ข่าว
100 year

หล่อ-ไฮโซ-เก่ง 'เก็ทสึโนวา' บรรเลงชีวิตด้วยเสียงเพลง

ไทยรัฐออนไลน์16 พ.ย. 2555 14:33 น.
SHARE

4 หนุ่มไฮโซโก้ไม่หยอก  "เก็ทสึโนวา"  Getsunova แห่งค่าย Duckbar วันนี้ยกทีมมาแค่ 3 คน เนม-ปราการ ไรวา , ณต-ปณต คุณประเสริฐ และ นาฑี โอสถานุเคราะห์ หอบความหล่อเหลาต่างสไตล์ มาถึงกองบันเทิงไทยรัฐออนไลน์ กลับมาคราวนี้กระแทกๆ ใจแฟนเพลงไปแล้วกับเพลง "ไกลแค่ไหนคือใกล้" ฟังเพลงแล้วเรามาสะท้อนตัวตนของ 3 หนุ่มกันดีกว่า

แนวเพลงเก๋ไก๋ไม่เบา? "คือเมื่อก่อนเก็ทสึโนวาเป็นแนวเพลงซาวนด์อิเล็กทรอนิกส์ซะส่วนใหญ่ พอมารอบนี้เราเปลี่ยนเป็นเมทัลป๊อปครับผม เพราะรู้สึกว่าซาวนด์อิเล็กทรอนิกส์นี้ทุกคนใช้อยู่แล้วในยุคนี้ ก็เลยอยากจะนำเสนออะไรใหม่ๆ Experimental คือ เพลงแบบงานทดลอง ทดลองในที่นี้คือเอาเครื่องดนตรีแปลกๆ มาใช้ อย่างเพลงที่เพิ่งปล่อยไปอย่าง ไกลแค่ไหนคือใกล้ นอกจากพวกกีตาร์ เบส กลอง เราก็พยายามหาเครื่องดนตรีใหม่ๆ มาใส่ทุกๆ เพลง อย่างเพลงหน้าก็จะเป็นเครื่องดนตรีอื่นให้ออกมาเป็นแนวเพลงของเราที่ตั้งไว้กับคอนเซปต์อัลบั้มรอบนี้ครับ"


ได้แรงบันดาลใจจากไหนในการทำเพลง? "ก็ ถ้าเกิดในด้านดนตรีส่วนใหญ่ก็จะเป็นเพลงที่พวกเราฟัง แนวเพลงจากต่างประเทศส่วนใหญ่ที่ผมชอบฟัง อย่างแนวเพลงจากอังกฤษพวกเครื่องดนตรีที่เค้าใช้จะเป็นพวกที่อยู่ๆ ก็หยิบมาใช้มาเล่นเอง เราก็เห็นทางอินเทอร์เน็ต ทางยูทูบที่เค้าเอามาเล่นกันอย่างนี้เราก็ เออ น่าสนใจศึกษาหาซื้อมาจากต่างประเทศบ้าง ในเมืองไทยมีบ้างบางอย่างลองซื้อมาครับผม"  

การทำงานกับเพื่อนๆ ในวงเป็นยังไงบ้าง?  "ก็สนุก มีสารทุกข์สุกดิบอยู่แล้ว เมื่อก่อนพวกเราจะทำงานค่อนข้างลำบากหน่อยเพราะว่าเราจะอยู่กันคนละประเทศ อย่างเนมกับนตจะอยู่อังกฤษด้วยกัน แต่ก็โชคดีหน่อยเพราะว่าคนแต่งเพลงกับนักร้องก็อยู่ด้วยกัน แต่นาฑีเค้าอยู่อเมริกา ส่วนมือกลองไปป์เค้าอยู่เมืองไทย คือเวลาจะทำงานก็จะลำบากหน่อยแล้วก็เราจะไม่มีเวลาซ้อมด้วยกันเลย ยกเว้นช่วงเวลาที่เราปิดเทอมมาซ้อมที่เมืองไทย ซึ่งเป็นระยะเวลาที่สั้นมากเพราะว่า แต่ละครั้งที่เรากลับมาคือเราต้องโปรโมตเพลง ซ้อม เล่นคอนเสิร์ตคือมันเต็มไปหมด แต่ว่าคราวนี้เรากลับมาแล้ว เราเรียนจบกันหมดแล้ว แล้วก็กลับมาอยู่เมืองไทยกันทุกคน ก็ทำงานกันแบบราบรื่นขึ้นครับ"


