ข่าว
100 year

ไทยรัฐพร้อมแล้ว รุกสู่ธุรกิจโทรทัศน์

ไทยรัฐออนไลน์30 ธ.ค. 2555 09:00 น.
SHARE


เปิดใจทายาทรุ่นที่ 3 หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ “วัชร วัชรพล” หลังถูกวางตัวให้อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนไทยรัฐ สื่อหนังสือพิมพ์ไทยที่ยืนยาวสู่การเป็นสื่อดิจิตอลยุคใหม่ เผยแผนลงทุน “ทีวีไทยรัฐ” ทุ่มงบ 400  ล้าน  ลุยสร้างสตูดิโอรองรับการออกอากาศทั้งผ่านทีวีและวิทยุอินเตอร์เน็ต ดีเดย์ปี 2556 พร้อมทดลองออกอากาศ  เผยสนใจประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิตอลและหวังซีทีเอช-ไทยรัฐต่อยอดลิขสิทธิ์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

หลังเก็บเกี่ยวประสบการณ์ 4 ปี เพื่อปลุกปั้นเว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์จนฮิตติดลมบนไปเรียบร้อย ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 29 ธ.ค.ว่าได้รับการเปิดเผยจากนายวัชร วัชรพล ผู้ช่วยประธานกรรมการบริหาร บริษัท วัชรพล จำกัด เจ้าของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ถึงก้าวย่างต่อไปในปี 2556 นี้ ว่าพร้อมแล้วที่จะนำพาไทยรัฐไปสู่บริบทใหม่ ด้วยการก้าวสู่การเป็นสื่อโทรทัศน์และอาจขยายสู่วิทยุอินเตอร์เน็ตในช่วงต่อไป แต่ทั้งนี้ยังไม่ได้มีกำหนดเวลาชัดเจนว่าจะเริ่มต้นเมื่อใดในปี 2556 แต่ขณะนี้บริษัท วัชรพลกำลังอยู่ระหว่างการลงทุนเพื่อรองรับการทำธุรกิจโทรทัศน์ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสตูดิโอเต็มรูปแบบ การสั่งซื้ออุปกรณ์ และการตระเตรียมบุคลากร ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่เนื่องจากบุคลากรของไทยรัฐคุ้นชินกับการเขียนมากกว่าการสื่อสารด้านอื่น

ผู้ช่วยประธานกรรมการบริหารของไทยรัฐ กล่าวว่า วงเงินลงทุนสำหรับการรุกธุรกิจโทรทัศน์ของไทยรัฐอยู่ในระดับ 400 ล้านบาท ซึ่งรวมการลงทุนในส่วนของสถานที่และอาคารด้วย โดยการลงทุนในครั้งนี้ถือเป็นการลงทุนเต็มรูปแบบ โดยนอกจากการออกอากาศระบบโทรทัศน์แล้ว ยังครอบคลุมถึงความสามารถในออกอากาศในระบบวิทยุอินเตอร์เน็ตด้วย เพื่อรองรับธุรกิจในอนาคต อย่างไรก็ตาม  การทดลองออกอากาศในระบบโทรทัศน์ในเฟสแรกนั้น จะทำบนแพลตฟอร์มเว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนการออกอากาศบนแพลตฟอร์ม (ช่องทางการออกอากาศ) อื่นๆนั้น ยังเป็นเรื่องในอนาคตที่รอการตัดสินใจ แต่ในหลักการแล้วไทยรัฐต้องการออกอากาศบนแพลตฟอร์มที่เปิดกว้างและหลากหลาย

สำหรับช่องทางการออกอากาศ ซึ่งทางคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีแผนที่จะเปิดประมูลใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิตอลในช่วงเดือน เม.ย.2556 นั้น นายวัชรยอมรับว่า กำลังอยู่ระหว่างศึกษารายละเอียด แต่ก็แน่นอนว่ามีความสนใจที่จะเข้าร่วมประมูล เนื่องจากใบอนุญาตจะช่วยต่อยอดธุรกิจของไทยรัฐได้ และกล่าวถึงธุรกิจดิจิตอลในกลุ่มไทยรัฐว่า  เติบโตอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับการเติบโตของจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในประเทศซึ่งขยายตัวกว่า 120 เปอร์เซ็นต์ โดยขณะนี้ทั้งเว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์และเอสเอ็มเอสข่าวในนามไทยรัฐท็อป นิวส์นั้น สามารถทำกำไรและเลี้ยงตัวเองได้แล้ว

ส่วนการลงทุนในบริษัทเคเบิล ไทย โฮลดิ้งส์ จำกัด หรือซีทีเอช ซึ่งนายวัชรดำรงตำแหน่งรองประ-ธานกรรมการและถือหุ้นอยู่ในสัดส่วน 25 เปอร์เซ็นต์นั้น หลังชนะการประมูลถ่ายทอดสดลิขสิทธิ์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของประเทศอังกฤษ (อีพีแอล) ตั้งแต่ฤดูกาลหน้า 2013/14 เป็นต้นไปติดต่อกัน 3 ปี ซีทีเอช ก็เป็นที่รู้จักมากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ ที่สำคัญหลังได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์อีพีแอล สิ่งที่ได้ตามมามีมากมาย โดยเฉพาะการนำอีพีแอลไปต่อยอดธุรกิจอื่นๆ

