กีฬา
100 year

หนูนาวอน ป.1ชกอนุบาล1 อย่าซ้ำเติม

ไทยรัฐออนไลน์14 มี.ค. 2556 09:00 น.
SHARE

เป็นเหตุไม่ตั้งใจ น้องอ้นยังโคม่า จี้ศธ.เร่งป้องกัน

“หนูนา” เต้นเหตุนักเรียน ชายชั้นอนุบาลเมืองสุพรรณบุรี ถูกนักเรียนรุ่นพี่ ป.1 โรงเรียนเดียวกันทำร้ายสาหัส เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมชี้แจง วอนสังคมไม่ควรซ้ำเติมเด็กที่ก่อเหตุ พร้อมประสานพัฒนาสังคมฯให้ความช่วยเหลือเด็กนักเรียนเคราะห์ร้ายแล้ว ในขณะที่ ผอ.สพท.เขต 1 สุพรรณบุรี ระบุขณะเกิดเหตุนักเรียนเคราะห์ร้ายถูกนักเรียนชั้น ป.1 ตบศีรษะ ก่อนจะถูกนักเรียนชั้น ม.1 ยุให้ชกต่อยกันตัวต่อตัว ยืนยันไม่มีการรุมทำร้าย ในขณะที่อาการของนักเรียนชั้นอนุบาลยังโคม่า ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ แพทย์ระบุ ติดเชื้อในกระแสเลือดและลิ้นหัวใจ ยังคงต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

จากเหตุสะเทือนใจกรณี ด.ช.อ้น (นามสมมุติ) วัย 5 ขวบ นักเรียนอนุบาลโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.เมืองสุพรรณบุรี  ถูกรุ่นพี่เป็นนักเรียนชายชั้น  ป.1 ทำร้ายโดยมีนักเรียนชายชั้น  ม.1 หัวโจกในโรงเรียนพูดยั่วยุให้เด็กทั้ง  2  ชกต่อยกันตัวต่อตัวจนเป็นเหตุให้ ด.ช.อ้น บาดเจ็บสาหัส อวัยวะภายในบอบช้ำ แขนซ้ายหักและติดเชื้อในกระแสเลือด  ถูกส่งเข้ารักษาตัวที่ รพ.ศูนย์เจ้าพระยายมราช จ.สุพรรณบุรี ภาย หลังต้องส่งไปรักษาที่ รพ.จุฬาฯ โดยหลังเกิดเหตุผู้ปกครองพยายามสอบถามทางโรงเรียนที่ปล่อยให้เด็กทำร้ายกันเข้าขั้นโคม่าแต่ไม่ได้รับคำตอบก่อนเข้าแจ้งความตำรวจ  สภ.เมืองสุพรรณบุรี  และร้องเรียนมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 13 มี.ค.ที่ห้องประชุมภายในศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ประธานมูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย พร้อมนายสมชาย เลิศพงศ์ภากรณ์ รอง ผวจ.สุพรรณบุรี ได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจ สอบข้อเท็จจริงกรณีที่เด็กนักเรียนชายชั้นอนุบาลถูกนักเรียนชายชั้น  ป.1 โรงเรียนเดียวกัน ทำร้ายบาดเจ็บสาหัส โดยนายอนุสรณ์ ฟูเจริญ ผอ.สพท.เขต 1 สุพรรณบุรี เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า หลังเกิดเหตุได้สั่งการให้ทุกฝ่ายให้ความช่วยเหลือเด็กแล้ว จากการตรวจสอบทางโรงเรียน และตำรวจ ให้ข้อมูลตรงกันว่าเป็นการชกต่อยกันตัวต่อตัว ไม่มีการรุมทำร้ายแต่อย่างใด

