ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    มะเร็งคร่า'ชาเวซ'

    ไทยรัฐออนไลน์7 มี.ค. 2556 09:00 น.
    SHARE

    ผู้นำเวเนซุเอลากล่าวหาสหรัฐฯตัวการทำให้ป่วย

    ชาวเวเนซุเอลาร่ำไห้ สิ้นผู้นำเผด็จการสังคมนิยม “ฮูโก ชาเวซ” มะเร็งคร่าชีวิตด้วยวัย 58 ปี ด้านรอง ปธน.ทายาททางการเมืองของชาเวซ สาดโคลนใส่ประเทศมหาอำนาจทันที สมคบคิดทำให้อดีตผู้นำป่วย ลั่นตั้งคณะกรรมการ ด้านวิทยาศาสตร์ขึ้นมาตรวจสอบหาความจริง ขณะที่รัฐบาลต้องเตรียมเลือกตั้งใหม่ใน 30 วัน แต่ส่อเค้าแตกแยกหนัก ช่วงชิงตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดี ส่วนนานาชาติร่วมแสดงความไว้อาลัย คิวบาประกาศลดธงครึ่งเสา 3 วัน

    ประเทศเวเนซุเอลาสูญเสียผู้นำที่ครองอำนาจมายาวนานในครั้งนี้  สำนักข่าวต่างประเทศต่างรายงานเมื่อช่วงสายวันที่ 6 มี.ค.ว่า นายฮูโก ชาเวซ ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา  อดีตผู้นำการต่อสู้เพื่อปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองของเวเนซุเอลา ที่ดำรงตำแหน่งมานานกว่า 14 ปี  ถึงแก่อสัญกรรมแล้วที่โรงพยาบาลทหารในกรุงการากัส  เมืองหลวงของเวเนซุเอลา  เมื่อเวลา 16.25 น. วันที่ 5 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น หรือเวลาประมาณ 04.55 น. วันที่ 6 มี.ค. ตามเวลาไทย ขณะมีอายุได้ 58 ปี หลังจากล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งมานานตั้งแต่ปี 2553 และเข้ารับการรักษาอาการป่วยหลายครั้งทั้งโรงพยาบาลในประเทศและโรงพยาบาลในกรุงฮาวานา ประเทศคิวบา ถึง 4 ครั้ง ขณะที่ศพของนายชาเวซถูกเคลื่อนย้ายไปยังโรงเรียนเตรียมทหารในกรุงการากัส ในวันเดียวกัน และจะเปิดให้ผู้นำจากประเทศต่างๆ เดินทางมาเคารพศพอย่างเป็นทางการในวันที่ 8 มี.ค.นี้

    ทั้งนี้ นายนิโคลัส มาดูโร รองประธานาธิบดีเวเนซุเอลา แถลงข่าวสลดผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลในช่วงค่ำวันที่ 5 มี.ค.ตามเวลาท้องถิ่น พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนยึดมั่นในหลักเอกภาพ หลังเกิดความขัดแย้งระหว่างผู้สนับสนุนรัฐบาลและฝ่ายค้านมานานหลายเดือน นับตั้งแต่จัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อเดือน ต.ค.ปีที่แล้ว ซึ่งนายชาเวซไม่อาจเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งได้ ทำให้เกิดภาวะชะงักงันทางการเมืองอยู่ระยะหนึ่ง  อีกทั้งฝ่ายค้านได้แสดงความไม่พอใจว่ารัฐบาลปิดบังข้อมูลอาการป่วยของนายชาเวซ

    นอกจากนี้ นายมาดูโรยังกล่าวด้วยว่า การที่ นายชาเวซป่วยเป็นมะเร็งนี้ เป็นแผนสมคบคิดของชาติจักรวรรดินิยมกับศัตรูทางการเมืองของนายชาเวซในเวเนซุเอลา รัฐบาลจะตั้งคณะกรรมการด้านวิทยาศาสตร์ขึ้นมาตรวจสอบหาความจริงว่าอาการป่วยของนายชาเวซเป็นฝีมือของใคร ซึ่งตามรายงานข่าวแม้นายมาดูโรจะไม่ได้ระบุชัดเจนว่าหมายถึงประเทศใด แต่ก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้ส่งตัวเจ้าหน้าที่การทูตสหรัฐอเมริกากลับประเทศไป 1 คนแล้ว

