ข่าว
100 year

ปูขอสู้ซักฟอกเอง ยันไม่ใช้องครักษ์

ไทยรัฐออนไลน์8 ส.ค. 2555 09:00 น.
SHARE

ฝ่ายเลขาปชป.สําทับซํ้านายกฯทําการบ้านให้ดี

“ยิ่งลักษณ์” ลั่นพร้อมชี้แจงญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยตัวเอง โวไม่ตั้งทีมองครักษ์ช่วยรับมือ พร้อมสั่งรัฐมนตรีรวบรวมผลงานในรอบปี จัดทำแผ่นชาร์ตเปรียบเทียบข้อมูลเกทับยุครัฐบาล ปชป. ขณะที่คณะยุทธศาสตร์ พท.ตั้งทีม ส.ส.ตอบโต้ฝ่ายค้าน ด้าน ปชป.เตือนรัฐบาล ความประมาทเป็นบ่อเกิดแห่งความตาย ดักคอ “นายกฯปู” อย่าใช้ความเป็นเพศหญิงมาอ้างเป็นเกราะกำบัง ศาลอาญาแจงออกคำสั่งคุมเข้มกองเชียร์เสื้อแดง พร้อมสั่งเคลียร์รถออกจากลานจอดเพื่อวางแนวรั้วกั้นพื้นที่ ตำรวจจัดกำลัง 3 กองร้อยดูแลความเรียบร้อย สำรองทางออกฉุกเฉินผู้พิพากษา และเฝ้าระวังปั๊มน้ำมันที่อยู่ติดกับศาล แกนนำ นปช.การันตีเสื้อแดงไม่ป่วน วอนตำรวจจับตามือที่สาม

ถึงแม้ฝ่ายค้านยังไม่ได้สรุปชัดเจนว่าจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเมื่อไหร่ แต่ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลก็เปิดศึกเกทับปะทะคารมในเรื่องดังกล่าวอย่างดุเดือด  ล่าสุด น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  นายกรัฐมนตรี  ออกมายืนยันพร้อมจะชี้แจงญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยตัวเอง และจะไม่ตั้งทีมองครักษ์มาช่วยรับมือฝ่ายค้าน

“ยิ่งลักษณ์” ลั่นพร้อมแจงญัตติซักฟอก

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 7 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  นายกรัฐมนตรี  ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ภายหลังการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 และการแถลงผลงานรัฐบาล 1 ปีว่า ตนมีหน้าที่ในการชี้แจง จะถือโอกาสนี้ชี้แจงประชาชน และพร้อมที่จะชี้แจงด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย ยินดีให้ความร่วมมือในการชี้แจง ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยชี้แจงอะไรหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า ตอนนี้ยังไม่ทราบหัวข้อชัดเจนว่าฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายเรื่องอะไรบ้าง ส่วนปัญหาเรื่องการทุจริตเข้ามาเกี่ยวข้องนั้น ต้องมีการตรวจสอบ เพราะรัฐบาลไม่ได้สนับสนุนให้มีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้น และที่ผ่านมาได้มอบหมายให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานตรวจสอบการทุจริตคอรัปชัน ถือเป็นนโยบายรัฐบาลที่ไม่อยากเห็นเรื่องนี้อยู่แล้ว

ไม่ตั้งทีมองครักษ์ช่วยแก้เกม

เมื่อถามว่า จะตั้งทีมองครักษ์พิทักษ์นายกฯหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า ไม่หรอก ทุกอย่างก็ทำงานให้เป็นไปตามกลไกของระบอบรัฐสภา ต่อข้อถามว่า กำหนดวันแถลงผลงานรัฐบาลครบรอบ 1 ปีหรือยัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า ขอรวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วนก่อน แต่ยืนยันมีอยู่แล้ว ตั้งใจจะชี้แจงให้ทราบถึงผลงานรัฐบาลที่ได้ทำมา เมื่อถามว่าจะมีการทบทวนนโยบายรับจำนำข้าวที่มีปัญหาอยู่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า ในส่วนของนโยบายใหญ่รัฐบาลยังเชื่อว่านโยบายนี้เป็นนโยบายที่ดี สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้ และเป็นการยกระดับชีวิตเกษตรกร แต่ยอมรับว่าอาจมีปัญหาในทางปฏิบัติ ต้องลงไปตรวจสอบว่าเป็นปัญหาขั้นตอนการปฏิบัติอย่างไร ทั้งนี้ ที่ทำมาพยายามรับข้อห่วงใยและข้อท้วงติงของทุกภาคส่วน รวมถึงกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ลงไปดูหลายๆสิ่งที่ทุกคนเป็นห่วง เมื่อถามว่าภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมีการปรับ ครม.หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า ยังไม่ทราบ ต้องรอดูในช่วงนั้นก่อน แต่ตอนนี้ยังไม่มี

สั่ง รมต.สรุปผลงาน 1 ปีขย่ม ปชป.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม ครม.วันเดียวกันนี้ มีการหารือถึงการแถลงนโยบายครบรอบ 1 ปีของรัฐบาล โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์สั่งให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงไปจัดทำผลงานของหน่วยงานตัวเองให้แล้วเสร็จ และส่งให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติภายในวันที่ 15 ส.ค. ก่อนทำเป็นรูปเล่มให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 23 ส.ค. โดยมีนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คอยประสานงานดูแล นอกจากนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์กำชับว่า รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงต้องทำข้อมูลเชิงวิเคราะห์  อาจทำเป็นแผ่นชาร์ต ยกสถิติมาเปรียบเทียบกับรัฐบาลสมัยพรรคประชาธิปัตย์ว่าแตกต่างกันอย่างไร เพื่อให้ประชาชนเห็นภาพชัดเจนว่ารัฐบาลชุดนี้มีผลงานที่เหนือกว่าอย่างไร ไม่ใช่เอาแต่ใช้พรรณนาโวหารอย่างเดียว ทั้งนี้ รัฐบาลเตรียมโหมประชาสัมพันธ์ผลงาน 1 ปีในหลายรูปแบบ ทั้งการใช้สื่อกลางแจ้งอย่างป้ายบิลบอร์ด สมุดปกขาว สื่อโฆษณา ตลอดจนการจัดกิจกรรมต่างๆ

เย้ย “มาร์ค” อภิปรายเหลวจะไม่มีที่ยืน

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ประชาชนเห็นความตั้งใจทำงานตลอด 1 ปีของรัฐบาล  ภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แม้ฝ่ายค้านพยายามดึงนายกฯไปสู่เกมป้ายสีทางการเมือง แต่นายกฯไม่เคยเดินไปสู่สนามขัดแย้ง ประชาชนก็เอาใจช่วยนายกฯให้แก้ปัญหาให้สำเร็จ เหมือนที่คนไทยเชียร์ “น้องเมย์” น.ส.รัชนก อินทนนท์ นักแบดมินตันทีมชาติไทย ตอนนี้รัฐบาลคงไม่ต้องเตรียมการอะไรเพิ่มเติม แถมฝ่ายค้านยังคิดไม่ตรงกัน ล่าสุด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่ายังไม่รีบร้อน จะรอดูเรื่องแถลงผลงานรัฐบาลและเรื่องงบประมาณก่อน แต่พวกที่ออกมาตีปี๊บโหมโรงตั้งแต่ต้นไม่ใช่ขุนพลนักอภิปราย พูดเอามันเข้าว่า โดยไม่นึกว่าตอนที่พูดขู่รัฐบาล ผู้นำฝ่ายค้านเป็นคนที่สะดุ้งเอง เพราะนายอภิสิทธิ์รู้ดีว่าการขึ้นเวทีอภิปรายจะเป็นเวทีสุดท้าย หากล้มเหลวในเวทีนี้อีกคงไม่เหลือที่ยืนในบทบาททางการเมือง ตนไม่ได้ปรามาสฝ่ายค้าน แต่มั่นใจว่านายกฯชี้แจงได้ เพราะมีศักยภาพพร้อมทุกด้าน คงไม่ต้องจัดตั้งองครักษ์ปกป้องใดๆ ผลงานที่นายกฯทำจะเป็นองครักษ์ปกป้องตัวเองอย่างดีที่สุด

ชี้ไม่มีปมทุจริต ยื่นถอดถอนไม่ได้

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หากฝ่ายค้านยื่นญัตติมา รัฐบาลก็มีหน้าที่ตอบไป แต่ต้องเตือนว่าถ้าอภิปรายเรื่องภาคใต้ พรรคประชาธิปัตย์จะเข้าตัวเข้าเนื้อ เพราะเคยหาเสียงไว้จะแก้ปัญหาภาคใต้ภายใน 99 วัน พรรคประชาธิปัตย์มี ส.ส.เต็มหมดทุกจังหวัด อยู่มา 2 ปี 8 เดือน กลับทำอะไรไม่ได้ แล้วจะเอาอะไรมาอภิปราย ส่วนเรื่องรับจำนำข้าว เมื่อวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา ตนได้ประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 677 คน ใช้ 11 กองบัญชาการตามบัญชานายกฯ แสดงว่านายกฯเอาจริง ส่วนประเด็นงบเยียวยาน้ำท่วมที่ว่ามีการทุจริตก็แจ้งมา จะดำเนินคดีให้ ฉะนั้น มองว่ามันไม่มีอะไรเลย ส.ส.พรรคเพื่อไทยบางคนไปเต้น เต้นทำไม อยู่เฉยๆ เห็นญัตติก่อนค่อยมาวิเคราะห์ ในฐานะที่อยู่การเมืองมานาน มีทีเด็ดเขาไม่บอกก่อน ต้องเก็บเอาไว้ ผู้สื่อข่าวถามว่าเท่าที่ดูประเด็นที่ฝ่ายค้านหยิบยกขึ้นมามีประเด็นใดที่จะนำไปสู่การทุจริตและยื่นถอดถอนนายกฯได้หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมตอบว่า ไม่มี ซึ่งหากไม่ยื่นถอดถอนนายกฯ ก็อภิปรายเรื่องทุจริตไม่ได้ ถ้าเป็นเรื่องจำนำข้าวหน่วยงานต้นสังกัดก็รับไป

พท.ตั้งทีม ส.ส.ตอบโต้ ปชป.

