advertisement

สนามพระ 21/04/56

โดย สีกาอ่าง 21 เม.ย. 2556 05:00

พระสมเด็จพิมพ์ใหญ่ วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพฯ

สนามพระทุก แห่งกลับเข้าสู่บรรยากาศชื่นมื่นปกติ หลังหยุดยาวสงกรานต์ ที่ปิดกันเงียบเชียบ มีที่ไม่เคยปิดกับใครเขาเล้ยคือ สนามพระวิภาวดี ของท่านผู้ชมเนี่ยแหละ เปิดได้เปิดดีทุกวันอาทิตย์มา 17 ปีแล้ว.....

วันนี้ พระเครื่องที่จัดมาเวลคัมมิตรรักแฟนคลับ สีกาอ่าง ที่รอดปลอดภัยมาจากอุบัติเหตุสงกรานต์เมาไม่ขับ เป็น พระสวยระดับ 5 ดาวรวดเดียว 7 องค์ โอ้โห.....


องค์แรก คือ พระสมเด็จพิมพ์ใหญ่ วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพฯ ซึ่งหลายคนเรียกร้องให้ลงเพื่อเป็นสิริมงคลรับปีใหม่ไทย เพราะได้ชื่อว่าเป็นองค์ที่ ลงรักปิดทอง  ไว้อย่างสมบูรณ์งดงามสุดๆ  ความเรืองรองของแผ่นทอง  ที่มีอายุย่างเข้าสองศตวรรษ ส่งให้พระสมเด็จองค์นี้งามอย่างอลังการ จนได้นามฉายา ว่า องค์เล่าปี่  ตามชื่อจอมคนคุณธรรมจาก สามก๊ก ที่แต่งกายด้วยชุด สีทอง เป็นเอกลักษณ์.....

สัดส่วนรูปทรงที่ลงตัว เส้นศิลป์ที่ติดคมชัด พิมพ์พระที่กดลึก สุดพิมพ์ และเนื้อพระที่ละเอียด อัดแน่นด้วยมวลสารครบสูตร  ทําให้พระองค์นี้เป็นองค์ที่นักนิยมพระสมเด็จฝันถึงมากที่สุดองค์หนึ่ง .....

องค์ที่สองคือ พระกริ่งปวเรศ ที่ เสี่ยหมึก ท่าพระจันทร์  ส่งมาตั้งนานแล้ว บอกว่าเพื่อต้อนรับ วันตรุษจีน แต่ไม่รู้พระไปธุดงค์หลงทางที่ไหน เลยเพิ่งได้มาตอน วันตรุษไทย.....

พระกริ่งถือเป็นพระเครื่องชั้นสูง ที่มีขั้นตอนวิธีสร้างละเอียดยิบนับแต่กำหนดรูปแบบ กรรมวิธี สูตรผสมเนื้อโละ ลงอักขระพระคาถา ที่ต้องทําตามฤกษ์ยามอย่างเคร่งครัด .....

การสร้าง  พระกริ่งของไทย ได้รับอิทธิพลมาจาก พระกริ่งจีนใหญ่ ที่ชาวจีนโพ้นทะเลนําติดตัวมาเผยแพร่ในประเทศสยาม ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ทําให้ เจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต  วัดป่าแก้ว ได้ศึกษาค้นคว้าเขียนตํารับวิชาสร้าง พระชัยวัฒน์  ขึ้นเป็นของไทย เป็นมรดกสืบทอดมาถึง สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศ-วริยาลงกรณ์ แห่งวัดบวรฯ ที่ได้ศึกษาเพื่อจัดสร้าง  พระกริ่งปวเรศ ขึ้นเป็น พระกริ่งไทย โดยแท้ เป็นครั้งแรก .....

ศิลปะยึดอย่าง  พระกริ่งจีน  ขนาดย่อมกว่าเล็กน้อย แต่เนื้อพระเป็นโลหะผสม  นวโลหะ  องค์พระประทับนั่ง  ลอยองค์  อยู่เหนือฐานบัว 7 คู่ กลางฐานด้านหลัง 1 คู่ ตอกโค้ดขนาดเมล็ดงา กํากับข้างบัวคู่นี้ 1 จุดทุกองค์.....

พระกริ่งปวเรศ ไม่มีบันทึกการสร้างชัดเจน มีเพียงคําบอกเล่าจากคนที่รับรู้เหตุการณ์หลายฝ่าย ให้สันนิษฐานได้ว่า สร้างส่วนพระองค์ ในวาระสำคัญ 3 ครั้ง จำนวนพระรวมแล้วไม่เกิน 100 องค์ องค์ในภาพนี้เป็นหนึ่งใน100 ที่มีประวัติว่าเดิมเป็นของ พระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพรต่อมาตกทอดไปอยู่กับอดีตผู้กำกับหนังรุ่นเก๋ามากๆ ชาย อินทรวิจิตร.....

