กีฬา
100 year

ตร.ยันมีจริงมือที่สามจ่อป่วนม็อบ

ไทยรัฐออนไลน์19 พ.ย. 2555 09:00 น.
SHARE

เสธ.อ้ายพลิวคำพูดไม่แช่แข็งประเทศ!

องค์การพิทักษ์สยามปล่อยคาราวานเรียกคนร่วมไล่รัฐบาล “พล.อ.บุญเลิศ” พลิ้วปฏิเสธไม่เคยพูดจะแช่แข็งปิดประเทศ  แค่ต้องการปิดการบริหารประเทศโดยนักการเมือง เย้ยคนเสื้อแดงพล่านก่อม็อบต้านแค่วางบิลรับงาน “ทักษิณ” ด้าน ผบ.ตร.ครวญตำรวจมีข้อจำกัดเรื่องกฎหมาย ชงใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงคุ้มครองเจ้าหน้าที่ถูกเช็กบิล “วรพงษ์” ย้ำการข่าวมีจริงมือที่สามหาช่องป่วน  เพื่อไทยชง “เหลิม”ติดตั้งเพิ่มกล้องซีซีทีวีสกัดเหตุแทรกซ้อน “มาร์ค” ติงรัฐบาลเลิกเพิ่มไฟขัดแย้งในสังคม จี้ อพส.ตอบให้ชัดวิธีการเอาคนดีเข้าสู่อำนาจแทนนักการเมือง ปชป.ซัดรัฐบาลเร่งถอดยศฆ่าตัดตอน “อภิสิทธิ์” พ้นการเมือง

ภายหลังจากที่ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์หรือ เสธ.อ้าย ประธานองค์การพิทักษ์สยาม ประกาศระดมพลจัดการชุมนุมใหญ่ขับไล่รัฐบาลระหว่างวันที่ 24-25 พ.ย.นี้ บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า โดยเสนอให้มีการแช่แข็งประเทศไทย 5 ปี จนมีหลายฝ่ายออกมาต่อต้าน ล่าสุด พล.อ.บุญเลิศได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่เคยพูดว่าจะปิดประเทศ เพียงแต่ต้องการปิดการบริหารประเทศโดยนักการเมืองเท่านั้น

อพส.ปล่อยคาราวานรวมพลไล่ รบ.

เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 18 พ.ย.ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธานกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม (อพส.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมปล่อยขบวนคาราวานรณรงค์เชิญชวนประชาชนให้มาร่วมในการชุมนุม ในวันที่ 24 พ.ย.นี้ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า โดยมีจักรยานยนต์ 60 คัน รถกระบะติดป้ายรณรงค์ 10 คัน แบ่งเป็น 4  สาย ขับขี่วนรอบ กทม.แจกใบปลิวข้อความว่า “24 พ.ย.ร่วมปกป้องสถาบันพระบรมกษัตริย์ด้วยอธิปไตยของปวงชน ขจัดนักการเมืองชั่ว”

“บุญเลิศ” พลิกลิ้นไม่เคยพูดปิด ปท.

พล.อ.บุญเลิศให้สัมภาษณ์ว่า ยืนยันว่าไม่เคยพูดถึงเรื่องการปิดประเทศ มีแต่บอกว่าต้องปิดการบริหารประเทศโดยนักการเมือง ประชาธิปไตยของบางคนอาจต้องมาจากการเลือกตั้งเท่านั้น แต่สำหรับตนแล้วไม่ใช่ ดังนั้นการชุมนุมครั้งนี้เพื่อแสดงให้เห็นว่าประชาชนไม่พอใจการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดนี้ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าห่วงใยความปลอดภัยของผู้ร่วมชุมนุมเป็นอย่างมาก พยายามวางแผนป้องกันผู้ชุมนุมให้ดีที่สุด แต่ส่วนหนึ่งต้องเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและตำรวจต้องจัดกำลังมาดูแล ยืนยันว่าการเปลี่ยนผ่านที่ อพส.คิดไว้ต้องไม่มีการเสียเลือดเนื้อของประชาชน และจะเป็นการชุมนุมที่สงบและปราศจากอาวุธ “จะชุมนุมยืดเยื้อกี่วัน อยู่ที่ปริมาณของผู้มาร่วม หากมาน้อยอยู่แค่ลานพระบรมรูปทรงม้า จะยุติการชุมนุมทันที แต่หากมากันมากล้นไปจนถึงสะพานมัฆวานรังสรรค์ สนามหลวง ฝั่งธนบุรีจะจัดการชุมนุมต่อ ส่วนการที่กลุ่มคนเสื้อแดงเริ่มเคลื่อนไหวชุมนุมต่อต้าน อพส.คงเป็นเพราะวางบิลจาก พ.ต.ท.ทักษิณมา แต่เชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไร” พล.อ.บุญเลิศกล่าว

