วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เบื้องหลังบิ๊กดีลฮุบ"แม็คโคร"  "ซีพีออลล์" ทุ่ม 1.8 แสนล้านกรุยทางรุกเออีซี

เบื้องหลังบิ๊กดีลฮุบ"แม็คโคร" "ซีพีออลล์" ทุ่ม 1.8 แสนล้านกรุยทางรุกเออีซี

  • Share:


“ซีพีออลล์” ผงาดบิ๊กบึ้ม ยอมทุ่มเม็ดเงินกว่า 1.88 แสนล้านฮุบยักษ์ค้าส่ง “แม็คโคร” หวังเป็นหัวหอกรุกตลาดเอเชียรองรับเออีซีเต็มพิกัด ด้านพาณิชย์เกาะติดบิ๊กดีลชี้เข้าข่ายผู้มีอำนาจเหนือตลาด แต่ยังทำธุรกิจได้หากไม่เอาเปรียบคู่แข่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานวานนี้ (23 เม.ย.) บริษัทซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) (CPALL) ผู้บริหารร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น (7-11) ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซี.พี.ได้เปิดแถลงข่าวการเข้าซื้อกิจการ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) (MAKRO) ผู้นำในธุรกิจค้าส่งและศูนย์จำหน่ายสินค้าระบบสมาชิก โดยมีมูลค่าการซื้อกิจการสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของไทย ถึง 188,880 ล้านบาท

ใช้ “แม็คโคร” รุกเออีซีเต็มสูบ

โดยนายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารซีพีออลล์ กล่าวว่า ซีพีออลล์ได้ลงนามซื้อกิจการกับบริษัทเอสเอชวี เนเธอร์แลนด์
บี.วี. ผู้ถือหุ้นใหญ่ในสยามแม็คโครที่ฮ่องกง เมื่อวันที่  23  เม.ย.ที่ผ่านมาโดยมีนายธนินท์  เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือซีพี เป็นสักขีพยาน ถือเป็นการรวมพลังการดำเนินธุรกิจ เพื่อรองรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในอีก 2 ปีข้างหน้า ที่จะทำให้คนทั่วโลกหันมาสนใจตลาดเอเชียมากขึ้น

ทั้งนี้ เครือซีพีจะใช้แม็คโครเป็นหัวหอกรุกภูมิภาคอาเซียน โดยจะออกไปขยายสาขาแม็คโครใน 11 ประเทศทั่วเอเชีย เริ่มจากเวียดนามและลาว โดยนับจากนี้ไปแม็คโครจะเป็นผู้นำสินค้าจากผู้ผลิตไทยออกไปสู่ตลาดเอเชีย ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค วัตถุดิบทางการเกษตร อาหารแช่แข็ง อาหารสำเร็จรูป รวมทั้งสินค้าจากธุรกิจเอสเอ็มอี และโอทอปของผู้ประกอบการไทย เพื่อรองรับกำลังซื้อของประชากรทั้งภูมิภาค 600 ล้านคน รวมทั้งยังสามารถขยายไปจีนและประเทศอื่นๆรอบเอเชียด้วย “ซีพีออลล์ได้สิทธิ์ในการใช้แบรนด์แม็คโครออกไปขยายสาขาทั่วเอเชีย  11  ประเทศ และประเทศโดยรอบ  รวมทั้งยังสามารถขยายสาขาห้างค้าปลีกไปได้ทั่วโลก โดยใช้โนว์ฮาวของแม็คโครแต่ไม่สามารถใช้แบรนด์แม็คโครได้”

ผนวกจุดแข็ง 2 ขั้วลงตัว

นายก่อศักดิ์กล่าวต่อว่า การรวมกันของกลุ่มซีพีออลล์และแม็คโครครั้งนี้ เป็นการนำจุดแข็งของทั้ง 2 กลุ่มมาผนึกกำลังกัน ทั้งระบบการบริหารจัดการห้างค้าปลีก-ค้าส่งที่มีประสิทธิภาพของเม็คโคร และการผลิตบุคลากรของกลุ่มซีพี ที่มีโรงเรียนและมหาวิทยาลัย และใช้จุดแข็งของพนักงานซีพีออลล์ที่มีรวม 120,000 คน มาเสริมความแข็งแกร่งให้แม็คโครทำให้มั่นใจว่าจะทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมีศักยภาพ

โดยหลังกระบวนการซื้อขายเสร็จสิ้นในช่วงเดือน ส.ค. บริษัทจะมียอดขายรวมกันในประเทศ ทั้งแม็คโครและเซเว่น-อีเลฟเว่นประมาณ 300,000 ล้านบาท  แต่ไม่ถือว่าเป็นการกุมหรือฮุบตลาดจะไม่กระทบโชห่วย เพราะคิดเป็นสัดส่วนน้อยเมื่อเทียบกับมูลค่าค้าปลีกค้าส่งทั้งระบบรวมกว่า 2 ล้านล้านบาทต่อปี ขณะที่โครงการ “แม็คโครช่วยโชห่วย” จะยังคงเดินหน้าต่อไป อีกทั้งในส่วนของสาขาเซเว่น-อีเลฟเว่นยังจะเดินหน้าขยายสาขาให้ครบ 10,000 สาขา ภายใน 5 ปีนี้จากปัจจุบันมี 7,000 สาขา

สำหรับแหล่งเงินทุนที่จะใช้ในการซื้อกิจการครั้งนี้ มาจากกระแสเงินสดของบริษัท 10% ที่เหลือจะมาจากการกู้เงินจากสถาบันการเงินทั้งไทยและต่างประเทศ 5 แห่งหลัก ส่วนใหญ่เป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ โดยได้แต่งตั้งให้ธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นที่ปรึกษาทางการเงินแต่เพียงผู้เดียวและเป็นหนึ่งในผู้จัดการวงเงินสินเชื่อร่วมกับธนาคารฮ่องกง และเซี่ยงไฮ้แบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ ธนาคารยูบีเอส เอจี และธนาคารซูมิโตโม มิตซุย แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น

ทั้งนี้ การซื้อหุ้นครั้งนี้จะต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้น ซึ่งจะจัดประชุมในวันที่ 12 มิ.ย. หลังจากนั้นจะทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดต่อผู้ถือหุ้นทุกรายในช่วงเดือน  ก.ค.-ส.ค. โดยเป็นการซื้อหุ้นจากกลุ่มเอสเอชวี 64.35% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดในราคาหุ้นละ 787 บาท คิดเป็นเงิน 120,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นการซื้อคืนจากรายย่อย หากซื้อคืนได้หมดจะต้องใช้เงินทั้งสิ้น 188,800 ล้านบาท และยืนยันว่าจะไม่มีแผนที่จะนำบริษัทแม็คโครออกจากตลาด

พาณิชย์เกาะติด “อำนาจเหนือตลาด”

ขณะที่นางวัชรี วิมุกตายน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงการซื้อกิจการสยามแม็คโครของซีพีออลล์ครั้งนี้ ว่าทำให้ซีพีออลล์เข้าข่ายเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาดในธุรกิจค้าส่งค้าปลีกตาม  พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า พ.ศ.2542 แต่ยังคงทำธุรกิจได้ตามปกติ หากไม่มีพฤติกรรมผิดตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะจับตาดูอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ในไทยซีพีออลล์มียอดขายรวมต่อปี 159,000 ล้านบาท, เทสโก้ โลตัส 148,000 ล้านบาท บิ๊กซี 121,000 ล้านบาท และแม็คโคร 98,623 ล้านบาท

“เมื่อซีพีออลล์รวมกับแม็คโคร มียอดขายรวมกัน 48.92% ของยอดขายทั้งหมด และทำให้ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกเหลือผู้ประกอบการรายใหญ่เพียงแค่ 3 รายคือ ซีพีออลล์บวกแม็คโคร, เทสโก้ โลตัส และบิ๊กซีที่รวมกับคาร์ฟูร์ ซึ่งทั้ง 3 รายมีส่วนแบ่งตลาดรวมกันเกิน 75% จึงต้องถือว่าทุกรายมีอำนาจเหนือตลาด แต่ยังไม่ได้ถือว่ามีความผิด จะมีความผิดก็ต่อเมื่อใช้ความเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาดกีดกันคู่แข่งในการเข้าสู่ตลาด”.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้