นายอนุสรณ์กล่าวอีกว่า  ข้อเท็จจริงทั้งหมดทราบว่าเหตุเกิดขึ้นในช่วงเช้าก่อนเคารพธงชาติ ในวันที่ 1 มี.ค. โดยนักเรียนชั้นอนุบาล 1 ได้นั่งตักนักเรียน ม.1 อยู่ ระหว่างนั้นมีนักเรียนชั้น ป.1 คู่กรณีเดินผ่านมาแล้วใช้มือตบไปที่ศีรษะของเด็กอนุบาล 2 ครั้ง แต่จู่ๆได้มีนักเรียนชายรุ่นพี่ชั้น ม.1 ซึ่งนั่งอยู่ใกล้กันได้พูดขึ้นมาว่า “ถ้าตบหัวกันก็ต่อยกันเลย” ทำให้เด็กทั้งคู่ชกต่อย กอดปล้ำกัน และล้มไปด้วยกันทั้งคู่ ต่อมาหลังเกิดเรื่อง เด็กชายชั้นอนุบาลได้ไปเล่าให้ย่าฟัง พร้อมบอกว่ามีอาการเจ็บที่หัวไหล่ซ้าย ส่งผลให้แผลบวม มีไข้สูงขึ้นในเวลาต่อมา และถูกนำตัวส่งรักษาที่ รพ.ศูนย์เจ้าพระยายมราช แพทย์ตรวจพบว่าเด็กกระดูกต้นแขนร้าว มีอาการติดเชื้อในกระแสเลือด จึงรีบนำตัวส่งไปรักษาที่ รพ.จุฬาลงกรณ์

นพ.ชัชรินทร์ ปิ่นสุวรรณ ผอ.รพ.ศูนย์เจ้าพระยายมราช เปิดเผยว่า เด็กถูกส่งเข้ารักษาตัวเมื่อเวลา 08.50 น. ของวันที่ 3 มี.ค.โดยมีบาดแผลบวมเล็กน้อยที่หัวไหล่ซ้าย แพทย์วินิจฉัยว่าเอ็นและกล้ามเนื้ออักเสบ ให้การรักษาโดยการใส่เฝือกอ่อนและนัดติดตามผลการรักษา จนกระทั่งเมื่อวันที่ 9 มี.ค. เวลา 12.30 น. ญาตินำเด็กกลับมาตรวจซ้ำอีกครั้ง แพทย์พบว่ามีฝี-หนองคั่ง บริเวณที่ได้รับบาดเจ็บ และมีไข้สูงถึง 40 องศาเซลเซียส จึงได้รับตัวไว้เป็นผู้ป่วยใน รีบให้ยาปฏิชีวนะทันที แต่อาการของโรคได้ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง โดยที่ยาปฏิชีวนะไม่สามารถต้านทานโรคได้ เกิดการลุกลามของโรคไปยังเยื่อหุ้มหัวใจทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวตามมา แพทย์ได้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับโรคติดเชื้อในเด็กกับทางคณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี และคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์ พร้อมส่งตัวไปรักษาที่ รพ.จุฬาฯในทันที

พ.ต.อ.เกรียงไกร วุฒิพานิช ผกก.สภ.เมืองสุพรรณบุรี  เปิดเผยว่า ตำรวจได้รับแจ้งจากผู้ปกครองของเด็กผู้เสียหายแล้ว ขณะนี้ได้ให้พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี สอบปากคำพยานไปบ้างแล้ว ประกอบด้วย ผอ.โรงเรียน ครูประจำชั้น ญาติของเด็กทั้ง 2 ฝ่าย และกำลังประสานไปทางสหวิชาชีพ ประกอบไปด้วย อัยการ นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา มาร่วมสอบปากคำเด็กนักเรียนชายชั้น ม.1 ที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย เพื่อที่จะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย

ด้าน น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ประธานมูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย เปิดเผยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นตนไม่ได้นิ่งนอนใจอยากทราบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ รวมทั้งขั้นตอนการดำเนินงานต่อไป วันนี้ถึงได้ลงพื้นที่มาดูแลและตรวจสอบด้วยตัวเอง โดยเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาประชุมร่วมกัน ได้ผลสรุปว่าเด็กใช้เวลาต่อสู้กันราว 1 นาที ระหว่างนั้นยังมีรุ่นพี่ที่พูดยุให้เด็กต่อยกันเข้ามาห้ามปรามและช่วยเด็กทั้ง 2 แยกออกจากกัน แต่หลังเกิดเหตุเกิดความโชคร้ายที่ว่าเด็กอนุบาลเกิดฟกช้ำ มีหนองเกิดขึ้น และหนองได้ลามเข้าไปที่ลิ้นหัวใจ จากการพูดคุยกับคณะแพทย์แล้ว กรณีแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยแทบพบไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์เลยด้วย

น.ส.กัญจนากล่าวอีกว่า รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่เกิดเหตุรุนแรงขนาดนี้ ไม่มีฝ่ายไหนอยากให้เกิด ได้ฝากให้ทางพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประสานกับทางโรงพยาบาลให้ดูอาการเจ็บป่วยของเด็ก พร้อมทั้งเรื่องของค่ารักษาพยาบาล ต้องไม่ให้ทางครอบครัวของเด็กต้องเสียอะไรเลย รวมทั้งค่าเดินทางของผู้ปกครองด้วย เรื่องนี้ต้องดูแลให้เต็มที่ ซึ่งเป็นการดูแลของภาครัฐอยู่แล้ว แต่ประเด็นที่สำคัญอีกประเด็นหนึ่งก็คืออยาก
จะเรียนกับสังคมด้วยว่า เรามีเด็กที่เจ็บป่วยไปคนหนึ่งแล้ว ก็คือเด็กอนุบาล 1 และไม่อยากให้สังคมต้องมีเด็กเจ็บป่วยเพิ่มอีกคน ก็คือเด็กชั้น ป.1 เขาอายุยังไม่ถึง 7 ขวบเลย แล้วเหตุที่เกิดขึ้นก็คิดว่าไม่ได้เกิดจากความตั้งใจ มันเกิดขึ้นโดยวัยเด็กของทั้ง 2 คน แต่กลับเป็นความโชคร้ายที่มันเกิดขึ้นมา อยากให้สังคมให้ความเป็นธรรมของเด็กคู่กรณีด้วย เรามีเด็กที่กำลังจะเป็นกำลังของชาติ เป็นอนาคตของชาติ เรามีเด็กป่วยคนหนึ่งแล้ว ขออย่าไปลงโทษอะไรมากมายเลย เพราะเด็กเค้าก็คงเสียใจมาก

“ขณะนี้ดิฉันยังไม่รู้เลยว่าถ้าหากโรงเรียนเปิดเทอมแล้วเด็กจะมีความรู้สึกอย่างไร ข้างในคิดอะไร อยากขอร้องให้ทุกฝ่ายให้ความเป็นธรรมด้วย หลังประชุมก็ได้ขอร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องช่วยกันดูแลสอดส่องอย่างเต็มที่ และขอให้ผู้บริหารสถานศึกษาและคุณครูทุกโรงเรียน ช่วยดูแลสอดส่องนักเรียน ทั้งในเวลาเรียนและเวลาพักอย่างใกล้ชิดเพื่อเป็นการป้องกันปัญหาต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นกับเด็กโดยไม่ได้ตั้งใจ หลังจากนี้จะให้ ส.ส.สุพรรณบุรี นำเรื่องนี้ไปตั้งกระทู้ เพื่อเสนอแนวทางให้กระทรวงศึกษาธิการออกมาดูแลแก้ไขในสถานศึกษาทั้งประเทศ เพราะที่โรงเรียนจะต้องเป็นสถานที่ปลอดภัย ผู้ปกครองไว้วางใจได้ โดยไม่กังวล” น.ส.กัญจนากล่าว 