“ยะใส” เย้ย รบ.กลัวม็อบขึ้นสมอง

นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลและเครือข่าย นปช.ต่อต้าน การชุมนุมของ อพส.ว่า ฝ่ายรัฐบาลหวังทำลายความชอบธรรมและสกัดกั้นการชุมนุมสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แนวคิดแช่แข็งประเทศไทยหรือการปิดประเทศ เป็นวาทกรรมที่รัฐบาลพยายามยัดเยียดให้ผู้ชุมนุมมากกว่า เท่าที่ติดตามคำสัมภาษณ์ของ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ไม่เห็นมีแนวคิดปิดประเทศ และคงเป็นไปไม่ได้ เพราะประเทศต้องเปิดและเดินต่อไป แต่จะเดินอย่างไรให้คนไทยทั้งประเทศได้ประโยชน์ ไม่ใช่ปล่อยให้ผูกขาดโดยลัทธิเลือกตั้งและทุนสามานย์ ทั้งนี้ไม่เห็นด้วยกับการใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง จะยิ่งยั่วยุผู้ชุมนุม และรัฐบาลควรห้ามปรามคนเสื้อแดงหยุดยั่วยุหรือปั่นกระแสการเผชิญหน้า อาจเป็นเพราะรัฐบาลนี้มากับม็อบ นอกจากจัดม็อบโค่นล้มรัฐบาลชุดก่อนแล้ว ยังใช้บริการม็อบคนเสื้อแดงปกป้องคุ้มครองเสถียรภาพตลอดเวลา แถมยังใช้ม็อบไล่ปิดปากฝ่ายค้านและคนที่เห็นต่างรัฐบาล ไม่แปลกที่รัฐบาลจะหวั่นไหวกับการชุมนุมของคนที่ไม่ไว้วางใจรัฐบาลมากเป็นพิเศษ

มท.ตั้ง กก.เกาะติดข่าวม็อบ

นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทยกล่าวถึงการดูแลการชุมนุมทางการเมืองว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นคนดูแลสั่งการ เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้รับผิดชอบ ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้ ผวจ.ดูและติดตามความเคลื่อนไหว โดยให้ความสำคัญกับการดูแลสถานที่ราชการและสถานที่ที่ให้บริการทางสาธารณูปโภค เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุแทรกซ้อนโดยกำชับ ผวจ.ให้เข้มงวดความปลอดภัยและรายงานสถานการณ์ให้ทราบโดยตลอด ทั้งนี้ ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลรับรายงานจาก ผวจ. มีปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน และมี พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.มหาดไทยเป็นที่ปรึกษา

พท.แฉซ้ำแจกหัวละ 1,500 เรียกคน

ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะประชุมในวันที่ 20 พ.ย.เพื่อเตรียมความพร้อมและซักซ้อมสมาชิกก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ และรัฐมนตรี ช่วงวันที่ 2-27 พ.ย. ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูลและการชี้แจงจากฝ่ายบริหารและรัฐมนตรี คาดว่าจะไม่มีปัญหาและไม่กังวลการอภิปรายของฝ่ายค้าน คาดว่าผู้เกี่ยวข้องจะชี้แจงได้ โดยจะมีการถ่ายทอดสดให้ประชาชนทราบ อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยกังวลกลุ่มการเมืองและพรรคการเมืองบางกลุ่ม ใช้เครือข่ายหัวคะแนนชักชวนประชาชนมาร่วมชุมนุมกับกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม (อพส.) ในวันที่ 24 พ.ย.ทราบว่าใช้เงินต่อหัวสูงถึง 1,500 บาทต่อวัน ถือเป็นการเล่นการเมืองแบบสองขา และอาจขัด ม.68 ซึ่งพรรคจะรวบรวมข้อมูล หากพบว่านักการเมืองหรือพรรคการเมืองใดเข้าไปเกี่ยวข้อง จะยื่นเรื่องยุบพรรคต่อไป

เพิ่มกล้องซีซีทีวีส่องมือที่สาม

โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า พรรคเป็นห่วงมือที่สามอาจสร้างสถานการณ์ ขอฝากผู้ชุมนุมให้สอดส่องบุคคลแปลกปลอม และพรรคจะเสนอต่อ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ให้ติดตั้งกล้องซีซีทีวีเพิ่มเติมในที่ชุมนุมเพื่อป้องกันมือที่สาม เพราะอาจกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวได้ ทั้งนี้เห็นด้วยที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เสนอให้ใช้กฎหมายพิเศษคือ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ดูแลการชุมนุมของ อพส. เชื่อว่ารัฐบาลจะใช้กฎหมายตามกรอบที่มี ไม่ใช้เพื่อสลายการชุมนุมจนมีคนเสียชีวิตเหมือนเหตุสลายการชุมนุมในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์

