ข่าว
100 year

ปัดใบเหลืองชายหมู

ไทยรัฐออนไลน์14 มี.ค. 2556 09:00 น.
SHARE

ระทึกกกต.กทม.เซ็นมติวันนี้ ส.ส.อีสานโดดขวาง‘มัชฌิมา’

“มาร์ค” ไม่สะดุ้งข่าวแจกใบเหลือง “คุณชาย” ซัดคนแพ้ตัวปั่นกระแส สะกิด กกต.ตรงไปตรงมาอย่าหวั่นไหว “ศิริโชค” โวลั่นภาพตัดต่อดูมุมไหนก็ไม่ผิด ก.ม. กกต.ใหญ่นัดถก 2 คำร้องสัปดาห์หน้า “นายกฯปู” ยิ้มหวานโดนถามโผ ครม. “ปรีชา” ยังเชื่อเก้าอี้ยังหนึบ “ประเสริฐ” แว่วข่าวจะปิ๋วถึงกับวิ่งขาขวิดเดินสายพบบิ๊กขออยู่ต่อ 3 บิ๊กคลองหลอดร้อนๆหนาวๆ ผลงานไม่เข้าตา “สมศักดิ์” ยกก๊วนกินมื้อเที่ยงโชว์ตัวเด็กในสังกัด “เจ๊แดง” สุดปลื้มเอ่ยคำสัญญาว่าจะให้ 1 เก้าอี้ รมช. เป็นการตอบแทน “ส.ส.อีสาน” ขวางสุดฤทธิ์ไล่ไปร่วมรัฐบาลหลังเลือกตั้งครั้งหน้า “ขุนค้อน” บรรจุร่างนิรโทษฯเข้าระเบียบวาระแล้ว 20 มี.ค. ต่อท้ายแถวคิวสุดท้าย ปธ.วิปรัฐโยนเผือกร้อนไปโหวตวัดใจกันเอาเอง

กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพฯ (กกต.กทม.) มีมติ 3 ต่อ 2 ชี้คำร้องคัดค้านผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.มีมูลในกรณีที่นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ตัดต่อภาพเผาบ้านเผาเมืองเมื่อปี 2553 และ 2. กรณีนายเสรี วงศ์มณฑา โพสต์ข้อความว่า หากไม่ต้องการประเทศโดนยึด ควรให้เลือกเบอร์ 16 ไม่ควรเลือกเบอร์ 9 โดยจะส่งผลการลงมติให้ กกต.กลางในวันที่ 14 มี.ค.

“มาร์ค” ซัดคนแพ้ปั่นกระแสใบเหลือง

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 13 มี.ค. ที่โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่กังวลในกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กทม.สรุปคำร้องส่งให้ กกต.กลาง เพราะเป็นการทำตามขั้นตอนของกฎหมาย ไม่มีอะไรผิดปกติ ซึ่ง กกต.กลางมีอำนาจเต็มว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ได้ ฉะนั้นจึงต้องรอดูว่าวันที่ 14 มี.ค. กกต.กลางจะพิจารณาอย่างไร ส่วนตัวยังมั่นใจว่าข้อร้องเรียนที่พูดถึงไม่มีอะไรที่ผิดกฎหมาย เพราะไม่มีส่วนไหนที่เข้าข่ายมาตรา 57 (5) ว่ามีใครไปขู่เข็ญ บังคับหลอกลวง ทั้งนี้ รู้ว่ามีความพยายามจากคนที่แพ้หรือไม่พอใจปั่นกระแสเรื่องใบเหลือง ใบแดง จึงอยากขอให้ กกต.ทำงานโดยปราศจากแรงกดดัน ว่าไปตามข้อเท็จจริงและกฎหมาย

สะกิด กกต.ตรงไปตรงมาอย่าหวั่นไหว

ส่วนที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ฟันธงว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. จะได้ใบเหลืองหรือใบแดง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่เป็นไร เพราะเคยฟันธงว่า พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.พรรคเพื่อไทยจะชนะมาครั้งหนึ่งแล้ว ร.ต.อ.เฉลิมคงไม่รู้กฎหมายว่ากรณีใบแดงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เนื่องจากข้อร้องเรียนไม่ได้เกี่ยวกับตัวผู้สมัคร แค่นี้ก็เห็นชัดว่าไม่รู้กฎหมาย คงเป็นความพยายามจะปลุกกระแสผู้สนับสนุนตัวเอง ข่าวที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้ตนหวั่นไหว แต่ยอมรับว่าผู้สนับสนุนมีความกังวล และเมื่ออ่านข่าวก็ตกใจว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่หรือไม่ จึงอยากฝากไปยัง กกต.ว่าทุกครั้งที่มีการตัดสินย่อมมีทั้งคนพอใจและไม่พอใจ แต่สิ่งที่จะคุ้มครอง กกต.ได้ดีที่สุดคือการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ว่าไปตามเนื้อผ้าและข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย รวมทั้งต้องอธิบายคำตัดสินของตัวเองด้วยว่าเหตุผลคืออะไร