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการประชุมพรรคเพื่อไทยว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยได้เตรียมแผนเพื่อป้องกันเกมป่วนของฝ่ายค้าน หากมีการอภิปรายนอกเรื่อง ไม่เข้าประเด็น หรือโฟกัสไปที่นายกฯโดยที่ไม่ใช่เรื่องการบริหารงาน จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจฝ่ายค้านกลับทันที โดยเตรียมทีม ส.ส.กว่า 10 คนไว้คอยตอบโต้อภิปรายไม่ไว้วางใจในแต่ละเรื่องแล้วอาทิ กรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ใส่เสื้อแดงขึ้นเวที การเลียนเสียง จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย การใช้เอกสารเท็จสมัครเข้ารับราชการทหาร กรณีนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ คัดค้านนาซาขอให้สนามบินอู่ตะเภาสำรวจชั้นบรรยากาศ กรณี ส.ส.ประชาธิปัตย์แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมในที่ประชุมสภาฯ หรือกรณีผลงานยอดแย่ของผู้ว่าฯ กทม. ส่วนกรณีนายกษิต ภิรมย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นเรื่องให้ศาลอาญาระหว่างประเทศตรวจสอบการใช้มาตรการฆ่าตัดตอนปราบยาเสพติดสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นั้น ทำไมความรู้สึกช้า เหตุเกิด 6-7 ปี เพิ่งคิดได้ เรากำลังตรวจสอบงบประมาณที่นายกษิตสมัยเป็น รมว.ต่างประเทศ ใช้ในการไล่ล่า พ.ต.ท.ทักษิณ ทราบว่าใช้เงินเป็นร้อยล้านบาท มีการนั่งเครื่องบินเฟิร์สคลาสในการติดตามด้วย

ฝ่ายค้านชะลอเกมซักฟอก

ด้านนายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์  ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจ เนื่องจากสมัยประชุมนี้ยังมีเวลาจนถึงสิ้นเดือน พ.ย. และยังมีเรื่องที่ต้องพิจารณาอีก 2 เรื่องคือ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 ที่คาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 15 ส.ค. และยังมีวาระการจัดทำรายงานและแถลงผลงานครบรอบ 1 ปีของรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลต้องอธิบายถึงความล้มเหลวที่เกิดขึ้นตลอด 1 ปีของการบริหารราชแผ่นดิน

เย้ย “เหลิม” ประมาทอาจถึงตาย

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม  อยู่บำรุง  รองนายกฯ สบประมาทพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีหลักฐานเด็ดในการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ขอเตือน ร.ต.อ.เฉลิมว่าความประมาทเป็นบ่อเกิดแห่งความตาย ตราบใดที่ยังไม่มีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็อย่าติเรือทั้งโกลน อย่าติเด็กในผ้าอ้อม เราจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างดีที่สุด ที่ผ่านมาทราบกันดีว่าการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคประชาธิปัตย์มักทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเสมอ เพราะสามารถจับเท็จจับทุจริตได้ตลอดเวลา

โวย 2 โฆษกซีกรัฐบาลปล่อยข่าวมั่ว

นายเทพไทกล่าวว่า ขณะนี้มีการปล่อยข่าวเรื่องจะมีการเปลี่ยนแปลงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และเปลี่ยนแปลงรายชื่อแนบท้ายญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งเป็นเรื่องไร้สาระ ความจริงว่าจะไม่ชี้แจง แต่คนปล่อยข่าวเรื่องนี้คือนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย และนายอนุสรณ์  เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หากยังเล่นการเมืองเช่นนี้โดยไม่รับผิดชอบ ก็เสียหาย ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีใครคิดเปลี่ยนหัวหน้าพรรค นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  จะเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จนครบวาระ 4 ปี พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เหมือนพรรคเพื่อไทยที่เป็นพรรคเฉพาะกิจ มีเจ้าของคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่จะจิกหัวใครออกจากพรรค ออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค แต่พอหาคนมาเป็นหัวหน้าพรรคไม่ได้ ก็เอากลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีกครั้ง