“มาร์ค” สอนเชิงรัฐพาชาติเดินหน้า

ที่โรงแรมอมารี หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นห่วงว่าการเมืองในปัจจุบัน หากผู้มีอำนาจคำนึงถึงประโยชน์ของตนทั้งในแง่การเมืองและด้านอื่นๆ จะทำให้เกิดปัญหาการขัดแย้งในสังคมมากยิ่งขึ้น เป็นตัวดึงบ้านเมืองไทยไม่ให้เดินไปข้างหน้า ยังไม่สายเกินไปถ้ารัฐบาลจะตั้งหลักใหม่ แทนที่จะคิดในกรอบเดิม คิดถึงการช่วงชิง การครองอำนาจ หันมาทำให้ระบบการเมืองไทยเข้าที่ ส่วนการชุมนุมของ อพส.อยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพกฎหมาย อยากให้รัฐบาลพูดคุยทำความเข้าใจกับแกนนำผู้ชุมนุมและซักซ้อมแนวการปฏิบัติไม่ให้เกิดความวุ่นวาย “อำนาจและตำแหน่งทางการเมืองอย่างไรก็ต้องมี จะบอกว่าเอาคนกลุ่มหนึ่งออกไป มีอีกกลุ่มเข้ามาอย่างไร ความชอบธรรมคืออะไร และจะมีวิธีการตรวจสอบอย่างไร คนที่มีแนวความคิดเอานักการเมืองออกไป บ้านเมืองจะเรียบร้อย ต้องตอบคำถามได้ด้วย”

ฉะรัฐเติมเชื้อไฟม็อบ เสธ.อ้าย

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส. กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี การชุมนุมของกลุ่มเครือข่ายองค์การพิทักษ์สยาม ในวันที่ 24 พ.ย.นี้ว่า รัฐบาลดำเนินกลยุทธ์ผิดพลาดมาตั้งแต่ต้น ปล่อยข่าวทำลายการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนเติมเชื้อไฟให้ผู้ชุมนุมไม่พอใจมากขึ้นจนกลายเป็นการเชิญแขก เรียกมวลชนเข้าร่วมมากขึ้น โดยใช้ 3 กลยุทธ์ คือ 1. การสกัดกั้นและท้าทายว่าเป็นม็อบไม่มีน้ำยาคนมาไม่กี่พันคน 2. ใส่ร้ายป้ายสีผู้ชุมนุม บอกมีกลุ่มทุนหนุนหลัง 6 พันล้านบาท เลยเถิดถึงขั้นว่าจะจับตัวนายกฯ 3. ตีปลาหน้าไซ ปล่อยข่าวจะมีมือที่สามมาปั่นป่วนเป็นชนวนนำไปสู่ความรุนแรง ส่วนกรณีที่นายประชา ประสพดี รมช.มหาดไทยระบุว่า กลุ่ม อพส.จะนำประชาชนไปท่าน้ำศิริราช ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เป็นรัฐมนตรีแล้ว อย่าใช้นิสัยปล่อยข่าว กุข่าวรายวันเหมือนที่ผ่านมา จะยิ่งสร้างความสับสน เสี่ยงต่อการแตกแยกมากยิ่งขึ้น

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่แกนนำกลุ่ม นปช.จัดม็อบต่อต้านการชุมนุมของ อพส.ว่า หากเกิดม็อบชนม็อบ รัฐบาลนี้ต้องรับผิดชอบ เพราะ นปช.เป็นมวลชนของรัฐบาล รัฐบาลต้องห้ามปรามไม่ให้กลุ่มคนเสื้อแดงเคลื่อนไหวแบบอันธพาลทางการเมือง

ถ้ากรกฎ 52 เอาอยู่ ไม่ใช้ ก.ม.มั่นคง

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงที่ระบุว่ามี 2-3 กลุ่มจ้องก่อเหตุป่วน ว่า เราติดตามใกล้ชิด มวลชนแต่ละกลุ่มจะมีหัวรุนแรงรวมอยู่เสมอ ได้ขอกลุ่มเสื้อแดงว่าไม่ควรเข้ามาชุมนุม โอกาสจะเผชิญหน้ากันไม่มีแน่นอน ส่วนที่ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ไม่เห็นด้วยให้ใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงดูแลการชุมนุม ไม่ใช่ ผบ.ทบ.ไม่เห็นด้วย แต่ท่านไม่อยากให้ประกาศก่อน เพราะจะประกาศใช้ พ.ร.บ.มั่นคงต้องมีสถานการณ์เกิดขึ้นก่อน เพียงแต่เราต้องเตรียมไว้ถ้าฉุกเฉินก็นำเข้าที่ประชุม ครม. อย่างไรก็ตาม ถ้าแผนกรกฎ 52 รับมือได้คงไม่ประกาศ วันที่ 19 พ.ย. จะประชุมประเมินเรื่องนี้ ตัวเลขผู้ชุมนุมที่อ้างว่ามี 5 แสนคน ก็ฟังไว้ คาดว่าหลังผู้นำจีนมาเยือนไทยเสร็จ อพส.จะรณรงค์ซ้ำอีก วันที่ 22-23 พ.ย. ตัวเลขน่าจะนิ่งแล้ว