“ศิริโชค” โวลั่นดูมุมไหนก็ไม่ผิด

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อำนาจชี้ขาดอยู่ที่ กกต.กลาง และทุกเรื่องที่รับร้องเรียนในขณะนี้มี 3 เรื่อง ก็ต้องส่งให้ กกต.กลางพิจารณา กรณีของตนมีความคลาดเคลื่อนในเรื่องของการสื่อสาร เพราะภาพที่ตนโพสต์นั้นได้ระบุชัดว่าเป็นภาพตัดต่อ ไม่ได้กล่าวถึง พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยแต่อย่างใด แต่กล่าวถึงเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมืองที่ศาลมีคำพิพากษาไปแล้ว และเหตุผลที่ตนต้องพูดถึงเรื่องนี้เพราะมีภาพนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ปรากฏตัวบนรถหาเสียงด้วย ซึ่งเมื่อนายณัฐวุฒิไม่ว่าจะไปที่ไหน คนก็จะคิดถึงเรื่องเผาบ้านเผาเมือง ฉะนั้นยืนยันว่า จะดูมุมไหนกรณีนี้ก็ไม่ผิดกฎหมาย เพราะไม่มีการไปบอกว่าอย่าไปเลือกใคร หรือให้ไปเลือกใคร และไม่ได้มีการกล่าวหาผู้สมัครว่าเผาบ้านเผาเมืองแต่อย่างใด มั่นใจว่าไม่ได้ทำผิดกฎหมาย เพราะการเลือกตั้งใหญ่เมื่อปี 2554 ได้มีการโจมตีว่าพรรคประชาธิปัตย์ฆ่าประชาชน เป็นพรรคฆาตกร มีการโพสต์ในเฟซบุ๊กของนายณัฐวุฒิ จนมีผลต่อคะแนนเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ แต่ กกต.กลาง ก็ได้วินิจฉัยว่าเป็นการแสดงความเห็นที่ชอบโดยรัฐธรรมนูญ ส่วนกรณีของนายเสรี ก็ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์

“เหลิม” เข่น ปชป. โดนเหลืองอย่าม็อบ

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า คนเรียนกฎหมายก็ต้องพูดอย่างที่ตนพูด มันชัด มีกรณีตัวอย่างมาแล้ว คงไม่มีการกดดัน เราได้ประโยชน์จะไปกดดันทำไม ตนหวังให้เลือกตั้งใหม่  เมื่อถามว่า ถ้า  กกต.กลางให้ใบเหลืองหรือใบแดงจริงจะทำให้เกิดม็อบออกมาคัดค้านหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า จะมาม็อบอะไรต้องเคารพกติกา ไม่มีหรอก  ต้องดูว่าที่เขาชนะมาล้านกว่านั้น ก่อนชนะเขาทำอะไรมาหรือไม่ ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้าเลือกตั้งใหม่อาจทำให้ประชาธิปัตย์ได้คะแนนมากกว่าเดิมหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ถ้า ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์จะได้ 3 ล้านก็ได้ไป แต่ต้องยึดหลักกฎหมาย ไม่ใช่ว่าความเป็นประชาธิปัตย์ทำอะไรได้หมด กกต. เขามีหลัก  ไม่อย่างนั้นก็โยนใบปริญญากฎหมายทิ้งไป  ถ้าครั้งนี้ทายผิดตนจะให้สัมภาษณ์วันละ 3 หน เป็นการชดเชย ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ตนให้สัมภาษณ์เรื่อง กกต.ปลาบู่ชนเขื่อนบอกว่าตนไปแทรกแซง  จะแทรกแซงได้อย่างไร  กกต. เป็นองค์กรอิสระ  หมอนี่ถ้ามาเป็นรองผู้ว่าฯ ตนก็เหนื่อยแทนในฐานะคน กทม. จะย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดก็ไม่ได้ ไม่มีเงินปลูกบ้าน

ปธ.กกต.กทม. ปัดแจกเหลือง “ชายหมู”

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ ตู้จินดา ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (กกต.กทม.) กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวที่ กกต.กทม. มีมติสั่งให้ใบเหลืองกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง เพราะการชี้ขาดการให้ใบเหลือง-ใบแดงกับผู้ใด  เป็นอำนาจหน้าที่ของ  กกต.กลาง  ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของ กกต.กทม. ส่วนมติที่  กกต.กทม.เตรียมเสนอความเห็นไปยัง กกต.กลางในวันที่ 14 มี.ค.เป็นเพียงความเห็นและข้อมูล ข้อเท็จจริง รวมถึงหลักฐานประกอบความคิดเห็นเท่านั้น โดย กกต.กทม. ยังไม่ได้เซ็นลงนามมติดังกล่าว เพราะอยู่ระหว่างการตรวจสอบถ้อยคำให้ถูกต้องอีกครั้ง  กกต.กทม. จะมีการประชุม เพื่อเซ็นลงนามในมติดังกล่าวในวันที่ 14 มี.ค. เวลา 13.00 น. ก่อนที่จะเสนอให้กกต.กลางพิจารณาต่อไป