ดักคอ “ปู” อย่าอ้างเพศหญิงเป็นโล่

นายเฉลิมชัย  ศรีอ่อน  เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า พรรคมีทีมงานอยู่แล้ว เก็บรวบรวมข้อมูลตั้งแต่วันแรกที่รัฐบาลเข้ามาทำงาน เราไม่ได้ต้องการโจมตีทางการเมือง หากรัฐบาลไม่บริหารงานผิดพลาดก็ไม่ต้องกลัวฝ่ายค้านซักฟอก อย่าทำตัวเป็นวัวสันหลังหวะ อยากให้รัฐบาลบริหารประเทศไป อย่ามัวแต่ตอบโต้ทางการเมือง ควรไปหาจุดที่คิดว่าบริหารงานผิดพลาดเพื่อมาตอบคำถามดีกว่า “น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะต้องรับผิดชอบหากพบข้อบกพร่องการทำงาน จึงไม่อยากให้ใช้ความเป็นผู้หญิงมาอ้าง เพราะการเป็นนายกรัฐมนตรีควรต้องแยกให้ออกระหว่างการทำงานกับเพศ ส่วนจะมีรัฐมนตรีที่อยู่ในข่ายการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ก็ต้องดูใกล้ๆวันอภิปราย แต่ที่ชัดเจนคือวันนี้นายกฯควรไปทำการบ้านให้ดีแล้วกัน”

“ชวน” แนะ ส.ส.อย่าเผยไม้เด็ด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค แนะนำการเตรียมข้อมูลสำหรับอภิปรายไม่ไว้ วางใจรัฐบาลแก่ ส.ส.ว่า เรื่องที่เห็นว่าสามารถติดตามข้อมูลประเด็นผ่านทางสื่อ  อย่านำข้อมูลมาทั้งหมด ขอให้ต่อยอดสืบสาวเก็บข้อมูลพยานหลักฐานให้ครบถ้วนชัดเจน พร้อมกันนี้นายชวนได้ติติง ส.ส.หลายคนว่า บางเรื่องไม่สมควรเปิดประเด็นออกมาก่อน บางเรื่องไม่ควรพูดก็ไม่ต้องพูด ควรเก็บไว้เป็นหมัดเด็ดน็อกคู่ต่อสู้ ไม่ต้องรีบร้อน ยังมีเวลา 120 วัน ค่อยๆรวบรวมข้อมูลไป ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  หัวหน้าพรรคกล่าวเสริมว่า  การที่ฝ่ายรัฐบาลปรามาสข้อมูลฝ่ายค้านว่าไร้น้ำยา หรือเป็นเรื่องเดิมๆ ก็ขอให้อดทน ตั้งหน้าตั้งตาเก็บข้อมูลไป ตนก็จะเก็บข้อมูลไปเรื่อยๆ ส่วนใครที่ไม่อยากอภิปรายก็ไม่ต้องอภิปราย แต่ตนเป็นหัวหน้าพรรคต้องทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว

อัด “บุญทรง” จำนำข้าวเจ๊ง

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ระบุโครงการรับจำนำข้าวขาดทุนไม่มาก และการระบายข้าวจะทำได้โดยไม่ขาดทุนว่า ไม่เชื่อข้อมูลของนายบุญทรง เพราะมีข้อมูลจากองค์กรระดับโลกหลายแห่ง อาทิ กระทรวงเกษตรฯ ของสหรัฐอเมริกา องค์กรข้าวสากล และสื่อต่างประเทศทั้งสิ่งพิมพ์และออนไลน์กว่า 10 สำนัก รวมถึงนักวิชาการในประเทศไทย ต่างเห็นพ้องว่านโยบายจำนำข้าวของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะสร้างปัญหาให้กับกระบวนการค้าข้าวไทยทั้งระบบและยังทำลายระบบพื้นฐานการเกษตรของประเทศไทยด้วย ที่ผ่านมาผู้บริหาร ธ.ก.ส.ยอมรับมีการประเมินว่าอาจขาดทุนจากโครงการนี้ถึง 1 แสนล้านบาท เท่ากับว่านายบุญทรงทำให้ประเทศไทยเจ๊งทั้งแผ่นดิน หลังจากทำให้คนไทยต้องประสบภาวะแพงทั้งแผ่นดินมาแล้ว จึงอยากให้นายบุญทรงตั้งหลักใหม่ ด้วยการไปคุยกับ ธ.ก.ส.ซึ่งผู้บริหารบอกแล้วว่าฤดูกาลที่ผ่านมาขาดทุนไม่ต่ำกว่าแสนล้าน

“เติ้ง” ฟันธง “ยิ่งลักษณ์” เอาตัวรอดได้

นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยพุ่งเป้าไปที่นายก– รัฐมนตรีว่า นายกฯมีลีลาในการตอบอยู่แล้ว บางคำถามอาจจะไม่ตอบก็เป็นได้ ถ้าเป็นเรื่องบางเรื่อง แต่ยังมีปัญหาว่าจะโยนรัฐมนตรีตอบได้หรือไม่ ประเด็นอยู่ที่การตกลงตรงนี้ เพราะบางเรื่องรัฐมนตรีต้องทดสอบตัวเอง บางครั้งเรื่องลึกๆ นายกฯ ไม่สามารถตอบได้หมดหรอก อยู่ในระดับผิวเผินเท่านั้น อย่างไร ก็ตาม นายกฯก็รู้หมดทุกเรื่อง  จึงเชื่อว่าจะเอาตัวรอดได้ ส่วนจะเอาตัวรอดได้ทั้งคณะหรือไม่  ยังตอบไม่ได้ เพราะยอมรับว่าฝีมือพรรคประชาธิปัตย์ในการซักฟอกอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ใช่ย่อย ไม่ธรรมดา

11 อรหันต์ถกหาทางออกแก้ รธน.