“อดุลย์” งัด ก.ม.มั่นคงให้ จนท.มั่นใจ

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมดูแลการชุมนุมของกลุ่มพิทักษ์สยามในวันที่ 24 พ.ย. ว่า บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า จุคนได้ 50,000 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจมีขั้นตอนรองรับ มีการประชุมร่วมกับหน่วยข่าวทุกหน่วยเพื่อประเมินสถานการณ์ใกล้ชิด จะเริ่มจากการปฏิบัติตามกฎหมายปกติ หากไม่สามารถควบคุมได้จะพิจารณาขออนุมัติ ครม.ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการมั่นใจในการทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย บทเรียนการชุมนุมในอดีตทำให้ผู้รับผิดชอบต้องคิดเตรียมพร้อมไว้ทุกด้าน จริงๆ ตำรวจมีข้อจำกัดเรื่องกฎหมายมาก ควรมีกฎหมายเหมือนต่างประเทศ หากจะชุมนุมต้องขออนุญาต บอกจุด วันเวลาชุมนุมและผู้ขออนุญาตต้องรับผิดชอบต่อการชุมนุม ส่วนความเป็นห่วงเรื่องมือที่ 3 มีมาตรการเรื่องอาวุธอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานงานกับ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธาน อพส. เรื่องขอบเขตการชุมนุม หากมีอะไรแทรกซ้อนก็มีขั้นตอนตามกฎหมายปฏิบัติงาน ยืนยันไม่มีการตั้งด่านสกัด แต่อาจมีการตรวจค้นอาวุธเป็นปกติ

ย้ำมีจริงมือที่สามหาช่องป่วน

พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร.กล่าวว่าจากการประเมินด้านการข่าวมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ไม่หวังดีเข้ามาสร้างสถานการณ์ก่อกวนการชุมนุมในวันที่ 24 พ.ย. มีจริง ทุกฝ่ายพยายามหาข่าวและวางมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้มีเหตุเกิดขึ้น หากมีสถานการณ์น่าเป็นห่วงจำเป็นต้องได้ พ.ร.บ.ความมั่นคงช่วยควบคุมพื้นที่ล่อแหลม สถานที่ราชการสำคัญให้ได้ผล

“โอ๊ค” อัดแช่แข็ง ปท. ล้มล้าง ปชต.

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 15.00 น. นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า มาลุ้นกันดีกว่าครับว่า “ทหารแก่ ไม่มีวันตาย” จะตอบคำถามโพสต์ที่แล้วหรือไม่  ที่ผมได้ถามว่าถ้าท่านล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งได้สำเร็จ ระบอบการปกครองที่ท่านเสนอให้ประเทศไทยใช้ไปอีก 5 ปีข้างหน้านั้น เรียกว่าระบอบอะไร? เพราะเมื่อประเมินจากหลักการที่ เสธ.อ้ายบอกไว้ว่า “หลังจากไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งออกไปแล้ว จะตั้งคนดีเข้ามาทำการเมืองแทนนักการเมืองที่เป็นคนไม่ดี ให้ทำงานไป 5 ปี แช่แข็งประเทศ  ไม่ต้องมีการเลือกตั้ง เพราะเลือกตั้งไปก็สู้พรรคฯของทักษิณฯไม่ได้” สอดคล้องกับหลักการของ น.ต.ประสงค์ที่กล่าวไว้ว่า “ขอให้ยึดกระแสพระราชดำรัสฯ ที่ทรงให้สนับสนุนคนดี ให้เข้ามาทำงานแทนคนไม่ดี จึงอยากเสนอให้ประชาชนรวมตัวกันตั้งกรรมการขึ้นมาช่วยกันเฟ้นหาคนดีเสนอให้กับกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม เพื่อหาคนดีมาทำงานแทนคนไม่ดี” สรุปง่ายมากครับว่าระบอบการปกครองที่ผู้ยิ่งใหญ่แห่งม็อบสนามม้าทั้ง 2 ท่าน เสนอให้ประเทศไทยใช้ปกครอง แทนระบอบที่ใช้ในปัจจุบันคือ ระบอบเเช่เเข็งประเทศเป็นเวลา 5 ปี ไม่ต้องมีการเลือกตั้ง และให้ประชาชนเสนอคนดีให้กับกลุ่มที่องค์กรพิทักษ์สยาม เพื่อให้ “คนดีศรีประเทศ” เหล่านั้น มาทำงานด้านการเมืองแทนนักการเมือง