“การได้ลิขสิทธิ์อีพีแอล ทำให้ทุกคนหันมามองเรา เหมือนประกาศให้ทุกคนรู้ว่าเราเอาจริงนะ ไม่ได้เข้ามาทำธุรกิจแบบเล่นๆ หลังผลประมูลออกมา วันรุ่งขึ้นสายโทรศัพท์ของบริษัทแทบไหม้ หลายสินค้าติดต่อเข้ามา เบื้องต้นกำหนดไว้ 7 ประเภทสินค้า ซึ่งก็เต็มหมดแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างเลือกเพราะมีบางสินค้าซ้ำซ้อนกัน” นายวัชรกล่าว

ส่วนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าราคาประมูลอยู่ในระดับที่สูงเกินไปที่ประมาณ 10,000 ล้านบาทนั้น นายวัชรชี้แจงว่า ราคาเป็นสิ่งที่เปิดเผยไม่ได้ แต่ลิขสิทธิ์ที่ได้กินเวลาถึง 3 ปี รวมลิขสิทธิ์ในประเทศลาวและกัมพูชา รวมทั้งยังขายต่อบนแพลทฟอร์มอื่นๆได้ เช่น ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ฟรีทีวี นอกจากรายได้จากค่าสมาชิกและโฆษณา ขณะนี้ฐานลูกค้าของซีทีเอชมีอยู่ที่ 2-2.5 ล้านราย เราไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์จึงเชื่อว่าจะเดินหน้าต่อไปได้ และรายได้ไม่ได้มาจากช่องทางเดียว ราคาที่ได้มาจึงถือว่าสมเหตุสมผล

พร้อมกันนี้นายวัชรยังเปิดเผยอีกว่า ซีทีเอช จะทำแพ็กเก็จรับชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในราคาประหยัด เบื้องต้นยังไม่เคาะราคาสุดท้าย แต่ต่ำกว่าเดือนละ 1,000 บาทแน่นอน โดยในเดือน ก.พ. 2556 จะมีงานปรับภาพลักษณ์ (รีแบรนด์) ครั้งใหญ่ ซึ่งจะมีการเปิดตัวแพ็กเก็จราคาที่ชัดเจนในวันนั้น รวมทั้งเปิดช่องทีวีออกอากาศเพิ่มเป็น 120 ช่อง จาก 16 ช่อง โดยนอกจากอีพีแอลแล้ว ขณะนี้ซีทีเอชยังได้กว้านซื้อรายการลิขสิทธิ์ต่างประเทศมาออกอากาศเสริมชนิดเต็มพิกัด รองรับการเปิดตัวในเดือน ก.พ. 2556 ไม่ว่าจะเป็นช่อง Fox crime, Fox ci, Fox bio, Nat Geo, Nat wild, Nat music, edge sport, Asain food channel, food network รวมทั้งช่อง HBO ที่ยังไม่มีผู้ประกอบไทยซื้อมาแพร่ภาพ เนื่องจาก HBO แบ่งย่อยออกเป็นหลายช่องด้วยกัน รวมทั้งช่องข่าวจากไทยรัฐ ในฐานะพันธมิตรของซีทีเอชด้วย

ทั้งนี้ นายวัชรกล่าวด้วยว่า ซีทีเอชกำลังอยู่ระหว่างการจัดการโครงข่ายไฟเบอร์ออพติก เพื่อการออกอากาศในระบบใหม่ที่ทันสมัยขึ้น ผ่านการเช่าใช้โครงข่ายจากบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท ซิมโฟนี จำกัด โดยเบื้องต้นได้ปรับปรุงโครงข่ายเพื่อให้บริการฐานลูกค้าเดิม รวมทั้งการเปลี่ยนกล่องสัญญาณฟรีให้แก่ลูกค้าเดิมให้เสร็จก่อน แล้วจึงขยายตลาดสู่ฐานลูกค้าใหม่ และในระยะต่อไปจะเพิ่มการให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) บริการโทรศัพท์พื้นฐานและโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้อีกด้วยโครงข่ายระบบอัจฉริยะ

“นอกจากนั้น โครงข่ายของซีทีเอชจะรองรับการออกอากาศในระบบ HD (High Definition) ด้วย โดยในปี 2556 จะครอบคลุมกรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองทั้งหมดกว่า 70% และเราหวังว่าภายใน 3 ปี พรีเมียร์ลีกจะช่วยดันฐานลูกค้าให้ได้ถึง 5 ล้านครัวเรือน  ส่วนการร่วมมือกันระหว่างซีทีเอชกับไทยรัฐนั้น เชื่อว่าจะช่วยต่อยอดซึ่งกันและกันได้ โดยเบื้องต้นได้มีการตกลงกันว่าจะนำคลิปไฮไลต์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกมาลงเผยแพร่ในเว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์เพื่อให้แฟนๆไทยรัฐได้ชมกันในฤดูกาลหน้าปี 2556 แน่นอน” นายวัชรกล่าวด้วยความมั่นใจ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้