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมนัดแรกของคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อหาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 โดยมีตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 11 คนที่เป็นคณะทำงานเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายโภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา นายวราเทพ รัตนากร สมาชิกพรรคเพื่อไทย นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา นายประเสริฐ บุญชัยสุข ส.ส.นครราชสีมา พรรคชาติพัฒนา นายสันต์ศักย์ จรูญ งามพิเชษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังชล โดยนายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย หนึ่งในคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวก่อนเข้าประชุมว่า จะพิจารณาหาทางออกการแก้รัฐธรรมนูญและเปิดโอกาสให้ตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาลเสนอว่าจะมีแนวทางเดินหน้าวาระ 3 อย่างไร โดยดูคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญทั้งคำวินิจฉัยกลางและคำวินิจฉัยส่วนตนเป็นหลัก  รวมถึงดูเรื่องการทำประชามติว่าจำเป็นต้องดำเนินการหรือไม่ เนื่องจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รอลงมติวาระ 3 ก็กำหนดเรื่องการทำ ประชามติอยู่แล้ว ทั้งนี้หากมีข้อโต้แย้งหรือหาข้อสรุปไม่ได้ อาจเชิญคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย นักวิชาการ มาร่วมเสนอความเห็น

จับพิรุธ 3 ปมคำวินิจฉัยศาล รธน.

ต่อมาเวลา 12.00 น. นายโภคินแถลงว่า คณะทำงานมีมติให้ตนเป็นประธานคณะทำงาน และให้นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา เป็นรองประธาน ประเด็นหลักที่คุยกันครั้งนี้มี 2 เรื่องคือ 1.คำวินิจฉัยกลางและคำวินิจฉัยส่วนตนมีสาระอะไรบ้าง 2.เหตุใดจึงต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 โดยเรื่องคำวินิจฉัยกลางและคำวินิจฉัยส่วนตนนั้น คณะทำงานตั้งข้อสังเกตดังนี้ 1.การที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามีอำนาจรับเรื่องการตีความตามมาตรา 68 โดยตรง อาจทำให้ประชาชนสับสน และเกรงว่าต่อไปจะเป็นภาระของศาลรัฐ– ธรรมนูญที่จะมีการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง ไม่ผ่านอัยการสูงสุด 2.การที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมาตรา 291 เป็นเพียงการให้คำแนะนำว่าหากจะแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับควรทำประชามติก่อน แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดว่าจะต้องทำประชามติอย่างไร และส่วนคำแนะนำเรื่องการแก้ไขรายมาตรา ก็ไม่บอกว่าสามารถทำเป็นรายประเด็นหรือไม่ 3.การที่ศาลรัฐธรรมนูญระบุว่าการแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 291 ไม่ขัดมาตรา 68 ขอตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดศาลรัฐธรรมนูญจึงหยิบมาตรา 291 ที่ว่าด้วยกระบวนการของการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาพิจารณาก่อนมาตรา 68 ที่ว่าด้วยขั้นตอนการรับคำร้อง เพราะถ้าวินิจฉัยตามมาตรา 68 ก่อน ซึ่งคำวินิจฉัยกลางบอกว่าไม่เข้าข่ายความผิด ก็จะเป็นอันยุติไม่ต้องวินิจฉัยตามมาตรา 291 และมาตราอื่นต่อไป

นัดประชุมใหม่ 20 ส.ค.

นายโภคินกล่าวว่า ส่วนเหตุผลการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 291 เพราะมีหลายมาตราในรัฐธรรมนูญ 2550 ขัดแย้งกันเอง เช่นมาตรา 237 มาตรา 68 ที่ว่าด้วยการสั่งยุบพรรคและตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรค 5 ปี โดยใช้อำนาจของประกาศคณะรัฐประหาร และไม่เปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ต่อสู้ ซึ่งขัดต่อมาตรา 3 ที่ระบุว่าการดำเนินการขององค์กรต่างๆต้องปฏิบัติตามหลักนิติรัฐนิติธรรม ที่ผ่านมารัฐธรรมนูญแต่ละฉบับไม่เคยมีการบัญญัติเรื่องการยุบพรรค รวมถึงการที่พรรคถูกยุบแต่ไม่สามารถใช้ชื่อเดิม ทั้งที่คนทำผิดเพียง 1-2 คนเท่านั้น กลับต้องได้รับโทษทั้งหมดทุกคน ซึ่งไม่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้มอบการบ้านให้พรรคร่วมรัฐบาลไปตรวจสอบรายละเอียดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญให้ชัดเจนว่า ในแต่ละประเด็นมีความหมายอย่างไร แล้วนำมาเสนอต่อคณะทำงานอีกครั้งในวันที่ 20 ส.ค. เพื่อนำมาพิจารณาว่าจะสามารถลงมติในวาระ 3 ต่อไปได้หรือไม่ คณะทำงานยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาว่าจะต้องหาข้อสรุปให้ได้ภายในเวลาเท่าใด เพราะเรื่องนี้ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เป็นที่พอใจของทุกฝ่าย โดยต้องทำให้เสร็จเร็วที่สุด และมีคำอธิบายในแต่ละประเด็น

