้นแล้ว ก็มี App ต่างๆ มากมาย ที่ Samsung เขาจัดหนักจัดเต็มมาให้มากมายตามระเบียบจริงๆ ไม่ว่าจะเป็น
•    awesome Note HD ที่เป็นสมุดจดโน้ตอีก App หนึ่งที่เป็นที่นิยมบนระบบปฏิบัติการ iOS ที่ Samsung ไปคว้าสิทธิ์ Exclusive มา Bundle ให้กับ Galaxy Note 8.0 ได้ก่อน 1 ปี จากนั้นยี่ห้ออื่นๆ เขาถึงจะได้มีโอกาสใช้กันบ้าง
•    Game Hub ก็คือแหล่งรวม App เกมของ Samsung เขา … ลักษณะของมันก็คล้ายๆ กับ Game Center ของ Apple อ่ะ
•    Learning Hub เท่าที่ลองเล่นดูก็คล้ายๆ กับแหล่งซื้อ-ดาวน์โหลด อีบุ๊ก เน้นไปที่พวกหนังสือเรียนซะมากกว่า
•    Reader Hub ก็จะเป็นแหล่งซื้อ-ดาวน์โหลด อีบุ๊ก ที่เน้นไปที่พวกนิยาย
•    Smart Remote เป็น App ที่ช่วยแปลงให้ Samsung Galaxy Note 8.0 เป็นรีโมตคอนโทรลสำหรับอุปกรณ์มัลติมีเดียภายในบ้านได้

ก็เป็นไปตามแนวคิดปกติของ Samsung คือ จัดหนักจัดเต็มมาให้ แบบที่ว่าผู้ใช้งานเอาไปใช้ได้ โดยไม่ต้องมาวุ่นวายไปหา App มาเพิ่ม … ส่วนใครอยากได้อะไรมากกว่านี้ ค่อยไปหาเพิ่มเอา
จุดดีจุดหนึ่งที่ผมพบใน Smartphone/Tablet ของ Samsung ที่ค่ายอื่นพลาดไปก็คือ พวกบริการพวกนี้ สามารถใช้งานในประเทศไทยได้ด้วย (แบรนด์อื่นๆ เขามักจะพลาดกันตรงนี้)

ความสามารถด้านบันเทิงของ Samsung Galaxy Note 8.0
โดยส่วนตัว ถ้าพิจารณากันที่ความลื่นไหลในการเล่นวิดีโอ ต่อให้เป็น Full HD 1080p ก็เหอะ Samsung Galaxy Note 8.0 มันไม่มีปัญหาอยู่แล้ว สามารถทำออกมาได้ดีเลย … แต่ที่แอบรู้สึกผิดหวังอยู่ก็คือ หน้าจอแสดงผลครับ เพราะเป็นแค่ TFT LCD ธรรมดาๆ เท่านั้นเอง ก็เลยทำให้ไม่ได้อารมณ์สะใจเท่ากับจอ Super AMOLED ครับ
ส่วนเรื่องคุณภาพของเสียงนั้น ลำโพงของ Samsung ก็ยังออกแนวเดิมครับ คือให้เสียงที่ครบถ้วน แต่เน้นเสียงแหลมไปหน่อย เปิดดังๆ เต็มที่แล้วแอบแสบแก้วหู ไม่แนะนำให้เปิดเสียงดังสุดๆ โดยไม่จำเป็น … Samsung Galaxy Note 8.0 ให้ลำโพงแบบสเตอริโอมา แต่ด้วยความที่มันถูกออกแบบมาให้ใช้งานในแบบ Smartphone ลำโพงมันเลยไปรวมอยู่ที่เดียวกันซะงั้น เวลาใช้งานในแบบแนวนอน ผลก็คือ มิติของเสียงก็ไม่ได้ดูดีขึ้นมาแต่อย่างใด ผมชอบการแยกลำโพงซ้ายขวาในแนวนอนแบบ Samsung Galaxy Tab 2 10.1 หรือ Samsung Galaxy Note 10.1 มากกว่าเอาหูฟังมาเสียบ (Samsung เขาก็ไม่ได้ให้หูฟังสำหรับ Galaxy Note 8.0 มาให้เช่นเคย ต้องเอาของตัวเองมาใส่) ผลก็คือ เสียงออกมาดีขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ที่คุณภาพของหูฟังอีกเช่นกัน แต่ที่แน่ๆ เสียงเบสมันรู้สึกได้มากขึ้นเลยแหละ ฉะนั้น ความยุ่งยากของ Samsung Galaxy Note 8.0 ก็คือ อยากได้อรรถรสเรื่องเสียงให้ดีๆ คงต้องเสียบชุดหูฟังอยู่ดี