คิวต่อไป “จุรินทร์” ใส่ร้าย–ตั้ง 31 กุนซือ

พล.ต.ท.ทวีศักดิ์กล่าวว่า  ในวันเดียวกัน  กกต.กทม. จะมีการพิจารณาคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งที่ค้างการพิจารณาอยู่  โดยจะเป็นคำร้องที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว.สรรหา ยื่นขอให้ กกต.กทม. ตรวจสอบนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ปราศรัยหาเสียงในลักษณะใส่ร้าย ป้ายสี พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคเพื่อไทย และคำร้องที่ขอให้ตรวจสอบการปราศรัยของ  ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ที่จะมีการแต่งตั้งทีมที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญจำนวน 31 คน ซึ่งเกินกว่ากฎหมายกำหนดไว้ให้ไม่เกิน 9 คน

สัปดาห์หน้า กกต.กลางถก 2 คำร้อง

นางสดศรี สัตยธรรม กกต. ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ กล่าวว่า ขณะนี้  กกต.กลางยังไม่ได้รับสำนวนคำร้องคัดค้านผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ทั้ง 2 คำร้อง จาก กกต. กทม. หลังจากที่ส่งสำนวนมา กกต.กลางต้องพิจารณาว่าจะสอบสวนผู้ร้องและผู้ถูกร้องเพิ่มเติมหรือไม่ ทั้งนี้คาดว่า กกต.กลางจะสามารถพิจารณาคำร้องคัดค้านผลการเลือกตั้งได้ภายในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตาม เท่าที่ได้รับรายงานขณะนี้มีเรื่องร้องเรียนทั้งหมด 20 คำร้อง โดยในจำนวนนี้มี 9 คำร้องที่เป็นการร้องเรียนเกี่ยวข้องกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ที่ได้รับเลือกตั้ง ส่วนกระแสข่าวที่ว่า กกต.กทม. มีมติ 3 ต่อ 2 ให้ใบเหลือง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ นั้น กกต.กลางยังไม่ทราบข้อเท็จจริง แต่ยืนยันว่าความเห็นของ  กกต.กทม. เป็นเพียงความเห็นเบื้องต้นเท่านั้น ไม่มีผลผูกพันต่อการพิจารณาของ กกต.กลาง ที่ผ่านมา กกต.กลาง และ กกต.ท้องถิ่นก็มีความเห็นไม่ตรงกันหลายครั้ง ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจและข้อกฎหมาย

เชิญ “คุณชาย” รับทราบข้อหาเงินบริจาค

ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ พ.ต.อ.ณิรันดร์ อดุลยาศักดิ์ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 1 พ.ต.ท.ถวัล มั่งคั่ง ผู้เชี่ยวชาญ คดีพิเศษเฉพาะด้าน (ระดับ 9) ดีเอสไอ แถลงข่าวเชิญ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. เข้ารับทราบ ข้อกล่าวหาคดีบริจาคเงินเข้าพรรคประชาธิปัตย์ โดย มอบอำนาจให้สภาฯหักบัญชีเงินเดือน ครั้งละ 20,000 บาท รวม 5 ครั้ง จำนวน 100,000 บาท ขัดมาตรา 57 วรรค 2 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรค การเมือง 2550 ที่กำหนดให้การบริจาคเงินเข้าพรรค การเมืองเกิน 20,000 บาท ต้องทำเป็นตั๋วสัญญาใช้เงินหรือเช็คขีดคร่อม เพื่อตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินบริจาคได้

นายธาริตกล่าวว่า ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.ณิรันดร์ อดุลยาศักดิ์ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 1 ดีเอสไอ หัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีบริจาคเงินของพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ได้แจ้งวันที่ 14 มี.ค. เวลา 09.00 น. จะเดินทางมา รับทราบข้อกล่าวหาที่ดีเอสไอตามหนังสือเชิญ

ดีเอสไอเรียกอีก 42 ส.ส.ปชป.ต่อคิวสอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่จะถูกดีเอสไอเรียกเข้าแจ้งข้อกล่าวหาคดีบริจาคเงินเข้าพรรคเกิน 20,000 บาท โดยไม่ทำเช็ค ขีดคร่อม ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรค การเมือง รวม 15 ล้านบาท มีทั้งสิ้น 42 คน ประกอบด้วย นายกนก วงษ์ตระหง่าน นายกรณ์ จาติกวณิช นายเกียรติ สิทธีอมร นายกษิต ภิรมย์ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช นายโกวิทย์ ธารณา นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ นายชวน หลีกภัย นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ นายเจริญ คันธวงศ์ นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี นายถวิล ไพรสณฑ์ นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ นาย ธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ นายนิพนธ์ บุญญามณี นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายบุญยอด สุขถิ่นไทย นายวีระชัย วีระเมธีกุล นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ นาย อลงกรณ์ พลบุตร นายอัศวิน วิภูศิริ นายอาคม เอ่งฉ้วน นางอานิก อัมระนันทน์ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน เป็นต้น ส่วน พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร ยกคำร้อง โดยหลังปิดสมัยประชุมสภาฯ ในวันที่ 18 เม.ย. ดีเอสไอจะส่งหนังสือเชิญให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาครั้งละ 6 คน ต่อไป

