วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ชาวสวนยางตรัง-จันทบุรี ชุมนุมร้องรัฐแก้ปัญหาราคาตกต่ำ

ชาวสวนยางตรัง-จันทบุรี ชุมนุมร้องรัฐแก้ปัญหาราคาตกต่ำ

  • Share:

เกษตรกรยางพาราจาก 10 อำเภอทั่วตรัง กว่าพันคน ชุมนุมประท้วงหน้าศาลากลาง ราดน้ำยางข้นประท้วงกดดันรัฐบาล ร้องแก้ปัญหาราคาตกต่ำ ขณะที่ กลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางพารา จ.จันทบุรี ชุมนุมเรียกร้องรัฐแก้ปัญหาราคาด้วย ...

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 20 ส.ค.  ผู้สื่อข่าวรายงานจากบริเวณหน้าศาลากลาง จ.ตรัง ท่ามกลางสายฝนโปรายปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย ว่า มีกลุ่มเครือข่ายประชาชนเกษตรกรยางพาราจาก 10 อำเภอทั่วตรัง จำนวนกว่า 1 พันคน รวมกลุ่มตบเท้าตั้งเวทีปราศรัยกลางถนนและปิดล้อมหน้าอาคารศาลากลางฯ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมเรื่องราคายางพาราตกต่ำ ซึ่งกำลังเป็นปัญหาสร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรชาวสวนยางตรังอยู่ในขณะนี้ โดยบนเวทีมีแกนนำอ่านแถลงการณ์ 5 ข้อเรียกร้อง เพื่อเสนอไปยังรัฐบาลนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

สำหรับแกนนำประท้วงในครั้งนี้ นำทีมโดย นายศักดิ์สฤษดิ์ ศรีประศาสตร์ ผู้ประสานงานเครือข่ายภาคประชาชนเกษตรกรชาวสวนยาง จ.ตรัง นายสาทร วงศ์หนองเตย น้องชายนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย อดีตรัฐมนตรีฯ นายณัฐพงษ์ เนียมสม นายก อบต.นาตาล่วง นายพินิจ เขตตะเคียน อดีต ส.อบจ.ตรัง เขต 2 อ.ห้วยยอด นายบรรณษิวิชญ์ สงบดี อดีต ส.อบจ.ตรัง เขต 1 อ.วังวิเศษ นายบุญส่ง พงษ์สกุล นายกมลภู สวัสดิสาร นายสุรินทร์ เศวตะดุล นายครรชิต สิทธิการ นายธนพล ประมวลศิลป์ และนายภักดี หวานขัน ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ดังกล่าว พร้อมประกาศข้อเรียกร้อง 5 ข้อ โดยส่งผ่าน ผวจ.ตรัง ไปถึงนายกรัฐมนตรี โดยเนื้อหาในการแถลงข่าวได้ระบุว่า จากการเรียกร้องราคายางพาราจากรัฐบาลเมื่อหลายเดือนก่อน แต่กลับปรากฏข้อเท็จจริงว่า ชาวสวนยางไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาราคายางอย่างจริงจัง แต่ราคายางพารายังตกต่ำลงกว่าเดิม ซึ่งในปัจจุบันราคาสินค้าอุปโภค บริโภค มีราคาสูงขึ้นส่งผลทำให้ชาวสวนยางได้รับความเดือดร้อนหนัก การชุมนุมประท้วงครั้งนี้เพื่อต้องการให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับข้อเรียกร้อง 5 ข้อ ประกอบด้วย 1. ขอให้ประกันราคายางแผ่นดิบในกิโลกรัมละ 120 บาท เมื่อหักค่าบริการจัดการแล้วจะต้องให้ชาวสวนยางขายยางแผ่นดิบได้กิโลกรัมละไม่ต่ำกว่า 100 บาท 2. ขอให้มีจุดรับซื้อไม่ต่ำกว่า อำเภอละ 1 จุด 3. จัดลำดับให้ผู้มีสิทธิ์ซื้อขายยางพาราในราคาประกันเริ่มจากชาวสวนยางพารารายเล็กไปสู่รายใหญ่ 4. หามาตรการป้องกันการทุจริต งบประมาณที่ใช้ในการประกันราคายางพารา และป้องกันการฉวยโอกาสจากนักการเมืองเสื้อแดงและนายทุนที่กอบโกยผลประโยชน์ จากงบประมาณประกันราคายางพารา 1,500,000,000 บาท (หนึ่งหมื่นห้าพันล้านบาท) และ 5. ในการประกันราคาขอให้หามาตรการครอบคลุมถึงเกษตรกรที่ขายน้ำยางสดด้วย ทั้งยังระบุว่าจะให้เวลากับรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาภายใน เวลา 15 วัน ระหว่างนั้นภายหลัง อ่านแถลงการณ์เรียกร้องได้มีแกนนำบางส่วนเทน้ำยางสด จำนวน 2 แกลลอน ราดบนถนนหน้าศาลากลางฯ

ขณะที่ นายอำพร สิทธิชัย นายก อบต.บางดี อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ตัวแทนภาคประชาชนที่มาเรียกร้องในครั้งนี้ กล่าวด้วยว่า สำหรับความเดือดร้อนของประชาชนคือ ความไม่ยุติธรรมในราคายางพารา เนื่องจากเกษตรกรคนใดที่ได้ลงชื่อไว้กับสหกรณ์ตามนโยบายของรัฐบาล ก็จะได้รับราคา 80-90 บาท  ต่อกิโลกรัม ขณะที่ชาวบ้านที่เป็นเกษตรกรที่ไปที่ไม่ได้ลงชื่อก็จะได้ราคายางพารา ในกิโลกรัมละ 72-75 บาทเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เกษตรกรฯยังประสบกับปัญหาของความไม่ยุติธรรมจากการเอารัดเอาเปรียบจากนายทุน ในแต่ละอำเภอที่มีให้ราคายางไม่เป็นกลางด้วย นอกจากนี้ยังพบว่า มีวงจรอุบาทว์ในการคอรัปชันเชิงนโยบายเกี่ยวกับการประกันราคายางพาราอีกด้วย

ด้าน นายภักดี หวานขัน ชาวบ้าน หมู่ 7 ต.ลำภูรา อ.ห้วยยอด จ.ตรัง เผยว่า การประเมินเปอร์เซ็นต์น้ำยางของนายทุนหรือพ่อค้าที่รับซื้อน้ำยางพาราจากเกษตรกร ก็ไม่มีมาตรฐานในการวัดเปอร์เซ็นต์ด้วย นอกจากนี้ เกษตรกรยางพารารายอื่นที่ได้มาชุมนุมในวันนี้ ต่างบ่นว่าได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก พร้อมต้องการเรียกร้องให้รัฐบาลได้มีมาตรการในการแก้ไขอย่างจริงจัง และตรงไปตรงมา

ต่อมาเวลา 16.00 น. วันเดียวกัน นายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล ผวจ.ตรัง ได้เดินทางมารับหนังสือด้วยตัวเอง หลังฝนหยุดตก พร้อมรับปากตามที่ชาวบ้านร้องขอเรื่องของราคายางพารา โดยตนเองจะเป็นบุรุษไปรษณีย์นำหนังสือไปส่งให้กับนายกรัฐมนตรี และรับปากกับชาวบ้านว่าจะเพิ่มจุดรับซื้อน้ำยางให้มากขึ้นกว่าเดิม ส่วนกลุ่มแกนนำจะรอคำตอบจากผู้ว่าฯ และรวมพลตั้งเวทีประท้วงกดดันอีกครั้งในวันที่ 27 ส.ค.ที่บริเวณสี่แยกอันดามัน อ.ห้วยยอด จ.ตรัง

อีกด้าน ที่หน้าศาลากลางจังหวัดจันทบุรี ได้มีกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางพารา จำนวนกว่า 100 คน  จาก 5 อำเภอ ในจังหวัดจันทบุรี ประกอบด้วย อำเภอแก่งหางแมว อำเภอเขาคิชฌกูฏ อำเภอขลุง อำเภอมะขาม และ อำเภอนายายอาม  ถือป้ายเดินขบวนเข้าขอพบผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ในการยื่นหนังสือผ่านทางจังหวัดเรียกร้องให้รัฐบาล หาแนวทางแก้ไขราคายางพาราตกต่ำ โดยเฉพาะราคายางแผ่นดิบชั้น 3 ลดลงเหลือกิโลกรัมละไม่ถึง 30 บาท พร้อมกันนี้ให้ทางจังหวัดตรวจสอบแหล่งรับซื้อ ยางพารา หลังมีเกษตรกรถูกกดราคาโดยไม่เป็นธรรม โดยรับซื้อยางแผ่นดิบเกรด 3 ในราคาเกรด 4 แต่เมื่อนำไปขายต่อ กลับไปเพิ่มขายในราคายางแผ่นดิบเกรด 3 จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีตามกฎหมาย กับผู้ประกอบการที่รับซื้อยางพาราเอาเปรียบชาวสวน โดยมี นายณรงค์ ธีรจันทรางกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้เข้ามารับหนังสือจากกลุ่มเกษตรกร

ด้าน นายประสิทธิ์ ศุภรัตน์ แกนนำเกษตรชาวสวนยางพารา เปิดเผยว่า ในการเดินทางมาชุมนุมในครั้งนี้ เพื่อยื่นหนังสือผ่านทางผู้ว่าราชการจังหวัด เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำ โดยอยากให้ตรึงราคาไว้ที่กิโลกรัมละ 120 บาท และหากภายใน 30 วันนี้ หากราคายางพารายังตกต่ำอยู่อีก กลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางพารา จะรวมตัวกันแสดงพลังชุมนุมประท้วง โดยเพิ่มระดับความเข้มข้น ในการกดดันรัฐบาลต่อเนื่อง จนกว่าราคายายางจะเพิ่มขึ้นตามที่เกษตรกรเรียกร้อง.

 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้