ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    รำลึก24มิถุนาฯ แดงชุมนุม เต็มราชดำเนิน

    ไทยรัฐออนไลน์25 มิ.ย. 2555 09:00 น.
    SHARE

    ระบุ-80ปีไม่มีปชต. ล่ารายชื่อประชาชน ถอดถอนตุลาการฯ จตุพรขนเวทีท้าชน

    เพื่อไทยดันก้น “ตู่” สู้ศาลรัฐธรรมนูญยื่นถอนประกัน “พร้อมพงศ์” อ้างคำพิพากษาไม่ถึงที่สุด ยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ พร้อมปลุกพลังประชาชนร่วมลุยไฟแก้รัฐธรรมนูญ “โอ๊ค” เปิดคลิปโชว์มัด “มาร์ค” เบี้ยวแก้ รธน. “ประชาธิปัตย์” หวั่นแกนนำ นปช.ปลุกระดมสร้างอำนาจนอกระบบ เย้ย “จตุพร” กำลังจนตรอกจ่อโดนถอนประกัน เคลื่อนไหวหนักกดดันศาล “นปช.” ระดมมวลชนชุมนุมใหญ่ รำลึก 80 ปี ยังไม่มีประชาธิปไตย คนเสื้อแดงคึกแห่ร่วมลงชื่อถอดถอนตุลาการศาล รธน. แกนนำ นปช.ดาหน้าถล่มเละตุลาการฯ “จตุพร” กร้าวถามศาลรธน.มีอำนาจอะไรมายื่นถอนประกัน เตรียมบุก บช.น.แจ้งความดำเนินคดีตุลาการฯ ทีมกฎหมาย “แม้ว” เล็งฟ้องหมิ่นฯ “เทือก” ปูดข่าวมั่ว 2 หญิง 1 ชายทาบปชป.ร่วมรัฐบาล

    จากการที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.ออกมาระบุว่าจะยื่นฟ้องร้องดำเนินคดีอาญาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเนื่องจากมองว่าไม่มีสิทธิที่จะเป็นผู้ยื่นร้องขอถอนประกันตัวในคดีก่อการร้าย ซึ่ง นายทวี ประจวบลาภ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาได้ออกมายืนยันว่าศาลรัฐธรรมนูญมีสิทธิขอถอนประกันตัวนายจตุพรได้ แม้ไม่ได้เป็นคู่ความ

    พท.ดันก้น “ตู่” สู้ศาลถอนประกัน

    เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 มิ.ย. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ยื่นคำร้องถอนคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราวนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือคนเสื้อแดงในคดีก่อการร้าย เป็นการใช้กระบวนการตามช่องทางกฎหมายของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ โดยนายจตุพรสามารถนำข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายไปยื่นต่อศาลได้ตามกระบวนการ ยุติธรรม แต่ประชาชนมองเรื่องนี้แปลกที่น่าจะเป็นครั้งแรกของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญไปยื่นขอถอนประกันประชาชนและนักการเมือง กรณีนี้ไม่น่าจะกระทบต่อนายจตุพร หากในอนาคตจะลงสมัคร ส.ส. เพราะตามกฎหมายคำพิพากษาของศาลยังไม่เป็นที่สุดผู้ที่ถูกกล่าวหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ส่วนกรณีนายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ถูก กกต.แจกใบแดง ทีมกฎหมายของพรรคกำลังรวบรวมข้อเท็จจริงต่อสู้ในชั้นศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เราไม่กังวลในเรื่องนี้และยังไม่ได้เตรียมจะส่งใครลงสมัครแทนนายการุณ ต้องรอให้ศาลมีคำพิพากษาก่อน หากออกมาในทางลบ ทางคณะกรรมการบริหารพรรคยังคงให้สิทธิและให้เกียรตินายการุณเสนอผู้ที่จะมาลงสมัคร ส.ส.แทน เสนอใครมาพรรคพร้อมจะเห็นด้วย เพราะต้องรักษาน้ำใจนายการุณที่ร่วมหัวจมท้ายด้วยกันมา