เหน็บระบอบสนามอาชาภิวัฒน์

นายพานทองแท้กล่าวว่า  ผมฟังดูแล้วระบอบนี้ เรียกว่าประชาธิปไตยไม่ได้ครับ เมื่อไม่ใช่ผู้เสนอก็ย่อมกระทำผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 70 ที่ กำหนดให้ “ชนชาวไทยต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ผมจึงได้ถามไปว่า ระบบที่ให้องค์การพิทักษ์สยาม เลือกนายกฯ เลือกรัฐมนตรี มาทำหน้าที่แทนนักการเมืองที่ประชาชนทั้งประเทศ ได้โหวตกันมานั้นเรียกว่าระบอบอะไร ประชาชนเขาจะได้ตัดสินใจถูก ว่าจะเข้าร่วมชุมนุมกันเป็น 1,000,000 คน ตามที่คุยไว้ หรือจะไปเพียงไม่กี่หมื่นตามที่ (พรรคฯอีแอบ) เกณฑ์มา ถ้าท่านไม่ตอบหรือยังคิดชื่อให้กับระบอบการปกครองที่อุปโลกน์กันขึ้นมายังไม่ได้ ผมเสนอให้ 1 ชื่อก่อนเพื่อให้ท่านไปพิจารณาดูว่า ตรงกับหลักการและเหตุผลที่ท่านได้กล่าวไว้หรือไม่  ผมเสนอชื่อระบอบนี้ว่า “ระบอบสนามอาชาภิวัฒน์ โดยมีทหารแก่เป็นผู้เลือกนายกฯแล้วกันครับ”

ชาวบ้านไม่เอาแช่แข็งประเทศ

วันเดียวกัน นายนพดล กรรณิกา ผอ.สำนักวิจัยเอแบคโพล เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจประชาชน 2,267 ตัวอย่าง เรื่อง “คำอธิษฐานของคนไทยต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองในสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน” พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 94.5 ไม่เห็นด้วยกับการนำพาประเทศไปสู่การปกครองที่ไม่เป็นประชาธิปไตย มีเพียงร้อยละ 5.5 ที่เห็นด้วย ร้อยละ 68.9  คิดว่าส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของต่างชาติต่อรัฐบาลไทย ร้อยละ 67.4 คิดว่าเป็นเรื่องการเมือง ร้อยละ 84 อธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองอยากให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย

ขณะที่สวนดุสิตโพล เปิดเผยผลสำรวจความเห็นประชาชนต่อ “การชุมนุมของ เสธ.อ้าย วันที่ 24 พ.ย.” พบว่าร้อยละ 42.69 เห็นควรใช้วิธีเจรจามากกว่าชุมนุม ร้อยละ 30.43 มองเป็นเกมการเมือง ส่วนการใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงดูแล ร้อยละ 42.33 ยังไม่แน่ใจ ร้อยละ 30.97 ระบุยังไม่ถึงเวลา ร้อยละ 26.70 ชี้ถึงเวลาแล้ว ส่วนข่าวกลุ่มทุนลงขัน 6,000 ล้านบาท ร้อยละ 45.82 ไม่แน่ใจ ร้อยละ 31.70 ไม่เชื่อ และร้อยละ 22.48 เชื่อ

จวกเละแนวคิดกบฏยุคน้ำแข็ง

อีกด้านที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด แกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง นัดหมายคนเสื้อแดงราว 200 ทำ กิจกรรมแฟลชม็อบ “หยุดแช่แข็งประเทศไทย” เพื่อคัดค้านการชุมนุมล้มรัฐบาลเพื่อปิดประเทศ 5 ปีของกลุ่ม อพส. ทั้งนี้ กลุ่มคนเสื้อแดงสวมเสื้อและอุปกรณ์กันหนาว มาชูป้ายและแจกสติกเกอร์ข้อความว่า “หยุดแช่แข็งประเทศ” จากนั้นขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอส ไปยังสถานีรถไฟฟ้าหมอชิตย้อนกลับมาที่สถานีรถไฟฟ้าสยาม นัดกินไอศกรีมก่อนแยกย้ายกันกลับ เพื่อนำภาพกิจกรรมนี้ไปเผยแพร่ในเครือข่ายโซเชียลเน็ตเวิร์ก นายสมบัติกล่าวว่า คนเสื้อแดงจำลองเหตุการณ์ ประชดแนวคิดของ อพส. ที่ไม่สอดคล้องกับแนวคิดสังคมไทยและสังคมโลก เหมือนคนคิดออกมาจากยุค น้ำแข็ง สุ่มเสี่ยงจะถูกข้อหากบฏด้วย ขอให้พรรคการเมือง ที่สนับสนุน อพส.คิดใหม่แล้วปรับปรุงตัวเองกลับมา สู้กัน โดยแนวทางรัฐสภาตามที่ประเทศอื่นเขาทำ

นศ.รณรงค์ไฟเขียวประเทศไทย

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่สยามสแควร์ บริเวณหน้า อาคารดิจิตอลเกทเวย์ ถนนพระราม 1 แขวงและเขต ปทุมวัน กรุงเทพฯ  มีกลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์กว่า 60 คน รวมกลุ่มกันจัดกิจกรรม พร้อม นำสติกเกอร์สีเขียว พิมพ์ข้อความสีขาวเขียนว่า “ขอไฟเขียวให้ประเทศไทย เดินหน้า facebook.com/greenlightthai” แจกให้วัยรุ่นและประชาชนย่านสยามสแควร์ ทั้งนี้ น.ส.กุณฑิกา นุตจรัส นศ.คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ตัวแทนกลุ่ม เผยว่า กลุ่มนักศึกษาธรรมศาสตร์ลีกที่ไม่เห็นด้วยกับ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธาน อพส. ที่นัดชุมนุมใหญ่ เพื่อไล่รัฐบาล และเตรียมใช้โมเดล “แช่แข็งประเทศ 5 ปี” พวกเราสนับสนุนการเมืองและ ส.ส.จากการ เลือกตั้งของประชาชน อยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามหลักการ ไม่ใช่หลักการชุมนุม โดยได้แจกสติกเกอร์ให้ผู้ไม่เห็นด้วยออกมาแสดงพลังหรือแสดงความคิดเห็นทางเฟซบุ๊กของกลุ่มที่ตั้งขึ้นมาได้