ร้องอัยการสอบศาลรัฐธรรมนูญ

ที่สำนักงานอัยการสูงสุด พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ ที่ปรึกษาประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และแกนนำ นปช. เข้ายื่นคำร้องกับนายไพฑูรย์ ขัมภ– รัตน์ อัยการพิเศษฝ่ายพัฒนากฎหมาย เพื่อขอให้อัยการสูงสุดใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องที่มีผู้ยื่นตรวจสอบการกระทำความผิดมาตรา 68 วรรคแรก ในการเสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 291 โดย พ.ต.ต.เสงี่ยมระบุว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจรับคำร้องไว้วินิจฉัย เนื่องจากต้องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน การกระทำของศาลรัฐธรรมนูญเป็นการขยายเขตอำนาจตัวเอง ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 68

นายไพฑูรย์กล่าวว่า จากที่สอบถามเบื้องต้นคำร้องของ พ.ต.ต.เสงี่ยมขอให้ตรวจสอบเรื่องการกระทำของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญขัดต่อมาตรา 68 เท่านั้น ไม่มีประเด็นเสนอการถอดถอน ดังนั้นอัยการสูงสุดมีอำนาจรับคำร้องนี้ไว้ตรวจสอบ

ศาลแจงเหตุคุมเข้มกองเชียร์แดง

ทางด้านการวางมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยในวันที่ 9 ส.ค. ซึ่งศาลอาญานัดสอบถามนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. กับพวก 24 คน กระทำผิดเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราว โดยคาดว่าจะมีกลุ่มคนเสื้อแดงไปเชียร์แกนนำจำนวนมากนั้น นายทวี ประจวบลาภ อธิบดีผู้พิพากษาศาล อาญา กล่าวว่า การที่ศาลอาญาไม่อนุญาตให้คนเสื้อแดงเข้ามาในบริเวณศาลในวันที่ 9 ส.ค. เนื่องจากในที่ประชุมกองอำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัยระหว่างศาล ตำรวจ และราชทัณฑ์ เห็นว่าหากปล่อยให้คนเสื้อแดงเดินทางเข้ามาภายในศาลอาญาจำนวนมากอาจเกิดปัญหา ก่อนหน้านี้ตำรวจที่คอยอำนวยการรักษาความปลอดภัยเคยประสบเหตุการณ์มาแล้ว จึงจำเป็นต้องกำหนดให้ผู้สนับสนุนอยู่ภายนอกศาล สำหรับการห้ามไม่ให้เข้าฟังการพิจารณาคดีนั้น ศาลอาญาเคยมีมาตรการดังกล่าวมาแล้วเมื่อครั้งการพิจารณาคดีคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ กับพวก ที่ศาลอนุญาตให้คู่ความและทนายความเข้าฟังการพิจารณาคดีเท่านั้น ห้ามผู้สนับสนุนเข้ามาบริเวณศาล ทำให้การพิจารณาคดีเป็นไปอย่างราบรื่น สะดวก ต่อการรักษาความปลอดภัย ส่วนเรื่องการจราจรกรณีที่มีผู้มาให้กำลังใจจำนวนมากนั้น ทางตำรวจจะเป็นผู้ประเมินสถานการณ์ว่าต้องถึงขั้นปิดการจราจรหรือไม่ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่จะประสานนำรถสุขาเคลื่อนที่คอยให้บริการด้วย

เคลียร์รถออกเพื่อวางรั้วแนวกั้นม็อบ

เย็นวันเดียวกัน นายประยุทธ ศิริล้น ผอ.สำนักอำนวยการประจำศาลอาญา สั่งการให้เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ศาลอาญา กระจายเสียงตามสายประกาศให้ผู้มาติดต่อราชการที่เสร็จภารกิจแล้วให้รีบนำรถออกจากลานจอดรถทันที ทั้งนี้เพื่อที่เจ้าหน้าที่ศาลอาญาจะได้นำรั้วไปกั้นตั้งแต่บริเวณหน้าธนาคารออมสิน สาขาศาลยุติธรรม ที่ตั้งอยู่ทางฝั่งขวาของศาลอาญา วางรั้วกั้นเป็นแนวยาวตลอดบริเวณลานจอดรถผ่านหน้าศาลอาญาไปจนถึงปั๊มน้ำมัน ปตท. ที่ตั้งอยู่ฝั่งซ้ายของอาคารศาลอาญา รวมระยะทางราว 300 เมตร โดยกั้นทางไม่ให้รถจอดตั้งแต่เช้าวันที่ 8 ส.ค.เป็นต้นไป และในช่วงเย็นวันที่ 8 ส.ค. จะเปิดพื้นที่ให้รถถ่ายทอดสดของสถานีโทรทัศน์ต่างๆ เข้ามาจอดเพื่อเตรียมรายงานข่าวต่อไป ซึ่งเป็นไปตามมาตรการของที่ประชุมกองอำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัย

ตำรวจจัดกำลัง 3 กองร้อยดูแล

ที่ บช.น. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบช.น. กล่าวถึงการดูแลรักษาความปลอดภัยรอบพื้นที่ศาลอาญาว่า ผบ.ตร.ได้เรียกประชุม ศปก.และสั่งการไว้แล้ว จะใช้กำลังตำรวจ 3 กองร้อยดูแลความปลอดภัยบุคคลและสถานที่ เบื้องต้นเชื่อว่าไม่น่าจะเกิดเหตุรุนแรง แต่ตำรวจก็เตรียมพร้อมทุกสถานการณ์ ไม่ว่ากรณีมือที่สาม เรื่องภายในของกลุ่มมวลชน หรือการป้องกันการกระทบกระทั่งกัน คาดว่าจะมีกลุ่มมวลชนประมาณ  3,000  คน  ตำรวจมีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อย ห้ามประชาชนเข้าไปกระทำการใดๆภายในศาลที่อาจก่อให้เกิดการละเมิดศาล และห้ามใช้เครื่องขยายเสียงเด็ดขาด เพราะเป็นการรบกวนและกดดันศาล ส่วนการขายของทำได้เพียงบริเวณด้านหน้าเท่านั้น ขณะนี้มีคำสั่งให้สายตรวจทุกกองบังคับการเพิ่มความเข้มงวดในการออกตรวจพื้นที่ โดยเฉพาะรถยนต์ต้องสงสัย ทะเบียนที่มาจากทางภาคใต้ ต้องแจ้งหมด ต้องเฝ้าระวัง

เตรียมทางออกฉุกเฉินให้ผู้พิพากษา

ต่อข้อถามว่า หากศาลมีคำสั่งถอนประกัน และต้องนำตัวแกนนำ นปช.ส่งเข้าเรือนจำ ได้วางมาตรการไว้อย่างไร พล.ต.ต.ปริญญากล่าวว่า ก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เรือนจำที่จะมารับตัวไป ตำรวจก็เตรียมกำลังเปิดทางให้ แต่ถ้าราชทัณฑ์ร้องขอกำลังมา ตำรวจจะดำเนินการให้มีรายงานว่า นอกจาก พล.ต.ท.คำรณวิทย์สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลการรักษาความปลอดภัยบุคคลและอาคารสถานที่แล้ว ยังสั่งการให้เตรียมกำหนดเส้นทางเข้าออกและทางฉุกเฉินของผู้พิพากษา และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งให้ป้องกันการบุกรุกปีนรั้วเข้าไปในพื้นที่เขตอำนาจศาลอย่างเข้มงวด รวมทั้งตรวจสอบความปลอดภัยและระบบป้องกันของปั๊มน้ำมัน ปตท.ที่อยู่ติดกับศาล และการรักษาความปลอดภัยเส้นทางการขนย้ายนักโทษหากมีการถอนประกันตัวแกนนำ รวมถึงเตรียมสำรองกำลังสนับสนุนระลอกที่ 2 ไว้อีกจำนวน 3 กองร้อย

“ณัฐวุฒิ”มั่นใจเสื้อแดงไม่ป่วนศาล

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะแกนนำ นปช. ให้สัมภาษณ์ว่า ประชาชนที่ติดตามข่าวสารเข้าใจและพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกมาตรการที่ศาลกำหนด แต่ต้องขอความเห็นใจให้กับประชาชนที่จะมาด้วย เราร่วมเป็นร่วมตายตลอด 5-6 ปี เขาเพียงต้องการมาอยู่ใกล้ๆมาเอาใจช่วยให้กำลังใจเท่านั้น ไม่ใช่มาก่อความวุ่นวาย หรือสร้างความหนักใจให้ศาล และศาลมีมาตรการอย่างไรก็ว่าไปตามนั้น คำวินิจฉัยจะเป็นอย่างไร แกนนำทุกคนพร้อมน้อมรับและเคารพคำวินิจฉัย คงไม่มีปัญหาอะไร ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าคุมมวลชนอยู่หรือไม่ นายณัฐวุฒิตอบว่า มวลชนดูแลตัวเองได้ มั่นใจในวุฒิภาวะของพี่น้องเสื้อแดง และวันที่ 9 ส.ค.จะเป็นการพิสูจน์วุฒิภาวะของคนเสื้อแดงอีกรอบหนึ่ง

“โอ๊ค” แฉ “มาร์ค” หนีทหารตอน 3

วันเดียวกัน นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุถึงการหนีเกณฑ์ทหารของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตอนที่ 3 ว่า “หนีทหาร เดอะซีรีส์ ตอนที่ 3” แพะรับบาป มีบุคคลที่ต้องตกเป็นแพะรับบาปจากการที่นายอภิสิทธิ์เข้ารับราชการโดยขาดคุณลักษณะทั้งหมด 12 ท่าน เป็นนายทหารชั้นพลเอก 5 ท่าน พลโท 1 ท่าน พลตรี 1 ท่าน อีก 5 ท่านเป็นชั้นนายพัน บุคคลเหล่านี้ต้องถูกลงฑัณฑ์ฐานบกพร่องต่อหน้าที่ และถูกดำเนินคดีอาญา 12 ท่านมีดังนี้ โรงเรียนนายร้อย จปร. ได้แก่ พ.อ.สมศักดิ์ พุ่มนิคม พล.อ.เผด็จ วัฒนะภูติ พล.อ.นิยม ศันสนาคม กรมสารบรรณทหารบกได้แก่ พ.อ.คง หงษ์ทอง พ.อ.ประหยัด คล้ายทอง พล.ท.มานิต ทรัพย์สกุล พล.อ.วีระ เสวิกุล กรมกำลังพลทหารบกได้แก่ พ.อ.หญิงสายไสว มาสมบูรณ์ พล.ต.ณรงค์ สารรักษ์ พล.อ. ชัยวุฒิ ศรีมาศ พล.อ.ประเสริฐ สารฤทธิ์ สัสดีเขตพระโขนงได้แก่ พ.ต.ทองคำ เดชเร แต่เนื่องจากบางท่านเกษียณไปแล้ว บางท่านไม่สังกัด ทบ. บางท่านเป็นนายพลซึ่งไม่สามารถลงทัณฑ์ทางวินัยได้ คงเหลือผู้ที่จะต้องรับทัณฑ์คือ พ.อ.หญิงสายไสว มาสมบูรณ์ และผู้ที่จะต้องถูกดำเนินคดีอาญาคือ พ.ต.ทองคำ เดชเร ต้องแสดงความเสียใจกับคุณลุงทองคำด้วย เชื่อว่าคุณลุงรับใช้ชาติด้วยความบริสุทธิ์ใจ ถ้าผู้ที่กระทำผิดยอมรับความจริงเมื่อไหร่ คุณลุงจะพ้นมลทินทั้งปวง โปรดเสียสละเวลาช่วยกันตรวจสอบดูข้อมูลในเว็บไซต์ http://www.go6tv.com/2012/08/9.html หรือ https://www.youtube.com/watch?v=WOXrG0w1wrc คุณลุงในคลิปกับในรูปเป็นคนคนเดียวกันหรือเปล่า เพราะคุณลุงในคลิปบอกว่าเอกสารที่นายอภิสิทธิ์นำมาอ้างเป็นชื่อของคุณลุง แต่ลายเซ็นไม่น่าจะใช่

เด็ก ปชป.เอาคืนโพสต์แฉ “โอ๊ค”

ด้าน น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ฝ่ายกฎหมายกำลังพิจารณาดำเนินคดีทางกฎหมายกับนายพานทองแท้ ชินวัตร หลังโพสต์ข้อความกล่าวหานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการเกณฑ์ทหารเป็นซีรีส์เรื่องยาว ถ้ามีการพิสูจน์ในชั้นศาลกรณีที่นายอภิสิทธิ์ฟ้องหมิ่นประมาทนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.ว่าข้อเท็จจริงไม่เป็นไปตามที่นายพานทองแท้โพสต์ข้อความไว้ ก็ขอเรียกร้องให้ประกาศขอโทษนายอภิสิทธิ์พร้อมภาพกราบงามๆผ่านเฟซบุ๊ก หรือไม่ก็เอาจุกนมใส่ปากวิ่งรอบสนามบ้านจันทร์ส่องหล้า 3 รอบ นอกจากนี้ตั้งแต่วันที่ 8 ส.ค.ตนจะนำเสนอมหากาพย์ 3 เรื่องผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เริ่มจากการโกงข้อสอบของเด็กชายคนหนึ่ง ซึ่งจะเอาหลักฐาน ข้อมูล พยาน มายืนยัน รวมถึงมหากาพย์ภาพยนตร์เรื่องโอ๊กอ๊ากที่เคยถูกแบนห้ามฉายในช่วงเวลาหนึ่ง และมหากาพย์เงินปากถุงธนาคารกรุงไทย

ตั้ง“ชวลิต”นั่งปลัดเกษตรฯ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งเอกอัครราชทูตประจำต่างประเทศ 2 รายคือ นายสมปอง สงวนบรรพ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา เป็นเอกอัครราชทูต ณ กรุงบูดาเปสต์ สาธารณรัฐฮังการี นายธัชชยุติ ภักดี รองอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย เป็นเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ และยังอนุมัติรับโอนและแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งบริหารระดับสูง ตามที่กระทรวงมหาดไทยและศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เสนอคือ นายประมุข ลมุล รองเลขาธิการ ศอ.บต. เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย และนายมณฑล สุดประเสริฐ รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เป็นรองเลขาธิการ ศอ.บต.

น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม.เห็นชอบแต่งตั้งนายชวลิต ชูขจร รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงเกษตรฯ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้