ข่าว
100 year

ผบ.ตร.ยันใช้กม.ความมั่นคงรับมือม็อบแน่

ไทยรัฐออนไลน์16 พ.ย. 2555 09:00 น.
SHARE

จะประกาศในสัปดาห์หน้า สภาทําบันไดลิงแบบถาวร เสธ.อ้ายยํ้าลุยหนสุดท้าย ทําเนียบซ้อมรับ‘โอบามา’

“ยิ่งลักษณ์” วอนม็อบชุมนุมภายใต้กรอบกฎหมาย ขอความร่วมมือทุกฝ่ายใช้เวทีสภาถกหาทางออกประเทศ “เหลิม” หารือร่วม สตช. เตรียมมาตรการรับมือม็อบ เสธ.อ้าย “ผบ.ตร.” ชี้เปรี้ยงประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงสัปดาห์หน้า สภาฯไม่ประมาท  สร้างบันไดเหล็กถาวรเป็นช่องทางหนีม็อบบุกรัฐสภา เพื่อไทยผวาหนักปลุกประชาชนร่วมต้านขบวนการล้มรัฐบาล  อ้างเป็นรูปแบบยึดอำนาจแบบใหม่ “พล.อ.บุญเลิศ” ลั่น 24 พ.ย. นำขบวนไล่รัฐบาลครั้งสุดท้าย เตรียมร่อนหนังสือแจง “โอบามา” และองค์กรต่างชาติโชว์ชุมนุมด้วยสันติ “อภิสิทธิ์” ยื่นร้อง ป.ป.ช.ฟัน “บิ๊กโอ๋” ผิด ม.157 สั่งถอดยศมิชอบโดยไม่มีอำนาจ พ่วงดำเนินคดีอาญาคณะกรรมการสอบสวนของกระทรวงกลาโหม “สุกำพล” ท้าชนขู่สาวไส้ “มาร์ค” กลางสภาฯ

รัฐบาลผวาม็อบชุมนุมขับไล่บานปลาย นำรัฐบาลเดินไปสู่จุดเสี่ยง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ได้หารือร่วมกับฝ่ายผู้เกี่ยวข้อง เตรียมพร้อมมาตรการรับมือการชุมนุมใหญ่ขับไล่รัฐบาลของ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือเสธ.อ้าย ประธานองค์การพิทักษ์สยามและภาคีเครือข่ายล่าสุดพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ยืนยันจะประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงสัปดาห์หน้าเพื่อการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย

รัฐบาลโบ้ย สตช.เจรจาม็อบไล่

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 15 พ.ย.ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม และพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ร่วมกันประชุมการเตรียมความพร้อมรักษาความสงบเรียบร้อยการชุมนุมที่องค์การพิทักษ์สยามจะจัดการชุมนุมในวันที่ 24 พ.ย. ภายหลังการประชุม ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า หลักการดูแลความเรียบร้อยในการชุมนุมต้องใช้ความละมุนละม่อมกับผู้ร่วมชุมนุม ตนเชื่อว่าผู้ร่วมชุมนุมก็รักบ้านรักเมืองคงไม่ก่อเหตุที่ไม่ดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.อดุลย์ จะเป็นผู้รับผิดชอบดูแลสถานการณ์ ส่วนขั้นตอนดำเนินการ ตนเห็นว่าผู้ชุมนุมประกาศชัดว่าจะขับไล่รัฐบาลเท่ากับรัฐบาลเป็นคู่กรณี รัฐบาลต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง จึงให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมาพูดคุยกับผู้ชุมนุมจะดีกว่า

สัปดาห์หน้าประกาศใช้ พ.ร.บ.มั่นคง

ด้าน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.กล่าวว่า จะมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ประมาณสัปดาห์หน้า ส่วนพื้นที่ประกาศใช้ พ.ร.บ.จะพิจารณาด้วยความรอบคอบอีกครั้ง ขณะที่ระยะเวลาต้องดูสถานการณ์ก่อน หลักการทำงานต้องมีการวิเคราะห์สถานการณ์ เจ้าหน้าที่ทุกคนพร้อมปฏิบัติ  ตามแนวทางต้องมีการบูรณาการกับทุกฝ่าย เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม กระทรวงสาธารณสุข และส่วนที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินร่วมกันให้ครบถ้วน โดยตนจะเป็นผู้บริหารสถานการณ์ ส่วนยอดผู้ชุมนุมน่าจะมากพอสมควร การทำงานต้องมองเผื่อไว้เยอะๆ ตามมาตรการต้องติดตามข่าวสารและให้ ผบช.ภาค ช่วยดูแลด้วย เรามีมาตรการดูแลเรื่องอาวุธ เรื่องบุคคล เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้มาตรการทางยุทธวิธีในการปฏิบัติ กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจคงไม่เท่ากับผู้ชุมนุม แต่มีหลักของการฝึกและขั้นตอนการใช้กำลัง ทุกอย่างอยู่ที่สถานการณ์ จะใช้กำลังอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์และใช้ยุทธวิธีในการปฏิบัติโดยมีกฎหมายรองรับ จะให้เจ้าหน้าที่ทำงานง่ายขึ้น

“ปู” ขอม็อบชุมนุมใต้กรอบ ก.ม.

ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการสร้างความเชื่อมั่นกับต่างประเทศ ในขณะที่ภายในประเทศมีการชุมนุมขับไล่รัฐบาลโดยกลุ่มองค์การพิทักษ์สยามของ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ว่า การสร้างความเชื่อมั่นกับต่างประเทศต้องทำทุกอย่างทั้งความเชื่อมั่นและความเข้าใจที่ถูกต้อง ยังต้องทำอยู่ วันนี้ทุกประเทศต่างมองการที่เราจะทำอย่างไรในการรักษาเสถียรภาพทางการเมือง และการดูแลเรื่องการเมืองให้เป็นไปอย่างสงบ คงต้องขอความร่วมมือจากภาคประชาชน ทุกหน่วยงานจะร่วมกันอย่างไรทำให้ทุกประเทศเชื่อมั่นประเทศไทย การชุมนุมขอให้ทำอยู่ในขอบเขตของกฎหมายและเป็นไปอย่างสงบ เมื่อถามว่า นายกฯมีแนวทางอย่างไรไม่ให้มาชุมนุมบนท้องถนน และไปแสดงความเห็นกันในสภา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบว่า ก็ต้องช่วยกัน ตนคนเดียวคงไม่ได้ ต้องขอความร่วมมือ ถือเป็นวาระแห่งชาติร่วมกันที่จะแก้ไข และอยากเห็นเวทีของสภาเป็นเวทีที่เราจะใช้คุยกัน หารือและแก้ปัญหาหาทางออกของประเทศ

งัด ก.ม.มั่นคงแล้วแต่สถานการณ์

เมื่อถามว่า นายกฯจะกำชับให้ดูแลความสงบอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า คงต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลให้ความสะดวกและความปลอดภัย การชุมนุมต่างๆ  พึงทำได้หากอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย และอยู่ในความสงบ เราไม่อยากเห็นทำให้พี่น้องประชาชนกังวลใจ  ต่อข้อถามว่า ทาง พล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. จะประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ดูแลสถานการณ์ ต้องถึงขั้นนั้นหรือไม่  น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า คงต้องดูตามสถานการณ์  ถ้าสถานการณ์อยู่ในภาวะปกติก็คงไม่ต้องใช้อะไร แต่ถ้าสถานการณ์ต่างๆเพื่อให้เกิดความรอบคอบอันนี้คงต้องอยู่ที่เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติว่าจะมีมาตรการอย่างไร  ทั้งนี้ คงจะเป็นการใช้เวทีของสภาความมั่นคงแห่งชาติ  (สมช.) ในการหารือทางออกและแนวทางในการดูแลความปลอดภัย

“เหลิม” ถกใช้ ก.ม.มั่นคงสยบม็อบ

ที่รัฐสภา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันเดียวกันเวลา 14.00 น.จะหารือร่วมกับ  พล.ต.อ.อดุลย์  แสงสิงแก้ว  ผบ.ตร. เพื่อเตรียมมาตรการรักษาความปลอดภัยการชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยามในวันที่  24-25  พ.ย.ข้อเสนอการใช้  พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 ต้องรอดูว่า ผบ.ตร.จะเสนอมาอย่างไร  เมื่อได้ข้อสรุปจะประชุมกับ  กอ.รมน.ในวันที่ 19 พ.ย. เวลา 14.00 น. หากจะใช้ พ.ร.บ.มั่นคงก็เพราะในวันที่ 24 พ.ย. ประกาศชัดว่าจะระดมให้ได้ 1 ล้านคนขับไล่รัฐบาล รัฐบาลจึงต้องระมัดระวังและไม่ใช้ความรุนแรง  ไม่ใช้สไนเปอร์  และมอบให้  ผบ.ตร.เป็นผู้บังคับการสถานการณ์ชุมนุมแล้ว  ซึ่ง  ผบ.ตร.รายงานกระแสข่าวการลงขัน  6,000 ล้านบาท สนับสนุนม็อบขับไล่รัฐบาลให้ทราบแล้ว

เมินข้อเสนอนอกระบบ

เมื่อถามว่า รัฐบาลจะยุติความรุนแรงโดยเจรจารับข้อเสนอ 5 ข้อขององค์การพิทักษ์สยามหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า รัฐบาลพร้อมรับฟัง แต่คงไม่นำไปปฏิบัติ เพราะเป็นข้อเสนอนอกระบบที่คิดเอง ถ้ากล่าวหารัฐบาลทุจริตทำไมไม่ให้พรรคประชาธิปัตย์จัดการ ขอบอกไว้เลยว่างานนี้ม็อบ  เสธ.อ้ายไม่มาก แต่มีบางพรรคการเมืองที่แพ้เลือกตั้งบ่อยๆ  ขนคนมาซึ่งไม่ผิดกฎหมายและตนจะไม่สกัด แต่จะให้ประชาชนเห็นธาตุแท้ว่าบางพรรคสนับสนุนการล้มรัฐบาล เมื่อถามว่า มีข่าวว่าในวันที่มีการชุมนุม ร.ต.อ.เฉลิมจะไม่อยู่ในกรุงเทพฯ แต่จะเดินทางไปที่ จ.เชียงราย ร.ต.อ.เฉลิมตอบว่า ไม่บอก และไม่มีการเดินทางไป จ.เชียงราย เป็นเรื่องเข้าใจผิด

คาดเกณฑ์คน ตจว.3 หมื่นเข้ากรุง

นายประชา ประสพดี  รมช.มหาดไทย  กล่าวถึงกรณีนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย สั่งการให้  ผวจ.ติดตามความเคลื่อนไหวของประชาชนที่จะมาร่วมชุมนุมใหญ่ขับไล่รัฐบาลวันที่ 24 พ.ย.ว่า  เป็นการให้  ผวจ.ไปทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ แต่ไม่ใช่การสั่งห้ามมาชุมนุม เพราะเป็นสิทธิส่วนตัว  เบื้องต้นได้รับรายงานประชาชนต่างจังหวัดที่จะมาร่วมชุมนุมร้อยละ 70 มาจากการจัดตั้งของกลุ่มการเมือง  กลุ่มต่อต้านรัฐบาล  ส่วนที่เหลือเป็นกลุ่มแฟนคลับ  และกลุ่มที่อยากรู้อยากเห็น  แต่หลังจากที่  ผวจ.ลงไปทำความเข้าใจกันแล้ว  การเคลื่อนไหวเริ่มชะงักลง  คาดว่าน่าจะมีชาวบ้านต่างจังหวัดมาร่วมชุมนุม 3 หมื่นคนขึ้นไป