“จตุพร” นำทีมเสื้อแดงโชว์พลังต้าน

นายขวัญชัย สาราคำ ประธานชมรมคนรักอุดร เปิดเผยว่า การชุมนุมของกลุ่มคนรักภาคอีสาน 20 จังหวัด หรือกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 23 พ.ย. ที่สนาม ทุ่งศรีเมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี เพื่อแสดงพลังต่อต้านอพส.ที่ชุมนุมล้มรัฐบาล เตือนสติประชาชนที่หลงผิดจะเข้าร่วมกับ เสธ.อ้าย ได้ฉุกคิด แกนนำเสื้อแดง 20 จังหวัดได้เช็กความพร้อมของสมาชิก ได้รับการตอบรับดีมาก คาดว่าจะมีคนเสื้อแดงร่วมชุมนุมแสดง พลังประมาณ 50,000 คน จะมีนายจตุพร พรหมพันธุ์ และอีกหลายท่านมาร่วมชุมนุมด้วย

เกจิดังเพ่งตะวันเสริมบารมี “ปู”

ที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ลานวัด ศรีบุญเรือง ต.หนองหอย อ.เมืองเชียงใหม่ พระครูสุเทพสิทธิคุณ หรือหลวงพ่อเทวา เพ่งตะวัน เจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง เกจิอาจารย์ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ นับถือ พร้อมพระลูกวัด 5 รูป ประกอบพิธีเพ่งตะวันจุดเทียนเล่มใหญ่ ธูป และดอกไม้สีขาว 7 ดอก บริกรรมคาถานานเกือบ 30 นาที เพื่อเสริม บารมีให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ให้แข็งแกร่ง นำชาติพ้นวิกฤติ หลวงพ่อเทวากล่าวว่า ตอนแรกส่อจะมีอุปสรรค มีก้อนเมฆลอยมาบดบังแสงไว้ แต่ก็เพ่งต่อจนเมฆลอยออกไปแสงอาทิตย์จ้าฟ้าสว่างไสว เหมือนการบริหารงานของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องพบอุปสรรค นานาประดังเข้ามา เมื่อผ่านพ้นก็สดใสไร้แรงต้าน ส่วน พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ เป็นเพียงสะพานให้คนข้ามผ่าน แต่ทำอะไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้

นปช.ชุมนุมต้านเปลี่ยนประเทศ

ค่ำวันเดียวกัน กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นำโดยนางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. และกลุ่ม ส.ส.สมุทรปราการ จัดชุมนุม “รวมพลคนรักรัฐบาล ต้านกบฏ เดินหน้าลงมติรับรัฐธรรมนูญ วาระ 3” ที่บริเวณลานดิน ริม ถนนเทพารักษ์ กม.17 ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เพื่อแสดงพลังต่อต้านกลุ่มชุมนุมขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม (อพส.) ในวันที่ 24 พ.ย.นี้ โดยมีสมาชิกแนวร่วม นปช.จาก กทม. ปทุมธานี นนทบุรี ฉะเชิงเทรา และ จ.ชลบุรี จำนวนมากเข้าร่วมชุมนุมอย่างเนืองแน่น ทั้งนี้ นางธิดากล่าวว่า ขอสื่อสารให้ประชาชนทั่วประเทศ และคนเสื้อแดงให้เตรียมพร้อมรับมือและป้องกันไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง นำประเทศไปสู่ความล้าหลัง แม้ว่าหน้าที่หลักในการดูแลชุมนุมกลุ่ม อพส.จะเป็นหน้าที่รัฐบาล และเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่พวกเรา นปช.จะจับตาใกล้ชิดในที่ตั้ง ไม่เคลื่อนไหวจนเป็นเหตุให้กลุ่มคนเหล่านั้นเอาไปอ้างเป็นเงื่อนไขเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศ

นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ และแกนนำ นปช. กล่าวว่า คนเรือนแสนที่ชุมนุมกันวันนี้จะเป็นพลังมวลชนต่อต้านกบฏ ที่นำโดย พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ที่มีเบื้องหลังจัดตั้งอย่างเป็นระบบ พยายามเรียกร้องอำนาจนอกระบบมาล้มรัฐบาล จากผลสำรวจชัดเจนว่าคนไทยกว่า 94.5% ไม่ต้องการให้แช่แข็งประเทศ