ลองเอา Samsung Galaxy Note 8.0 มาเล่นเกมดู
ในแง่ของการเล่นเกม จริงๆ แล้ว คะแนนการทดสอบด้วย 3DMark และ Mobile GPU Mark ก็ตอบคำถามได้หมดแล้วว่า Samsung Galaxy Note 8.0 สามารถทำได้ดีแค่ไหน …​ แต่เพื่อความชัวร์ ผมก็เลยขอเล่นเกม Asphalt 7: Heat เพื่อทดสอบให้แน่ใจอีกที และก็ได้ผลออกมาว่า เป็นไปตามคาดครับ สำหรับเกม 3D กราฟิกจัดหนักจัดเต็มในปัจจุบันนี้ Samsung Galaxy Note 8.0 ถือว่าเหลือเฟือจริงๆ สามารถเล่นได้เนียนๆ ลื่นไหลๆ … แต่ผมเพิ่งสังเกตตอนที่เอามาลองเล่นเทียบกับ iPad Mini ว่า Samsung Galaxy Note 8.0 นี่แอบให้ภาพครึ้มๆ กว่าของ iPad Mini อยู่หน่อย ซึ่งไม่ใช่ผลมาจากจอครับ แต่เป็นผลมาจากตัวเกมเอง (ที่มองว่าเป็นแบบนั้น เพราะผมเปรียบเทียบตอนที่เก็บ Screenshot แล้ว)

ในระยะยาว คะแนน 3D Mark ของ Samsung Galaxy Note 8.0 และ Frame rate ที่ผมเห็นตอนทดสอบ มันแสดงให้เห็นว่า ในอนาคต หากมีเกม 3D ใหม่ๆ ที่กราฟิกจัดโคตรหนักโคตรเต็มแล้วล่ะก็ ฮาร์ดแวร์ของ Samsung Galaxy Note 8.0 (รวมถึง Samsung Galaxy S3/Note 2) มันอาจจะเล่นได้ไม่เนียนเท่าไหร่แล้ว … แต่กว่าจะมีเกมแบบนั้นออกมา ก็ยังตอบยากแฮะว่าเมื่อไหร่ เพราะหลังๆ ไม่ค่อยได้เห็นเกมที่ดึงความสามารถของฮาร์ดแวร์แบบเต็มๆ ออกมาซะนานแล้ว

ใช้ Samsung Galaxy Note 8.0 ถ่ายรูปถ่ายวิดีโอ
User Interface ของกล้องของ Samsung Galaxy Note 8.0 ยังคงเดิมๆ ครับ ดังนั้นหากเป็นสาวกของ Samsung ก็คงจะไม่รู้สึกลำบากอะไร … แต่แอบเห็นว่าทาง Samsung เขายังไม่ใช้ User Interface แบบใหม่ที่ใช้บน Samsung Galaxy Camera และ Samsung Galaxy S4 บนนี้ครับ … เช่นเคย ลูกเล่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโหมดการถ่ายภาพต่างๆ การเลือก Scene ในการถ่ายภาพ ก็ยังมีให้เลือกหลากหลายอยู่

แต่ที่ไม่ปรับปรุงซักทีคือ Tap-to-Focus ที่จนป่านนี้ Samsung ก็ยังทำให้ใช้ได้แค่ปรับโฟกัส ไม่สามารถปรับ Exposure ได้
เอาล่ะ ทีนี้มาดูคุณภาพของกล้องถ่ายรูปกันบ้างครับ … งวดนี้ทดสอบจริงจังหน่อย​ เลยมีภาพทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังด้วย ซึ่งขอวิพากษ์วิจารณ์แบบนี้แล้วกัน

กล้องหน้าของ Samsung Galaxy Note 8.0 ภาพที่ถ่ายออกมา แอบสีซีดหน่อยๆ แต่ปัญหาใหญ่มันไม่ใช่ตรงนั้น มันอยู่ตรงที่ฟีเจอร์ Tap-to-Focus มันใช้ไม่ได้ ผลก็คือ เวลาถ่ายด้วยกล้องหน้า มันโฟกัสภาพยากมากมายครับ เจ้า T-Rex แมวของผมก็เลยออกมาเบลอๆ แบบนี้อ่ะ (แต่ยังน่ารักอยู่นา) เลยไม่สามารถใช้ประโยชน์จากจำนวนพิกเซล 1.3 ล้านพิกเซลนี่ได้ซักเท่าไหร่