แล้วผันต่อไปอยู่ในครอบครองของ เสี่ยชาติ สมปอง นักนิยมพระรุ่นใหญ่ นานกว่า 20 ปี ถึงวันนี้องค์พระท่านจึงได้ย้ายกุฏิ ไปอยู่กับ  พ.ต.ท.วัชริศวร์ พงษ์พานิช  ผู้ช่วยฯนว.รอง ผบ.ตร. ทายาทของอดีตรองนายกฯ มนตรี  พงษ์พานิช --ที่ต้องถือว่า  รองจะเด็ด–วัชริศวร์ มีบุญวาสนามาก เพราะองค์นี้ วงการประเมินไว้ 30–40 ล้าน.....

ตามมาด้วย  พระปิดตา พิมพ์เล็ก หลังเรียบ ล.พ.แก้ว วัดเครือวัลย์ ชลบุรี องค์นี้นักนิยมพระปิดตาเห็นแล้วต้องตื่นตาตื่นใจเหมือนข้าพเจ้า เพราะความสมบูรณ์ สวยงามที่มีครบสูตรพระปิดตาตระกูลนี้ ทั้งพิมพ์ชัด เนื้อใช่ สวยจริง.....

แถมเป็น พระหน้าใหม่ ที่มีประวัติความเป็นมา ชัดเจน แรกเริ่มเดิมทีเป็นพระของ  ลุงเวช เกตุทอง  คนเมืองชลบุรี มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของเซียนที่แวะเวียนไปติดต่อขอดูขอซื้อกันมาก.....

สุดท้ายแพ้ใจ  เฮียเปี้ย ท่าพระจันทร์ ที่ไม่ได้มาขอดูพระมือเปล่า แต่พกเงิน 1,250,000 ไปด้วย องค์พระจึงได้ย้ายวิกมาจำวัดในเมืองกรุง-อย่าตกใจว่าทำไมถู้กถูก เพราะเป็นหั่งเช้งเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ทราบแล้วเปลี่ยน.....

พอพระถูกนําเข้าโชว์โฉมในวงการ ความเป็นพระแท้ที่สวยเด่น  ได้รับชื่นชมว่าเป็นองค์งามสุดของพระพิมพ์นี้  จึงมีการต่อคิว ซื้อขายเปลี่ยนมือกันมา จนวันนี้มาอยู่ในครอบครองของ เสี่ยสิงขร ผสมทรัพย์ เป็นมือที่ 5 ซึ่งบอกว่าใครอยากเป็นมือที่ 6 ต้องพกเงิน  15 ล้าน ไปเจรจา ไม่งั้นไม่คุยด้วย--เฮ้อ เห็นราคาพระยุคนี้แล้ว จะเป็นลม ฐานะนกกระจอกแรกเกิดอย่าง  สีกาอ่าง ก็หมดใจคิดจะเล่นพระ.....

อีกองค์ เป็น พระปิดตา หลวงพ่อแก้ว  วัดเครือวัลย์  เหมือนกัน แต่พิมพ์ทรงต่างกัน  องค์นี้ของ  เสี่ยวิทยา  ชัยคูณผล เป็นพระ พิมพ์เศียรแหลม เนื้อผงเคล้ารัก จุ่มรัก .....

ค่านิยมในพิมพ์พระเป็น รองเล็กน้อย แต่ความสมบูรณ์งดงามสู้ได้สูสี เพราะได้ความเข้มข้นของมวลสารในเนื้อพระมาเป็นตัวช่วย.....

เข้าสนามเหรียญ  อันแรก อนุญาตให้กรี๊ดได้เพราะเป็น เหรียญลงยา รุ่นแรก หลวงพ่อคง วัดซําป่าง่าม ฉะเชิงเทรา  สร้างเมื่อปี พ.ศ.2483  เพื่อแจกสมนาคุณคราวงานทําบุญอายุครบ 100 ปีของหลวงพ่อ.....

ด้วยชื่อเสียงเกียรติคุณในความเป็นพระแท้ที่มีวิชาร่ำลือกันมากว่าใครมีเหรียญนี้ใช่จะทําให้มีอายุยืนยาว อยู่อย่างสุขสบายปลอดโรคปลอดภัยเหมือนสมัยหลวงพ่อมีชีวิตอยู่  ทําให้เหรียญนี้เป็น เหรียญพระเกจิฯ ที่คนเมืองแปดริ้วแสวงหากันสูงสุด--ก็ต้องตามดูว่า  เสี่ยธวัฒน์  ประกอบปราณ เจ้าของเหรียญ ว่าจะมีอายุยืนยาวแค่ไหน.....