19 พ.ย. เรียกถกหน่วยงานมั่นคง

ด้าน  พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร  เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ  (สมช.)  กล่าวถึงกรณี  ผบ.ตร.เสนอให้รัฐบาลประกาศใช้  พ.ร.บ.ความมั่นคง ว่า เมื่อผู้ชุมนุมมีหลักหมื่นคนจำเป็นต้องใช้  พ.ร.บ.ดังกล่าว เพื่อให้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.มีอำนาจสั่งการเต็มที่  ไม่เช่นนั้นนายกฯ หรือรองนายกฯต้องลงมาสั่งการด้วยตนเอง  ยืนยันว่าไม่มีทหารเข้ามาช่วยควบคุม  แต่บูรณาการการทำงานร่วมกันได้ ในวันที่ 19 พ.ย. เวลา 14.00 น. หน่วยงานมั่นคงและหน่วยงานการข่าวจะมีการประชุมที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ เป็นประธาน เพื่อประเมินสถานการณ์ และตกผลึกมาตรการรับมือ  รวมทั้งหารือว่าควรใช้ พ.ร.บ.มั่นคงหรือไม่  หากเห็นว่าจำเป็นจะได้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาในวันที่ 20 พ.ย. ทันที

วอน ปชช.ต้านยึดอำนาจแบบใหม่

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีองค์การพิทักษ์สยามระบุว่า ต้องการให้รัฐบาลยุติการบริหารราชการแผ่นดินเป็นแนวคิดอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย ต้องการเปลี่ยนรัฐบาลจากการเลือกตั้งของประชาชน ถือเป็นการยึดอำนาจอีกรูปแบบหนึ่งใช่หรือไม่ อยากเตือนสติคนจะมาร่วมชุมนุม รวมถึงกลุ่มทุนที่อยากสนับสนุนให้คิดให้ดีก่อน วันนี้ประเทศไทยกำลังเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคม ประชาชนกำลังอยู่ดีกินดี ประเทศกำลังเนื้อหอม ผู้นำนานาประเทศกำลังเดินทางมาเยือน และอยากเรียกร้องไปยังประชาชนที่ไม่เห็นด้วย ขอให้สื่อสารผ่านช่องทางต่างๆ แสดงออกว่าไม่เห็นด้วยและไม่ยอมรับวิธีการขององค์การพิทักษ์สยามในทุกช่องทาง ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนต้องปกป้อง หวงแหนประชาธิปไตย อย่าให้พวกอยากมีอำนาจแต่ไม่ผ่านการเลือกตั้งมาเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย และอาจนำประเทศไปสู่ความตกต่ำถึงขั้นปิดประเทศได้

นปช.ค้านขุด ก.ม.มั่นคงกำราบม็อบ

นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวถึงกรณี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.จะเสนอให้รัฐบาลใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ควบคุมการชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยามว่า ไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลจะประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง การชุมนุมเป็นสิทธิที่ทำได้ ไม่ควรให้น้ำหนักมากเกินไปกับการชุมนุมของ พล.อ.บุญเลิศ ควรรอดูสถานการณ์ก่อน ถ้ามาชุมนุมแล้วทำผิดกฎหมายจึงประกาศใช้ ไม่อยากให้เลียนแบบรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ วันนี้ พล.อ.บุญเลิศเป็นแค่ทหารแก่ไม่น่ากลัว แต่ทหารที่อยู่ในตำแหน่งน่ากลัวกว่า การเคลื่อนไหวของ พล.อ.บุญเลิศล้มรัฐบาลไม่ได้ ถ้าไม่มีทหารที่อยู่ในตำแหน่งร่วมมือ หากใช้บรรทัดฐานใครมาชุมนุมก็ประกาศ พ.ร.บ.มั่นคง ภาพลักษณ์ประเทศจะเสียหาย ถ้ารัฐบาลกลัว พล.อ.บุญเลิศมากไปจับตัวมาข้อหากบฏตามที่มีผู้แจ้งความไว้แล้วไม่ให้ประกันตัว ส่วนกรณีที่ พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ องคมนตรี ปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของ พล.อ.บุญเลิศถ้าไม่เกี่ยวจริงควรห้ามไม่ให้ พล.อ. บุญเลิศทำร้ายประเทศไทย

เย้ยอีกม็อบ “เสธ.อ้าย” จุดไม่ติด

นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยและแกนนำ นปช. กล่าวว่า เชื่อว่าการชุมนุมขององค์การพิทักษ์สยาม น่าจะจุดไม่ติด เพราะเป็นม็อบจัดตั้ง เหมือนไฟไหม้ฟางและเชื่อว่าไม่ยืดเยื้อ ในวันดังกล่าวกลุ่มเสื้อแดงจะไม่ชุมนุมในกรุงเทพฯอาจชุมนุมรอบๆกรุงเทพฯจะแถลงความชัดเจนอีกครั้งสัปดาห์หน้าก่อนการชุมนุมของ พล.อ.บุญเลิศ ส่วนการใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงควบคุมการชุมนุมในวันที่ 24 พ.ย.ยังไม่เหมาะ ตำรวจควบคุมสถานการณ์ได้ ใช้มาตรการเบาไปหาหนัก หากเกิดเหตุการณ์ขึ้นค่อยประกาศใช้ก็ได้

ติงประเมินให้ดีใช้ ก.ม.มั่นคง

ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.เตรียมเสนอรัฐบาลให้ใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงควบคุมการชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยามว่า รัฐบาลต้องประเมินสถานการณ์และตัดสินใจโดยยึดหลักกฎหมาย และต้องดูแลไม่ให้เกิดการปะทะกัน รัฐบาลควรพูดกับกลุ่มผู้สนับสนุนที่ประกาศแล้วว่าจะมาชุมนุมต่อต้าน ไม่ให้ก่อปัญหาให้บ้านเมืองและรัฐบาล ส่วนที่ระบุว่ามีกลุ่มทุนลงขัน 6,000 ล้านบาทล้มรัฐบาล ไม่ทราบว่าเป็นเงินของใครบ้าง ต้องไปถาม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ยอมรับว่าเป็นห่วงสถานการณ์การเมืองหลังจากนี้ รัฐบาลต้องไม่สร้างเงื่อนไขความขัดแย้งขึ้น ส่วนกรณีที่นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย มีคำสั่งให้ ผวจ.ทุกพื้นที่ติดตามความเคลื่อนไหวผู้ที่จะมาร่วมชุมนุมในกรุงเทพฯ รัฐบาลควรไปดูที่ต้นเหตุของเรื่อง ทำความเข้าใจกับข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุม

ส่ง 50 กองร้อยคุมสถานที่ราชการ

ที่ บช.น. วันเดียวกัน พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบช.น. กล่าวถึงการดูแลความปลอดภัยในการดูแลให้กลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม และภาคีเครือข่าย ในวันที่ 24 พ.ย. ว่า ทาง บช.น. วางแผนดูแลผู้ชุมนุมเอาไว้เรียบร้อยแล้วไม่ว่าในพื้นที่ชุมนุม และมีการจัดกำลังจุดตรวจที่ผู้ชุมนุมจะเดินทางผ่านเพื่อป้องกันมือที่สามเข้ามาก่อความวุ่นวาย รวมทั้งจัดกำลังดูแลสถานที่ราชการ เบื้องต้นได้วางกำลังเจ้าหน้าที่ไว้ดูแลสถานที่สำคัญต่างๆทั้งทำเนียบรัฐบาล บริเวณรัฐสภา และพื้นที่ราชการต่างๆ ทั้งหมดกว่า 50 กองร้อย ครอบคลุมทั้งหมดพร้อมจะส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแลรัฐสภาได้ทัน และอาจขอกำลังภูธร จากบช.ภ. 1, 2, 3, และ 7 มาช่วยสนับสนุนเพิ่มเติม “ส่วนแผนรองรับหากเกิดเหตุจลาจล จนถึงขณะนี้รายงานด้านการข่าวยังไม่พบว่าจะมีความรุนแรง เบื้องต้นแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมจะเลิกชุมนุมภายในวันที่ 24 พ.ย. เชื่อว่าการชุมนุมครั้งนี้จะอยู่ในกรอบของกฎหมาย รวมทั้งความเคลื่อนไหวของกลุ่มมือที่ 3 หรือไม่ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งสืบสวนหาข่าวต่อไป ได้เตรียมแผนป้องกันเหตุไว้แล้ว” พล.ต.ต.ปริญญากล่าว

สภาฯไม่ประมาทตั้งรับม็อบ

ที่รัฐสภา นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการรักษาความปลอดภัยช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่คาบเกี่ยวกับการการชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยามว่า ได้มอบหมายให้นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาฯคนที่ 2 รับผิดชอบดูแลความเรียบร้อยในสภาฯ ไม่ประมาท ไม่ชะล่าใจ และมีเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่แล้ว

นายอุดมเดช รัตนเสถียร ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการชุมนุมขององค์การพิทักษ์สยามว่า เท่าที่สังเกตตั้งแต่สมัยพรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย พอรัฐบาลทำงานใกล้ครบ 1 ปี จะมีวัฏจักร พฤติกรรมเดิมๆ มีม็อบมาขับไล่รัฐบาล และใช้องค์กรอิสระเป็นเครื่องมือล้มรัฐบาล ขอให้สังเกตพฤติกรรมคนกลุ่มนี้ต้องการทำลายรากฐานระบอบประชาธิปไตย

จัดรถตู้อพยพ รมต.–สื่อมวลชน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ซึ่งกำกับดูแลสำนักรักษาความปลอดภัย สำนักงานเลขาธิการสภาฯ เปิดเผยถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยรัฐสภาระหว่างวันที่ 25-28 พ.ย.ว่า ได้หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจัดวางกำลังดูแลความปลอดภัยพื้นที่อาคารรัฐสภาจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.น.ประมาณ 400 นาย ประสานกับตำรวจรัฐสภาปฏิบัติงานเต็มอัตรากำลัง 100 คน และได้เตรียมทางเข้า-ออก ฉุกเฉินกรณีมีการปิดล้อมไว้ ได้ทำหนังสือขออนุญาตสำนักพระราชวังแล้ว พื้นที่ทางเข้า-ออกฉุกเฉินเตรียมรถตู้ไว้ 15 คัน เพื่อขนย้ายข้าราชการ พนักงานรัฐสภา รัฐมนตรี และสื่อมวลชนออกจากพื้นที่ปิดล้อม อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าความรุนแรงจนถึงขั้นปิดล้อมอาคารรัฐสภาจะไม่เกิดขึ้น แต่เตรียมพร้อมไว้เท่านั้น

ทำบันไดเหล็กถาวรปีนหนีม็อบ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า เมื่อเวลา 16.00 น.บริเวณข้างตึกรัฐสภา 3 ได้มีกลุ่มคนงานก่อสร้างที่สภาฯจ้างมาสร้างบันไดเหล็กแบบถาวรสูงประมาณ 2.7 เมตร กว้างประมาณ 2.8 เมตร แทนบันไดไม้อันเก่าที่สร้างขึ้นหลังเหตุการณ์ 7 ต.ค.51 สมัยรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ เชื่อมไปยังพระที่นั่งวิมานเมฆ โดยฝั่งรัฐสภาสร้างแบบถาวร ส่วนฝั่งพระที่นั่งวิมานเมฆยกพับเก็บได้ ไว้ใช้กรณีมีมวลชนบุกเข้าในรัฐสภา จะได้ให้บรรดา ส.ส.และรัฐมนตรีใช้หนีม็อบ

