ข่าว
100 year

รับโอบามายิ่งใหญ่ในหลวงพระราชทานหนังสือ

ไทยรัฐออนไลน์19 พ.ย. 2555 09:00 น.
SHARE

พร้อมไหมแพรวาให้ภริยาด้วย สื่อนอกวิเคราะห์มาประเทศแรกสหรัฐฯให้ความสำคัญไทยมาก

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประธานาธิบดี บารัค โอบามา และคณะ เข้าเฝ้าฯ หลังเดินทางถึงไทย ท่ามกลางการอารักขาสุดเข้มขนคนพร้อมอาวุธ-อุปกรณ์เอกซเรย์พื้นที่ทุกตารางนิ้ว ขณะเดียวกันนายกฯปูเปิดทำเนียบฯจัดแถวทหารกองเกียรติยศ-เลี้ยงอาหารค่ำต้อนรับชื่นมื่น พร้อมถกทวิภาคี ขณะที่พาณิชย์รีบแจงประเด็น “ทีพีพี” เป็นเพียงการแสดงเจตนารมณ์จะเข้าร่วมเจรจา  ไม่ใช่ข้อตกลงใดๆ ยันต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนก่อน ด้านสื่อนอกวิเคราะห์สหรัฐฯให้ความสำคัญไทยมากเลือกเยือนเป็นที่แรก ส่งสัญญาณจริงจังสานสัมพันธ์กับเอเชีย

การเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 18-19 พ.ย. เนื่องในโอกาสครบรอบ 180 ปีของมิตรภาพระหว่างสหรัฐอเมริกาและราชอาณาจักรไทย ซึ่งทางการไทยได้วางกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มข้น ตั้งแต่สนามบินดอนเมือง ไปตลอดเส้นทางที่ผู้นำสหรัฐฯ เดินทางไปเยือน ด้วยการระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจถึง 5,000 นาย มาดูแลความเรียบร้อย คอยป้องกันและอำนวยความสะดวกการจราจร พร้อมจัดชุดปฏิบัติการพิเศษ หน่วยดูแลพื้นที่สูงข่ม ระวังอาวุธวิถีตรงและโค้ง ชุดต่อต้านการซุ่มยิงและการซุ่มโจมตี เสริมด้วยกำลังทหารติดอาวุธ รวมถึงตั้งศูนย์ปฏิบัติการเพื่อควบคุมการดูแลการปฏิบัติ และในช่วงเช้าวันที่ 18 พ.ย.ยังมีการนำกำลังพลแอนตี้สไนส์เปอร์เข้าประจำจุดสูงข่ม รอบทำเนียบรัฐบาลด้วย

“ฮิลลารี” บินมารอรับ “โอบามา”

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงสายวันเดียวกัน ที่สนามบิน บน.6 นางฮิลลารี  คลินตัน รมว.ต่างประเทศ สหรัฐฯ เดินทางด้วยเครื่องบินของสหรัฐฯ จากประเทศสิงคโปร์ มาไทยล่วงหน้าก่อน เพื่อรอรับประธานาธิบดีโอบามา โดยมีนางคริสตี เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เดินทางมารอต้อนรับนางคลินตัน และแสดงความพอใจกับเชื่อมั่นในมาตรการรักษาความปลอดภัยในครั้งนี้เป็นอย่างมาก

ยกปิกอัพยะลาจอดผิดที่

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลเป็นไปอย่างคึกคักด้วยจำนวนสื่อมวลชนของไทยและต่างประเทศร่วม 250 คน เดินทางมารอทำข่าวผู้นำสหรัฐฯ มาเยือนไทย แต่ในเวลา 14.45 น. ได้มีเหตุให้ลุ้นเมื่อตำรวจรักษาความปลอดภัยภายในทำเนียบรัฐบาล ได้ติดต่อรถลากจาก สน.ดุสิต ให้มาลากกระบะ 4 ประตู สีบรอนซ์ทอง ยี่ห้อ โตโยต้า วีโก้ ทะเบียน กค 8559 ยะลา ที่จอดอยู่บริเวณลานจอดรถข้างตึกบัญชาการ ซึ่งเป็นจุดรักษาความปลอดภัยได้กันไว้เป็นพื้นที่ห้ามจอด โดยรถคันดังกล่าวมีสติกเกอร์ผ่านเข้า-ออก ของกระทรวงมหาดไทย ทำเนียบรัฐบาล และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัด ชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ติดอยู่บริเวณหน้ารถด้วย โดยรถคันดังกล่าวถูกลากไปจอดไว้บริเวณลานจอดรถบริเวณ ประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่คาดว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถของเจ้าหน้าที่ใน ศอ.บต.ซึ่งเจ้าของรถอยู่ต่างจังหวัด