“ปู” ยิ้มหวานถูกถามโผ ครม.ปู 4

ด้านความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการปรับ ครม.เมื่อเวลา 16.15 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร กองบิน (บน. 6) น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเดินทางกลับจากการเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยเมื่อมาถึงผู้สื่อข่าวพยายามถามถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่จะดึงกลุ่มมัชฌิมา มาร่วมรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้แต่ยิ้ม ก่อนตอบว่า “วันนี้ไม่มีอะไรค่ะ” และเดินก้าวขึ้นรถไปทันที

พท.อีสานกันท่า “มัชฌิมา” สุดฤทธิ์

นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับ ครม.ที่จะนำ ส.ส.กลุ่มมัชฌิมาของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน มาร่วมรัฐบาล ว่า แม้กลุ่มมัชฌิมาจะไม่มาร่วมรัฐบาลก็ให้ ความไว้วางใจกันได้ อุตส่าห์อดทนรอมาครึ่งทางแล้ว ขอให้รออีกครึ่งทาง ให้รอการเลือกตั้งสมัยหน้าแล้วมาร่วมรัฐบาล จะมีความสง่างามมากกว่านี้ เพราะการ เลือกตั้งที่ผ่านมาประชาชนตัดสินแล้วว่า ให้พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล และให้กลุ่มมัชฌิมาเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งเสียงของรัฐบาลขณะนี้มีเสถียรภาพอยู่แล้ว การมีเสียงเพิ่มเติมในรัฐบาลไม่ได้แสดงว่ามีคุณภาพ เมื่อถามว่า นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ต้องการนำกลุ่มมัชฌิมา มาเสริมความแข็งแกร่งในพื้นที่ภาคเหนือ นายไพจิตตอบว่า ก็อ้างกันได้ บางทีคิดว่ามาแล้วจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่ง แต่อาจมาแล้วอ่อนก็ได้

“ปรีชา” ยังเชื่อเก้าอี้ตัวเองเหนียวหนึบ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า สำหรับความเคลื่อนไหวการปรับ ครม.ยิ่งลักษณ์ 4 หลังมีกระแสข่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคมีข้อสรุปเบื้องต้นจะปรับ ครม.ในส่วนของพรรคเพื่อไทย 5-7 ตำแหน่ง ทำให้ รมต.ที่มีชื่อจะ ถูกปรับออก เคลื่อนไหวต่อรองที่จะอยู่ในตำแหน่งต่อไป โดยเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 12 มี.ค. นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้พานักข่าวประจำพรรคเพื่อไทยจำนวนหนึ่งมาร่วมรับประทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง โดยมีนางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ส.ส.เลย พรรคเพื่อไทย ภริยาของนายปรีชา ได้นำ ส.ส.หญิงของพรรค 5 คน มาให้กำลังใจสามีด้วย โดยนายปรีชาถึงกับเชื่อมั่นว่านายกฯ ยังวางใจที่จะให้อยู่ในตำแหน่งต่อไป ไม่ปรับตามแรงกดดันของแกนนำพรรคที่ใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ต้องการทวงโควตาคืนให้กลุ่มของนายยงยุทธ ติยะไพรัช

พวกมีข่าวว่าจะหลุดวิ่งกันขาขวิด

ขณะที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมช. คมนาคม หนึ่งใน รมต.ที่มีกระแสข่าวจะถูกปรับออกเริ่มเคลื่อนไหวเดินสายพบแกนนำของพรรค เพื่อขออยู่ในตำแหน่งต่อ แต่แกนนำพรรคหลายคนต่างบอกให้ทำใจ ในที่สุดนายประเสริฐได้เดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณที่ต่างประเทศเมื่อวันที่ 12 มี.ค. เพื่อขออยู่ในตำแหน่ง รมช.คมนาคมต่อไป ท่ามกลางกระแสข่าวว่า นายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย จะเข้ามาเป็นแทน แต่ไปเป็น รมช.เกษตรฯ หรือ รมช.คลัง
3 บิ๊กคลองหลอดร้อนๆ หนาวๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด้านนายประชา ประสพดี รมช.มหาดไทย และ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.มหาดไทย มีกระแสข่าวจะหลุดออกจากตำแหน่งเหมือนกัน เพราะไม่มีผลงานทั้งคู่ โดยมีชื่อนายอุดม พัวสกุล อดีตอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ที่อยู่ในสายของนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ จะเข้ามาเป็นแทน อย่างไรก็ตาม ที่น่าจับตามองที่สุดเป็นนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย  และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่มีโอกาสเหมือนกันจะถูกปรับออกจากตำแหน่ง เพราะผลงานไม่เข้าตาแกนนำของพรรค และเคยให้สัมภาษณ์สำนักข่าวต่างประเทศถึงสถานการณ์การเมืองไทยทำนองว่ามีนายกรัฐมนตรีบริหารประเทศ 2 คน คือ คนในประเทศและคนต่างแดน

“สมศักดิ์” ยกก๊วนกินข้าวเที่ยงโชว์ตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดแกนนำของกลุ่มมัชฌิมา ยังคงมีความมั่นใจที่จะได้เข้าร่วมรัฐบาล เนื่องจากมีการประสานกับนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ พี่สาว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรคเพื่อไทย อยู่เป็นระยะโดยเมื่อวันพุธที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา นางเยาวภา ได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ที่ร้านอาหารกินเส้น ย่านสนามบินน้ำ กับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน  นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน นายอนุชา นาคาศัย แกนนำกลุ่มมัชฌิมา รวมทั้ง ส.ส.ของกลุ่มมัชฌิมา อาทิ นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี นางพรทิวา นาคาศัย นางนันทนา สงฆ์ประชา ส.ส.ชัยนาท นายมนู พุกประเสริฐ นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกุล ส.ส.สุโขทัย เป็นต้น

“เจ๊แดง” สัญญาว่าจะให้ 1 เก้าอี้ รมช.

