ข่าว
100 year

'โป๊งเหน่ง' สํานึก พาเมียกราบขมาแม่ วอนสังคม-ให้อภัย

ไทยรัฐออนไลน์16 พ.ย. 2555 09:00 น.
SHARE

จบลงด้วยดี ตลกโป๊งเหน่งและเมียนำพวงมาลัยกราบเท้าขอขมาแม่แล้ว ร่ำไห้น้ำตานองสำนึกผิดเสียใจที่ทำกับบุพการี ลั่นขอเริ่มต้นชีวิตใหม่และลืมเรื่องเก่า พร้อมสัญญาจะดูแลแม่ที่มีอยู่คนเดียวให้ดีที่สุด ด้าน “ยายอ้อย” ให้อภัยทั้งลูกชายลูกสะใภ้ เก็บเสื้อผ้ากลับไปอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวดังเดิม

จบลงด้วยดีแฮปปี้เอนดิ้งด้วยกันทุกฝ่าย กับเรื่องราวของตลกโป๊งเหน่งกับเมีย ที่มีปัญหากับมารดาบังเกิดเกล้าเป็นนิยายน้ำเน่า “แม่ผัว-ลูกสะใภ้” ชนิดเสือสองตัวอยู่ร่วมถ้ำกันไม่ได้ ฝ่ายแม่ต้องระเห็จมาอยู่วัด แต่ในที่สุดเลือดเนื้อเชื้อไขตัดกันไม่ตาย ขายกันไม่ขาด ตลกโป๊งเหน่งยอมลดทิฐิในตัวเอง กราบเท้าขอขมาแม่รับผิดในสิ่งที่ได้กระทำล่วงเกินไปและเดินทางมารับนางณัฐกนก วันเพ็ญ ผู้เป็นมารดาจากวัดพระยาสุเรนทร์กลับคืนสู่ครอบครัว

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 15 พ.ย. นายพงษ์ศักดิ์ โสภักดี หรือ“โป๊งเหน่ง เชิญยิ้ม” และนางสมญา อยู่พ่วง หรือหมู ภรรยา เดินทางด้วยรถยนต์อีซูซุมิว-เซเว่น สีขาว มายังวัดพระยาสุเรนทร์ แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กทม. พร้อมนำพวงมาลัยดอกมะลิเข้ากราบเท้าขอขมานางณัฐกนก วันเพ็ญ อายุ 69 ปี หรือยายอ้อย มารดาบังเกิดเกล้าของโป๊งเหน่ง โดยนายพงษ์ศักดิ์เดินควงแขนนางสมญาเข้ามาหานางณัฐกนก ซึ่งใส่เสื้อลายสีเหลือง นุ่งกางเกงสามส่วนสีน้ำตาลที่ซื้อมาใหม่ นั่งรอลูกชายอยู่ที่หน้าโบสถ์ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

หลังโป๊งเหน่งเห็นมารดานั่งรออยู่ก็เอ่ยปากเรียกแม่ แล้วตรงเข้าโอบกอดพร้อมกับหลั่งน้ำตาร่ำไห้ออกมา ก่อนจะนำพวงมาลัยก้มลงกราบเท้านางณัฐกนก โดยมีหยดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดในทุกสิ่งเคยกระทำต่อแม่ทุกประการ รินหลั่งเปื้อนเท้านางณัฐกนก ทำให้นางณัฐกนกถึงกับหลั่งน้ำตาแห่งความดีใจที่ลูกชายเข้าใจตนเอง โดยขณะที่โป๊งเหน่งกำลังก้มกราบเท้ามารดานั้น นางสมญาลูกสะใภ้ก็ได้เข้าโอบกอดแม่ผัว พร้อมกับหลั่งน้ำตาออกมา ก่อนก้มลงกราบขอขมาแม่ผัวด้วยเช่นกัน และบอกว่า เรื่องอดีตที่ผ่านมาขอให้แม่ให้อภัย อาจเป็นการเข้าใจผิดกัน

