ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    กรมศิลป์โต้เสือกระดาษ แจงยื่นค้านทุบศาลฎีกาแล้วแต่เงียบ

    ไทยรัฐออนไลน์24 ธ.ค. 2555 17:33 น.
    SHARE

    รวมกลุ่มวิจารณ์หึ่ง "กรมศิลป์" เสือกระดาษ ไร้อำนาจค้านทุบศาลฎีกา ขณะที่อธิบดีกรมศิลป์เซ็ง หลังส่งหนังสือแจ้งค้าน แต่ศาลกลับเงียบฉี่ ไร้วี่แววหยุดทำลายเสนอถกหาข้อสรุปทำความเข้าใจสองฝ่าย...

    กรณีนายวิรัช ชินวินิจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม แถลงข่าวเดินหน้าก่อสร้างโครงการอาคารที่ทำการศาลฎีกาใหม่ ทั้งที่กรมศิลปากรส่งหนังสือไปยังประธานศาลฎีกาและเลขาธิการสำนักงานศาล ยุติธรรม เพื่อขอให้ชะลอการรื้อถอนอาคารเก่า 2 หลัง ในกลุ่มศาลฎีกาไว้ก่อน เนื่องจากถือเป็นโบราณสถาน มีคุณค่าทางสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์นและมีคุณค่า ทางประวัติศาสตร์ด้านการพัฒนากฎหมายนั้น

    สำหรับความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 55 นายสหวัฒน์ แน่นหนา อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ขณะนี้กรมศิลปากรอยู่ระหว่างการรอคำตอบและความคิดเห็นจากทางศาลฎีกา หลังจากที่ตนได้ส่งหนังสือไปถึงประธานศาลฎีกาและเลขาธิการสำนักงานศาล ยุติธรรม เพื่อให้ชะลอการรื้อถอนอาคารทั้ง 2 หลังไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับคำตอบใดๆ คาดว่าน่าจะอยู่ในกระบวนการทางสารบรรณ

    อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวต่อไปว่า สำหรับเนื้อหาของหนังสือนั้นได้แจ้งไปว่า กรมศิลปากรเคยทำหนังสือไปยังศาลฎีกาเมื่อปี 2552 ว่า มีคุณค่าควรแก่การอนุรักษ์เข้าข่ายความเป็นโบราณสถานว่า มีคุณค่าควรแก่การอนุรักษ์ เพราะเข้าข่ายความเป็นโบราณสถานได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติโบราณ วัตถุศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2535 แต่เมื่อทราบข่าวว่ามีการทุบและรื้อโบราณสถานหลังที่ 2 กรมศิลปากรจึงขอให้ทางเลขานุการศาลศาลยุติธรรม ชี้แจงถึงการดำเนินการ และได้โปรดยุติการรื้อทุบอาคารหลังที่ 2 เนื่องจากทราบว่าบางส่วนได้ถูกรื้อทำลายไปแล้ว โดยต้องรอคำตอบจากทางศาลว่ามีความเห็นอย่างไร

    "ผมคิดว่าเรื่องนี้ น่าจะทำความเข้าใจกัน แต่โดยหลักการแล้ว ก็ต้องดำเนินการไปตามขั้นตอน โดยหลังจากจะรอคำตอบจากศาลว่าจะพิจารณาอย่างไร โดยจะให้ทางนิติการสอบถามไปยังทางศาลว่าได้รับหนังสือแล้วหรือไม่ หรือจะมีการเชิญไปหากันอีกครั้งหรือไม่ ส่วนกรณีมีศาลมีการออกแบบตัวอาคารที่บัดบังทัศนียภาพของวัดพระแก้วนั้น เป็นเรื่องที่สืบทอดมานาน ผมได้สอบถามไปยังอดีตอธิบดีกรมศิลป์คนก่อนๆ รวมถึงกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหลากหลายสาขา หลายท่านก็ยังไม่เคยเห็นแบบที่ทางศาลยุติธรรมส่งมาให้ดูว่าหน้าตาเป็น อย่างไร ทราบแต่ทางสื่อเห็นว่า เป็นอาคารทรงไทย น่าจะมีความสูงหากจะปรับปรุงอาคาร ก็ควรเป็นการปรับปรุงขนาดและสถาปัตยกรรมให้กลมกลืนกับสิ่งที่เคยเป็นโบราณ สถานแบบเดิม ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแรกเริ่มโมเดิร์นในเมืองไทย ที่สำคัญไม่ควรทุบทำลาย" นายสหวัฒน์ กล่าว

    อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวอีกว่า กรณีดังกล่าวตนเห็นว่า น่าจะมีการพูดคุยกันเหมือนแต่ก่อนที่เคยเจรจากันมาก่อนหน้านี้ หลายรอบหลายครั้ง และบางครั้งก็มีการสรุป และหาข้อสรุปไม่ได้ แต่หากมีการพูดคุยและหาข้อยุติกันได้ก็จะเป็นเรื่องที่ดี ส่วนกรณีที่ศาลยุติธรรมออกมาแถลงว่าไม่มีการยุติการทุบตึกนั้น ในส่วนของกรมศิลปากรก็จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป และคิดว่ากรณีดังกล่าวควรมีข้อพิจารณาและข้อยุติที่ถูกต้องเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

    ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณอาคารศาลฎีกาพบว่า มีช่างก่อสร้างกำลังใช้ค้อนทุบตัวอาคารบริเวณชั้นดาดฟ้า และบริเวณโดยรอบอาคารมีการนำผ้าพลาสติกสีเขียวมาคลุมป้องกันเศษปูนร่วงหล่น ลงมา รวมทั้งมีการติดป้าย อาคารหลังนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุง ขณะเดียวกัน ก็มีกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของอยู่ริมคลองหลอด จับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทุบอาคารศาลฎีกา โดยส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่า ทางศาลไม่น่ามีมติให้ดำเนินการก่อสร้างอาคารหลังใหม่ เนื่องจากสภาพอาคารหลังเก่านี้ แม้จะดูทรุดโทรมไปบ้าง แต่หากจะดูแลอนุรักษ์ เชื่อว่าก็ทำได้ที่สำคัญเสียดายสถาปัตยกรรมโบราณของชาติที่มีความสำคัญ และยังหลงเหลืออยู่รอบเกาะรัตนโกสินทร์ นอกจากนี้ ยังมีประชาชนที่สัญจรไปมาให้ความเห็นว่า การทุบและรื้ออาคารของศาลฎีกานั้น เป็นเรื่องที่หน่วยงานภาครัฐต้องการหาช่องทางทุจริต และหมกเม็ดเพื่อคอรัปชันมากกว่า และเชื่อว่าไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน น่าเสียดายที่ไม่ว่าประชาชน หรือแม้แต่กรมศิลปากร ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแลมรดกของชาติโดยตรง และมีกฎหมายอยู่ในมือ ก็ยังไม่สามารถคัดค้านได้ เพราะถ้าค้านได้ก็คงไม่ทุบทำลายไปแล้วมากขนาดนี้.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้