advertisement

สัปเหร่อหนุ่ม นศ.มช.เจ๋ง ได้รับเลือกไปโชว์งานศิลปะที่อเมริกา

โดย ทีมข่าวการศึกษา 7 มี.ค. 2556 20:36

สัปเหร่อหนุ่ม ชาวเมืองนครสวรรค์ นักศึกษา มช. เจ๋ง สร้างงานศิลป์เข้าตากรรมการ ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทยโกอินเตอร์ไปโชว์งานเมืองลุงแซม เผยมีอาชีพสัปเหร่อตั้งแต่ ป.4 ทำศพมาแล้ว 100 ศพ ได้แรงบันดาลใจสร้างงานศิลปะกลางแจ้ง จากวิบากกรรม ความตายของคนฆ่าวัว...

เมื่อวันที่ 7 มี.ค. ที่บ้านดำ นางแล จ.เชียงราย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการตัดสินการประกวดผลงานโครงการค่ายเยาวชนสร้างสรรค์ผลงานศิลปะร่วมสมัย ปี 2556 จัดโดย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) โดยมีนักศึกษาระดับอุดมศึกษา ปริญญาตรี และปริญญาโท ที่ผ่านการคัดเลือกรอบแรก จำนวน 68 คน มาร่วมเข้าค่ายสร้างสรรค์ผลงาน ตั้งแต่วันที่ 1-6 มี.ค. ที่ผ่านมา

จากนั้นคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วย ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ได้แก่ ดร.ถวัลย์ ดัชนี ดร.กมล ทัศนาญชลี นายธงชัย รักปทุม และศ.วิโชค มุกดามณี พร้อมด้วย ศิลปินร่วมสมัย และผู้เชี่ยวชาญทางทัศนศิลป์ รวม 14 คน และมีนายเขมชาติ เทพไชย ผอ.สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย เข้าร่วมพิจารณาตัดสินผลงานนักศึกษา ให้เหลือเพียง 13 คน เพื่อเดินทางไปศึกษาดูงาน พร้อมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะและนำไปเผยแพร่ให้ชาวต่างชาติได้ประจักษ์ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ในเดือนพฤษภาคมนี้ ผลปรากฏว่า ผลงานที่ได้รับการคัดเลือกระดับปริญญาตรี และเป็นตัวแทนภาค มีดังนี้

ภาคกลาง ได้แก่ นายคียาภัทร เกตุไสว จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาลัยเพาะช่าง นายโชติพัฒน์ ปิยะนิจดำรงค์ และนายกิตติศักดิ์ เทพเกาะ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร นายพิชพงค์ ศรีใส มหาวิทยาลัยบูรพา ภาคเหนือ ได้แก่ น.ส.ธนัชชา ไชยรินทร์ และนายเฉลิมพร อ้วนโพธิ์กลาง จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ น.ส.นวพร ชิตท้วม มหาวิทยาลัยนเรศวร ภาคใต้ ได้แก่ น.ส.ยามีละห์ ดาโอะ และ นายจรุงรัตน์ รอดคืน จากมหาวิยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ น.ส.จารุวรรณ เมืองขวา จากมหาวิยาลัยขอนแก่น  ส่วนระดับปริญญาโท ได้แก่ น.ส.กมลพันธุ์ โชติวิชัย นายสุรพงศ์ สุทัศน์ ณ อยุธยา และนายวรัญญู ช่างประดิษฐ์ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร

ดร.กมล ทัศนาญชลี ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ กล่าวว่า ในปีนี้นักศึกษามีการเตรียมตัวมาดีมาก มีการสร้างสรรค์ผลงานได้ยอดเยี่ยม และที่น่าสนใจ มีนักศึกษาที่ได้รับการคัดเลือกคนหนึ่งมาจาก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นอกจากจะเป็นนักศึกษาศิลปกรรมศาสตร์แล้ว ตนได้ทราบจากคณบดีคณะวิจิตรศิลป์ มช.ภายหลังว่า มีอาชีพเป็นสัปเหร่อ อยู่ที่วัดด้วย และผลงานของเด็กคนนี้ก็ได้รับรางวัลในครั้งนี้ด้วย ถือว่าเวทีการประกวดครั้งนี้เป็นเวทีใหญ่ระดับประเทศ อย่างไรก็ตามโครงการนี้เป็นการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ของผู้สร้างสรรค์งานศิลปะ ให้มีโอกาสได้ก้าวสู่การแสดงผลงานระดับนานาชาติ