ทั้งนี้ระหว่างการร่วมรับประทานอาหารครั้งนี้ นางเยาวภาได้ให้คำมั่นสัญญากับนายสมศักดิ์ และ ส.ส.กลุ่มว่าจะพยายามดึงกลุ่มมัชฌิมาเข้าร่วมรัฐบาลในการปรับคณะรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ 4 ให้ได้ โดยจะหาตำแหน่ง รมช.กระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง ส่วนแรงต้านที่เกิดขึ้นจากกลุ่ม ส.ส.พรรคเพื่อไทยนั้น แกนนำกลุ่มมัชฌิมาไม่ได้วิตกกังวลมองว่าเป็นเรื่องปกติ แต่คนตัดสินใจคือแกนนำในพรรคเพื่อไทยเท่านั้น

วิปรัฐบาลโยนสภาฯ วัดใจเลื่อนนิรโทษฯ

ที่รัฐสภา นายอำนวย คลังผา ส.ส.ลพบุรีพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล)กล่าวถึงกรณีที่ 42 ส.ส.พรรคเพื่อไทย ยืนยันจะผลักดันพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมโดยเร่งด่วนว่า เป็นเอกสิทธิ์ของส.ส.ที่จะเสนอร่างกฎหมายเข้าสภาฯ แต่จะเลื่อนกฎหมายดังกล่าวมาพิจารณาเป็นเรื่องเร่งด่วนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับมติที่ประชุมสภาฯ เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สไกป์ในที่ประชุมพรรคเพื่อไทยให้เร่งผลักดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม วิปรัฐบาล จะต้องเร่งผลักดันหรือไม่ นายอำนวยกล่าวว่า ก็ต้องหารือกันก่อน

นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อ–ไทย รองประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ขณะนี้ ส.ส.เพื่อไทย มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เนื่องจากความคิดยังไม่ตกผลึก จึงยังมีความเห็นต่าง แต่เมื่อมีข้อสรุปชัดเจนแล้วทุกคนก็ต้องปฏิบัติตามเหมือนกัน

ส.ส.หญิง พท.รุมสกรัม“มาร์ค”

น.ส.จารุพรรณ กุลดิลก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ควรหยุดพูดได้แล้ว ตอนที่ประชาชนมาชุมนุมกันนับล้านคนเพื่อขอให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ หากนายอภิสิทธิ์เป็นคนดีจริงก็คงลาออกหรือยุบสภาฯไปนานแล้ว แต่สุดท้ายนายอภิสิทธิ์กลับสร้างเรื่องหาเหตุจนเกิดคนตายจำนวนมาก บาดเจ็บหลายพันคน และได้รับผลกระทบต่อสุขภาพอีกหลายหมื่นคน

นางขัตติยา สวัสดิผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์คงไม่เคยติดคุกจากการถูกปรักปรำ จึงไม่รู้ว่าคนที่อยู่ในคุกมีความรู้สึกอย่างไร สำหรับผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งเป็นถึงผู้นำประเทศน่าจะมีความเห็นอกเห็นใจความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้รับการประกันตัวออกมาทำมาหากิน ถึงแม้จะเป็นประชาชนเพียงกลุ่มเล็กๆ ที่ไม่ได้เลือกพรรคประชาธิปัตย์มาเป็นรัฐบาลก็ตาม ควรจะเห็นใจพ่อแม่พี่น้องของคนที่ติดคุกที่ต้องทำมาหากินแทน เพราะสิ่งที่พวกเขาขอก็เป็นแค่สิทธิในการประกันตัวชั่วคราวเท่านั้น

“นิคม”แนะ42 ส.ส.รอบคอบ–จริงใจ

นายนิคม ไวยรัชพาณิช ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า การเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมของ ส.ส.พรรคเพื่อไทย 42 คน เป็นสิทธิที่สามารถทำได้แต่มีความกังวลบางมาตรา โดยเฉพาะมาตรา 3 และ 4 ที่มีเนื้อหากว้าง ให้อำนาจทั้งตำรวจและอัยการมากเกินไปในการใช้ดุลพินิจ เกรงว่าจะมีกลุ่มอื่นได้รับประโยชน์ด้วย ซึ่งพรรคเพื่อไทยต้องรอบคอบ และการเดินหน้าขับเคลื่อนจะต้องแสดงความจริงใจต่อกัน ควรระบุกลุ่มที่ได้ประโยชน์ให้ชัดเจน เพื่อให้ฝ่ายที่เห็นต่างเข้ามาร่วมมือด้วย
ร่าง 42 ส.ส.ถูกบรรจุเข้าวาระสภาฯแล้ว