อีกสำนัก เป็น เหรียญนางกวัก เนื้อเงินลงยา รุ่นแรก หลวงพ่อแจ๋ วัดโพธิ์เฉลิมรักษ์  ฉะเชิงเทรา  พระเกจิอาจารย์  ที่ได้ชื่อว่าเป็นศิษย์เอกผู้สืบทอดวิชาพุทธาคมของ  หลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน กทม. .....

เหรียญนางกวักของท่าน จึงถือเป็นเหรียญขลังเหรียญดังแถวหน้าของเมืองแปดริ้ว มีชื่อเสียงเด่นมากในพุทธคุณด้านเมตตาค้าขาย รูปลักษณ์เหรียญที่งดงามแปลกตาส่งให้เหรียญนี้มีราคายืนอยู่ที่ หลักแสน สบายๆ ยิ่งเป็นเหรียญสวยสภาพเดิม รอยลงเหล็กจารอักขระพระคาถาด้านหลัง ครบตัว ชัดเจน แบบเหรียญนี้ของ  เสี่ยมีชัย บางนํ้าเปรี้ยว ราคาก็ต้อง  มีมากแสน แน่นอน.....

สุดท้าย คือ เหรียญ 8 รอบ เนื้อเงินลงยา หน้าทองคํา พ.ศ.2518 หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ระยอง  เหรียญดังเหรียญเด่น ที่เล่นหากันร้อนแรงแห่งยุค เหรียญนี้ของ “เลขาฯเป้า”  จิรวุฒิ สิงห์โตทอง ณ กระทรวงการคลัง ที่ว่างงานเมื่อไหร่ ห้องท่านเลขากลายเป็นแหล่งชุมนุมของนักเล่นพระทันที.....

เหรียญนี้  เลขาเป้า เล่าให้ฟังว่าได้มา 10 ปีแร้ว  มีคนเอามาขอจํานําไว้ในราคา  2  หมื่น แต่ด้วยไม่อยากจดอยากจํา จึงยอมจ่าย 3 หมื่นซื้อขาดมา ทั้งที่ดูไม่รู้ว่าแท้หรือเก๊.....

พอเหรียญดัง จึงเอาไปตรวจสอบ พอรู้ว่าเป็นเหรียญแท้ราคาหลายแสน  จึงเอาเหรียญไปเลี่ยมทองลงยารักษาอย่างดี  ใช้บูชาคู่ตัวด้วยความปลื้มว่าเป็น  พระแท้องค์แรก ที่ซื้ออย่างเซียนได้ด้วยมือตัวเอง--แม้จะฟลุกก็เหอะ.....

เข้า สนามพระใหม่ หลังสงกรานต์ ก็เริ่มมีวัตถุมงคลรุ่นเด่นๆออกมาเปิดตัว หลังจากซุ่มออกแบบออกไอเดีย เพื่อให้เพอร์เฟกต์ที่สุด.....

และที่เป็นสุดยอดแห่งยุค คือ เหรียญนั่งพาน  หลวงปู่ทวด รุ่น 1 พุทธอุทยานมหาราช  อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งประดิษฐาน  หลวงปู่ทวดองค์ใหญ่.....

นอกจากรูปแบบวิจิตรบรรจงแบบศิลปะร่วมสมัย ไม่เหมือนหลวงปู่ทวดรุ่นใดๆ เหรียญนั่งพาน หลวงปู่ ทวด  พุทธอุท-ยานมหาราช  ยังสร้างความเกรียวกราวฮือฮา  ด้วยการรับ ประกันแท้  ประกันมูลค่าเพิ่ม แถมด้วยประกันชีวิต  ซึ่งถือว่าแหวก แนววงการพระใหม่สุดๆ.....

พอเห็นชื่อผู้ดำเนินการ  คือ  เสี่ยอุ๊ กรุงสยาม  (วัชรพงศ์  ระดมสิทธิพัฒน์) ประธานมูลนิธิพระเทวราชโพธิสัตว์ ก็อ๋อ เพราะเป็นคนใจใหญ่ใจนักเลง ซึ่งยกที่ดินสร้างวัดวชิรธรรมาราม  และสร้างหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่  สูง  51  เมตรไว้ให้เป็นสถานที่ที่ประชาชนจะได้แวะไปสักการบูชาขอบารมีหลวงพ่อทวด โดยจัดสร้าง เหรียญนั่งพาน เพื่อหาทุนดำเนินการให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งเหลืออีกไม่มาก.....

เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า บูชาได้วัตถุมงคลรุ่นที่ดีแน่ๆ เสี่ยอุ๊  เลยกล้ารับประกันมูลค่าเพิ่ม ปีละ 10% นาน 10 ปี เช่าไว้ไม่มีคำว่าขาดทุน และที่แหวกแนวอีกคือ เหรียญรุ่นนี้ ใครแขวนแล้วประสบอุบัติเหตุ ยังมีประกันให้ตั้งแต่หมื่นบาท ถึงห้าหมื่น แต่มีเงื่อนไขว่าเจ้าของพระต้องบันทึกไว้ว่าได้ทำความดีอะไรบ้าง 10 อย่าง เป็นกุศโลบายให้คนแขวนพระแล้วทำความดีทางอ้อม .....

พระทุกองค์มีใบกำกับ ปรากฏว่า เปิดจองแค่สองวันหมดเกลี้ยง ราคาพุ่งไปเป็นเท่าตัวไม่ต้องรอ  10  ปี  เพราะเป็นเรื่องใหม่คนเลยกล้าเช่า ถือว่าเป็น “ทรัพย์ศิลป์”--ดูรายละเอียดได้ที่ WWW.UAMULET.COM หรือ  08-6054-2522.....

ลากันด้วยเรื่อง ลุงฉิน ซึ่งอยากได้พระดีๆ มีพุทธคุณชัวร์ๆ ให้ลูกสาวติดตัวบูชาตอนไปเรียนต่อ ก็เลยไปที่แผงพระ บอกเจ้าของร้านว่าอยากได้ พระนางพญา พิษณุโลก แต่เซียนบอกว่า ลุงจะซื้อจริงเหรอ พิมพ์เข่าโค้งเข่าตรงหลายล้าน พิมพ์สังฆาฏิ เทวดา ก็ล้านกว่า ลุงฉิน รู้ราคาพระก็ตกกะใจ แพงนักไม่ไหว แค่อยากให้ลูกมีพระคุ้มครอง ขอองค์เล็กๆก็พอ .....

กำลังคุยกัน ก็มีคนเอา พระนางพญา มาขายที่แผงพอดี เซียนเจ้าของร้านพลิกดูพักเดียว ก็บอกเจ้าของพระว่าถ้าจะขายก็คงซื้อได้ไม่เกิน หมื่นห้า เพราะเป็นนางพญากรุเล็ก คือ กรุวัดไก่เขี่ย ไม่ใช่กรุหลักวัดนางพญา--เจ้าของก็ตกลงโอเค ขายให้.....

ลุงฉิน นั่งฟังซื้อขายกัน และได้ยินราคาพระนางพญาราคาแค่หลักหมื่นก็สนใจ เพราะถ้าเซียนรับซื้อแสดงว่าแท้แน่ เลยขอเช่าต่อ เซียนบอกว่าได้ ผมขายให้ลุง แค่ 2 แสน แล้วกัน ถือว่าประเดิม.....

ลุงฉิน สะดุ้งโหยง อ้าว ก็เพิ่งซื้อมาไม่ถึง 5 นาที  หมื่นห้า  ทำไมขึ้นราคาเร็วนักหล่ะ นึกว่าซักสองสามหมื่น แต่เซียนบอกว่า ก็ตอนซื้อเข้า ผมซื้อราคาวัดไก่เขี่ย แต่ตอนขาย ผมตั้งใจขายออกตามราคา วัดสุดสวาด (เพราะตอนหลังวัดไก่เขี่ยเปลี่ยนชื่อเป็นวัดสุดสวาด).....

ลุงฉิน เลยไม่เอา นึกในใจ แสบจริงๆ แล้วก็มองหาพระในแผงต่อ เห็นพระนางพญาเล็กๆองค์นึงก็สนใจ ให้หยิบมาดู ถามว่า แล้วองค์นี้จะขายเท่าไหร่ เซียนพระบอก ไม่แพง เพราะเป็นนางพญากรุเล็กๆ ชื่อ กรุวัดดาวเสด็จ เหมาะกับลูกลุงเลย.....

ลุงฉิน เลย ถามย้ำเพื่อความแน่ใจ  แล้วคิดเท่าไหร่  เป็นราคา  เสด็จมา  หรือเสด็จไป เอาให้แน่ๆ.....

เซียนก็ชักเขินที่ ลุงฉิน พอเป็นพระและรู้ทัน เลยขายให้ในราคาไล่เลี่ยกับตอน  เสด็จมา คือราคา3 หมื่น เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.

สีกาอ่าง

โหวตข่าวนี้