    ปชป.ซัดแดงเดินเกมกดดันศาล

    ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถึงเวลาที่ประชาชนทุกคนต้องออกมาแสดงพลังปกป้องประเทศ โดยห่วงการปราศรัยปลุกระดมของแกนนำเสื้อแดง ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ที่ดูเหมือนเป็นคนที่ไม่ต้องการให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้าอย่างสงบสุข เป็นกลุ่มคนที่ต้องการจะได้ในทุกสิ่งที่ต้องการคือ อำนาจและต้องพ้นผิดในทุกประการ ประชาชนส่วนใหญ่จะถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างอำนาจต่อรอง ในการเจรจากับอำนาจรัฐไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล หรือตุลาการ องค์กรอิสระสร้างอำนาจนอกระบบ สร้างความชอบธรรมให้กับตนเองในการเคลื่อนไหวหรือทำอะไรที่ผิดกฎหมาย ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าขณะนี้แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงบางคนอยู่ในสถานการณ์เข้าตาจน เช่น นายจตุพร ที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ร้องขอให้มีการถอนการประกันตัว จะมีกระบวนการกดดันศาลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เชื่อว่าแกนนำฮาร์ดคอร์คงจะไม่ถอย เพราะจะต้องรับผลกรรมที่ได้กระทำในช่วงที่ผ่านมาแน่นอน จึงขอเรียกร้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้กล้าใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม และขอให้เป็นผู้ที่ออกมาห้ามปรามคนเหล่านี้อย่าสร้างความขัดแย้งและความรุนแรงให้เกิดขึ้นในสังคมไทยอีก

    ปูด ส.ส.เสื้อแดงให้ของลับ-ขู่ศาล

    นายแทนคุณ จิตต์อิสระ โฆษกผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า ขอเรียกร้องให้ ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยที่ขึ้นเวทีปราศรัยของคนเสื้อแดงให้ระวังท่าทีที่มีต่อศาลและสถาบันหลักของประเทศ โดยพรรคได้รวบรวมข้อมูลการปราศรัยของ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย มีการให้ของลับกับศาลรัฐธรรมนูญ และนายจตุพรก็มีการพาดพิงศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้เข้าใจผิด และขอเรียกร้องให้ ผบ.ตร.ดำเนินคดีทุจริตสอบเข้าตำรวจอย่างเร่งด่วน และตรงไปตรงมา เพราะเกี่ยวข้องกับแกนนำคนเสื้อแดง อาจมีการมองได้ว่ามีการใช้อำนาจหรือใช้ประโยชน์จากการเป็นพรรคพวกเดียวกัน ควรให้กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอรับคดีนี้เป็นคดีเศษ แม้ที่ผ่านมา มีการตั้งคำถามกับองค์กรนี้ แต่เชื่อว่าดีเอสไอยังมีศักยภาพในการถ่วงดุลกับตำรวจ

    ฮึ่มฟ้อง ป.ป.ช.ดีเอสไอรับใช้ พท.

    นายสกลธี ภัททิยกุล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ทราบข่าวว่าการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ในวันที่ 27 มิ.ย.นี้ จะพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับพรรคประชาธิปัตย์ 2 เรื่อง รับลูกทางการเมืองจากกรณีพรรคเพื่อไทยตั้งเรื่องกล่าวหาพรรค ประชาธิปัตย์ว่ากระทำผิดตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง เพื่อนำไปสู่การยุบพรรค คือ 1.การที่กรุงเทพมหานคร ว่าจ้างบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี เดินรถ 30 ปี และ 2.กรณีเงินบริจาค ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งฝ่ายกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์มองว่าดีเอสไอไม่มีอำนาจรับเรื่องดังกล่าวมาพิจารณาเป็นคดีพิเศษ แต่อยู่ในอำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบ ปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพราะเป็นคดีความผิดเกี่ยวกับข้าราชการการเมือง หาก กคพ.มีมติรับเรื่องไว้เป็นคดีพิเศษ ทีมกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์ และ กทม.ก็จะเดินหน้าร้องต่อ ป.ป.ช.ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.ได้ทำหนังสือส่งทางไปรษณีย์ถึงคณะกรรมการ กคพ.ทุกคนว่าหากรับคดีไว้จะเป็นการเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมาย

    ศาล รธน.ไม่กังวลม็อบแดงปิดล้อม

    นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ หัวหน้าคณะโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า วันที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนชี้ขาดเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ วันที่ 5-6 ก.ค.นี้ คนเสื้อแดงจะยกมวลชนไปปิดล้อมศาลรัฐธรรมนูญว่า ตอนนี้ก็เป็น เพียงการให้ข่าวของนายสุเทพเท่านั้น แต่ว่าตอนนี้ยังไม่มีเหตุอะไร เราต้องฟังข้อมูลและดูรายงานการข่าวก่อน เพราะเหลือเวลาอีกหลายวันหรือเกือบ 2 สัปดาห์ที่จะถึงวันนัดไต่สวน อีกทั้งทางศาลก็ยังไม่มีการหารือหรือพูดคุยกันในเรื่องนี้ ส่วนใหญ่หากมีข่าวในลักษณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่จะมาประสานงานกับศาลด้วย อย่างไรก็ตาม หากมีเหตุการณ์ ตามที่เป็นข่าว ทางศาลคงต้องมีการประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้มารักษาความปลอดภัยบริเวณศาลรัฐธรรมนูญอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ เราไม่มีความกังวลใดๆ เพราะศาลยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่ของเราไปตามปกติ ยังคงพิจารณาและไต่สวนไปตามปกติ ตามที่ได้มีการนัดหมายไว้มาก่อนหน้านี้

    เชื่อไม่กล้าป่วนเพิ่มเงื่อนไข

    นายสมฤทธิ์ ไชยวงศ์ โฆษกศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า เรื่องการยื่นเพิกถอนคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราวนั้นเป็นเรื่องที่ทางสำนักงานดำเนินการเพื่อเป็นการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับองค์คณะตุลาการฯ ซึ่งไม่ใช่กรณีที่ศาลเป็นผู้สั่งให้ยื่นเรื่องดังกล่าว อีกทั้งยังเป็นการดูแลให้องค์คณะตุลาการฯได้มีความเป็นอิสระในการพิพากษาคดี ไม่มีการแทรกแซงหรือปราศจากการข่มขู่และให้การพิจารณาของศาลเป็นไปด้วยความไม่เรียบร้อย

    ส่วนกรณีที่นายจตุพรขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีศาล รัฐธรรมนูญ หรือมีกระแสข่าวว่าคนเสื้อแดงจะมาปิดล้อมศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นเงื่อนไขที่สุ่มเสี่ยงทำให้ถูกคุมขังเร็วขึ้นหรือไม่ นายสมฤทธิ์กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลอาญา เพราะเป็นอำนาจหน้าที่ของท่านจะเป็นผู้พิจารณา ทางสำนักงานคงไม่ให้ ก้าวล่วง เนื่องจากในวันที่ไปยื่นหนังสือสำนักงานศาลฯได้ให้ข้อมูลส่วนหนึ่งที่เป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏเกี่ยวข้องกับการขึ้นเวทีปราศรัยโจมตี ข่มขู่ รวมถึงกล่าวอาฆาตมาดร้ายต่อตุลาการฯ ต่อศาลอาญาแล้ว อีกทั้งอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาได้ออกมาระบุไว้ชัดแล้ว ว่าแม้ว่าทางสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจะไม่มีหนังสือไปถึงศาลอาญา ทางศาลอาญาก็สามารถหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาเองได้ ส่วนเรื่องที่จะมีกลุ่มคนเสื้อแดงมาปิดล้อมศาลรัฐธรรมนูญ ขณะนี้ยังไม่มีการ วางมาตรการใดๆ แต่คิดว่าคงไม่มีการปิดล้อมใดๆ และคงไม่อยากสร้างเงื่อนไขเพิ่มขึ้นมา

    รอศาลชี้ชะตาคุณสมบัติ “ตู่”

    นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรค การเมืองและการออกเสียงประชามติ กล่าวถึงกรณีนายจตุพรจะลงสมัครเลือกตั้งแทนนายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม.ต้องดูว่านายจตุพรมีคุณสมบัติครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 หรือไม่ ถึงแม้ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยให้นายจตุพรสิ้นสุดสภาพการเป็น ส.ส. ก็ตามถือว่าไม่มีอะไรผูกพัน นายจตุพรก็สามารถสมัครเป็นสมาชิกพรรคใหม่ได้ ส่วนการที่ศาลรัฐธรรมนูญยื่นศาลอาญาให้ถอนประกันตัวนายจตุพร คดีก่อการร้ายจะส่งผลอะไรต่อนายจตุพรหรือไม่ เป็นเรื่องของอนาคต ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตาม การลงสมัครรับเลือกตั้งนั้นต้องมาสมัครด้วยตัวเอง หรือถ้าหากถูกคุมตัว เช่น กรณีของนายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ก็ทำได้ แต่ถ้าศาลไม่อนุญาตให้มาสมัครก็ไม่สามารถสมัครรับเลือกตั้งได้

    พท.ปลุกพลังมวลชนร่วมแก้ รธน.

    ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ในโอกาสครบ 80 ปี การเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย พรรคเพื่อไทยขอแสดงจุดยืนที่จะอยู่เคียงข้างประชาชน ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย แต่ที่ผ่านมากระบวนการทางประชาธิปไตยยังมีปัญหา มีการใช้รัฐธรรมนูญมาแล้ว 18 ฉบับ การเมืองไทยยังไปไม่ถึงไหน มีทั้งการปฏิวัติรัฐประหาร หรือฉีกรัฐธรรมนูญ รัฐประหารเงียบในรูปกฎหมายภิวัตน์ วันนี้การร่างรัฐธรรมนูญล้วนเป็นเจตนารมณ์ของประชาชน แต่ยังติดที่ประชุมร่วมรัฐสภาลงมติวาระ 3 ในโอกาสครบ 80 ปี การเปลี่ยนแปลงการปกครอง พรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องไปยังประชาชนว่าหากสามารถเดินหน้าไปตามขั้นตอนจะทำให้รัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น เพราะจะมี ส.ส.ร. มาร่างรัฐธรรมนูญ มีการทำประชามติ การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างแท้จริง ถึงเวลาที่เราจะต้องมีประชาธิปไตยแบบกินได้ มี การคานอำนาจอย่างแท้จริง ไม่ใช่มีกลุ่มอีแอบทางการเมืองทั้งบนดินและใต้ดินจ้องล้มอำนาจประชาชน จ้องล้มรัฐบาลเพื่อไม่ให้ประชาชนได้ลืมตาอ้าปาก แบบนี้ประชาชนที่เสียชีวิตในการเรียกร้องประชาธิปไตยก็จะเสียเปล่า

    จี้ “มาร์ค” อบรมเด็กเลี้ยงแกะ

    นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า กรณีนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ระบุถึงการตรวจสอบเว็บไซต์องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ สหรัฐฯ (นาซา) พบว่าได้ขนอุปกรณ์เข้ามาในไทย ตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา และกล่าวหารัฐบาลปกปิดข้อมูลนั้น ทั้ง ผบ.กองเรือยุทธการ และโฆษกกระทรวงกลาโหม ต่างออกมา แถลงข่าวยืนยันว่าเป็นข้อมูลเท็จไม่มีการขนอุปกรณ์ใดๆ เท่ากับเป็นการตบหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่กล่าวหารัฐบาล กุข้อมูล จินตนาการไปเอง พูดเรื่องเท็จเพื่อนำมาเป็นเกมทางการเมืองจ้องล้มรัฐบาล ขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ควรอบรมและตักเตือนสมาชิกพรรค โดยเฉพาะโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ควรปลดได้แล้ว อย่าทำตัวเป็นเด็กเลี้ยงแกะ ปล่อยข่าวไร้สาระ อย่าจับประเทศไปเป็นตัวประกัน ก่อนหน้านี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ก็ออกมากุข่าวเรื่องพรรคเพื่อไทยจับมือพรรคประชาธิปัตย์ตั้งรัฐบาล ได้มอบฉายา “เทพนาธาน” ให้ไปแล้ว วันนี้ก็ขอมอบฉายา “ปลาบู่นาธาน” ใครเป็นปลาบู่ก็ขอให้รับไป

    โวมีหมัดเด็ดน็อก ปชป.คาสภา

    นายพร้อมพงศ์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เปิดเวทีปราศรัยที่ จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. พยายามกล่าวหาว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ส่งคนมาเจรจาพรรคประชาธิปัตย์เพื่อให้เข้าร่วมรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์วันนี้เป็นฝ่ายค้านไม่ใช่ฝ่ายแค้น ขอท้าให้นายอภิสิทธิ์ แสดงหลักฐาน อย่าพูดลอยๆ ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นแค่การกุข่าวโคมลอย ประชาชนจะมองนายอภิสิทธิ์เป็นผู้ใหญ่เลี้ยงแกะ จะดูไม่เหมาะสม ส่วนกรณีที่นายสุเทพ ปราศรัยว่าจะทำงานเป็นฝ่ายค้านมืออาชีพและจะตั้งทีมคอยตรวจสอบรัฐบาลในเรื่องการทุจริตต่างๆเป็นเรื่องที่เหมาะสม ควรจะทำให้เป็นฝ่ายค้านมืออาชีพ ค้านอย่างสร้างสรรค์ อย่าออกมากล่าวหาแบบลอยๆ ตนได้ส่งคนไปอัดเทปเวทีปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่ต่างๆ พบว่ามีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงทำผิดกฎหมายหลายเรื่อง ส่วนผลสำรวจของสวนดุสิตโพลระบุว่าประชาชนเชื่อมั่นในตัวนายกรัฐมนตรี ไม่มีการทุจริตถึงร้อยละ 57.8 นั้น อยากให้ฝ่ายค้านนำเรื่องนี้ไปพิจารณารวมทั้งตรวจสอบข้อมูลหลักฐานให้ชัดเจนก่อนที่จะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เพราะบางเรื่องอาจเป็นผลพวงเชื่อมโยงโครงการของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา แทนที่จะมาจ้องถล่มรัฐบาล แต่อาจเป็นการถูกน็อกคาเวทีแทนรัฐบาลก็ได้

    “โอ๊ค” เปิดคลิปฉะ “มาร์ค” เบี้ยวแก้ รธน.

    วันเดียวกัน นายพานทองแท้  ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กใจความว่า วันนี้ครบรอบ 80 ปี ที่คณะราษฎร์ได้ก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญ แต่ประเทศไทยยังใช้รัฐธรรมนูญฉบับที่เป็นผลพวงของเผด็จการอยู่เลย หลายคนเรียกตามนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เรียกว่า รัฐธรรมนูญฉบับหน้าแหลมฟันดำ คนไทยลืมง่าย บางคนลืมไปแล้วว่าวันนั้นหลายท่านไม่อยากได้รัฐธรรมนูญ 2550 แต่เราถูกบังคับให้เลือก 2 ข้อ คือ รับรัฐธรรมนูญ (ซึ่งทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่าเป็นฉบับที่มีปัญหา) ไปก่อนเพื่อให้มีการเลือกตั้งแล้วไปแก้ไขเอา หรือ 2. ไม่รับรัฐธรรมนูญ ก็จะไม่เห็นทางออกว่าประเทศจะกลับมาเป็นประชาธิปไตยได้อย่างไร ขอทบทวนว่าตอนที่รณรงค์ (แกมบังคับในทุกชุมชนที่ทหารเข้าถึง) ให้รับรัฐธรรมนูญ 50 มีใครให้เหตุผลไว้อย่างไรบ้าง โดยนายพานทองแท้ได้ระบุชื่อเว็บไซต์ให้เปิดดูได้ในยูทูบความยาว 3 นาทีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน พร้อมยกวลีเด็ดที่ถือเป็นสัญญาประชาคมของนายอภิสิทธิ์ “ผมบอกไว้เลยครับว่า ถ้ามีการเลือกตั้งแล้วผมได้รับเลือกตั้งเป็นผู้แทน ผมจะยกมือแก้ไข รธน.ฉบับนี้”

    เหน็บ ปชป.แก้ รธน.ต้องรอ 20 ปี

    นายพานทองแท้ยังแนะนำให้เปิดไปเว็บไซต์ยูทูบ ความยาว 7 นาที ที่มีหลายคนพูดไปในทิศทางเดียวกันหมด สรุปว่า รัฐธรรมนูญ 50 แทบจะไม่มีใครยอมรับว่าดีเลย แม้แต่ผู้ร่างรัฐธรรมนูญ แต่ขอให้รับไปก่อน เพราะเป็นหนทางเดียวที่จะออกจากเผด็จการไปสู่ประชาธิปไตย ถือว่าเป็นการเตือนความจำกันว่า ใครเคยพูดเอาไว้ว่าอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ได้ยินมาว่านายอภิสิทธิ์จะจัดทอล์กโชว์เท่ๆถึงวิสัยทัศน์ 100 ปี รัฐธรรมนูญ ปี 2575 ในอีก 20 ปีข้างหน้า ก็ไม่ทราบว่าจะหมายถึงอีก 20 ปีค่อยแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะดูท่าทีเหมือนว่าพรรคประชาธิปัตย์จะไม่ค่อยเต็มใจแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่สัญญาประชาคมไว้ “กระแสไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ กำลังฮิตครับ ท่านอาจมองการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับผลพวงของเผด็จการ “เป็นงานศิลปะ” จึง “ให้ผ่าน” ไปก่อน จะแก้ไขทีไรก็มีเหตุอันควรต้องเลื่อนทุกที รัฐบาลควรเอาเวลาไปแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนก่อนบ้าง ควรปิดสมัยประชุมสภาบ้าง ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบบ้าง แต่ผมและประชาชนส่วนหนึ่งเห็นว่าเป็นเรื่องซีเรียสของประเทศที่ผ่านมา 80 ปี เราควรจะมีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยเต็มใบได้แล้ว พวกผมไม่ให้ผ่าน” ครับ

    ปัด “ทักษิณ” เข้าเขมรกดปุ่มปรับ ครม.

    นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางมาที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา และประเทศลาว ว่า ทราบว่าหลังจากเดินทางออกจากประเทศญี่ปุ่นได้แวะมาที่ประเทศกัมพูชาและเดินทางไปประเทศมาเลเซียต่อ ก่อนเดินทางกลับนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยมาพบปะเพื่อนฝูงมากกว่า ไม่มีนัยทางการเมืองอะไร ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวเดินทางมาประเทศกัมพูชาเพื่อบัญชาการปรับ ครม.นั้น ไม่เป็นความจริง หากปรับ ครม.จริงไม่จำเป็นต้องเดินทางมาแถวนี้ และขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ลงมาถึงการปรับ ครม.

    เล็งฟ้องหมิ่นฯ “เทือก” ปูดข่าวเท็จ

    ส่วนกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ระบุถึง 2 สตรีผู้สูงศักดิ์และ 1 บุรุษเป็นตัวกลางที่ พ.ต.ท.ทักษิณให้ประสานกับพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ภายใต้เงื่อนไขต้องสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ร่าง พ.ร.บ.ปรองดองนั้น นายนพดลตอบว่า ขอยืนยัน ไม่ได้เป็นไปตามที่นายสุเทพปั่นราคาสร้างความสับสน เมื่อถามว่าปกติทีมกฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณต้องเตรียมฟ้องร้องคดีหากเรื่องไหนสร้างความเสื่อมเสีย นายนพดลตอบว่าได้ส่งเรื่องนี้ให้ทีมกฎหมายไปพิจารณาว่ามีองค์ประกอบเข้าองค์ประกอบการหมิ่นประมาทหรือไม่ บางเรื่องเป็นการดิสเครดิตทางการเมืองแต่ไม่เข้าข่ายหมิ่นประมาท ต้องดูเป็นกรณีๆไป หากเข้าข่ายจะต้องดำเนินการฟ้องร้องเพื่อพิสูจน์ความจริงและไม่ให้ทำในลักษณะอย่างนี้อีก

    ทัพเสื้อแดงร่วมรำลึก 24 มิถุนาฯ

    เมื่อเวลา 12.00 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. นัดหมายคนเสื้อแดงจัดการชุมนุมใหญ่ เพื่อรำลึกครบรอบ 80 ปี การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475 โดยใช้หัวข้อการชุมนุมว่า “80 ปี ยังไม่มีประชาธิปไตย” ทั้งนี้ กลุ่ม นปช.ได้ปิดการจราจรบนถนนราชดำเนินกลาง ตั้งแต่หน้าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ไปจนถึงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ โดยใช้พื้นที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเป็นเวทีปราศรัย ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล 1 จำนวนกว่า 600 นาย ขณะเดียวกัน คนเสื้อแดงจากทั่วสารทิศทยอยเดินทางมาร่วมชุมนุมอย่างคึกคัก อาทิ กลุ่มชมรมคนรักอุดร นำโดยนายขวัญชัย ไพรพนา ขนมวลชนขึ้นรถไฟ 19 โบกี้ จาก จ.อุดรธานี ตามด้วยแดงเชียงราย แดงศรีสะเกษ ฯลฯ เป็นต้น