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ตนได้สั่งให้เจ้าหน้าที่บรรจุร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมของ ส.ส.พรรคเพื่อไทย 42 คน เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 20 มี.ค.นี้ โดยเรื่องดังกล่าวอยู่ท้ายวาระการประชุม ส่วนจะมีการเลื่อนขึ้นมาพิจารณาหรือไม่เป็นเรื่องของสมาชิก แต่เท่าที่ทราบวิปรัฐบาลก็ไม่เห็นด้วยกับการเลื่อนขึ้นมาพิจารณา

นปช.เล็งขอประกัน–ย้ายคุกผู้ต้องขังแดง

ที่ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. แถลงว่า จะมีการจัดงานรำลึก 3 ปี เหตุสลายการชุมนุม วันที่ 10 เม.ย. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และในวันที่ 19 พ.ค.ที่แยกราชประสงค์ โดยกิจกรรมที่จะมีขึ้นคือการทำบุญและการปราศรัย ต้องขออภัยผู้ค้าที่ย่านราชประสงค์ไว้ด้วย  ถ้าจะไม่พอใจก็ให้ไปโทษนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ แทน เพราะเป็นคนทำให้เกิดเรื่อง โดยเฉพาะผู้ค้าย่านราชประสงค์ 3 ปี แล้ว เงินประกันภัยยังไม่ได้  เพราะมีคนกล่าวเท็จว่า  เหตุเพลิงไหม้ที่เกิดเป็นการก่อการร้าย เราจึงอยู่ในฐานะผู้ถูกกระทำทั้งคู่ อย่างไรก็ตาม ในวาระที่ครบรอบ 3 ปี ของการสลายการชุมนุม นปช. ยังได้ทำจดหมายถึง รมว.ยุติธรรม โดยเรียกร้องให้มีการประกันตัวผู้ถูกคุมขังคดีความขัดแย้งทางการเมืองอีกครั้ง เนื่องจากอยู่ในระหว่างการพิจารณากฎหมายนิรโทษกรรม หรือหากยังไม่ให้ประกัน ก็ขอให้ย้ายไปคุมขังเรือนจำพิเศษหลักสี่ รวมทั้งขอให้กระทรวงยุติธรรมเร่งเสนอเรื่องของพระราชทานอภัยโทษด้วย

ตอบโพลกว่าครึ่งคัดค้านนิรโทษกรรม

วันเดียวกัน ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน  เรื่อง “พ.ร.บ.นิรโทษกรรม”  สำรวจระหว่างวันที่  11-12  มีนาคม 2556 จากประชาชนทั่วประเทศจำนวน 1,252 หน่วยตัวอย่าง ทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา ทุกอาชีพ เกี่ยวกับความคิดเห็นเกี่ยวกับการนิรโทษกรรมผู้ชุมนุมทางการเมืองในช่วงเหตุการณ์ 19 ก.ย.2549-10 พ.ค. 2554 จากการสำรวจ พบว่า ประชาชนร้อยละ 57.43 ไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรม เพราะคนผิดต้องได้รับโทษ และร้อยละ 31.71 ระบุว่าเห็นด้วย เพราะจะทำให้บ้านเมืองสงบสุข ไม่มีการแบ่งฝ่าย เรื่องจะได้จบและเริ่มต้นใหม่ ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรม ร้อยละ 34.34 ระบุว่า ควรนิรโทษกรรมทั้งแกนนำและผู้ชุมนุมที่ฝ่าฝืนกฎหมาย รองลงมา ร้อยละ 29.80 ระบุว่า ควรนิรโทษกรรมผู้ชุมนุมทุกคนยกเว้นผู้ที่มีอำนาจสั่งการ และร้อยละ 20.45 ระบุว่าควรนิรโทษกรรมเฉพาะผู้ชุมนุมที่ฝ่าฝืนกฎหมาย มีเพียงร้อยละ 8.08 เท่านั้น ที่ระบุว่า ควรนิรโทษกรรมเฉพาะแกนนำ อย่างไรก็ตาม ประชาชน ร้อยละ 59.03 ระบุว่า หากร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม  ฉบับ นปช.เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร จะนำไปสู่ความรุนแรงในสังคมและร้อยละ 19.65 ระบุว่าไม่นำไปสู่ความรุนแรง