เปลี่ยนเรื่องหน่อย มาคุยกับนาฑี บริหารทีมฟุตบอลเป็นยังไงบ้าง? "ก็ดีครับ ฤดูกาลเพิ่งจบ"  การทำงานทางด้านฟุตบอลกับทางด้านงานเพลง อันไหนดีกว่ากัน? "ก็คนละแบบครับ คือเราต้องบริหารเวลาตัวเองว่าเราจะต้องเข้าไปประชุม เข้าไปดูบอลโน่นนั่นนี่ตอนไหนบ้าง กับซ้อมดนตรีมีเล่นงานไหนกับวง และก็สัมภาษณ์อะไรอย่างนี้ครับ ก็ต้องทำตารางค่อนข้างเยอะว่าวันๆ ต้องทำอะไรบ้าง อย่างเพื่อนในวงแล้วจริงๆ ไม่ค่อยมีใครเตะครับ คือไม่แน่ถ้าสามคนนี้เค้าเตะขึ้นมาอาจมีแววก็ได้ แต่ว่าเค้าไม่เตะครับ(ยิ้ม)"

มีความผูกพันซึ่งกันและกันขนาดนั้น คบกันมากี่ปีแล้ว? "เราเป็นวงที่เป็นเพื่อนสนิทกันด้วย ไม่ใช่แค่เป็นวง เราเป็นเพื่อนกันมาก่อนตอนนี้ประมาณ 7-8 ปี แล้วครับ คือเราเจอกันได้ไม่กี่เดือนก็เริ่มทำวงเล่นๆ ตอนนั้นก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ แต่ว่ายังไม่สนิทกันมากเท่ากับทำวง แล้วตอนหลังก็มาเจอนต หลังจากนั้นเราก็ไปเรียนที่อังกฤษด้วยกันแล้วก็นตเพิ่งย้ายมา คือนตเป็นรุ่นน้องเราก็ต้องการมือกีตาร์อีกคนหนึ่ง ก็เพื่อนแนะนำมีรุ่นน้องเพิ่งมาเรียนใหม่ ตอนแรกดูเหมือนเป็นรุ่นน้องที่เข้ามาในส่วงของวงมากกว่า พออยู่ไปไม่กี่เดือนก็เหมือนเป็นเพื่อนสนิทอีกคนหนึ่ง"


ทำไมถึงสนิทกันได้ ชอบอะไรในตัวของเพื่อนแต่ละคน? นาฑี "ก็ เนมตอนแรกอาจจะเป็นเพราะว่าเป็นคนไทยที่เรียนอยู่ด้วยกัน ซึ่งที่จริงมันก็ไม่ได้เยอะขนาดนั้น ก็มีอยู่กลุ่มหนึ่งที่ว่าสนิทกันเร็วก็จะเป็นคนที่ชอบดูบอล เล่นเกมเหมือนกัน ไม่ใช่แค่เล่นกีตาร์กับร้องเพลง หลังๆ พอมาเจอนตก็หลายอย่างครับ เล่นกีตาร์เหมือนกัน ชอบฟังเพลง ไปดูคอนเสิร์ตด้วยกัน"  

มีแฟนแล้วเป็นนักกฎหมาย เธอคนนี้ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการทำเพลงด้วยรึเปล่า? "ก็มีนะครับ เพราะผมเป็นคนมีไอเดียเนื้อร้องก็จะชอบโทร.ไปพูดชื่อเพลงให้เค้าฟัง เค้าก็จะพูดออกมาว่ามันจะเพราะแบบนี้รึเปล่านะ คือเค้าเป็นคนธรรมดา คนปกติฟังเพลงอย่างพวกเรา นักดนตรีเป็นคนรู้เรื่องโครงสร้างก็อยากได้ไอเดียจากคนปกติที่ฟังเพลงปกติ พอเค้าฟังชื่อเพลงเค้าก็จะปิ๊งออกมาว่าจะเป็นยังไง ผมก็รู้สึกอ๋อ เออคนส่วนใหญ่น่าจะชอบเหมือนกันนะ หรือคนส่วนใหญ่น่าจะเข้าใจตรงกันกับที่เค้าเข้าใจ"