อัดรัฐสุมไฟเพิ่มความรุนแรง

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานีพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ระบุมีพรรคการเมืองแพ้การเลือกตั้งขนคนมาร่วมชุมนุมกับกลุ่มองค์การพิทักษ์สยามในวันที่ 24 พ.ย. ว่า ควรบอกมาให้ชัดเจนว่าเป็นพรรคใด หากว่ามีตนจะได้ดำเนินคดีได้ถูก ร.ต.อ.เฉลิมไม่ใช่คนน่าเชื่อถือ ชอบพูดจาเลอะเทอะ ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ยึดมั่นประชาธิปไตย เคารพกฎเกณฑ์กติกาทางการเมือง การระบุว่ามีการระดมทุน 6,000 ล้านบาท เพื่อล้มรัฐบาล หากเป็นเรื่องผิดกฎหมายควรดำเนินคดี อย่ามาพูดโอ้อวด รัฐบาลเป็นผู้รักษากฎหมายอยู่แล้ว ส่วนที่บอกว่าการชุมนุมขององค์การพิทักษ์สยามเป็นการล้มรัฐบาล ร.ต.อ. เฉลิมพูดไม่มีหลักการ สิ่งที่รัฐบาลและคนใกล้ชิดทำเป็นสิ่งที่ไม่ฉลาด หากรัฐบาลประกาศว่าไม่ท้าทายอำนาจประชาชน ไม่ทุจริตคอรัปชัน ไม่ทำให้เกิดความแตกแยก ความรุนแรงจะลดลง แต่รัฐบาลกลับทำตรงกันข้าม มีการเกณฑ์คนมาสู้กับผู้ชุมนุม ทำอย่างนี้รัฐบาลเพี้ยนแล้ว เพราะมีหน้าที่ดูแลให้บ้านเมืองสงบ ไม่ใช่ไปเติมเชื้อไฟ

ฉุนดีเอสไอทำเกินอำนาจหน้าที่

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานีพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เรียกเอกสารการเงินของพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่ปี 2550-55 นั้น หากตนเป็นกรรมการบริหารพรรคจะไม่ส่งเอกสารให้ดีเอสไอ เพราะดีเอสไอทำเกินอำนาจหน้าที่ โดยทำตัวเป็นเครื่องมือของพรรคการเมือง น่าละอาย พรรคการเมืองมีหน้าที่ทำรายงานเรื่องกิจกรรมพรรคเสนอต่อ กกต.อยู่แล้ว แต่ไม่มีหน้าที่ส่งรายงานให้ดีเอสไอ ยกเว้นเป็นการตั้งใจตั้งข้อหากับพรรคประชาธิปัตย์

เสธ.อ้ายลั่นขอลุยครั้งสุดท้าย

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ราชตฤณมัยสมาคมฯ (สนามม้านางเลิ้ง) พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ (เสธ.อ้าย) ประธานองค์การพิทักษ์สยาม แถลงถึงกรณีมีการระบุว่านายทุนลงขัน 6,000 ล้านบาทสนับสนุนม็อบล้มรัฐบาลว่า รัฐบาลชุดนี้คนชั่วเยอะ มักพูดแต่เรื่องชั่วร้าย เช่น บอกว่ามีคนลงขัน 6,000 ล้านบาท ไม่เป็นความจริง ไม่เคยพูดคุยกับนายทุนคนไหนเลย มีแต่คนที่รักและชอบวิธีการทำงานขององค์การพิทักษ์สยามนำเงินมาให้บ้างเท่านั้น และอย่างมากชุมนุมเพียง 1 คืน 2 วัน หรือไม่ก็วันเดียวจบและจำกัดพื้นที่การชุมนุมได้ เว้นแต่คนมาชุมนุมมากจะไหลไปเรื่อยๆ เมื่อถามว่า หากเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นจะรับผิดชอบได้หรือไม่ พล.อ.บุญเลิศ กล่าวว่า คงตอบไม่ได้ว่าจะรับผิดชอบอย่างไร แต่จะป้องกันเต็มที่ไม่ให้เกิดเหตุร้าย ส่วนที่ ผบ.ตร.จะนำ พ.ร.บ.ความมั่นคงมาใช้ก็แล้วแต่ท่าน การชุมนุมวันที่ 24 พ.ย. จะเป็นครั้งสุดท้ายของตน ไม่ได้หวังไปตั้งพรรคหรือเล่นการเมือง ไม่ตนจบก็รัฐบาลจบชัดเจน องค์การพิทักษ์สยามในฐานะที่ตนเป็นประธานในครั้งนี้ถือว่าจบ ส่วนคนอื่นไม่รู้ และไม่รับประกัน

ยื่นหนังสือ “โอบามา” โชว์สันติ

พล.อ.บุญเลิศกล่าวว่า ส่วนที่ รมว.มหาดไทย กำชับ ผวจ.พยายามสกัดไม่ให้ผู้ที่จะมาร่วมชุมนุม แต่สกัดอย่างไรก็เอาไม่อยู่ คนไม่ใช่ควาย มีสมอง และได้ทำหนังสือถึง ผบ.ตร.แล้วขอให้อำนวยความสะดวก อย่าไปสกัดกั้น ตอนนี้สั่งการให้ทนายความออกไปตามจุดต่างๆที่ราษฎรจะเดินทางมา นำกล้องถ่ายภาพและนับจำนวนคนที่ถูกกักไม่ให้เข้ามาชุมนุมแล้วนำมารวมกัน และองค์การพิทักษ์สยามจะทำหนังสือถึงประธานาธิบดีโอบามาที่จะมาเยือนไทยวันที่ 18 พ.ย. รวมทั้งอาเซียน องค์การสหประชาชาติ และสถานทูตต่างๆด้วยเช่นกัน เพื่ออธิบายการชุมนุมนี้เพื่อสันติสุข โดยสันติปราศจากอาวุธ ไม่สร้างความเสียหายแก่บ้านเมือง ยืนยันว่าไม่มีการไปยึดรัฐสภาหรือที่ไหน และบังคับผู้ชุมนุมได้ไม่ให้ไป ตนรับผิดชอบเอง หรือถ้ามีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นมาเอาตนไปคุมขังได้เลย

ต้านเผด็จการรัฐสภาโต้ล้มล้าง รบ.