“ธาริต” เข้าแจง กมธ.ปมชายชุดดำ

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสาร มวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาฯ มีนายศุภชัย ศรีหล้า  ส.ส.อุบลราชธานี  พรรคประชาธิปัตย์  เป็นประธาน ได้เชิญนายธาริต  เพ็งดิษฐ์  อธิบดี กรมสอบสวนคดีพิเศษ  (ดีเอสไอ)  เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับชายชุดดำในเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค.2553 โดยนายธาริต ชี้แจงถึงอำนาจระหว่างเป็นกรรมการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน  (ศอฉ.)  ว่า เข้าร่วมประชุมทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประชุมในชั้นความลับมาก ที่ประชุม ศอฉ.ไม่เคยพูดถึงชายชุดดำ มีเพียงกองกำลังไม่ทราบฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับคดีก่อการร้าย ซึ่งเรื่องดังกล่าวมีอยู่ในสำนวนการสอบ สวนของดีเอสไอ  ทั้งนี้ ตนไม่เห็นด้วยที่คณะกรรมาธิการฯ จะเรียกกองกำลังไม่ทราบฝ่ายว่าชายชุดดำ เพราะไม่ทราบวัตถุประสงค์ว่าหยิบยกเรื่องชายชุดดำขึ้นมา เพื่ออะไร ยืนยันว่าดีเอสไอดำเนินคดีทั้ง 2 ฝ่ายทั้งกลุ่มผู้ชุมนุมและผู้ที่สั่งการ

วอล์กเอาต์ประท้วงคำถามนอกลู่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นมาทันที เมื่อนายวัชระ เพชรทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ รองประธานกรรมาธิการฯ ซักถามว่าการเดินทางเข้าชี้แจงครั้งนี้ สมัครใจมาหรือมาตามกฎหมายบังคับ ซึ่งนายธาริตตอบกลับว่า ไม่สมัครใจเข้าชี้แจง แต่ที่มาเพราะสภาพกฎหมายบังคับ พร้อมกันนี้ยังได้โต้แย้งถึงอำนาจหน้าที่คณะกรรมาธิการฯด้วยว่า ไม่มีสิทธิซักถามการปฏิบัติหน้าที่ของ ศอฉ. และการสอบสวนของดีเอสไอ เนื่องจากได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย และยังอาจทำให้เสียรูปคดีด้วย แต่นายวัชระยังคงขอให้ที่ประชุมเปิดคลิปที่นายธาริตเคยร่วมแถลงข่าวในฐานะกรรมการ ศอฉ.ด้วย แต่นายธาริตไม่ยินยอม โดยระบุว่าคณะกรรมาธิการฯไม่ใช่ศาลที่จะมาไต่สวนตนเอง จากนั้นได้ลุกและเดินออกจากห้องประชุมไปทันที

กร้าว ขรก.ไม่ใช่ลูกไล่นักการเมือง

จากนั้นนายธาริต ให้สัมภาษณ์ว่า ยืนยันว่าคณะกรรมาธิการฯไม่มีอำนาจ แม้ว่าประธานคณะกรรมาธิการฯจะยืนยันอำนาจของตัวเอง โดยตนจะไม่ชี้แจงใดๆ หากคณะกรรมาธิการฯยืนยันที่จะเปิดคลิปเพราะเชื่อว่าคณะกรรมาธิการฯชุดนี้มีจุดประสงค์จะเล่นงานดีเอสไอ ต้องการบดขยี้ข้าราชการประจำ และตนยินดีให้ดำเนินคดีหากตนทำผิด อย่างไรก็ตาม จะทำหนังสือถึงประธานสภาฯ ในวันที่ 14 มี.ค. เพื่อแจ้งให้ทราบถึงการทำเกินอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการฯ และต้องการให้ฝ่ายการเมืองทราบด้วยว่า ข้าราชการประจำไม่ใช่ลูกไล่ของฝ่ายการเมือง และไม่กังวลว่ากรณีนี้จะทำให้สังคมเกิดข้อกังขาในการทำหน้าที่ เพราะตนไม่ได้กังวลกับการเปิดคลิป แต่เห็นว่าคณะกรรมาธิการฯไม่มีอำนาจ

ศาล รธน.แจ้งยื่นเอกสารเพิ่มปมถอดยศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ได้เผยแพร่เอกสารข่าวถึงผลการพิจารณาคดีในการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ว่า ที่ประชุมศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องที่นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาฯ ส่งคำร้องของ ส.ส. 134 คน ที่ใช้สิทธิอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 วรรคหนึ่ง เข้าชื่อเสนอคำร้องขอให้ประธานสภาฯ ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณา วินิจฉัยความเป็น ส.ส.ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 106 (5) ประกอบมาตรา 102 (6) หรือไม่ เนื่องจากกระทรวงกลาโหม มีคำสั่งที่ 1163/2555 ลงวันที่ 8 พ.ย. 2555 ปลด ร.ต.อภิสิทธิ์ ออกจากราชการ เป็นนายทหารกองหนุน

ทั้งนี้ จากการพิจารณาศาลรัฐธรรมนูญพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คำร้องดังกล่าวนี้ไม่ได้มีข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับนายอภิสิทธิ์ เพียงแต่ผู้ร้องได้แนบแต่คำสั่งของกระทรวงกลาโหมมาให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเท่านั้น ดังนั้น กรณีนี้จึงไม่ชัดเจนว่า คำสั่งกระทรวงกลาโหมเป็นที่สุดแล้วหรือไม่ นอกจากนี้คำร้องยังไม่มีเหตุผลสนับสนุนชัดเจนว่า สมาชิกภาพความเป็น ส.ส.ของนายอภิสิทธิ์สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 106 (5) ประกอบมาตรา 102(6) อย่างไร ศาลรัฐธรรมนูญจึงอาศัยอำนาจตามข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาและการทำคำวินิจฉัย พ.ศ.2550 ข้อ 18 วรรคสอง สั่งให้ผู้ร้องส่งคำร้องเพิ่มเติมมาให้ศาลรัฐธรรมนูญอีกครั้ง ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่มีหนังสือรับแจ้งจากทางศาลรัฐธรรมนูญ