จากนั้นตลกโป๊งเหน่งซึ่งยังสะอื้นร่ำไห้ ได้กล่าวกับนางณัฐกนกว่า ขอโทษในสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ความจริงตนรักแม่มาก วันนี้ได้พาเมียมากราบขอโทษแม่ในสิ่งที่พลั้งผิดไป อยากให้แม่อภัยให้ด้วยและอยากมารับแม่กลับบ้านไปอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม หลานทุกคนรอต้อนรับอยู่ที่บ้าน ก่อนหน้านี้ ตนไม่มีเวลาดูแล แต่หลังจากนี้จะหาเวลาว่างให้มาก มาดูแลทำให้แม่มีความสุขที่สุด สิ่งใดที่ไม่ดีผ่านพ้นไปแล้ว ไม่อยากใส่ใจ อยากให้แม่ให้อภัยและกลับไปเริ่มต้นชีวิตกันใหม่

ตลกโป๊งเหน่งยังถามนางณัฐกนกว่า รักลูกหรือไม่ นางณัฐกนกตอบด้วยน้ำตาว่า แม่ทุกคนรักลูก และให้อภัยทั้ง 2 คน แม่ขอโทษเช่นกันที่ต้องทำแบบนี้ จริงๆแล้วไม่ต้องการทำร้ายลูก ไม่เคยคิดทำให้ลูกเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่เพราะแม่ไม่มีทางไปจริงๆ จึงต้องทำแบบนี้ อยากให้ลูกทั้ง 2 คน อภัยให้แม่หากลูกอยากให้กลับบ้าน ก็จะไปอยู่ด้วย อยากไปอยู่กับลูกหลาน เพราะรักลูกหลานที่สุด ตอนนี้ไม่อยากเรียกร้องอะไร เพราะได้ลูกคืนกลับมาแล้ว เข้าใจว่าลูกต้องทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัวจึงไม่ค่อยมีเวลา และจะพยายามปรับตัวให้เข้ากับลูกหลานให้ได้ รวมถึงยังรักลูกสะใภ้ ไม่เคยโกรธแค้นอะไร เพราะเป็นขวัญใจลูกชาย หากลูกรักใครก็ต้องรักตาม เพราะอยากให้ทุกคนมีความสุข

นางณัฐกนกยังกล่าวอีกว่า เรื่องอดีตให้มันผ่านพ้นไป หันมาเริ่มต้นใหม่ เพราะเป็นการเข้าใจผิดกัน แม่แก่ชรามากแล้ว จึงไม่ค่อยพูดคุยกับลูกหลานเท่าที่ควร เมื่อมีปัญหาจะออกจากบ้านอย่างเดียว หากลูกไม่ไล่ออกจากบ้าน  ตนจะไม่ออกมาเช่นนี้แน่นอน ตอนนี้ได้พูดคุยปรับความเข้าใจกับลูกชาย ลูกสะใภ้ ทำให้เข้าใจหลายเรื่อง  หากมีปัญหาจะคุยกับลูกโดยตรง ที่ผ่านมาไม่คุยกันทำให้มีปัญหาไม่เข้าใจกัน ส่วนลูกสะใภ้คิดว่าน่าจะดีขึ้น ตนให้อภัยทุกอย่าง

นายพงษ์ศักดิ์เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวภายหลังว่า เรื่องราวจบลงด้วยดี ทุกคนหันหน้ามาคุยกันแล้ว ต่อไปนี้จะหาเวลาให้มากที่สุด เพื่อดูแลแม่ที่มีอยู่คนเดียว ก่อนหน้านี้นอนคิดทบทวนอยู่หลายคืนถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น  สรุปว่าเพราะไม่มีเวลาคุยกัน  บางครั้ง แม่ต้องการอะไร หรือตนต้องการอะไร ต่างคนต่างไม่รู้ใจกัน และคิดกันเองต่างๆนานา ทำให้เกิดอารมณ์ น้อยเนื้อต่ำใจ จนเกิดความเข้าใจผิดกัน ทั้งนี้ อยากให้เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นแบบอย่างต่อสังคม เพราะไม่อยากให้เกิดขึ้นกับครอบครัวอื่น หลายคนอยู่ด้วยกันทุกวัน แต่หากไม่ได้พูดคุยกัน ปัญหาอาจเกิดขึ้นเหมือนกับครอบครัวตนได้ เสียดายที่ในวันนี้พระครูสังฆรักษ์โสภณ เจ้าอาวาสวัดพระยาสุเรนทร์ ไม่อยู่ ติดภารกิจไปต่างจังหวัด แต่คิดว่าวันหลังจะพาครอบครัวและแม่กลับมากราบขอบพระคุณที่ดูแลนางณัฐกนกเป็นอย่างดี