สับ “มาร์ค” ฟ้องศาลเบี่ยงเบนถอดยศ

ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยื่น ป.ป.ช. ตรวจสอบและเอาผิด พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ที่ถอดยศและปลดออกนายอภิสิทธิ์ว่า เป็นแค่การยื่นฟ้องเพื่อเบี่ยงเบนข้อเท็จจริง ปกป้องพวกเดียวกันเอง เหตุใดนายอภิสิทธิ์ไม่ไปฟ้องศาลยุติธรรม เหมือนที่ยื่นฟ้องหมิ่นประมาทนายจตุพร พรหมพันธุ์ แต่ศาลยกฟ้อง

ปชป.ซัดยุทธการทำลาย “มาร์ค”

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีรัฐบาลพยายามดำเนินคดีพร้อมถอดยศของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านว่า เป็นยุทธศาสตร์ของรัฐบาลใช้จัดการศัตรูทางการเมือง ขจัดเสี้ยนหนามให้พ้นทาง เพราะไม่ยอมร่วมมือกับรัฐบาลและผู้มีบารมีนอกรัฐบาลออกกฎหมายนิรโทษกรรมล้างความผิดให้คนโกง มี 3 ขั้นตอน คือ 1. สร้างข่าวหนีทหารดิสเครดิสทำลายล้างคุณความดีของนายอภิสิทธิ์ เมื่อไม่สำเร็จ จึงใช้วิธีสกปรกปลดออกจากทหาร 2. เร่งรีบออกคำสั่งปลดนายอภิสิทธิ์ช่วงเดียวกับการถอดถอนนายกฯและรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อสร้างปัญหาการตรวจสอบ 3. ฆ่านายอภิสิทธิ์ให้ตายทางการเมือง โดยยื่นเรื่องให้องค์กรอิสระตรวจสอบให้ต้องพ้นสถานภาพความเป็น ส.ส.ไปด้วย

วุฒิฯขู่เลี่ยงอภิปราย รบ.ขัด รธน.

นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ส.ว.ชลบุรี เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) กล่าวถึง การอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามมาตรา 161 ว่า วันที่ 20 พ.ย.คงได้ข้อยุติ จะรอดูท่าทีของรัฐบาลอีกครั้ง หากมีหนังสือชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรก็พร้อมจะเข้าใจ ไม่ได้ยืนกรานจะใช้วันที่ 23-24 พ.ย.เท่านั้น ยืนยันว่าวุฒิสภาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการชุมนุมขององค์การพิทักษ์สยาม หากนายกฯติดภารกิจอยากให้รัฐมนตรีมาชี้แจงแทน หากไม่เข้ามาชี้แจงอาจเข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญ สมาชิกอาจตำหนิหรือยื่นฟ้องศาลรัฐธรรมนูญได้

ปัด “ปู-เจ๊แดง” ไม่เกี่ยวเลือก “พงศพัศ”

วันเดียวกัน นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ ส.ส. ส.ก. แล ส.ข.พรรคเพื่อไทย เคลื่อนไหวเข้าชื่อเพื่อเสนอให้คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรคเพื่อไทย แต่นายกฯ และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ไม่เห็นด้วย โดยสนับสนุนส่ง พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. ลงสมัครว่า ไม่เป็นความจริง ทั้งนายกฯและนางเยาวภาไม่เกี่ยวข้อง เป็นการพิจารณาของ 3 กลุ่มโซน กทม.ต้องไปหาข้อสรุป และเสนอชื่อให้กรรมการบริหารพรรคพิจารณา เชื่อว่าจะไม่มีความขัดแย้ง และเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยของพรรคที่ให้เกียรติ ส.ส.กทม.ไปพิจารณา ยืนยันว่า การเสนอตัวผู้ว่าฯ กทม.ทันแน่นอนก่อนการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง

ส.ส.-ส.ก.ฉุนขาใหญ่ไม่เห็นหัว

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า ปัญหาความไม่พอใจของกลุ่ม ส.ส. ส.ก. และ ส.ข.พรรคเพื่อไทย เนื่องจากเมื่อวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา ทีมยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โดยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย ว่าที่เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้เรียก ส.ส.กทม. ส.ก.และ ส.ข.พรรคหารือ เตรียมความพร้อมการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. โดยได้แจ้งว่าจะเสนอชื่อ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.และเลขาธิการ ป.ป.ส. ลงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ทำให้มี ส.ส.และ ส.ก.บางคนไม่เห็นด้วยกับการรวบรัด เช่น นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ก.ห้วยขวาง ได้ทักท้วงว่าคณะกรรมการสรรหาผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ไม่ฟังความเห็นของสมาชิกพรรคทำงานในพื้นที่ ควรจะมีส่วนร่วมในกำหนดตัวบุคคลของพรรคลงผู้ว่าฯ กทม. ทำให้คุณหญิงสุดารัตน์ลำบากใจ เพราะเตรียมนัดทำความเข้าใจถึงปัจจัยปัญหากับกลุ่ม ส.ส. ส.ก. และ ส.ข.ทั้งหมด ในปลายเดือน พ.ย.อยู่แล้ว แต่มาเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นก่อน