ตอนนี้เนมคบใครอยู่รึเปล่า? "ก็เป็นเพื่อนครับ เป็นคนทำงานเอเจนซี่ ก็เมื่อก่อนเป็นลีดเดอร์จุฬาฯ ครับ ชื่อ นิม ก็เป็นคนทำงานเป็นซาวนด์เอเจนซี่ครับ"  ความน่ารักของสาวเอเจนซี่เป็นยังไงบ้าง? "เค้าก็ทำงานหนักมากเลย แต่ว่าคนทำงานเอเจนซี่อยู่นาน ต้องดูแลลูกค้า เราก็ต้องพยายามหาเวลาเจอกันให้ได้ เพราะว่าเค้าจะทำงานหนัก ส่วนผมเวลาทำงานก็ไม่แน่นอนอยู่แล้ว ก็คือต้องพยายามหาเวลาให้ตรงกัน เวลาอยู่กับเค้าก็มีความสุขครับ ก็เข้าใจเวลาผมทำงานตรงนี้ก็ไม่ได้หึงหวงอะไรมากมาย ก็เป็นปกติครับผม"

เนมคงไม่ทำงานเพลงเดี่ยวแล้วใช่ไหม? "คงไม่ทำแล้วครับ เพราะว่าเหงา (ยิ้ม) ตอนแรกที่ทำเหมือนเป็นศิลปินฝึกหัดของแกรมมี่ก็เรียกเข้าไปฝึก แต่ใจเราอยากทำวงมาตั้งนานแล้ว"  นาฑีนี่ฮอตไหม เรื่องสาวๆ? "ก็มีนะครับประมาณหนึ่ง เมื่อก่อนตอนวัยรุ่นยังไฟแรง ตอนนี้เริ่มลดแล้วครับ"  แล้วนตล่ะ? "นตเค้าเป็นคนมั่นคงครับ รักเดียวใจเดียว"  ความรักของนตเป็นยังไงบ้าง? "ก็ส่วนใหญ่ผมคบใครก็คบจริงจัง ก็จะพาไปพบพ่อแม่เลย ก็บอกเค้านะว่าเราคบกันเปิดเผยนะ เค้าเป็นเพื่อนของเพื่อนมาจากเมืองไทย


เนมคิดว่าเพลงมันให้อะไรเรา นอกจากความสนุกและความเพราะของมันแล้ว? "เพลง ผมคิดว่ามันเป็นการสื่อสารไร้พรมแดน เวลาผมอยู่อังกฤษผมต้องมีไอพอดฟังเพลงตลอดเวลา มันเหมือนเป็นสิ่งที่ต้องทำก่อนออกจากบ้านก้าวแรกต้องมีหูฟังแล้ว คือมันเหมือนจังหวะชีวิตอะไรบางอย่างที่เราทำตามที่เราชอบ แล้วเวลาเราร้องเพลงเหมือนเราได้สื่ออะไรออกมาที่เราทำในชีวิตประจำวัน ที่เราไม่สามารถทำได้ หรือเวลาเราร้องเพลงให้คนฟังเราก็เป็นอีกคนหนึ่งกับคนที่เราเป็นปกติทุกวัน เหมือนกับเราได้ปลดปล่อยอะไรบางอย่างออกมาโดยที่เวลาปกติที่เราใช้ชีวิตประจำวันเราไม่สามารถทำได้" 

ปัญหาวัยรุ่นที่เรามองเห็นและอยากจะสื่อสารออกไป? "ทำไมเดี๋ยวนี้เด็กแบบต่ำกว่า 20 เที่ยวกันเยอะจังเลย มันก็เป็นปัญหาวัยรุ่นที่แก้ไม่ได้ ผมคิดว่าเดี๋ยวนี้ทุกคนนั่งอยู่ติดหน้าจอคอมพิวเตอร์เยอะไปด้วยยุคสมัยของเราที่คอมพิวเตอร์มันกลายเป็นสิ่งที่จำเป็น ถ้าไม่มีมันวันหนึ่งมีคนที่อาจจะขาดใจตายได้ ยกตัวอย่างอย่างผมเมื่อก่อนเกิดมาผมไม่ได้สายตาสั้นนะครับ ผมนั่งจ้องคอมเล่นเกมทั้งวันจนกลายเป็นว่าเดี๋ยวนี้ใส่แว่น คือมันทำให้เครียดด้วยนะนั่งจ้องเล่นเกมทั้งวันหรือว่านั่งหน้าคอมพ์ ทำให้แบบมันเครียดและทำให้ชีวิตเราไม่สดใส อยากให้ทุกคนออกไปเล่นกีฬา บอกตัวเองแล้วนะว่าจะออกไปเล่นกีฬา เปลี่ยนบรรยากาศอยู่กับเพื่อนบ้าง เดี๋ยวนี้ก็ดีขึ้นนะครับ คนหันมาให้ความสนใจกับสุขภาพกันมากขึ้น อีกคนเล่นโยคะ อีกคนออกกำลังกายแบบแปลกๆ"