กล้องด้านหลังนั้น ถ้าสภาพแสงเอื้ออำนวย คุณภาพของภาพที่ได้ออกมาดูดีพอใช้ได้เลยครับ เพียงแต่สีสันจะแอบจืดไปหน่อย (หรืออาจจะมากเลยด้วยซ้ำในบางสถานการณ์) แต่คุณภาพก็สมน้ำสมเนื้อกับ 5 ล้านพิกเซลอยู่ …​ แต่ถ้าสภาพแสงมันน้อย จะเริ่มเห็นเลยว่าภาพที่ได้จะออกมืดและ Noise ค่อนข้างเยอะ … แต่ในภาพรวมก็ต้องบอกว่า มัน OK อยู่ สำหรับการใช้ถ่ายรูปทั่วๆ ไป เพื่อแชร์บน Social Media หรือจะเอาไปอัดเป็นรูปเก็บลงอัลบั้ม

ทีนี้มาคุยกันเรื่องถ่ายวิดีโอบ้าง … แม้ว่าสเปกฮาร์ดแวร์จะเป็นระดับ Quad-core และมีกล้องดิจิิตอลความละเอียดระดับ 5 ล้านพิกเซลก็ตาม แต่เจ้านี่ถ่ายวิดีโอได้แค่ระดับ HD 720p เท่านั้นนะครับ แต่ก็ทำออกมาได้ดีทีเดียว จะมีข้อจำกัดก็อยู่ตรงที่ฟีเจอร์ Tap-to-Focus มันปรับ Focus ได้อย่างเดียว ปรับ Exposure ไม่ได้ เลยทำให้เวลาถ่ายวิดีโอในสภาพแวดล้อมที่เดี๋ยวสว่าง เดี๋ยวมืด มันต้องรอจังหวะการปรับ Auto Exposure เป็นหลัก แทนที่จะสามารถเลือกเอาเองได้ง่ายๆ จากการแตะตำแหน่งที่ต้องการปรับบนหน้าจอ

ภาพรวมของ Samsung Galaxy Note 8.0
เช่นเคย Samsung Galaxy Note 8.0 มันมีจุดเด่นที่ชัดเจนอยู่ที่ S Pen และการใช้งานในฐานะสมุดจดโน้ตและสมุดวาดรูปดิจิตอลครับ ถ้าใครคิดว่าจะหา Tablet ซักตัวที่เอามาใช้ทำ Digital Art แจ่มๆ ผมว่าเจ้านี่ก็เป็นตัวเลือกที่ดีนะ … มันพกพาสะดวกกว่าตอนเป็น Galaxy Note 10.1 อีกด้วยซ้ำ (จากการที่ผมลองมาหมดแล้ว ตั้งกะ Galaxy Note 1, Galaxy Note 2, Galaxy Note 10.1 และ เจ้านี่ … ผมว่าเจ้านี่มันเหมาะมือสุดๆ แล้ว​ …​ นั่งเล่นชิลๆ วาดรูปสบายๆ)
ส่วนความสามารถอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานทั่วๆ ไปในฐานะ Tablet, การดูหนังฟังเพลง การเล่นเกม การถ่ายรูป เจ้านี่ก็ทำได้ในระดับธรรมดาๆ ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษมากนัก

ผมจึงมองว่า ปัจจัยในการเลือกซื้อเจ้านี่ หลักๆ น่าจะมาจากความต้องการในการใช้งาน S Pen และความต้องการที่จะได้ Tablet ขนาดกระชับมือมาใช้งาน ในราคาที่ไม่แพงมหาโหดมากไปนัก แถมยังใช้โทรศัพท์ได้อีก … ถ้าไม่มองว่าเป็นหน้าจอ TFT LCD ธรรมดา และฟีเจอร์พวก Motion ก็หายไปหลายส่วน (แต่หายไปเฉพาะไอ้ส่วนที่ใช้งานในฐานะ Tablet ไม่สะดวก) และกล้องสเปกด้อยกว่า​ ก็ต้องมองว่าเจ้านี่คุ้มกว่า Samsung Galaxy Note 2 นะ (ฮา) เพราะจอใหญ่กว่า ใช้เป็นโทรศัพท์ก็ได้.

คงเดช กี่สุขพันธ์
E-Mail: kafaak@gmail.com
Twitter: http://www.twitter.com/kafaak
Facebook: http://www.facebook.com/kafaakBlog
Google+: http://bit.ly/kafaakGPlus
Blog: http://www.kafaak.com

 

อ่านเพิ่มเติม...