ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    กกต.เห็นชอบเลือกผู้ว่าฯ กทม. 3 มี.ค.

    ไทยรัฐออนไลน์14 ม.ค. 2556 20:07 น.
    SHARE

    กกต.กทม.เห็นชอบเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. 3 มี.ค. เปิดรับสมัคร 21-25 ม.ค. เตือนผู้สมัครอบรมผู้ช่วยหาเสียงรู้ก.ม. หวั่นทำนายเจอใบแดง ขณะเดียวกันเตือนอย่าใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กหาเสียงใส่ร้าย...

    เมื่อเวลา 15.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พล.ต.ท ทวีศักดิ์ ตู้จินดา ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำกรุงเทพมหานคร กล่าวภายหลังการประชุมกกต. กทม. ว่า ที่ประชุมเห็นชอบตามที่ปลัดกรุงเทพมหานครในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้งท้อง ถิ่นประจำกรุงเทพมหานครเสนอร่างประกาศเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยกำหนดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 3 มี.ค. และกำหนดให้เปิดรับสมัครเลือกตั้งวันที่ 21-25 ม.ค. เวลา 08.30 -16.30 น. ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร โดยทาง กกต.กทม.จะเสนอมติดังกล่าวไปยังปลัดกทม.ในวันเดียวกันนี้เพื่อลงนาม ซึ่งก็จะทำให้ประกาศดังกล่าวมีผลใช้บังคับในทันที ดังนั้นการหาเสียงของผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งควรยึดกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการร้องเรียนตามมา อย่างไรก็ตามในวันสมัครรับเลือกตั้ง ผู้สมัครสามารถจัดกองเชียร์ไปสนับสนุนได้ แต่ต้องระวังไม่ให้เข้าข่ายการจัดมหรสพ รื่นเริง ซึ่งเชื่อว่าผู้สมัครเข้าใจดีว่าควรจัดในลักษณะใด

    พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ ยังกล่าวว่าด้วยว่า ทางกกต.กทม.เป็นห่วงเรื่องการหาเสียงใส่ร้าย ซึ่งอยากให้ผู้สมัครได้ศึกษาข้อกฎหมายและประกาศ กกต. 2 ฉบับที่เกี่ยวกับลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือ ผู้บริหารท้องถิ่น โดยเฉพาะในเรื่องที่ห้ามมิให้นำสถาบันพระมหากษัตริย์มาหาเกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง รวมถึงที่กำหนดให้ผู้สมัครต้องอบรมผู้ช่วยหาเสียงให้รู้จักกฎหมายเลือกตั้ง อย่างครบถ้วน เพราะว่าผู้ช่วยหาเสียงเข้าข่ายเป็น “ผู้ใด” ในความหมายของมาตรา 57 แห่งพ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 2545 ที่บัญญัติว่า ห้ามมิให้กระทำการใดๆ ที่เป็นการจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้กับตนเอง หรืองดเว้นการลงคะแนนเสียงให้กับผู้สมัครใดด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้อง เพราะในอดีตเมื่อมีการกระทำผิดของผู้ช่วยหาเสียง ผู้สมัครมักจะอ้างว่าตนเองไม่รู้เห็น กกต.จะพิจารณาให้สั่งเลือกตั้งใหม่ หรือใบเหลือง แต่เมื่อมีประกาศฉบับดังกล่าว ผู้สมัครจะอ้างไม่รู้เห็นกับการกระทำของผู้ช่วยหาเสียงไม่ได้แล้ว ต้องคำนึงเสมอว่าการกระทำของผู้ช่วยหาเสียงมีผลต่อการประกาศหรือไม่ประกาศรับรองผลให้เป็นผู้ว่าฯกทม.ของกกต.

    “ข้อห้ามในการหาเสียงตามมาตรา 57 (5) ของพ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นฯ ห้ามมิให้หาเสียงด้วยการใส่ร้ายด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ซึ่งอยากให้ผู้สมัครและผู้ช่วยหาเสียงระมัดระวัง เรื่องใดที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ถ้ายังไม่ถึงที่สุด การหาเสียงอย่าไปชี้ถูกผิด จะเข้าข่ายผิดมาตรานี้ แต่ถ้าเป็นการพูดถึงการถูกกล่าวหาสามารถพูดได้”

    ประธานกกต.กทม. กล่าวต่อว่า ส่วนการหาเสียงผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กนั้น กกต.เปิดโอกาสให้ผู้สมัครหาเสียงผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กได้ทุกประเภท ทั้งสื่อเปิด สื่อปิด ซึ่งเราได้มีการจัดเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบ รวมถึงประสานกับกองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีให้ทำการตรวจสอบกรณีมีการโพสต์ข้อความใส่ร้ายผู้สมัคร เพราะการโพสต์ข้อความต่างๆ สามารถตรวจสอบเลขหมาย IP ของผู้ที่โพสต์ข้อความได้ อย่างไรก็ตามการโพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นเป็นสิทธิที่ทำได้ตามกฎหมาย แต่ต้องไม่เป็นการใสร้ายผู้หนึ่งผู้ใด เพราะถ้าโพสต์ใส่ร้ายผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. นอกจากทำให้ผู้สมัครที่ตนเองสนับสนุนอาจถูกใบเหลือง ใบแดงแล้ว ผู้โพสต์ยังอาจต้องถูกดำเนินคดีอาญาตามมาตรา 118 จำคุก 1-10 ปี ปรับ 2 หมื่นถึง 2 แสนบาท ยังไม่รวมความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วย

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอังคารที่ 22 กันยายน 2563 เวลา 21:54 น.