แล้วนตล่ะคิดอย่างไร? "เด็กสมัยนี้เหรอครับ เด็กสมัยนี้ไฟแรง แต่ว่าเหมือนไม่ค่อยรู้จริงค่อนข้างเยอะ ตอนเป็นรุ่นผมรู้สึกว่าเดี๋ยวนี้ออกไฟแรง ดูเหมือนรู้ไปหมดแต่จริงๆ แล้ว หลายๆ คนก็ไม่ได้รู้จริงเลย (ยิ้ม)  เจนเนอเรชั่นที่แล้วเค้าจะมีออกมาว่าพร้อมใจที่จะเรียนรู้มากกว่าเจนเนอเรชั่นนี้ ของพวกเรามันมีสื่อ มีอินเทอร์เน็ต มีอะไรหลายๆ อย่างให้รู้สึกว่ามีความมั่นใจ ผมรู้สึกว่าสมัยนี้คนมั่นใจมันเยอะเกินไป คือมั่นใจมันก็ดีแต่ผมว่ามั่นใจในสิ่งที่เรารู้จริงๆ หลายคนในยุคนี้ที่จะออกมาสู่โลกจริง คือมั่นใจในตัวเองแต่ไม่ได้รู้จริง ผมเองก็เคยเป็นหนึ่งในนั้นคือเคยไฟแรง พอมาถึงจุดหนึ่งผมรู้สึกว่าผมไฟแรงจริงๆ ผมก็เข้าใจแล้ว คือใช้เวลานานจริงๆ กว่าจะรู้สึก คืออยากจะเตือนคนรุ่นใหม่ไฟแรงด้วยกันว่า ไฟแรงหน่ะดีแต่ฟังผู้ใหญ่ด้วยจะดีที่สุด"

แล้วซิงเกิ้ลต่อไปที่จะปล่อยมาคืออะไร? "จะมีซิงเกิ้ลที่สองของอัลบั้มนี้ก็จะให้เร็วที่สุดครับ ก็ปลายปีถ้าสามารถทำให้ทัน"  อันนี้เราแต่งเองทำเองทุกอย่าง? "ก็พยายามให้เป็นอย่างนั้นครับ เราจะพยายามทำเองให้มากที่สุดจนถึงจุดหนึ่ง ถ้าเกิดว่ามันจะต้องมีอะไรเปลี่ยนหรือว่ามีคนมาช่วยแก้มาช่วยจับอะไรอย่าง นี้เราก็ยินดี"

ว่ากันว่าเป็นวงไฮโซ รู้สึกอย่างไรบ้าง?  "ไม่ค่อยรู้สึกอะไรมากครับ มันก็ไม่มีอะไรครับ เหมือนอย่างที่ผมเคยบอกทุกคนว่าทุกคนจะเป็นใครก็ได้ถ้าเรามีความตั้งใจแล้ว ก็เราฝึกฝนทักษะในดนตรี หรือว่าเรามีความฝันแล้วเราทำให้มันเป็นได้จริงโดยที่แบบทำได้ดีที่สุดเท่า ที่เราจะทำได้ ผมว่ามันก็เป็นสิ่งที่เราพิสูจน์กับค่ายเพลงแล้วว่าเราทำได้ไม่ว่าเราจะเป็นใครก็ตาม ผมว่าเดี๋ยวนี้เด็กเส้นมันไม่มีแล้วนะ ผมว่ามันพิสูจน์กันที่ฝีมือ ผมไม่รู้สึกว่าผมเป็นไฮโซนะ กลายเป็นว่าผมดีใจที่พี่ๆ สองคนนี้ใครๆ ก็เรียกว่าเป็นไฮโซ เค้าก็ใช้ชีวิตปกติใช้ชีวิตได้สมถะเหมือนคนทั่วไป คนอื่นนั่งแท็กซี่กลับบ้าน เค้าก็ขึ้นแท็กซี่กลับบ้าน ไม่ได้มีรถหรูหราอะไรมาส่ง แต่บางครั้งมันก็มีบ้างประปราย พอถึงเวลาเค้าก็นั่งแท็กซี่ก็นั่งรถตู้ก็ไม่ได้โวยวายอะไรก็คือปกติ