เชิญสื่อออก–สแกนทุกตารางนิ้ว

จากนั้นก่อนถึงเวลา 15.00 น. เล็กน้อย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของนายโอบามา ได้ตรวจเข้มพื้นที่โดยรอบทำเนียบฯ โดยเฉพาะบริเวณสนามหญ้าด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า เป็นจุดเดินตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ มีเจ้าหน้าที่เดินตรวจพื้นที่ และนำสุนัขเดินตรวจทั่วบริเวณ พร้อมกันนี้เจ้าที่รักษาความปลอดภัยยังให้สื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ เจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบรัฐบาล ที่ตั้งโต๊ะตรวจกล้องและลงทะเบียน ออกไปรอนอกรั้วทำเนียบฯ และปิดประตูรั้วโดยทันที จากนั้นได้นำอุปกรณ์ตรวจวัตถุระเบิดและสุนัขดมกลิ่น สแกนทั่วห้องสื่อมวลชนและพื้นที่บริเวณโดยรอบ ทั้งนี้  ใช้เวลาตรวจพื้นที่นานกว่า 1 ชั่วโมง จากนั้นจึงเปิดประตูให้ผู้สื่อข่าวเข้ามาครั้งละ 10 คน เพื่อตรวจอย่างละเอียดเป็นรายบุคคล โดยสแกนตามลำตัวผู้สื่อข่าว ให้วางกล้อง กระเป๋า สิ่งของต่างๆ ไว้ข้างหลังและ มีเจ้าหน้าที่และสุนัขตำรวจตรวจสอบสิ่งของ โดยใช้เวลาอีก 45 นาที จึงเสร็จสิ้นทุกคน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบรัฐบาลระบุว่า  การตรวจเช็ก ดังกล่าวไม่ได้มีการแจ้งล่วงหน้า

ม็อบสลากป่วนจะผ่านทำเนียบฯ

ขณะที่บรรยากาศบริเวณหน้ากองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1 มีกลุ่มองค์กรแนวร่วมผู้ค้าสลากในราคาควบคุมกว่า 300 คน รวมตัวกันอ้างจะเดินทางมาให้กำลังใจกลุ่มผู้พิการที่อดอาหารประท้วงเรียกร้อง ให้รัฐบาลเพิ่มสลากกินแบ่งรัฐบาลให้กับสมาชิกองค์กร เครือข่ายบริเวณหน้าวัดเบญจมบพิตร ต้องการใช้เดินทางผ่านหน้าทำเนียบรัฐบาล เจ้าหน้าที่รีบเข้า ควบคุม จำกัดวงให้อยู่ที่หน้ากองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1 เพื่อป้องกันเหตุปั่นป่วน สร้างความไม่พอใจให้ผู้ชุมนุมเป็นอย่างมาก

พณ.แจงวุ่นความตกลง TPP

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีข้อห่วงใยต่อการ เจรจาความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (TPP) กับสหรัฐอเมริกา ในวันเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ได้ชี้แจงกรณีดังกล่าว ผ่านทาง www.thaigov.go.th ว่าเป็นเพียงการแสดงเจตนารมณ์จะเข้าร่วมเจรจา ต้องมีกระบวนการในประเทศ เพื่อศึกษาผลกระทบทุกมิติ ก่อนการเสนอตามมาตรา 190 ต้องศึกษาผลประโยชน์ผลกระทบ รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน จัดทำร่างกรอบการเจรจาความตกลงเพื่อเสนอ ครม. และรัฐสภาให้ความเห็นชอบตามมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญปี 2550 หลังผ่านมาตรา 190 3.4 หลังจากรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้วไทยต้องแจ้งความจำนงการเข้าร่วมเจรจา และรอฉันทามติจากประเทศสมาชิก TPP 11 ประเทศ 3.5 จึงจะประกาศการเข้าร่วมการเจรจาอย่างเป็นทางการ