จี้ผู้ตรวจการฯสอบ “ปู” ให้พาสปอร์ต “แม้ว”

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายสมศักดิ์ โกศัยสุข หัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่านนายรักษเกชา แฉ่ฉาย โฆษกสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบจริยธรรมของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และเจ้าหน้าที่รัฐถึงกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศออกหนังสือ เดินทางให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินเคยมีความเห็นว่า การกระทำของกระทรวงการต่างประเทศที่คืนหนังสือเดินทางให้ พ.ต.ท.ทักษิณนั้นไม่เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ.2548 เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณเป็นบุคคลที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญามีคำพิพากษาให้จำคุก ซึ่งเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เดินทางไปต่างประเทศ

“ชวนนท์” อัดยับโครงการรับจำนำข้าว

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวถึงโครงการจำนำข้าวของรัฐบาลว่า ชัดเจนว่าได้กลายเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ ทั้งการสร้างหนี้ที่จะเกิดจากการขาดทุนไม่ต่ำกว่าปีละ 2.2 แสนล้านถึง 2.5 แสนล้านบาท เกิดการทุจริตคอรัปชันมากกว่าร้อยละ 30 ของวงเงินงบประมาณในแต่ละฤดูกาล  และซื้อข้าวมาเก็บจนไม่มีโกดังให้เก็บข้าวของรัฐบาล ที่สำคัญยังส่งผลให้ประเทศไทยถูกจับตามองจากองค์การการค้าโลก (WTO) และวงการค้าข้าวว่า จะมีการดัมพ์ราคาจากการระบายสต๊อกครั้งมโหฬารนี้หรือไม่ จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องระวังเพราะจะสร้างความเสียหายให้กับประเทศในระยะยาวอย่างรุนแรง ชี้ให้เห็นว่านโยบายนี้นายกรัฐมนตรีคงไม่มีส่วนรู้เห็นจริงๆ คงเป็นเรื่องที่ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ ประเทศเจ๊ง ชาวนาจน  แต่นักการเมืองเจี๊ยะรวยกระจุก จนกระจายหรือไม่

“ยิ่งลักษณ์” สุนทรพจน์เวทีผู้นำ 3 ลุ่มน้ำ

เมื่อเวลา 08.00 น. ที่โรงแรมดอนจัน พาเลซ นครเวียงจันทน์  สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ได้ร่วมพิธีเปิดการประชุมผู้นำยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง ครั้งที่ 5 (The Ayeyawady-Chao Phraya-Mekong Economic Cooperation Strategy: ACMECS) โดยมีผู้นำจากประเทศสมาชิกเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ทั้งนี้นายทองสิง ทำมะวง นายกรัฐมนตรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวในฐานะเจ้าภาพ กล่าวเปิดการประชุมอย่างเป็นทางการ

น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวสุนทรพจน์ตอนหนึ่งว่า สมาชิก ACMECS  จะต้องเดินหน้าพัฒนาไปข้างหน้าด้วยกันบนพื้นฐานของการมีความมั่นคงและความมั่งคั่งร่วมกัน ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ สร้างงาน สร้างรายได้ ขยายโอกาสให้กับประชาชนของเราอย่างยั่งยืน และต้องส่งสัญญาณที่ชัดเจนให้นานาชาติรับทราบถึงเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ของผู้นำ ACMECS ที่จะผลักดันให้อนุภูมิภาคนี้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูงอีกแห่งหนึ่งของโลก

ยื่นวุฒิฯโละ 9 ป.ป.ช.ตั้ง “ศศิธารา”

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา นายปรีดา พุกศิริ ประธานภาคีเครือข่ายต้านคอรัปชัน (นปป.) ภาคเหนือตอนล่าง นายเจษฎา เทพเลื่อน ประธานภาคีเครือข่ายต้านคอรัปชันภาคใต้ตอนบน พร้อมแกนนำ นปป. ได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิฯ เพื่อแสดงตนริเริ่มรวบรวม รายชื่อประชาชนยื่นถอดถอนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติทั้ง 9 คน ออกจากตำแหน่ง จากกรณีมีคำสั่งแต่งตั้ง น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์  เลขาธิการสภาการศึกษา  อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผู้มีส่วนพัวพันการทุจริตอาชีวศึกษา จำนวน 5,300 ล้านบาท ให้ดำรงตำแหน่งอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามทุจริตโดยใช้กลไกทางการศึกษาของ ป.ป.ช. ซึ่งเครือข่ายฯรู้สึกตกใจถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของชาติว่าด้วยการปราบปรามการทุจริตของ ป.ป.ช.ที่ได้ร่วมกันสนับสนุนผู้ที่ถูก ป.ป.ช.กำลังสอบสวนในฐานะทุจริตต่อหน้าที่

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้