ข่าว
100 year

'ไบรโอนี่' แฮปปี้ชีวิต "คุณแม่" ไร้ปัญหา 'ชาลี-ไดซ์'เข้ากันได้ดี

ไทยรัฐออนไลน์15 ก.ย. 2555 05:30 น.
SHARE

นับตั้งแต่หันหลังให้วงการบันเทิงใช้ชีวิตอยู่อเมริกาหลายปี เคท–ไบรโอนี่ รอดโพธิ์ทอง อดีตนักร้องมีเขา–ครูสอนโยคะ ชีวิตที่ต้องกลายเป็นคุณแม่สุดแนว ของเทเลอร์ ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน และก่อนบินกลับเมืองไทย ก็เพิ่งแต่งงานใหม่ กับ ไดซ์ อีด้า ไลน์ สามีหนุ่มครูสอนโยคะ ก่อนที่เธอจะบินกลับเมืองนอก “ทีมข่าวบันเทิง” มีโอกาสเปิดใจถึงชีวิตของการเป็น “คุณแม่” ในแบบฉบับของเธอ และการมีรักครั้งใหม่ ปราศจากปัญหาพ่อเลี้ยงลูกเลี้ยงเพราะต่างเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยซะฉิบ

ย้อนเวลาตอนโน้นที่ตัดสินใจอยู่ที่โน้นไปทำอะไร

“พอรู้ตัวเองท้องคิดว่าอยากจะกลับไปอยู่กับพ่อของลูก เพื่อจะได้เป็นครอบครัว ไปปุ๊บไปอยู่กับเค้าแฮปปี้ ทำธุรกิจกับเค้า แต่ไม่คิดอยู่นานขนาดนั้นไม่กลับมาทำงานวงการบันเทิง” ตอนนั้นเคทกำลังดังๆ แต่สลัดทิ้งทุกอย่างไปเลยนะ เคท หัวเราะ “พอย้อนกลับไปเราไม่ได้ทิ้งทุกอย่าง เป็นโอกาสของเคทเพราะว่าเป็นนักร้องมาหลายปี วันก่อนมีคนสัมภาษณ์ถามว่ามีแพลนอยากทำอะไรใน 10 ปี บอกเค้าไม่เคยคิดแต่ พอท้องรู้เลยชีวิตเราเกิดมาเพื่อเป็นคุณแม่ คือเหตุผลที่เราเกิดมา จะลูกคนนี้คนเดียวหรือ 2-3-4 คน ที่จะตามมา ยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อดูแลลูก อยากให้ลูกได้อยู่กับพ่อ ทางชาลี อดีตสามีเค้าอยู่เมืองไทยไม่ได้หรอก เพราะมีธุรกิจที่อเมริกา  เราก็ไปอยู่ที่โน้นไม่เชิงเสียสละเพราะคิดว่าเดี๋ยวเราก็คงกลับมาเมืองไทย แต่ว่าพอเราได้ข่าว คนพูดอะไรแรงๆ เยอะแยะไปหมด ตอนนั้นยังคุยกับท็อปอยู่เพราะเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่เด็กๆ เคทก็บอกไม่เป็นไรเดี๋ยวโทร.หาพี่ๆ ที่เมืองไทย เดี๋ยวให้สัมภาษณ์จะได้จบๆ ไปแต่ท็อปบอกไม่ต้องห่วงเดี๋ยวไปจัดการเอง แต่จนถึงวันนี้ยังบอกเลยน่าจัดการไปเลยตั้งแต่ตอนนั้นจะได้ไม่มาเจ็บปวดเพราะคนคิดว่าเค้าเป็นคนไม่ดี แต่จริงๆเค้าเป็นคนดีมาก”

