ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    รัฐสร้างเสาหลักรายได้ใหม่ เดินหน้าไฮสปีดเทรนเปลี่ยนอนาคตประเทศไทย

    ไทยรัฐออนไลน์17 ส.ค. 2555 05:45 น.
    SHARE

    นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์

    “พันศักดิ์” เปิดนโยบายไฮสปีดเทรน จากปีนี้อีก 6 ปีสร้างอนาคตใหม่ให้คนไทยได้เห็นแน่ ชี้จะสร้างระบบโลจิสติกส์ใหม่ ประหยัดต้นทุนพลังงานได้ปีละ 400,000 ล้านบาท และประหยัดต้นทุนสินค้าได้อีกปีละ 720,000 ล้านบาท ชี้อนาคตคนไทยได้นั่งรถไฟไปถึงกรุงปารีส ใน 4 วัน จี้เอกชนสร้างเสาหลักรายได้เพิ่ม จากปัจจุบันเกิดคอรัปชันโดยจิตวิญญาณ

    นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาด้านนโยบายของนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นโยบายของรัฐบาลจากนี้ไปจะมี “Magic Number” คือ เลข “6” โดย 6 ปี จากนี้ ตั้งแต่ปี 2556-2561 รัฐบาลจะเดินหน้าลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงหรือไฮสปีดเทรน ความเร็ว 250 กม.ต่อชั่วโมง มูลค่า 400,000 ล้านบาท ซึ่งเป้าหมายของการดำเนินการครั้งนี้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงประเทศ เพราะไฮสปีดเทรนนี้จะไม่ใช่แค่รถไฟ แต่จะเป็นอนาคตของประเทศไทย ซึ่งจะเป็นการปรับวิถีชีวิตของคนไทยใหม่ และช่วยประหยัดต้นทุนด้านพลังงาน 400,000 ล้านบาท อีกทั้งช่วยประหยัดต้นทุนในการขนส่งสินค้า 720,000 ล้านบาทต่อปี

    ในขณะนี้มี 4 ประเทศแล้วที่แสดงความจำนงเข้ามาร่วมประมูลเพื่อดำเนินโครงการนี้ได้แก่ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จีน และฝรั่งเศส และ 5 เดือนนับจากนี้ทั้ง 4 ประเทศจะส่งหัวรถจักรมาโชว์ในงานเอ็กซ์ซิบิชั่นในไทย และในต้นปีหน้าจะเปิดประมูลแบบนานาชาติ (International Bid) ขณะที่การสำรวจผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) จะเกิดขึ้นเร็วๆนี้

    สำหรับเส้นทางที่จะเริ่มต้นในเฟสแรก ปี 2551-2556 มี 4 เส้นทาง คือ 1.กรุงเทพฯ-หัวหิน 2.กรุงเทพฯ-พัทยา-ระยอง โดยต่อเนื่องจากสายแอร์พอร์ตลิงค์ 3.กรุงเทพฯ-นครราชสีมา 4.กรุงเทพฯ-พิษณุโลก จากนั้นเฟสที่ 2 จะเริ่มในปี 2561-2565 โดยเชื่อมต่อเส้นที่มีอยู่ออกไปภูมิภาคหลักของประเทศ โดยเส้นทางกรุงเทพฯ-พิษณุโลกจะต่อไปถึงเชียงใหม่ เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมาจะต่อไปถึงหนองคาย และเส้นทางกรุงเทพฯ-หัวหิน จะต่อไปถึงหาดใหญ่

    “ต่อจากนั้นอีกภายใน 10 ปี ได้ร่างแผนที่เส้นทางรถไฟความเร็วสูงดังกล่าว สามารถต่อเชื่อมไปยังต่างประเทศ โดยทางภาคใต้จะเชื่อมไปถึงมาเลเซีย-สิงคโปร์ โดยมีกรุงเทพฯเป็นศูนย์กลางให้สมกับที่เป็นศูนย์กลาง (HUB) ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่เส้นทางอีสานจะต่อเชื่อมออกไปสู่ลาวและจีนตอนใต้ และเข้าสู่เมืองอัสตานา ประเทศคาซัคสถาน ไปถึงกรุงมอสโก และเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย และไปถึงกรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ เข้าสู่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี และสิ้นสุดที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส”

    นายพันศักดิ์ กล่าวว่า หากเส้นทางนี้ต่อเชื่อมได้สำเร็จจากกรุงเทพฯไปถึงกรุงปารีสจะใช้เวลาประมาณ 4 วัน ซึ่งค่าโดยสารอาจจะใกล้เคียงหรือน้อยกว่าการโดยสารทางเครื่องบินนิดหน่อย แต่ต้องมองไปข้างหน้าด้วยว่าในช่วงเวลานั้น ค่าน้ำมันเครื่องบินจะขึ้นสูงไปขนาดไหน ซึ่งส่งผลให้ค่าโดยสารเครื่องบินสูงขึ้นไปด้วย ส่วนการเดินทางจากกรุงเทพฯ-หัวหิน จะใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง 9 นาที เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ 3 ชั่วโมง 44 นาที เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา 1 ชั่วโมง 35 นาที

    “สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือ การลดต้นทุนการขนส่งสินค้า เพิ่มความรวดเร็วในการกระจายสินค้าไปสู่ภูมิภาค เป็นการปรับยุทธศาสตร์ของเศรษฐกิจไทยจากที่เติบโตโดยพึ่งพาการส่งออก เป็นเติบโตโดยสมดุลระหว่างการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศและการส่งออกที่สมดุลกัน”