แอร์ฟอร์ซวันพาผู้นำมะกันถึงไทย

กระทั่งเวลาประมาณ 15.00 น. ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เดินทางด้วยเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน มาถึงท่าอากาศยานนานาชาติกรุงเทพฯ หรือสนามบิน ดอนเมือง โดยการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะผู้แทนรัฐบาล นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อธิบดีกรมพิธีการทูต เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ผู้แทน ท่าอากาศยานดอนเมือง และเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ร่วมให้การต้อนรับ ขณะเดียวกัน ก็มีสื่อมวลชนทั้งของไทยและสำนักข่าวต่างประเทศแห่มารอทำข่าวการเดินทางมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในครั้งนี้ อย่างเนืองแน่น

ควง “ฮิลลารี” แวะชมวัดโพธิ์

จากนั้น นายโอบามาเดินทางไปวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร หรือวัดโพธิ์ โดย ก่อนขึ้นรถเพื่อเดินทางต่อ นายโอบามาได้โบกมือทักทายกับสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวด้วย ทั้งนี้ ขบวนรถที่ติดตามนายโอบามามีประมาณ 50 คัน โดยขบวน รถของประธานาธิบดีสหรัฐฯ มาถึงวัดโพธิ์ในเวลาประมาณ 16.00 น. โดยนายโอบามาได้เดินชมภายใน วัดโพธิ์ พร้อมด้วยนางฮิลลารี คลินตัน รมว.ต่างประเทศ สหรัฐฯ โดยมีพระสุธีธรรมานุวัฒน์ หรือเจ้าคุณเทียบ สิริญาโณ คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) และผู้ช่วยเจ้าอาวาส เป็นผู้นำเยี่ยมชม และบรรยายแต่ละจุดภายในวัด ได้แก่ พระอุโบสถ วิหารพระนอน พระมหาเจดีย์ และฤาษีดัดตน

นายกฯนำ “โอบามา” เข้าเฝ้าฯ

ต่อมาเวลา 16.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายชัยยงค์ สัจจิพานนท์ เอกอัครราชทูตไทย ประจำสหรัฐอเมริกา เดินทางมายังห้องประชุมสิรินธร อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช เพื่อรอต้อนรับคณะผู้นำสหรัฐฯ โดยระหว่างที่ขบวนรถผู้นำสหรัฐฯ มาถึงอาคารเฉลิมพระเกียรติ นายโอบามายังได้โบกมือทักทายคนไทยที่มารอต้อนรับ และในเวลา 16.45 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นำประธานาธิบดีสหรัฐฯ พร้อมนางฮิลลารี คลินตัน รมว.ต่างประเทศ นางคริสตี แอนน์ เคนนี เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย เข้าเฝ้าฯ ณ ห้องประชุมสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 14 โรงพยาบาลศิริราช

ทูลเกล้าฯถวายของขวัญ

กระทั่งเวลา 16.53 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว เสด็จออก ณ ห้องประชุมสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ นายณรงค์ฤทธิ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เชิญประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาและคณะ มายังห้องเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ทรงสัมผัสพระหัตถ์กับนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นางฮิลลารี คลินตัน รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ และนางคริสตี เคนนี เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชปฏิสันถารกับประธานาธิบดีสหรัฐฯและคณะ ก่อนที่จะพระราชทานของขวัญแก่ประธานาธิบดี จากนั้น นายบารัค โอบามา ทูลเกล้าฯถวายของขวัญแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก่อนที่คณะของประธานาธิบดีสหรัฐฯทูลลา ในเวลา 17.40 น. รวมเวลาเข้าเฝ้าฯ 47 นาที