ช่วงเวลามีลูก ความรู้สึกสับสนมั้ย


“ตัดสินใจเลย ในใจพอมีลูกแล้วเราแฮปปี้มาก คิดถึงเมืองไทยแต่ไม่รู้มีคนคิดถึงเราอยู่หรือเปล่าเพิ่งจะมาขึ้นเฟซบุ๊ก 3 ปีที่แล้ว มีแฟนๆมาเขียนว่าคิดถึง ทำให้เราเริ่มๆคิด ถ้าเรามีโอกาสกลับเมืองไทย แต่โอกาสเล็กๆ น้อยๆ ลูกเรียนอยู่เมืองนอก แฟนเก่าอยู่เมืองนอกไม่อยากจะดึงกลับจากพ่อด้วย รอจนถึงวันนี้ ตอนนี้มีโอกาสกลับมา” อยู่ที่โน้นเป็นแม่บ้านดูแลลูกอย่างเดียวหรือเปล่า “ตอนท้องกำลังสร้างธุรกิจ คือเป็นคนอยู่เป็นแม่บ้านไม่ได้็เลย ทางชาลี ครอบครัวเค้ามีธุรกิจเลยเปิดร้าน ชามมิ่งชาลี คือลูกเป็นเด็กโชคดีมากมีคนรักเยอะ ถึงเราไม่อยู่ด้วยกันแต่เรายังเป็นเพื่อนกันเพื่อลูก” กับชาลีใช้ชีวิตสามีภรรยาอยู่ด้วยกันนานแค่ไหน “2 ปีกว่า จริงๆ อยู่ด้วยกันก่อนมีลูก 3 ปี” ได้แต่งงานมั้ย “ไม่ได้แต่งแต่หมั้นกันนานแล้ว ทางบ้านรับรู้ ตอนท้องตกใจมั้ย? มีความสุขนะ อยากใช้ชีวิตกับคนนี้ในตอนนั้น พอมีลูกทุกอย่างเปลี่ยนไป จากที่นึกถึงแต่ตัวเอง เป็นแม่ทำทุกอย่างเพื่อลูก” มีทะเลาะกับลูกบ้างมั้ย “ไม่ค่ะ 2-3 ปี เวลาเลี้ยงลูกจะต้องใช้เวลาเพื่อดูลูกว่านิสัยเป็นคนแบบไหน จะเข้าหาเค้าได้ไม่ใช่เราเป็นแบบที่เราเป็นแล้วลูกเข้าหาเรา เราต้องเข้าใจลูกและปรับตัวเข้าหาลูก” เลี้ยงลูกเหมือนเพื่อน “ไม่เชิงเหมือนเพื่อน เราเป็นแม่ลูกกัน พยายามไม่ให้เค้ารู้ มีอะไรบอกเราได้จะไม่โกรธ ตอนเคทบอกคุณแม่ไม่ได้ อย่างไปเที่ยวเดี๋ยวเค้าโกรธ เทเลอร์ฉลาดไม่ทำอะไรโง่ๆ อย่างที่เคททำ เค้าตัดสินใจเองได้ อาจจะเป็นลูกคนเดียวไม่มีพี่น้องอยู่กับผู้ใหญ่ เมื่อก่อนที่เคทกับไดซ์แต่งงานกัน เค้าก็ถามว่าเมื่อไหร่จะมีลูก รู้มั้ยเทเลอร์มีแต่แก่ขึ้นนะไม่มีอายุน้อยลง เดี๋ยวจะแก่ไปที่จะเป็นพี่สาว เค้าบอกต้องรีบๆ มีน้องให้เค้าเป็นเพื่อนกันได้ จริงๆไดซ์กับเคท เจอกันเมื่อ 3ปีกว่าที่แล้ว เจอกันครั้งแรก เดทกันเดือนแรกก็อยากแต่งงานแต่เคทบอกว่าต้องใช้เวลา”

กับไดซ์ สามีคนนี้เจอกันได้ยังไง

“ต่างคนต่างเป็นครูสอนโยคะเหมือนกัน สอนเมืองเดียวกัน ลูกศิษย์จะแชร์กันก็จะมีลูกศิษย์มาถามว่ารู้จักคนชื่อไดซ์มั้ย เราก็บอกไม่รู้จัก นี่หน้าตาเหมือนกัน ร่างกายเหมือนกัน เหมือนพี่น้องกันเลย และสอนเหมือนกัน ฟังอย่างนี้มา 2 ปีไม่เคยเจอตัวจริงเลย เจอครั้งแรกปิ๊ง หล่อ เป็นคนดีมากคบกัน 3 ปีกว่า” ไดซ์เข้ากับเทเลอร์ได้ดีมั้ย “มากๆ เลย เหตุผลที่รักกันเพราะลูกกับเค้าจะเหมือนกันมาก เกิดใกล้กัน ไดซ์-เคทจะมีอะไรหลายๆอย่างที่ตรงกันข้ามจะบาลานซ์กันดี แต่เทเลอร์กับไดซ์เหมือนกัน จะตัดสินใจอะไรได้จะคิดนาน พอมีไดซ์เข้ามาในชีวิตทำให้เคทเข้าใจลูกมากขึ้น ทำให้เราใจเย็นกับคนอื่นที่ยังตัดสินใจไม่ได้ (หัวเราะ)”