ที่ รพ.จุฬาลงกรณ์ ผศ.นพ.อภิชัย อังสพัทธ์ ผช.ผอ.ด้านผู้ป่วยวิกฤติ  รพ.จุฬาฯ  รศ.พญ.จิตลัดดา ดีโรจน์วงศ์  กุมารแพทย์  ฝ่ายกุมารเวชศาสตร์  แพทย์เจ้าของไข้  ร่วมกันแถลงถึงอาการของนักเรียนชายชั้นอนุบาลว่า ในวันนี้  (13  มี.ค.) ทีมแพทย์ผู้ให้การรักษาได้ประเมินอาการแรกรับของผู้ป่วยแล้วพบว่า  ผู้ป่วยมีอาการติดเชื้อในกระแสเลือดและลิ้นหัวใจ  รวมทั้งมีน้ำในช่องเยื่อหุ้มหัวใจ  ตรวจพบผิวหนังและกล้ามเนื้ออักเสบบริเวณแขนและรักแร้ด้านซ้าย  ชีพจรและความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์ปกติขณะได้รับยาเพิ่มความดันโลหิต  ขณะนี้ทีมแพทย์ผู้รักษาได้ให้การรักษาด้วยเครื่องช่วยหายใจ  ยาปฏิชีวนะ  ยาเพิ่มความดันโลหิต และปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจ  ด้านกระดูกและศัลยกรรมกุมารฯ  ผู้ป่วยยังมีอาการคงที่  ต้องได้รับการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดใน  รพ.อย่างน้อย  6  สัปดาห์

ต่อมาวันเดียวกัน  นางปวีณา  หงสกุล  ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี  เข้าเยี่ยมอาการของเด็กชายเคราะห์ร้ายที่นอนพักรักษาตัวที่  รพ.จุฬาฯ โดยนางปวีณากล่าวว่า  หลังรับเด็กชายชั้นอนุบาลส่งรักษาตัวที่  รพ.จุฬาฯแล้ว  ก็ได้ประสานไปทาง  ผบก.ภ.จ.สุพรรณบุรี ให้ลงพื้นที่ดูแลและเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ ท่านผู้การก็รับปากจะรีบดำเนินการให้  ทั้งนี้ ทราบว่าทางฝ่ายผู้ปกครองของเด็กชายคู่กรณียังไม่มีการติดต่อมาแต่อย่างใด  คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ  นอกจากนี้ ตนยังได้ประสานไปยังกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่งคงของมนุษย์  (พม.) ให้เข้าไปดูแลครอบครัวของเด็กชายชั้นอนุบาลด้วย  และในช่วงเย็นวันนี้จะพาญาติของเด็กชายเคราะห์ร้ายเข้าพบนายพงศ์เทพ  เทพกาญจนา  รมว.ศึกษาธิการ  เพื่อปรึกษาปัญหาและให้กระทรวงหามาตรการเข้าไปดูแลเด็กนักเรียนช่วงพักเที่ยง  เนื่องจากขณะนี้มูลนิธิฯได้รับการร้องเรียนเรื่องปัญหาของเด็กช่วงพักเที่ยงจำนวนมาก  เช่น  เด็กทะเลาะวิวาทกัน  ต่อยกัน  ลวนลามกัน  เนื่องจากไม่มีอาจารย์มาคอยดูแล

ในขณะที่แม่ของเด็กชายชั้นอนุบาลกล่าวด้วยสีหน้าเศร้าหมองว่า ตอนนี้ผู้ปกครองของเด็กชายคู่กรณียังไม่ได้ติดต่อเข้ามาพูดคุยแต่อย่างใด  ตนและครอบครัวติดใจเรื่องที่เด็กมีอาการช้ำในและเลือดตกยางออก หากเป็นการกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันจริงตามที่ทราบมาก็ไม่น่าจะถึงกับช้ำใน  ถ้าเพียงแค่แขนหักยังพอรับได้บ้างว่าอาจจะกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันไปมาจนแขนหัก แต่นี่ถึงขนาดเลือดตกในก็ไม่น่าจะแค่ยื้อตัวกันธรรมดา ในส่วนของคดีไม่อยากพูดถึงขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจจัดการไป  ตนหวังว่าจะได้รับความยุติธรรมกลับคืนมาบ้าง  สิ่งเดียวที่อยากได้ตอนนี้คือ  อยากให้ลูกชายหายดีกลับมาไวๆ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้