พระราชทานหนังสือ–ไหมแพรวา

สำหรับของที่ขวัญที่นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ทูลเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้แก่ ภาพเขียนศิลปะเป็นรูปธงชาติสหรัฐฯ ขนาด 35.5×50.5 นิ้ว และอัลบั้มภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสเสด็จฯเยือนสหรัฐอเมริกา และทรงพบกับประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาในสมัยต่างๆ ซึ่งเป็นงานแฮนด์เมด ส่วนของขวัญที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่นายบารัค โอบามาคือหนังสือ 3 เล่ม ได้แก่ 1.Heart of the Kingdom 2.From Royal Initiatives 60 year of the people’s Happiness Under the Royal Aegis และ 3.A Memoir of His Majesty King Bhumibol Adulyadej of Thailand นอกจากนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระราชทาน ผ้าไหมแพรวาแก่ภริยาประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาจำนวน 1 กล่องด้วย

นายกฯจัดงานต้อนรับยิ่งใหญ่

เวลา 18.00 น. นายโอบามาและคณะ เดินทางมายังทำเนียบรัฐบาลเพื่อร่วมพิธีต้อนรับ โดยนายกฯ ไทยได้นำนายโอบามาเดินตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ที่สนามหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ต่อมานายโอบามาได้ลงนามในสมุดเยี่ยม ที่ห้องสีงาช้างด้านนอก และร่วมหารือระดับทวิภาคีที่ห้องสีงาช้างด้านใน ก่อนแถลงข่าวร่วมกันที่ตึกสันติไมตรีหลังใน เวลา 19.17 น. จากนั้นนายกฯได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำ เพื่อเป็นเกียรติแก่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ณ ตึกสันติไมตรีหลังนอก

สื่อเทศชี้มะกันเห็นไทยสำคัญ

การเดินทางมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายบารัค โอบามา หลังคว้าชัยได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 2 ในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากสื่อต่างประเทศ ร่วมกันนำเสนอข่าวกันอย่างครึกโครม โดยสำนักข่าวเอพี เอเอฟพีและรอยเตอร์ต่างรายงานภารกิจเยือนเอเชีย รวมทั้งไทย ด้วยการระบุว่าการแวะเยือนไทยก่อนเป็นที่แรก แสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯให้ความสำคัญกับไทยในฐานะเป็นหุ้นส่วนและพันธมิตรนอกองค์กรสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต้) มายาวนาน และเพื่อกระชับความ สัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นหลังหยุดชะงักไปบ้าง หลังเหตุปฏิวัติยึดอำนาจเมื่อปี 2549

“เป็นเรื่องสำคัญที่จะส่งสัญญาณให้รับรู้ว่าเหล่าชาติพันธมิตรยังคงเป็นฐานสำคัญในการเข้ามาสานสัมพันธ์กับเอเชียของสหรัฐฯ” นายเบน โรดส์ ผู้ช่วยที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ที่เดินทางร่วมมากับคณะของนายโอบามา เผยขณะอยู่บนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซ วัน เมื่อคืนวันที่ 17 พ.ย. ตามเวลาในไทย สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าโฆษกทำเนียบขาว แถลงว่า สหรัฐฯ จะมุ่งเสริมสร้าง ประชาธิปไตยของไทยให้แข็งแกร่ง เพื่อสามารถต้านทานปัญหาท้าทายต่างๆได้

