advertisement

ผอ.รพ.สิรินธรแถลงข่าวขอโทษหลังพยาบาลเวรดึกปะทะคารมอาสามูลนิธิ

โดย ทีมข่าวอาชญากรรม 19 มี.ค. 2556 01:45

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิรินธร แถลงข่าว ขอโทษ หลังพยาบาลเวรดึกปะทะคารมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิฯ ที่นำส่งผู้บาดเจ็บ ขณะเจ้าตัวยื่นใบลาออกรับผิดชอบแล้ว ขอเหตุดังกล่าวเป็นบทเรียนทั้งสองฝ่ายในการทำงานร่วมกันในอนาคต...

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 18 มี.ค. ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 4 อาคารบริการ โรงพยาบาลสิรินธร แถลงข่าวกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวว่า รพ.สิรินธร ไม่ยอมรับผู้ป่วยอุบัติเหตุเข้ารับการรักษาจนต้องทำให้ผู้ป่วยต้องตัดขาทิ้ง โดยมี นพ.พิพัฒน์ เกรียงวัฒนศิริ ผอ. รพ.สิรินธร คณะแพทย์ พยาบาล และนายยุทธศักดิ์ สายพัฒน์ หัวหน้าอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง พื้นที่เขตประเวศ พร้อมเจ้าหน้าที่อาสาร่วมประชุม ใช้เวลากว่า 1 ชม.

นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า คืนวันเกิดเหตุมีผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุดังกล่าว 4 ราย 2 รายอยู่นอกรถ เป็นชาย และ ด.ช. อายุ 7 ขวบ นำส่ง รพ.สิรินธร ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย พ่อแม่ของเด็กติดอยู่ในรถบรรทุกต้องใช้เครื่องช่วยตัดถ่างนำออกมา เมื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่เหลือออกมาได้รีบนำส่ง รพ.สิรินธร อีกครั้ง แต่ถูกปฏิเสธ ซึ่งมีพยาบาลพูดว่า “ลูกมาแล้วจะเอาพ่อแม่มาตายอีกหรือ” จึงรีบนำส่งคนเจ็บไป รพ.ใกล้เคียง ก่อนที่จะย้อนกลับมาพร้อมกับเจ้าหน้าที่อาสาในที่เกิดเหตุ เพื่อขอคุยกับนางพยาบาลคนดังกล่าวอีกครั้งว่าทำไมถึงพูดแบบนั้น โดยยืนยันว่าไม่ได้มาปิดล้อม รพ. แต่มาเพื่อเรียกร้องสิทธิแทนผู้บาดเจ็บ ซึ่งไม่ใช่ญาติของตน แต่ในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ซึ่งรู้สึกคาใจในประเด็นที่บอกว่า รพ.ไม่พร้อม แต่ทำไมเตียงยังว่าง จึงอยากได้คำชี้แจง

ด้านนางนวลจันทร์ แจ่มดวง ผู้ตรวจการยามวิกาล รพ.สิรินธร กล่าวว่า อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น ซึ่งนางพยาบาลอีกคนซึ่งเป็นคนพูดกับเจ้าหน้าที่อาสาสมัครฯ ไม่ได้เข้าร่วมประชุมวันนี้ โดยนางนวลจันทร์เล่าว่า วันเกิดเหตุรู้สึกตกใจมากที่กลุ่มอาสาชายกว่า 30 คน รวมตัวกันมาพร้อมกับเรียกจะคุยกับนางพยาบาลคนดังกล่าว ตนรู้สึกกลัวมากไม่กล้าออกไปเป็นตัวแทนคุย ขวัญกำลังใจของพยาบาลคนอื่นๆก็หาย จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.อุดมสุข ให้เดินทางมา ซึ่งตามหลักสากลไม่มีที่ไหนที่จะมาปิด รพ. อย่างนี้

ด้าน นพ.พิพัฒน์ กล่าวว่า รู้สึกเสียใจที่สื่อแพร่ข่าวว่า “รพ.ใจดำ ไม่รับผู้ป่วย” โดยวันเกิดเหตุ รพ.รับผู้ป่วย 2 รายจากเหตุดังกล่าวมาแล้ว 1 คน เป็นชายมีบาดแผลฉีกขาดที่แขนขวา เสียเลือดมาก ซึ่งมีความเสี่ยงสูง ทีมแพทย์จึงต้องรีบนำเข้าผ่าตัดฉุกเฉิน ส่วน ด.ช. อายุ 7 ขวบ มีอาการกรามหัก อวัยวะภายในกระทบกระเทือน ตกเลือด ช่องท้องบวม ซึ่งอาการของเด็กต้องดูเป็นพิเศษ ต่างจากผู้ใหญ่ที่สามารถพูดคุยบอกอาการได้ชัดเจน จึงรีบนำเด็กเอกซเรย์สมองเร่งด่วน ก่อนรอผ่าตัด นอกจากนี้ยังได้ส่งเด็กไปเอกซเรย์ช่องท้องต่อที่ รพ.เอกชน อีกห้อง โดย รพ.สิรินธร เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง ส่วนอาการของผู้ป่วยทั้ง 2 ขณะนี้ปลอดภัยแล้วหลังได้รับการผ่าตัด

นพ.พิพัฒน์ กล่าวต่อว่า วันเกิดเหตุเป็นคืนวันศุกร์ ห้องผ่าตัดมีเพียงห้องเดียว และทีมแพทย์ที่เข้าเวรมีน้อย จึงไม่สามารถรับผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย ที่มาส่งใหม่ได้ ขณะเกิดเหตุทางอาสาก็ไม่ได้แจ้งมาทาง รพ.ก่อน หรือศูนย์นเรนทร เพื่อขอรถกู้ชีพทีมแพทย์ไปยังจุดเกิดเหตุ หรือมาสอบถามว่ามีห้องผ่าตัดเพียงพอหรือไม่ ซึ่งตอนนี้ รพ.ขาดบุคลากร โดยเฉพาะพยาบาลที่ไม่เพียงพอ หลังเกิดเหตุจึงได้เรียกเจ้าหน้าที่พยาบาลที่อยู่วันเกิดเหตุมาพูดคุย และตักเตือนแล้ว จึงอยาก “ขอโทษ” ที่พยาบาลคนดังกล่าวพูดจารุนแรงเกินกว่าเหตุ อาจเป็นจากภาวะกดดันในขณะนั้นที่ห้องผ่าตัดมีห้องเดียว เนื่องจากเป็นยามวิกาล นอกจากนี้นางพยาบาลคนดังกล่าวซึ่งทำงานประจำที่ รพ.นี้มากว่า 10 ปี ได้มาขอยื่นใบลาออกขอแสดงความรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นที่ทำให้จรรยาบรรณแพทย์ และชื่อเสียงของ รพ.ต้องเสื่อมเสีย โดยหลังเหตุการณ์ครั้งนี้ นพ.พิพัฒน์ กล่าวว่า ถือเป็นบทเรียนที่ทั้งสองฝ่ายต้องปรึกษาหารือกัน เพื่อความเข้าใจของทั้งสองฝ่าย เพื่อที่จะทำงานร่วมกัน เพราะยังไงทั้งสองฝ่ายมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือการบริการช่วยเหลือประชาชน.

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement