กีฬา
100 year

ใช้เทอร์โบ-โปรแกรมเลี้ยงกุ้ง ประมงชาวตรังอยู่อย่างยั่งยืน

ไชยรัตน์ ส้มฉุน26 ก.ย. 2555 05:00 น.
SHARE

ระบบการเติมอากาศใต้บ่อ .

การเลี้ยงกุ้ง... ความสำคัญที่สุด คือ...สายพันธุ์คุณภาพดีเป็นจุดเริ่มต้น...เกษตรกรผู้เลี้ยงในปัจจุบันจึงหันมาให้... ความสนใจในการเลือกพันธุ์กุ้ง...ที่ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์ ให้มีความแข็งแรง ทนต่อเชื้อโรค และเจริญเติบโตดี ทดแทนการ จับพ่อแม่พันธุ์จากธรรมชาติ...

...แต่สายพันธุ์ที่ดีเพียงอย่างเดียว ก็ไม่สามารถเกิดความยั่งยืนได้ ต้องอาศัยระบบการเลี้ยงที่เหมาะสมทุกขั้นตอน ด้วยเหตุนี้ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ได้วิจัยและพัฒนาโปรแกรมการเลี้ยงกุ้งที่เหมาะสม... กระทั่งคิดค้นระบบ “โปรไบโอติกฟาร์มมิ่ง” (Probiotic Farming) ที่ ใช้จุลินทรีย์ที่เป็นมิตร มาช่วยย่อยสลายสารอินทรีย์ และ ควบคุมสภาพธรรมชาติในบ่อให้เกิดความสมดุล...

ปัจจุบันพัฒนาศักยภาพเพิ่มไปสู่ระบบ “เทอร์โบ โปรแกรม โปรไบโอติกฟาร์มมิ่ง” ถูกเกษตรกรนำไปปฏิบัติใช้อย่างกว้างขวาง ตัวอย่างผู้ประสบความ สำเร็จ...นายพิพัฒน์ศักดิ์ มากเปีย เจ้าของ “จุรีรัตน์ฟาร์ม” ตั้งอยู่ที่ อ.กันตัง จ.ตรัง ฟาร์มกุ้งที่อยู่ในวงการมากว่า 20 ปี และ สามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่างมั่นคงยั่งยืน

พิพัฒน์ศักดิ์ บอกว่า...เมื่อก่อนทำประมงในทะเล ต่อมาก็เข้ามา เลี้ยงกุ้งในกระชังควบคู่กับเลี้ยงในบ่อ พบกับปัญหาการเลี้ยง คือ โรคระบาด ซึ่งพบเกือบทุกปี โดย เฉพาะช่วงที่สภาพอากาศ เปลี่ยนแปลง ทำให้แผนการ ดำเนินงาน มีความคลาดเคลื่อนไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ที่วางไว้ เงินทุนที่ใช้ไปให้ผลตอบแทนไม่คุ้มค่า ต้นทุนและความเสี่ยงสูงแต่ให้ผลตอบแทนต่ำ ทางฟาร์มเคยมีความคิดที่จะเลิกเลี้ยงกุ้ง...

จนได้ผู้ชำนาญการด้านการเลี้ยงกุ้งของซีพีเอฟที่แนะนำให้ใช้ระบบ “ซีพีเอฟ เทอร์โบ โปรแกรม” โดยมีหลักสำคัญ 2 ประการ คือ ประการแรก ถ้าไม่ต้องการให้กุ้งเสียหายจากโรคระบาด จะต้องมีระบบป้องกันโรคที่สามารถป้องกันได้จริง ประการที่สอง ถ้าต้องการให้กุ้งโตเร็ว ต้องมีระบบฟาร์ม ระบบน้ำ อุปกรณ์เครื่องมือ และการจัดการที่ดี ที่สามารถส่งเสริมให้กุ้งอยู่ดี กินดี

พิพัฒน์ศักดิ์ บอกอีกว่า...หลังจากทางทีมงาน ซีพีเอฟได้เข้ามาวางแผนจัดระบบฟาร์มและการจัดการฟาร์มรูปแบบใหม่ ซึ่งช่วยทำให้ กุ้งโตเร็วโดยใช้ระบบน้ำวนและการเติมอากาศใต้ก้นบ่อ ไม่เกิดโรคระบาด โดยใช้ตาข่ายกั้นนกด้านบน และป้องกันรอบๆบ่อหรือสัตว์อื่นๆที่เป็นพาหะรอบๆบ่อ ทำให้ลดต้นทุนแฝงจากความเสียหาย การ ดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่น สามารถประหยัดเวลา เพิ่มผลผลิตต่อปีให้สูงขึ้น ต้นทุนการผลิตลดลง และ ได้ผลตอบแทนที่สูงกว่า กระทั่งในปัจจุบันมี จำนวนฟาร์ม 5 แห่ง รวม 28 บ่อ พื้นที่ 80 ไร่ และกำลังขยายเพิ่มอีก 1 ฟาร์ม จำนวน 5 บ่อ ในพื้นที่ 20 ไร่

“...ระบบการเลี้ยงตามแนว ทางซีพีเอฟ...ได้นำมาเผยแพร่สู่เกษตรกรมุ่งเน้นการเลี้ยงกุ้งเพื่อให้มี อัตราการเลี้ยงรอดสูง ความเสียหายต่ำ และต้องมีอัตราแลกเนื้อดี ซึ่งเท่ากับมีการเจริญเติบโตที่ดี ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำรอบการเลี้ยงต่อปีให้กับเกษตรกรได้...” พิพัฒน์ศักดิ์บอกอย่างนั้น

...นับเป็นการ เพิ่มศักยภาพของอุตสาหกรรมกุ้งไทย ให้ตลาดในระดับสากลยอมรับมาตรฐาน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ สามารถฟื้นฟูอาชีพการเลี้ยงกุ้งให้มั่นคง ลืมตาอ้าปากกินอยู่อย่างยั่งยืน...!!

 

 

ไชยรัตน์  ส้มฉุน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้