    ด้านนายเอเลียส  ฮาอัว  รมว.ต่างประเทศเวเนซุเอลา  แถลงว่าอดีตผู้นำได้มอบหมายให้นายนิโคลัส มาดูโร  ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีรักษาการ  และจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน แต่ขัดแย้งกับข้อมูลก่อนหน้าซึ่งนายเฟอร์นานโด โซโต โรฮาส  ส.ส.พรรครัฐบาล  ระบุว่า  นายดิโอสดา โด  คาเบลโญ ประธานสภาแห่งชาติ  จะเป็นผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีรักษาการแทน  ซึ่งนักวิเคราะห์ระบุว่าเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าขั้วการเมืองภายในเวเนซุเอลากำลังแตกแยก  ส่วนประชาชนฝ่ายสนับสนุนนายชาเวซหลายร้อยคนเดินขบวนในกรุงคาราคัสเพื่อไว้อาลัยแก่อดีตผู้นำช่วงค่ำวันเดียวกัน

    ในเวลาต่อมา  นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ออกแถลงการณ์ว่า สหรัฐฯพร้อมจะยึดมั่นในการสนับสนุนประชาชนเวเนซุเอลาและพัฒนาความสัมพันธ์กับรัฐบาลแบบสร้างสรรค์  การเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของเวเนซุเอลาครั้งนี้  สหรัฐฯพร้อมจะสนับสนุนนโยบายใดๆที่เสริมสร้างหลักประชาธิปไตย กฎหมาย  และการเคารพสิทธิมนุษยชน  ขณะที่โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯออกแถลงตอบโต้แทบจะทันทีว่า สหรัฐฯมิได้พยายามที่ทำลายเสถียรภาพของเวเนซุเอลา  คำกล่าวหาที่ว่าสหรัฐฯมีส่วนทำให้นายชาเวซเป็นมะเร็งนั้นเป็นเรื่องไร้สาระ

    ส่วนประเทศผู้ส่งออกน้ำมันทั่วโลกมิได้แสดงปฏิกิริยาใดๆ  ต่อการถึงแก่อสัญกรรมของนายชาเวซ แม้ว่าเวเนซุเอลาจะเป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมันขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลก และราคาน้ำมันโลกสูงขึ้นเพียงเล็กน้อยเป็น  91.05  ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล แต่ผู้นำกลุ่มประเทศแถบละตินอเมริกา  ทั้งบราซิล  เอกวาดอร์ โบลิเวีย รวมถึงรัสเซีย และอิหร่าน ต่างแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของนายชาเวซ โดยเฉพาะรัฐบาลคิวบา  ซึ่งประกาศลดธงครึ่งเสาไว้อาลัยทั่วประเทศเป็นเวลา 3 วัน พร้อมทั้งออกแถลงการณ์สดุดีว่านายชาเวซเป็นทายาทที่แท้จริงของนายพลฟิเดล  คาสโตร  อดีตประธานาธิบดีและผู้นำการปฏิวัติคิวบา  สหายคนสำคัญของนายชาเวซ ซึ่งสนับสนุนการปกครองในระบอบสังคมนิยม  และกลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากับรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งกล่าวหาว่าทั้งนายชาเวซและนายพลคาสโตรปกครองประเทศในระบอบเผด็จการ

    นายฮูโก ชาเวซ ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำที่โดดเด่นและอื้อฉาวที่สุดในละตินอเมริกา เคยเป็นอดีตทหารพลร่ม เป็นแกนนำคณะทหารก่อตั้งขบวนการปฏิวัติโบลิวาเรียน และพยายามก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากประธานาธิบดีคาร์ลอส แอนเดรส เปเรซ ในปี 2535 มีผู้เสียชีวิต 18 คน แต่ไม่สำเร็จ เขายอมมอบตัวและถูกขังในคุกทหาร ต่อมาอีก 9 เดือน ทหารกลุ่มเดิมพยายามก่อรัฐประหารซ้ำ แต่ก็ล้มเหลวอีก ชาเวซต้องติดคุกอยู่ถึง 2 ปี ก่อนได้รับอภัยโทษจากนั้นก็เบนเข็มมาเล่นการเมือง และชนะการเลือกตั้งในปี 2541 แบบถล่มทลาย หลังจากขึ้นเป็นผู้นำ นายชาเวซได้ดำเนินการนำประเทศเข้าสู่การปฏิวัติสังคมนิยม ยึดบริษัทน้ำมันต่างๆ มาเป็นของรัฐ ทั้งยังเป็นไม้เบื่อไม้เมากับมหาอำนาจตะวันตก ความสัมพันธ์กับมหาอำนาจสหรัฐอเมริกาเริ่มตกต่ำลงเรื่อยๆ ตั้งแต่นายชาเวซกล่าวหารัฐบาลประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู.บุช ที่ก่อสงครามในอัฟกานิสถานหลังเหตุวินาศกรรมช็อกโลก 9/11 ในสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 11 ก.ย.2544 ว่าสู้ผู้ก่อการร้ายด้วยการก่อการร้าย

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้