ตลกโป๊งเหน่งกล่าวอีกว่า ตอนนี้รู้สึกเหมือนยกเอาภูเขาออกจากอก ที่ได้ทำในสิ่งที่แม่ต้องการ รวมถึงพาลูกสะใภ้มาขอขมาด้วย เหตุการณ์ที่ผ่านมาขอให้เป็นครั้งสุดท้าย ต่อจากนี้จะไม่พูดถึงเรื่องเก่าอีก แต่จะเริ่มต้นใหม่เป็นครอบครัวที่มีความสุข ขอสัญญาจะหาเวลาว่างให้มากที่สุด เพื่อจะได้มาใกล้ชิดแม่ สอบถามความต้องการของแม่ พาไปกินข้าว เที่ยวร่วมกัน ส่วนสาเหตุเป็นเรื่องเกิดจากแม่สามีกับลูกสะใภ้และครอบครัว ทำให้เรื่องทั้งหมดบานปลาย อย่างไรก็ตามหนี้สิ้นทั้งหมดที่แม่แจ้งไว้ จะเข้าไปเคลียร์จัดการตามความต้องการของแม่ เพื่อให้แม่สบายใจ เริ่มชีวิตใหม่ลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด สิ่งสำคัญไม่อยากให้ลูกตนเห็นสภาพแบบนี้ นำไปเลียนแบบ กลายเป็นเวรกรรม ตอนนี้ต้องขอโทษทุกอย่างและอยากให้สังคมอภัยในสิ่งที่กระทำไปด้วย

ขณะที่นางสมญากล่าวภายหลังว่า ดีใจมากที่ได้ปรับความเข้าใจกับแม่สามี ซึ่งให้อภัยในสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้ว ทั้งนี้ทางครอบครัวตน พ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่ยังเด็ก จึงเข้าใจดีถึงความเจ็บปวดครอบครัวแตกแยก จึงไม่อยากให้เกิดกับครอบครัวสามี เมื่อเห็นสามีกับแม่เข้าใจกัน ทำให้มีความสุขตามไปด้วย ยืนยันว่าจะไม่มีปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับแม่สามีและลูกสะใภ้อีก ตนได้จัดเตรียมห้องให้แม่นอนกับลูกสาวอยู่ชั้นล่าง จะได้มีคนดูแล อยากฝากถึงทุกครอบครัวว่า ลูกสะใภ้ว่าต้องดูแลแม่สามีให้ดีที่สุด เพราะแม่สามีก็เหมือนแม่ตัวเอง พยายามสอบถามพูดคุยกันถึงความต้องการให้มาก เพื่อไม่ให้เป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน ต่อไปนี้จะทำทุกอย่างให้ครอบครัวมีความสุขที่สุด

จากนั้นเวลา 11.30 น. นายพงษ์ศักดิ์และนางสมญาไปเก็บสิ่งของจำเป็นของนางณัฐกนกจากกุฏิที่นางณัฐกนกพักอาศัยแล้วพาเดินทางกลับไปบ้านของโป๊งเหน่ง ที่อยู่ในหมู่บ้านนพอนันต์ ย่านคลองสามวา ห่างจากวัดพระยาสุเรนทร์ ประมาณ 2-3 กม. โดยมีหลานชายหลานสาวรอรับผู้เป็นย่าอยู่ที่หน้าบ้าน  เมื่อพานางณัฐกนกเข้าบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้วนายพงษ์ศักดิ์และนางสมญาจึงออกเดินทางไปถ่ายละครต่อที่จังหวัดกาญจนบุรี

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้