ลูกเห็นแม่มีแฟนใหม่เค้าหวงเรามั้ย

“หลังจากเลิกกับพ่อของลูก  เราก็ไม่ได้มีแฟนใหม่ 2 ปีกว่า ถ้าเดทคนเฉยๆ เราก็ไม่พามาเจอลูก จะได้ไม่งง เป็น 2 ปี ที่ครั้งแรกเดทคนเพราะอยู่เมืองไทยเดทไม่ได้รู้จักกันหมด เคทเริ่มให้ไดซ์พาไปเที่ยวด้วยกัน ยังไม่จับมือต่อหน้าลูก ไม่จูบกันให้เห็น ผ่านไปเดือนนึง เริ่มเห็นเค้าเข้ากันได้ดี เวลาเคทกลับมาจากทำงาน เทเลอร์จะถาม ไดซ์ไม่มาด้วยเหรอ ตั้งแต่เดือนแรกที่ไดซ์เจอเทเลอร์เค้าจะพูดรักเทเลอร์ แต่เทเลอร์ยังไม่บอกกลับนะ จะ 4 ปีแล้ว” เทเลอร์คงกลัวพ่อชาลีเสียใจ “ใช่ เคทเคยถามว่ารักไดซ์หรือเปล่า เค้าก็บอกว่ารักเคทบอกวันนึงบอกได้นะ เค้าโอเคแต่ไม่เคยบอก” เคทบอกลูกเรื่องไดซ์ยังไง “พอผ่านเดือนนึงหาวิธีจะบอกกับลูก รู้มั้ยว่าไดซ์เป็นอะไรกับคุณแม่ เทเลอร์บอกว่ารู้ตั้งนานแล้วว่าเป็นแฟน (หัวเราะ) ทำไมจะต้องมาคุยอะไรแบบนี้ เค้าก็แฮปปี้ เราก็แฮปปี้ ตอนเทเลอร์ 2 ขวบ เค้าจำได้ว่าพ่อแม่อยู่ด้วยกันแต่ทะเลาะกัน พอเลิกกันเป็นเพื่อนกันเค้าก็แฮปปี้ เคทไม่อยากให้เห็นภาพพ่อแม่ทะเลาะกัน พอเค้าเห็นแม่อยู่คนเดียวแล้วมีคนเข้ามาอยู่กับเรา เป็นครอบครัว เค้าเป็นเด็กฉลาดมากๆ เราต้องปรับวิธีคิด”

วันนึงโตเป็นสาวมีหนุ่มจีบเคทเปิดกว้างขนาดไหน

“ก็ต้องโอเพ่นเพราะเรายังจำได้วัยเราก็มีป๊อปปี้เลิฟ ถ้าลูกไม่สามารถพูดกับเราได้จะพูดกับใคร มันต้องเปิดการสื่อสารกันให้ได้ ทางพ่อไม่เหมือนกัน บอกลูกห้ามมีแฟนจนกว่าอายุ 21 (หัวเราะ) พ่อเค้าหวงแหละ” คนมาจีบเทเลอร์คงลำบากหน่อยเพราะมีพ่อ 2 คน เคท หัวเราะ “ใช่ๆ พอสมควรเลย เทเลอร์เองเอาใจยาก ขนาดไดซ์ 4 ปี ยังไม่บอกรักเลย เป็นคนปากแข็ง อย่างที่พี่พูดก็ถูกนะเค้าไม่อยากทำให้พ่อเค้าเสียใจ เคทบอกตลอด ไดซ์ไม่ได้พยายามเป็นพ่อเทเลอร์แต่พยายามเป็นเพื่อน” ทั้งชาลีและไดซ์มีโอกาสได้เจอกันมั้ย “เจอกันค่ะ เวลาจัดปาร์ตี้คริสต์มาส มีไดซ์ พ่อแม่ไดซ์ ชาลี พ่อแม่ชาลี ทุกคนมาเพื่อเทเลอร์ ชาลีกับเคท เลิกกันนานแล้ว ชาลีก็มีแฟนใหม่ เราก็สนิทกัน เวลาเค้าพาแฟนมาเราก็ไปช้อปปิ้งด้วยกันไม่มีความหึงกันแล้ว และแฟนชาลีเค้าก็ปรึกษาเคท ตอนยูคบกันเป็นแบบนี้หรือเปล่า ไดซ์ก็สอนโยคะให้ชาลี มันก็แปลกดีนะ (หัวเราะ)” เห็นว่าอยากมีลูกเพราะเทเลอร์ด้วยหรือเปล่า “หลายๆ อย่าง เคทเองก็อยากมีลูกเพิ่ม ตอนนี้ปล่อยธรรมชาติปีกว่าแล้วแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น อาจจะออกกำลังกายเยอะไปหรือเปล่า?” สนับสนุนลูกเข้าวงการ “ผลักดันไม่ได้ ถ้าบอกให้ทำเค้าไม่เอา แต่ปล่อยๆ เดี๋ยวเค้าทำของเค้าเอง ตอนนี้ตกลงกันจะสอนให้เค้าพูดภาษาไทยกับคุณแม่ คิดว่าปีหน้ามากกว่า ชม.นึง ไม่ฝึกตอนเด็กจะยาก พยายามบอกเค้า” อันนี้เห็นด้วยเจงๆ.


ทีมข่าวบันเทิง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้