สานต่อนโยบายชูเอเชีย

ข่าวระบุด้วยว่า สำหรับนายโอบามาแล้ว การขยายอิทธิพลสหรัฐฯเข้ามาในเอเชีย ไม่ใช่แค่การต่อต้านและรับมืออิทธิพลของจีนหรือเปิดตลาดใหม่ให้ธุรกิจสหรัฐฯ ยังหมายถึงการต่อยอดมรดกนโยบายต่างประเทศด้วย เนื่องจากนายโอบามา เกิดที่รัฐฮาวายของสหรัฐฯ เคยใช้ชีวิตวัยเด็กช่วงหนึ่งอยู่ในอินโดนีเซียและเรียกตัวเองว่าเป็น “ประธานาธิบดีแห่งภูมิภาคแปซิฟิก” คนแรกของสหรัฐฯ รวมทั้งเคยประกาศชัดเจนว่าสหรัฐฯจะกลับมาให้ความสำคัญกับเอเชียอย่างเต็มที่ การเลือกเยือนเอเชียเป็นที่แรกหลังชนะเลือกตั้งสมัยที่ 2 จึงบ่งชี้ชัดว่านายโอบามามุ่งทำตามคำมั่นเพื่อกระชับความสัมพันธ์กับหนึ่งในภูมิภาคที่เศรษฐกิจเติบโตเร็วสุดในโลกและเป็นยุทธศาสตร์สำคัญเสริมสร้างมรดกนโยบายต่างประ-เทศดังกล่าวด้วย และยังแสดงให้เห็นด้วยว่านายโอบามาหันมาชูนโยบาย “หมุนรอบแกนเอเชีย” อย่างจริงจัง

“บารัค” ปลื้มได้ชมวัดโพธิ์

นอกจากนี้ สำนักข่าวเอพียังรายงานเพิ่มเติมด้วยว่าระหว่างเที่ยวชมสถานที่สำคัญๆ ในวัดโพธิ์ นายโอบามาและนางคลินตัน ยังสนทนากันถึงปัญหาเศรษฐกิจของสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการจัดทำงบประมาณของประเทศสหรัฐฯเอง ขณะเดียวกันก็กล่าวชื่นชมว่าวัดโพธิ์เป็นสถานที่ที่เงียบสงบจริงๆ แต่นายโอบามา กลับระบุว่าคงไม่เงียบสงบนักหรอก ถ้าลองนึกถึงยอดผู้มาเที่ยวชมวัดแห่งนี้ที่มากถึง 80,000 คน จากนั้นทั้ง 2 คนต่างพูดเปรยๆ ว่าโชคดีแค่ไหนแล้วที่ได้มาเยี่ยมชมเป็นการส่วนตัว

ถวายพระพรในนามชาวอเมริกัน

สำนักข่าวเอพีและรอยเตอร์รายงานด้วยว่า ระหว่างที่นายโอบามา เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมนางคลินตันนั้น นายโอบามาได้กราบบังคมทูลฯ ว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานวโรกาสให้เข้า เฝ้าฯ ในครั้งนี้ ข้าพระพุทธเจ้าขอกราบถวายพระพรในนามชาวอเมริกันทั้งมวล ผู้ต่างชื่นชมยินดีในมิตรภาพของทั้ง 2 ประเทศและต่างรู้สึกชื่นชมพระบารมี, พระปรีชาสามารถและความเป็นผู้นำของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสตอบรับ ขณะที่ นายโอบามาได้ยิ้มและกราบบังคมทูลฯ ต่อไปว่า การเลือกตั้งในสหรัฐฯ ใช้เวลานานมาก แต่ก็น่าปลื้มใจที่รู้ว่าชาวอเมริกันยังเชื่อมั่นในตัวข้าพระพุทธเจ้าและคิดว่าการได้มาเยือนพันธมิตรที่สำคัญยิ่งอย่างไทยเป็นแห่งแรกหลังการเลือกตั้ง เป็นสิ่งสำคัญมาก

ถวายภาพศิลปะแสดงมิตรภาพ 2 ชาติ

สำนักข่าวเอพีรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า ในการเข้าเฝ้าฯ ครั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานของที่ระลึกแก่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา และนางมิเชล โอบามา ภริยา จากนั้น นายโอบามาทูลเกล้าฯ ถวายอัลบั้มรูปภาพของประธานาธิบดีสหรัฐฯ และสตรีหมายเลข 1 ทุกคนที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เริ่มตั้งแต่ประธานาธิบดีดไวท์ ไอเซนฮาวร์ จนถึงประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู.บุช แต่หน้าสุดท้ายของอัลบั้มถูกปล่อยให้ว่างไว้ สำหรับไว้ใส่รูปภาพการเดินทางเยือนประเทศไทยของนายโอบามา นอกจากนี้ นายโอบามายังทูลเกล้าฯถวายภาพพิมพ์ธงชาติไทยและสหรัฐฯ ซึ่งผู้นำสหรัฐฯ กราบบังคมทูลฯ ว่าภาพศิลปะชิ้นนี้จัดทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา

“โอบามา” ชื่นชมพระบารมี “ในหลวง”

ในเวลา 20.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานถึงผลการ แถลงข่าวร่วมกันระหว่าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ภายหลังหารือทวิภาคี โดยนายโอบามาระบุว่า ไม่ใช่ เรื่องบังเอิญในการเยือนอาเซียนแปซิฟิก ถือเป็นภูมิภาคที่ขยายตัวรวดเร็วที่สุด จะเป็นตัวกำหนดความมั่นคงและความมั่งคั่งในศตวรรษต่อไป มีส่วนสำคัญในการสร้างงานให้คนอเมริกัน นี่คือเหตุผลในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ในภูมิภาค เป็นภารกิจเร่งด่วน และกระชับความเข้มแข็งของประชาธิปไตย และรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเป็นผู้นำทางด้านสติปัญญา ความมีศักดิ์ศรี และถือเป็นเอกลักษณ์ของประเทศนี้

ขอบคุณไทยแก้ปัญหาค้ามนุษย์

ผู้นำสหรัฐฯ ยังกล่าวอีกว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้ยืนเคียงข้างกับผู้นำที่ได้รับการเลือกตั้งอย่างเป็นประชาธิปไตย ซึ่งประชาธิปไตยเป็นเรื่องที่หยุดนิ่งไม่ได้ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอด โดยเฉพาะสิทธิเสรีภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องศาสนา หรือสื่อมวลชน ยืนยันในการค้ำจุนหลักธรรมาภิบาล ความเป็นประชาธิปไตย หลักนิติธรรม โดยเฉพาะเรื่องสิทธิมนุษยชน รวมถึง ความร่วมมือด้านกองทัพและการเป็นหุ้นส่วนการป้องกันการก่อการร้าย ยาเสพติด และบรรเทาภัยพิบัติ ตนชื่นชมไทยที่เข้าร่วมการป้องกันการแพร่ขยายอาวุธทำลายล้างสูง เพื่อส่งเสริมความมั่นคงในแปซิฟิก การขยายการค้า หลังจากที่ไทยวางพื้นฐานในการเข้าร่วมการตกลงการค้าเสรีที่มีมาตรฐานสูง ขอขอบคุณไทยที่ให้ความร่วมมืออย่างดีในการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์และเรื่องผู้ลี้ภัย

“ปู” ยินดีหุ้นส่วนสหรัฐฯ

ด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ไทยยินดีที่นาย โอบามาเดินทางมาเยือนไทย และเป็นการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูต 180 ปี ไทย-สหรัฐฯ และถือเป็นเกียรติได้ร่วมเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ย้ำความสัมพันธ์ใกล้ชิดของ 2 ประเทศ รวม ถึงการหารือทวิภาคีที่เกิดประโยชน์อย่างกว้างขวาง เพราะเชื่อมั่นในสิ่งเดียวกันคือประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชนและตลาดเสรี นี่คือความมุ่งมั่นของรัฐบาลนี้ในการปกป้องประชาธิปไตยในประเทศ และขอบคุณนายโอบามาที่ส่งเสริมประชาธิปไตยในไทย รวมถึงการมองอนาคตในการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ทั้งในอาเซียนแปซิฟิกในการสร้างงาน และตกลงใน การเพิ่มความพยายามสัมพันธ์ทางการค้า การลงทุน ความมั่นคงทางพลังงานและอาหาร เราตกลงร่วมกันว่าไทยเป็นยุทธศาสตร์ในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจประชาคมอาเซียน เพื่อทำให้ภูมิภาคนี้เป็นเครื่องโยงในการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจโลก

จัด “ส้มตำ–ไก่ย่าง” เลี้ยงผู้นำมะกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงที่นายโอบามาแถลงร่วมกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวทักทายสื่อมวลชนเป็นภาษาไทยว่า “สวัสดีครับ” นอกจากนี้ นายโอบามายังได้กล่าวถึงอาหารไทยด้วยว่า ชื่นชมอาหารไทยทุกอย่าง ได้ดูเมนูอาหารแล้วน่าอร่อยมาก และตอนนี้ก็หิวมากแล้ว ทั้งนี้ในการเลี้ยงอาหารค่ำ รัฐบาลได้จัดอาหารจากโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล โดยเป็นเมนูอาหารไทย อาทิ แกงเขียวหวานเนื้อ ส้มตำ ไก่ย่าง ข้าวเหนียว กุ้งเผาน้ำมะขาม ส่วนขนมหวานเป็นผลไม้ไทย ลอดช่องเผือกน้ำกะทิ  และในช่วงรับประทานอาหาร นายกฯยิ่งลักษณ์ได้มอบภาพถ่ายคู่ที่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า เป็นที่ระลึกแก่นายโอบามาด้วย

พบ จนท.ทูตก่อนไปพม่า

สำหรับภารกิจของนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา หลังร่วมงานเลี้ยงรับรองจากรัฐบาลแล้ว ก็จะเดินทางมายังจุฬาฯ สปอร์ตคอมเพล็กซ์ เพื่อร่วมงานเลี้ยงเป็นการภายในของสถานทูตสหรัฐฯ ซึ่งจะมีการพบปะกับเจ้าหน้าที่สถานทูต และชาวอเมริกัน ในเวลา 21.45 น. จากนั้นจะเข้าพักที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ ก่อนออกเดินทางไปประเทศพม่าในเช้าวันที่ 19 พ.ย.นี้

ยันเยือนพม่าเพื่อกระตุ้น ปชต.

ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศยังรายงานด้วยว่า ระหว่างการแถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาลร่วมกับนายกฯ ยิ่งลักษณ์ นายโอบามายังได้กล่าวถึงการเดินทางเยือนพม่าในวันจันทร์ที่ 19 พ.ย. ไม่ได้หมายถึงการรับรองรัฐบาลพม่าก่อนเวลาอันควร แต่เพื่อกระตุ้นให้พม่าปฏิรูปการเมืองมากขึ้น พม่าต้องทำอะไรมากกว่านี้เพื่อเพื่อมุ่งสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง ทั้งนี้ นายโอบามาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯคนแรกที่ไปเยือนพม่า โดยมีกำหนดพบปะเจรจากับประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ของพม่า และนางออง ซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านพม่าด้วย ขณะที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนบางกลุ่มตั้งคำถามว่า การเยือนพม่าครั้งนี้มีขึ้นเร็วเกินไปก่อนถึงเวลาที่เหมาะสมหรือไม่

รับปากเร่งหย่าศึก “ยิว–ฮามาส”

ส่วนปัญหาตะวันออกกลาง ที่ส่อเค้าทวีความรุนแรงนั้น ผู้นำสหรัฐฯกล่าวว่าการยิงจรวดโจมตีของกลุ่มฮามาส เป็นตัวเร่งวิกฤติในฉนวนกาซาให้เกิดเร็วขึ้น สหรัฐฯสนับสนุนอิสราเอลมีสิทธิ์ปกป้องตัวเอง และว่ากำลังทำงานอย่างแข็งขันกับหลายภาคส่วนในภูมิภาคเพื่อยุติการยิงจรวดถล่มอิสราเอลกลุ่มฮามาส เพื่อไม่ให้ความรุนแรงขยายลุกลาม ซึ่งรังแต่จะทำให้ความพยายามบรรลุข้อตกลงสันติภาพตะวันออกกลางยากเย็นยิ่งขึ้น โดยในอีก 36-48 ชั่วโมงข้างหน้า น่าจะรู้ได้ว่าการหาทางยุติการสู้รบในฉนวนกาซาจะมีความคืบหน้าอย่างไรหรือไม่

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้