    ประธานที่ปรึกษาด้านนโยบายของนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อมีไฮสปีดเทรนแล้วจะเป็นการปรับระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทยใหม่จากปัจจุบันพึ่งพาการขนส่งทางบก มาขนส่งผ่านไฮสปีดเทรนแทน โดยเชื่อว่าบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ซึ่งปัจจุบันมีประสิทธิภาพและได้กำไรจากการขนส่งพัสดุปีละ 300-500 ล้านบาท ซึ่งเป็นข้อสงสัยของคนมากมายที่เคยคิดว่าบริษัทนี้จะเจ๊งแต่กลับกลายเป็นบริษัทที่ทำกำไรขึ้นมาได้ ซึ่งภายใน 5 ปีจากนี้ก็จะมีการปรับธุรกิจไปสู่การเปิดบริษัทโลจิสติกส์ขึ้นมา

    “ที่น่าสนใจคือ การขนส่งสินค้าที่เน่าเสียได้ อย่างผัก ผลไม้ ที่ปัจจุบันนี้มีการขนส่งทางรถยนต์เกิดการเน่าเสีย 17-35% แต่เมื่อขนส่งทางไฮสปีดเทรน จะมีอัตราการเน่าเสีย 0% ประเทศไทยจะสามารถขนส่งสินค้าเกษตรไปถึงลูกค้าในมูลค่า 336,000 ล้านบาท ในปี 2561 ที่ไฮสปีดเทรนสร้างเสร็จโดยไม่มีความสูญเสียเลย ขณะที่การขนส่งสินค้าสดๆ อย่างปลาสดจะถึงมือลูกค้าทั้งๆที่ปลายังเป็นอยู่”

    ทั้งนี้ โอกาสที่จะเกิดกับอนาคตเศรษฐกิจไทย เชื่อว่าจะทำให้เกิดเขตอุตสาหกรรมใหม่ในพื้นที่ที่ไฮสปีดเทรนเข้าไปถึง ซึ่งเกิดจากความสามารถในการขนส่งวัตถุดิบและการขนส่งคนงานเข้าไปทำงานในเขตอุตสาหกรรม นอกจากนั้น จะเกิดการส่งเสริมการท่องเที่ยวตามเส้นทาง และเกิดกระบวนการเอาสินค้าโอทอปและสินค้าเอสเอ็มอีขึ้นไปขายบนรถไฟด้วย และจะสร้างกล่องใส่อาหารแบบพิเศษที่ใส่ของร้อนได้โดยไม่ไปกระทบกับผักสดๆ โดยจะใช้ชื่อว่า “ปิน-โตะ” เหมือนกับที่ประเทศญี่ปุ่นที่ “เบนโตะ” เพื่อเสิร์ฟบนรถไฟด้วย

    นายพันศักดิ์ กล่าวว่า นโยบายไฮสปีดเทรน คือ เสาหลักหรือแท่งแห่งรายได้ใหม่ที่รัฐบาลตั้งใจจะทำให้สำเร็จ ในขณะเดียวอยากฝากบอกภาคเอกชนที่ชอบบ่นกันมากให้สร้างแท่งแห่งรายได้ใหม่ขึ้นมาด้วย เพราะในขณะที่เอกชนบ่นเรื่องต่างๆ แต่กลับมีรายได้ผลตอบแทนในตลาดหลักทรัพย์ดีมาก ขณะที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชอบขึ้นธรรมาสน์เทศน์ไม่ให้รัฐบาลใช้เงินเกินตัว ระวังหนี้เสีย แต่มีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศมากกว่า 170,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่เงินฝากในระบบธนาคารพาณิชย์ไทยล้น ถึงขนาดที่เอาเงินฝากไปซื้อพันธบัตรรัฐบาล เพราะไม่รู้จะเอาไปปล่อยกู้อย่างไร

    ปัญหาของประเทศไทยคือ ภาคเอกชนไม่ยอมลงทุนเพื่อให้เงินบาทแข็งตัวขึ้นมาโดยธรรมชาติ เงินได้มาเอาไปแลก ธปท.ทำให้ ธปท.ก็อยู่ในภาวะเตี้ยอุ้มค่อม ทำให้เงินทุนสำรองเต็มไปหมด ทำอะไรไม่ได้ เลยต้องดูดซับสภาพคล่องโดยออกพันธบัตร ธปท.เพื่อทำให้เงินบาทอ่อนตัวอย่างผิดธรรมชาติ เลยกลายเป็นหนี้เงินบาทมากกว่าเงินทุนของ ธปท. ดังนั้น อีกไม่กี่วันก็จะเดินมาหากระทรวงการคลังเพื่อขอให้เพิ่มทุนหรือรีแคปปิตอลไรซ์ เพราะมีเงินทุนสำรองมากไป “ภาคเอกชนใช้วิธีขอให้เงินบาทอ่อนตัว โดยขอให้ ธปท.มีหนี้เพิ่มเป็นเงินบาท แทนที่จะสร้างกำไรให้ตัวเอง แบบนี้เรียกว่าคอรัปชันโดยจิตวิญญาณ ไม่ใช่โดยนโยบายหรือโดยตำแหน่ง ส่วนผมกำลังตั้งโครงสร้างแท่งรายได้ใหม่ให้ อธิบายได้ว่าเป็นประชาธิปไตยแบบกินได้”.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม 2563 เวลา 13:27 น.