นายเฉลิมพร อ้วนโพธิ์กลาง นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ตนอายุ 23 ปี เป็นชาว จ.นครสวรรค์ เริ่มเข้าไปคลุกคลีกับวัดลาดค้าว อ.เก้าเลี้ยว จ.นครสวรรค์ ตั้งแต่เรียนชั้นป.4 จึงทำให้เข้าไปเห็นวิธีการเผาศพ โดยเริ่มแรกทำศพให้สุนัขก่อน เพราะสุนัขที่วัดตายเป็นจำนวนมากจึงได้รับมอบหมายจากเจ้าอาวาสฝังศพสุนัข เป็นงานเริ่มแรก จากนั้นก็เริ่มเผาสุนัขเรื่อย 30-40 ตัว ต่อมาเริ่มเห็นการศพคน ก็เลยอยากลองทำดู เพราะสัปเหร่อที่วัดแก่แล้ว จึงเข้ารับการถ่ายทอดวิชาสัปเหร่อจากสัปเหร่อของวัด พร้อมกับหาข้อมูลการเผาศพจากอินเทอร์เน็ตเพื่อเพิ่มเติมความรู้ และได้เริ่มเผาศพจริงด้วยตนเอง ซึ่งขณะนั้นเรียนอยู่ชั้น ป.6 อายุประมาณ 12 ปี ถือว่าได้รับตำแหน่ง สัปเหร่ออย่างเป็นทางการของวัด ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ได้เผาศพมาแล้วประมาณ 100 ศพ ทั้งนี้การเผาศพจะมีรายได้ส่วนหนึ่งที่ญาติให้ แต่ใจจริงของตนแล้ว อยากจะช่วยเหลือการเผาศพมากกว่า ขอให้ได้ทำ ไม่ได้เงินก็ไม่เป็นไร

“ตอนที่จะเข้าคณะวิจิตรศิลป์ ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เขามีโควตารับเด็กที่มีความสามารถด้านศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ผมจึงเอาภูมิปัญญาการเป็นสัปเหร่อ เพื่อไปสอบคัดเลือกที่ มช. ก็ได้รับการคัดเลือกให้เข้าเรียน และเวทีประกวดนี้ถือเป็นเวทีแรก ที่ผมได้มาเข้าค่ายและนำผลงานด้านศิลปะเข้าประกวด ภายใต้ชื่อว่า พันธะกรรม เป็นเทคนิคสื่อผสมวัสดุธรรมชาติ เป็นศิลปะกลางแจ้ง โดยมีแนวความคิดเป็นการสะเทือนในเรื่องราวสภาพการตายของแต่ละคน ว่ามีจริตการตายที่ต่างกัน ไม่ตามแต่เวรกรรมของแต่ละจำพวก ซึ่งได้มาจากประสบการณ์การเป็นสัปเหร่อที่ได้เห็นคนที่ใกล้ตาย คนที่ขาดใจตาย มีอารมณ์การดิ้น กระเสือกกระสนที่จะเอาตัวรอด จะหนีจากความตาย ผมก็เลยเอาเรื่องราววิบากกรรม อากัปกิริยาต่างๆ มาสร้างสรรค์ผลงาน โดยใช้วัสดุทางธรรมชาติเป็นส่วนประกอบทั้งหมด เพราะเห็นว่าชีวิตคือธรรมชาติ ที่สำคัญผลงานชิ้นนี้มาจากประสบการณ์ตรงที่ได้เห็นสภาพศพของคนฆ่าวัวประจำหมู่บ้าน เมื่อมีชีวิตอยู่ได้ฆ่าวัวด้วยการทุบหัว เมื่อตนเองนอนอยู่ในบ้านก็ถูกเสาไม้ล้มทับหัวจนตายเหมือนกับวัวที่ฆ่า ซึ่งเป็นเหมือนวิบากกรรมที่ได้กระทำไว้ อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผมเรียน จะหาเวลาปิดภาคเรียนกลับไปเป็นสัปเหร่อที่นครสวรรค์ และหากมีงานเผาด่วนก็จะนั่งรถจากเชียงใหม่ไปนครสวรรค์เพื่อทำหน้าที่นี้” นายเฉลิมพร กล่าว.

โหวตข่าวนี้