ด้าน พล.อ.ท.วัชระ ฤทธาคนี โฆษกองค์การพิทักษ์สยาม แถลงว่าจากกระแสข่าวว่ามีผู้ยื่นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีคำสั่งระงับการชุมนุมในวันที่ 24 พ.ย.องค์การพิทักษ์สยามและภาคีเครือข่ายต้องการให้รัฐบาลยุติการบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 63 ไม่เกี่ยวกับการเป็นกบฏและไม่มีความคิดจะล้มล้างรัฐบาล แต่เป็นการยุติพฤติกรรมของนักการเมือง พรรคการเมืองที่เจตนาทำให้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเป็นเผด็จการรัฐสภา อันเกิดมาจากกลุ่มชน โดยเฉพาะกลุ่มคนเสื้อแดง โดยกลุ่มที่จะเข้าร่วมชุมนุมประกอบด้วยเครือข่ายสมัชชาเกษตรกรรายย่อยจากทั่วประเทศ กลุ่มสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ แนวร่วมกลุ่มปฏิรูปที่ดินทั่วประเทศ และกลุ่มแนวร่วมคนไทยรักชาติรักษาแผ่นดินที่ลงทะเบียนไว้แล้ว 5 แสนคน และยังมีกลุ่มอิสระที่ไม่เคยชุมนุมที่ไหนมาก่อน และจะใช้ทีมรักษาความปลอดภัยของกองทัพธรรมดูแล เพราะชำนาญและอดทนสูง และอาจมีตัวแทนกลุ่มกองทัพปลดแอกประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเข้าร่วมด้วย

เด็ก พท.ยื่นศาล รธน.สั่งเลิกชุมนุม

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายสิงห์ทอง บัวชุม สมาชิกพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายพิชา วิจิตรศิลป์ ทนายความ เข้ายื่นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญผ่านนายปัญญา อุดชาชน รองเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยกเลิกการชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยามวันที่ 24 พ.ย.นี้ โดยนายสิงห์ทอง กล่าวว่า ขอใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งให้ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธานกลุ่มองค์การพิทักษ์สยามและกลุ่มบุคคลต่างๆ ยกเลิกการชุมนุมขับไล่รัฐบาล ซึ่งเข้าข่ายล้มล้างการปกครองภายใต้ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ขอให้สั่งยกเลิกการชุมนุมด่วนก่อนประเทศจะเสียหายทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนประชาชนแตกแยกจากการปะทะกัน

ด้านนายปัญญากล่าวว่า เรื่องนี้น่าจะพิจารณาได้เร็ว เนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญส่วนจะเข้าที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 21 พ.ย.นี้หรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

“เหลิม” หยันซักฟอกข้อหาไร้สาระ

ทางด้านความเคลื่อนไหวเตรียมพร้อมการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ที่รัฐสภา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเตรียมข้อมูลเพื่อชี้แจงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ไม่ต้องเตรียมอะไร เพราะตนไม่ได้ทำผิด ข้อกล่าวหาก็ไร้สาระ ตนรู้ดีว่าทำอะไรและมีเพียงข้อหาเดียว คือข้อหาทำตัวน่าหมั่นไส้

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทน ราษฎร กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่าเชื่อว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะไม่เกิดความวุ่นวายในห้องประชุม ทุกฝ่ายคงร่วมมือ โดยเฉพาะฝ่ายค้านต้องการอภิปรายอยู่แล้ว  ส่วนการอภิปรายของวุฒิสภาให้วิปทั้ง 3 ฝ่าย ไปหารือร่วมกันก่อนประสานไปยังรัฐบาล หากวุฒิสภาต้องการเวลามากขึ้น สามารถอภิปรายวันที่ 23-24 พ.ย. ไม่น่าจะมีปัญหา

“สุกำพล” ขู่ลากไส้ “มาร์ค” กลางสภา

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นฟ้องศาลปกครองกรณีลงนามปลดนายอภิสิทธิ์ออกจากราชการว่า หากฟ้องร้องต้องสู้กัน มั่นใจว่าไม่ได้ทำผิดมาตรา 157 ทุกอย่างทำตามขั้นตอนที่ถูกต้อง และไม่หนักใจที่ถูกยื่นถอดถอนออกจากตำแหน่ง อยากขอร้องว่าอย่าไปพูดโกหกไม่ตรงประเด็น ตนพร้อมพิสูจน์ว่านายอภิสิทธิ์ไม่ผ่านการเกณฑ์ทหารจริง ต้องมาถามกันในสภาฯ จะได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ไม่แน่ใจว่านายอภิสิทธิ์กล้านำเอกสารมายืนยันหรือไม่ ขอย้ำว่า ไม่ได้แกล้ง ตนเตรียมข้อมูลต่างๆ ที่คิดว่าจะถูกอภิปรายเรื่องการถอดถอนนายอภิสิทธิ์ อยากให้ฝ่ายค้านมาถามในสภาฯ จะได้รู้ว่าตนมีสิทธิ์ออกคำสั่งหรือไม่ วันอภิปรายจะได้เห็นกัน

ปัดสอบ “กรณ์–ศิริโชค” หนีทหาร

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่ากระทรวงกลาโหมจะตรวจสอบนายกรณ์ จาติกวณิช และ นายศิริโชค โสภา เรื่องหนีทหารด้วย พล.อ.อ.สุกำพลตอบว่า กระทรวงกลาโหมไม่เคยมีความคิดเรื่องนี้ ตนไม่เคยพูด ไม่เคยตรวจสอบทั้งสองคน เราตรวจสอบเฉพาะที่มีเรื่องร้องเรียนเท่านั้น ไม่คิดจะสอบนายกรณ์กับนายศิริโชค ไม่รู้ใครกุข่าว ส่วนที่นำกรณีดังกล่าวไปเทียบเคียงกับกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นั้นไม่ถูกต้อง เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณเข้ารับราชการตำรวจอย่างถูกต้อง แต่กรณีนายอภิสิทธิ์ ยศที่ได้ไปคือ ทรัพย์สินของกระทรวงกลาโหม ซึ่งนายอภิสิทธิ์ได้ไปไม่ถูกต้อง จึงต้องปลดและทวงยศคืน หากตนทำไม่ถูกก็พร้อมขอโทษและขอขมา

“มาร์ค” ร้อง ป.ป.ช.ฟัน ม.157 “บิ๊กโอ๋”

ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีมอบหมายให้นายบัณฑิต ศิริพันธุ์ ทนายความยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้พิจารณาเรื่องที่ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ออกคำสั่งถอดยศว่า ได้ยื่นร้องทั้ง พล.อ.อ.สุกำพลและคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นตามคำสั่งของกระทรวงกลาโหม เป็นการดำเนินการทางอาญากับ พล.อ.อ.สุกำพลที่ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ออกคำสั่งโดยไม่มีอำนาจ ไม่ได้ดำเนินการตามวินัยทหาร และกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.157 ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกาเคยวินิจฉัยกรณีของ พล.อ.นิพนธ์ ธีระพงษ์ อดีตเจ้ากรมทหารสื่อสาร กองทัพบก ที่ ป.ป.ช.ชี้มูลเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และ 157 ว่ากระทรวงกลาโหมไม่สามารถถอดยศหรือปลดออกจากราชการได้ หากพ้นจากราชการไปแล้ว ชัดเจนเลยว่า พล.อ.อ.สุกำพลจะถอดยศไม่ได้

พ่วงเล่นงานอาญา 9 กก.สอบสวน

ต่อมาเวลา 11.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.นนทบุรี นายบัณฑิต ศิริพันธุ์ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากนายอภิสิทธิ์เดินทางไปยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบและดำเนินคดี พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ข้อหาความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีลงนามถอดยศร้อยตรีและเรียกคืนเบี้ยหวัดเงินบำนาญของนายอภิสิทธิ์ โดยนายบัณฑิตกล่าวว่า นอกจากยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ไต่สวนการปฏิบัติหน้าที่ของ พล.อ.อ.สุกำพลแล้ว ยังยื่นเรื่องให้ไต่สวนการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการรวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินการถอดยศและเรียกเบี้ยหวัดคืนจากนายอภิสิทธิ์ 9 คน นำโดย พล.อ. ม.ล.ประสบชัย เกษมสันต์ ประธานคณะกรรมการฯ ในฐานะผู้ชงเรื่องให้ พล.อ.อ.สุกำพลเซ็นถอดยศนายอภิสิทธิ์ด้วย เนื่องจากเห็นว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หลังจากนี้ ป.ป.ช.จะส่งเรื่องให้ พล.อ.อ.สุกำพลทราบข้อกล่าวหา และนัดฝ่ายผู้ร้องมาให้ปากคำและหลักฐานเพิ่มเติมต่อไป

นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.วันที่ 15 พ.ย.ยังไม่ได้หารือในเรื่องดังกล่าว พรรคประชาธิปัตย์เพิ่งมายื่นเรื่อง จึงนำเรื่องเข้าที่ประชุมไม่ทัน หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.จะไปรวบรวมข้อมูล หาหลักฐานเบื้องต้นแล้วแจ้งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ทราบต่อไป

โพลชี้ถอดยศ “มาร์ค” เกมการเมือง

วันเดียวกัน “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒน บริหารศาสตร์ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ 1,252 คน เรื่อง “การถอดยศร้อยตรีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” โดย พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ระหว่างวันที่ 9-12 พ.ย. พบว่าประชาชนร้อยละ 39.70 ระบุการถอดยศนายอภิสิทธิ์ให้เสร็จสิ้นก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่เป็นการลดความน่าเชื่อถือของฝ่ายค้าน ร้อยละ 38.58 ระบุเป็นการลดความน่าเชื่อถือของฝ่ายค้าน ร้อยละ 53.75 เห็นว่าเป็นเพียงเกมการเมือง ร้อยละ 20.85 เห็นว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้องแล้ว เพราะทำตามกฎหมาย และร้อยละ 34.50 ระบุไม่ทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาการดำเนินการของกระทรวงกลาโหม เพราะทำตามหน้าที่ ร้อยละ 32.51 ระบุทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา เพราะเล่นเกมการเมือง ร้อยละ 30.91 ระบุไม่แน่ใจ

ซัด “เหลิม” ปั้นข่าวลอบฆ่า “แม้ว”

ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธาน เพื่อพิจารณากระทู้ถามสด ความน่าเชื่อถือของหน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศ โดยนายวัชระ เพชรทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากกรณีการจับกุมชาวไทยใหญ่ขนอาวุธจากไทยเข้า จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ไปท่าขี้เหล็ก ตรวจสอบทางขึ้นเจดีย์ชเวดากองจำลองเป็นทางขึ้นเขาไม่สามารถใช้เป็นจุดลอบสังหารได้ และไม่พบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯจองที่พักโรงแรมเรจินาโฮเต็ล แอนด์กอล์ฟคลับ เลขาฯ สมช.ก็ยืนยันว่าไม่พบความเชื่อมโยงการลอบสังหาร พ.ต.ท.ทักษิณ แม้แต่ทางการพม่ายังปฏิเสธ ส่วนอาวุธปืนเอ็ม 16 ที่จับได้งอกขึ้นมาจากการโพสต์เฟซบุ๊กของนายพานทองแท้ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ทำไมทุกฝ่ายต้องคล้อยตาม

ด้าน ร.ต.อ.เฉลิมชี้แจงว่า การลอบฆ่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้พูดเอง แต่ได้รับรายงานจาก ผบช.ภ.5 จากการตรวจสอบทุกสายข่าวยืนยันข้อมูล ขณะนี้ยังให้สืบสวนสอบสวนต่อ ยืนยันภาพการจับกุมมีอาวุธปืนเอ็ม 16 ด้วย และที่ไม่จองโรงแรมเรจิน่าฯของนายเกียรติชัย ชัยเชาวรัตน์ เพราะเป็นจุดอันตรายจากหลายกลุ่ม ถ้าข่าวนี้ไม่มีความจริง ทำไมกองทัพพม่าต้องส่งทหารมา 8 คันรถยีเอ็มซี เข้าตรวจค้นพื้นที่นั้นอย่างละเอียด

บี้ “โอ๊ค” ให้ข้อมูลลอบสังหารพ่อ

นายวัชระ เพชรทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ร.ต.อ.เฉลิมไม่ยอมตอบคำถามสิ่งที่ตั้งกระทู้ไป เมื่อกล้าระบุว่ามีการจ้างวาน แต่น่าประหลาดใจไม่มีการดำเนินคดี ขอเรียกร้องให้เรียกตัวนายพานทองแท้มาให้ถ้อยคำ เพราะรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี

ทำเนียบฯซ้อมใหญ่รับผู้นำสหรัฐฯ

สำหรับความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมระบบรักษาความปลอดภัยในทำเนียบรัฐบาลรับการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 18-19 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 พ.ย.เจ้าหน้าที่เทคนิคสหรัฐฯและไทยนำอุปกรณ์ไอทีมาติดตั้งตามจุดต่างๆในตึกไทยคู่ฟ้า ขณะที่ฝ่ายสถานที่เร่งเตรียมความพร้อมห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ที่ใช้เป็นสถานที่หารือร่วมระหว่างนายกฯ คณะรัฐมนตรี และคณะของนายบารัค โอบามา รวมทั้งตึกสันติไมตรี หลังใน สถานที่แถลงร่วม และตึกสันติไมตรีหลังนอก สำหรับจัดเลี้ยงอาหารค่ำ พร้อมปรับภูมิทัศน์สนามหญ้าบริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้า โดยวันที่ 16 พ.ย. เวลา 23.00 น. เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสหรัฐฯและไทยจะซ้อมใหญ่แผนรักษาความปลอดภัยตั้งแต่กองบัญชาการกองทัพอากาศ กองบินที่ 6 โรงพยาบาลศิริราช ทำเนียบรัฐบาล และโรงแรมที่พักของนายโอบามา นอกจากนี้ สหรัฐฯยังเตรียมรถยนต์กันกระสุน 30 คัน และเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ มาใช้ในภารกิจเยือนประเทศไทยในครั้งนี้

การ์ด “โอบามา” สะดุ้งตัวเงินตัวทอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน ระหว่างที่หน่วยล่วงหน้าสหรัฐฯ เข้ามาเตรียมวางระบบความปลอดภัยในทำเนียบฯ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯต่างพากันตกใจเมื่อพบตัวเงินตัวทองในบริเวณทำเนียบรัฐบาล โดยเข้าใจผิดว่าเป็นมังกรโคโมโด สัตว์เลื้อยคลานนิสัยดุร้ายของอินโดนีเซีย จึงได้บันทึกภาพไว้แล้วมาสอบถามเจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งอธิบายว่าเป็นสัตว์ท้องถิ่นของไทยไม่มีอันตราย เดิมพื้นที่บริเวณนี้เป็นที่อยู่อาศัยของตัวเงินตัวทอง เนื่องจากคลองผดุงกรุงเกษมเชื่อมต่อคลองต่างๆ และมีม็อบนำมาปล่อย ทางเจ้าหน้าที่สหรัฐฯระบุว่า ที่สถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยก็มีตัวเงินตัวทองเช่นกัน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯยังได้เข้าตรวจสอบและเก็บภาพปืนใหญ่โบราณที่ตั้งประดับอยู่หน้าตึกไทยคู่ฟ้าอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่ไทยให้ข้อมูลว่าเป็นปืนโบราณที่นำมาตกแต่งสถานที่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 และไม่มีกระสุนหรือเป็นอันตรายแต่อย่างใด

วัดโพธิ์ปิดวัดพาผู้นำทัวร์

ด้านพระอุดรคณารักษ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กล่าวว่า รัฐบาลแจ้งว่านายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเดินทางมาชมวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) ใน 4 จุด ได้แก่ บริเวณพระอุโบสถ วิหาร พระนอน พระมหาเจดีย์ และฤาษีดัดตน โดยจะปิดวัดในช่วงที่นายโอบามาเดินทางมาชม ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ของวันที่ 18 พ.ย. เป็นต้นไปจนกว่าจะเดินทางกลับ ในฐานะวัดที่มีชื่อเสียงระดับโลกจากการขึ้นทะเบียนฤาษีดัดตนเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกของยูเนสโก

“ปู” ดูแม่น้ำเทมส์แก้น้ำท่วมไทย

สำหรับภารกิจของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนสหราชอาณาจักรเป็นวันสุดท้าย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 พ.ย. เวลา 15.45 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) น.ส.ยิ่งลักษณ์เยี่ยมชมแนวป้องกันน้ำท่วมแม่น้ำเทมส์ เพื่อดูงานการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งเป็นแนวป้องกันน้ำท่วมชนิดเคลื่อนที่ได้ขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ด้วยเงินลงทุนกว่า 25,000 ล้านบาท จากนั้นนายกฯพบนักเรียนและนักศึกษาทุนรัฐบาลไทย และทุนรัฐบาลสหราชอาณาจักร ที่ศึกษาในกรุงลอนดอน โดยนายกฯขอให้เก็บเกี่ยวความรู้ที่ไม่ใช่เฉพาะวิชาที่เรียน แต่ให้เรียนรู้เรื่องรอบตัว เพื่อนำสหความรู้มาประยุกต์ใช้ในเวลาทำงาน พร้อมเปิดกว้างยอมรับความเห็น ความสำเร็จและความผิดพลาดของผู้อื่น จากนั้นนายกฯและคณะออกเดินทางจากกรุงลอนดอน โดยเที่ยวบินพิเศษกลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประเทศไทย เวลา 16.50 น. ของวันที่ 15 พ.ย.

ไทย–มะกันร่วมมือความมั่นคง

วันเดียวกัน ที่กระทรวงกลาโหม นายลีออน อี พาเน็ตต้า รมว.กลาโหมสหรัฐอเมริกา  เข้าพบ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ในโอกาสเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 15-16 พ.ย.โดย พล.อ.อ.สุกำพลและนายลีออนได้ลงนามร่างแถลงการณ์วิสัยทัศน์ร่วมว่าด้วยการเป็นพันธมิตรด้านการป้องกันประเทศไทย-สหรัฐอเมริกา 2012 โดยเน้นความร่วมมือ 4 ด้าน ได้แก่ 1.ความเป็นหุ้นส่วนในการสร้างความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  2.การส่งเสริมความมีเสถียรภาพในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก  3.การพัฒนาความพร้อม และการเสริมสร้างขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี 4.การพัฒนาความสัมพันธ์การประสานงานและการสร้างความร่วมมือในทุกระดับ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้