“เหมือนกับบางทีเราไปติดภาพไฮโซ แต่จริงๆ แล้วมันไม่ได้มีอะไรแบบนั้นเลย ผมรู้สึกว่าได้ทำงานกับพี่ๆ ที่เป็นไฮโซแต่ว่าเป็นไฮโซแบบเรียนรู้ชีวิตแล้ว ไม่ได้แบบว่าไปอยู่อังกฤษมาความยากลำบากเป็นไง นั่งคุยปัญหาชีวิตได้ตั้งแต่คนขับรถไปจนถึง รปภ. เจอ รปภ.หน้าตึกแกรมมี่ก็ไหว้กันเหมือนกัน ผมรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องยากกว่าที่หลายคนจะมองว่าการเป็นใครสักคนแล้วทำอะไรก็ได้ ผมว่ามันยากกว่าเพราะว่ามันต้องพิสูจน์จริงๆ มันแบบคือมันมีหลายคนจับตามองอยู่แล้ว มันขึ้นอยู่กับเราแล้วว่าเราจะพิสูจน์ได้มั้ย ให้คนเค้าเชื่อได้มั้ย อย่างทุกวันนี้ผมว่าคนทั่วไปรู้จักผมในฐานะนักร้องมากกว่า ผมก็ดีใจกับตรงนี้ผมมาร้องเพลง มันก็เป็นคนๆ หนึ่งที่ได้โอกาสมาทำตรงนี้ อยากทำให้ดีที่สุดครับ"

เล่าความประทับใจของแฟนๆ ให้ฟังหน่อย? นต "ความประทับใจก็ที่หนักสุดนะก็มีน้องๆ ทำเสื้อเองเป็น Getsunova แล้วไป นั่งทำบล็อกเป็นตัวรูปเราแปะแล้วสกรีนเองเอามาใส่เป็นกลุ่ม แล้วก็น้องๆ กลุ่มนี้เป็นหนึ่งในกลุ่มที่มาตั้งแต่แรกตั้งแต่ตอนที่ไม่มีคนตามเรา ประมาณ 2-3 ปีแล้วมั้ง เราออกมาไม่มีคนฟังเค้าก็มานั่งรอยืนรอเปียกฝนตั้งแต่แรก มานั่งฟังเพลง มีอยู่แค่ประมาณ 2-3 คนเค้าก็มานั่งฟังเพลงเรื่อยๆ จนวันนี้ผมรู้สึกว่าทุกวันนี้ก็มีเพื่อนๆ หน้าใหม่ๆ เยอะขึ้นแต่น้องๆ พวกนี้ เค้าก็ยังวิ่งอยู่ แล้วก็ยังรู้สึกว่าเค้าเป็นกลุ่มแรกมาวาดรูปให้ คือเค้าก็ยังเป็นกลุ่มสุดท้ายที่รอ คือกลุ่มใหม่ก็จะเข้ามาแล้วหายไป แต่กลุ่มนี้จะเข้ามาแล้วอยู่ตลอด กับกลุ่มใหม่ก็ดีใจที่ทุกคนเข้ามาใหม่กว่าจะเกาะกลุ่มรวมตัวกันได้"

แล้วเรื่องที่ไม่ประทับใจคือเรื่องอะไร? เนม "ที่ไม่ประทับใจคือบางทีเห็นคอมเมนต์แบบโหลดเพลงมาแล้วนะ โหลด 4share ซึ่งเราก็ไม่ค่อยประทับใจอยู่แล้ว (หัวเราะ) นอกนั้นก็ไม่ค่อยมีอะไรนะครับ ทุกคนก็น่ารักมาก คือก็น่ารักกันมาตลอดนะแฟนคลับ บ้างก็มีพวกที่ไม่ใช่แฟนคลับมาคอนเมนต์ในคลิปเราไม่ดีก็มีน้อยถึงน้อยมาก ผมรู้สึกว่าเมื่อก่อนยังโดนมากกว่านั้น ขนาดเพลงที่ปล่อยไปคนดูไม่กี่หมื่นวิวแต่โดนว่ามากกว่า พอมานี้แล้วรู้สึกคนให้การตอบรับค่อนข้างดี".

 

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้