บี้พรรคไปกล่อม “สุดารัตน์”

ด้านนายประพนธ์ เนตรรังษี ส.ก.เขต 1 จตุจักร พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า  การหารือกับทีมยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย เป็นเพียงการเตรียมความพร้อมในพื้นที่ เรื่องตัวบุคคลยังไม่ได้ข้อสรุป แม้จะมีการเสนอชื่อ พล.ต.อ.พงศพัศ เป็นเพียงการเสนอชื่อลอยๆเท่านั้น ความจริงคนที่จะลงผู้ว่าฯกทม.ควรเป็นผู้ที่ลงพื้นที่อยู่ตลอด ส.ก. ส.ข. อดีต ส.ก. ส.ข.และอดีตผู้สมัครของพรรคเห็นตรงกันว่าคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตสมาชิกบ้านเลขที่ 111 พรรคไทยรักไทยเหมาะสม แต่ปัญหาคือท่านปฏิเสธตลอด จะทำแต่งานบุญ ตรงนี้ถือเป็นหน้าที่ของพรรคต้องไปเจรจาแล้วผลเป็นอย่างไรพร้อมยอมรับ สัปดาห์นี้ไม่น่าเกินวันที่ 21 พ.ย.ตัวแทน ส.ส.- ส.ก. และ ส.ข. ของพรรคเพื่อไทยจะทำจดหมายเปิดผนึกถึงกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย เสนอชื่อคุณหญิงสุดารัตน์ลงผู้ว่าฯ กทม.

“ทักษิณ” วอนเสื้อแดงอย่าหวั่นไหว

ขณะเดียวที่บริเวณลานดินริมถนนเทพารักษ์ กม.17 ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งกลุ่มคนเสื้อแดงมาชุมนุม เมื่อเวลา 20.10 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โฟนอินเข้ามาพูดคุยกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่เวที “รวมพลคนรักรัฐบาล ต้านกบฏ เดินหน้าลงมติรับรัฐธรรมนูญวาระ 3” ตอนหนึ่งว่า ที่จะมีกลุ่มคนออกมาเคลื่อนไหวให้แช่แข็งประเทศไทยขอให้พี่น้องประชาชนอยู่กับบ้านเฉยๆ สื่อสารกันไว้ อย่าหวั่นไหวกับกลุ่มคนเหล่านั้น แต่ถ้าเมื่อไหร่บ้านเมืองไม่มีกติกา แล้วเราค่อยออกมาคิดว่าจะทำกันอย่างไร เพราะการแช่แข็งเอาไว้ใช้กับคนตาย คนเป็นเขาไม่แช่แข็งกัน ไว้ให้คนพวกนั้นตายเมื่อไหร่ ตนจะมาแช่แข็งให้ ไม่เข้าใจว่า พวก เสธ.อ้ายจะออกมาแช่แข็งประเทศไทยทำไม ในเมื่อประเทศกำลังไปด้วยดี วันนี้เก็บภาษีทะลุเป้า โครงการรถคันแรกบ้านหลังแรกทะลุเป้า ค่าแรง 300 บาทต่อวัน ราคาจำนำข้าว 15,000 บาท ทำให้เศรษฐกิจในประเทศเข้มแข็ง ชาวนาได้ประโยชน์ และประเทศไทยยังได้รับการยอมรับจากนานาชาติ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ได้เข้าเฝ้าองค์สมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษ ผู้นำต่างประเทศก็มาเยือนประเทศไทยกันมากมาย

ปลุกแดงสู้เมื่อบ้านเมืองไร้กติกา

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า  สำหรับเงินที่มาลงขันในการชุมนุมของม็อบ เสธ.อ้าย ส่วนใหญ่มาจากพ่อค้าหวยและพ่อค้ายาเสพติด พวกจะล้มรัฐบาลมีหลายคนเป็นทหารเกษียณ หลายคนยังอยู่ในราชการกำลังสอบสวนอยู่ สงสัยกลัวว่าถ้ายุบสภาเลือกตั้งใหม่พรรคเพื่อไทยจะใหญ่กว่าเดิม พรรคประชาธิปัตย์จะเล็กลงเรื่อยๆ ได้รับรายงานว่ามีคนประชาธิปัตย์หลายคนไปจ้างคนต่างจังหวัดมาร่วมชุมนุมหัวละ 1,000-2,000 บาท ขอให้พี่น้องไปช่วยกันบอกกล่าว อย่าหลงเชื่อ ถ้าอยากให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล นายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ คุณไปร่างกติกามาใหม่เลย ขอพี่น้องคนเสื้อแดงไม่หวั่นไหว อยู่กับบ้านรอฟังข่าว ถ้าบ้านเมืองไร้กติกาเมื่อไหร่ ค่อยออกมารวมตัวกัน ตนจะออกมาเชิญชวนพี่น้องประชาชนด้วยตัวเอง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้