    แนวร่วมคึกแห่ลงชื่อถอดถอนตุลาการ

    ขณะเดียวกัน บรรยากาศโดยรอบพื้นที่ชุมนุมนปช. กลุ่มคนเสื้อแดงกลุ่มย่อยต่างๆยังได้จัดกิจกรรมซ้อนภายในพื้นที่ อาทิ การตั้งเวทีย่อยของกลุ่มเพื่อปราศรัย ที่บริเวณเชิงสะพานผ่านฟ้า และอนุสรณ์สถานสี่แยกคอกวัว ตลอดจนการจัดนิทรรศการรำลึกเหตุการณ์วันเปลี่ยนแปลงการปกครอง สำหรับไฮไลต์ของงานอยู่ที่เต็นท์บริเวณทางเข้าถนนดินสอ ซึ่งกลุ่ม นปช.ได้ตั้งโต๊ะเปิดให้คนเสื้อแดงร่วมกันเข้าชื่อเพื่อถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากคนเสื้อแดงนำบัตรประชาชนมาต่อแถวลงรายชื่อกันเป็นจำนวนมาก และในเวลา 15.30 น. ระหว่างการปราศรัยของแกนนำ  นปช.กำลังเข้มข้น ก็ได้เกิดความวุ่นวายขึ้นด้านข้างเวทีปราศรัย เมื่อชายสวมเสื้อแดงชูป้ายขนาดใหญ่เป็นภาพหญิงสาวแต่งชุดตะเบงมาน ตัดต่อใส่ภาพใบหน้าของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทำให้แนวร่วมเสื้อแดงไม่พอใจอย่างมากและฮือกันเข้ามาจะทำร้ายแต่การ์ด นปช.เข้าห้ามไว้ ก่อนนำชายรายนี้ออกไปจากพื้นที่ จากนั้น พ.ต.อ.ไกรฤกษ์ บัวแก้ว รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ได้เข้าหารือกับนายอารีย์ ไกรนารา เลขานุการ รมช.เกษตรฯ ซึ่งดูแลด้านการรักษาความปลอดภัย โดยแกนนำ นปช.ขอให้ตำรวจช่วยดูความปลอดภัยให้ผู้ชุมนุม เนื่องจากเกรงว่าจะมีมือที่สามเข้ามาสร้างสถานการณ์ ทั้งขอให้เน้นการกระทำมิบังควร เช่น การตัดต่อรูปไม่บังควรหรือหมิ่นเบื้องสูง ขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการจับกุมทันที

    นปช.ดาหน้าจวกเละตุลาการ

    ต่อมาในช่วงเย็นบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่ม นปช.เริ่มเข้มข้นขึ้น โดยแกนนำ นปช.เดินทางมาร่วมงานพร้อมหน้า อาทิ นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายก่อแก้ว พิกุลทอง นพ.เหวง โตจิราการ นายวรชัย เหมะ นายพายัพ ปั้นเกตุ นายนิสิต สินธุไพร นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ฯลฯ จากนั้นเหล่าแกนนำสลับกันขึ้นปราศรัยโจมตีการทำงานของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และระบอบอำมาตยาธิปไตยอย่างดุเดือด สลับกับการปราศรัยของกลุ่มนักศึกษา ที่ขึ้นมากล่าวเชิดชูวีรกรรมของคณะราษฎร ท่ามกลางเสียงโห่ร้องกึกก้องของเหล่าคนเสื้อแดง

    อัดตุลาการไม่มีอำนาจถอนประกัน

    นายจตุพรกล่าวบนเวทีว่า การชุมนุมของนปช.วันนี้ จะไม่มีการปราศรัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ เนื่องจากอยู่ระหว่างการเดินทางข้ามทวีป จึงไม่สะดวกที่จะโฟนอินเข้ามายังที่ชุมนุม อย่างไรก็ตาม การปราศรัยในวันนี้สิ่งที่จะพูดคือการพิสูจน์ให้เห็นว่า แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในประเทศมา 80 ปี แต่ก็ยังไม่มีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ โดยเฉพาะกรณีที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ทำหนังสือถึงศาลอาญาเพื่อถอนประกันตน โดยไม่ผ่านอัยการสูงสุดนั้น ในวันที่ 26 มิ.ย.นี้ ตนจะเดินทางไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อยื่นหนังสือขอคำตอบว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่าที่เคยแจ้งความดำเนินคดีตนเรื่องการปราศรัยหมิ่นศาล เมื่อ ต.ค.53 ซึ่งถือว่าศาลนั้นได้เป็นคู่กรณีความกับตนแล้วตั้งแต่มีการแจ้งความแล้วตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้เอาอำนาจอะไรมาเพิกถอนการเป็น ส.ส.ของตน ซึ่งตนก็อยากจะให้ศาลได้มีหนังสือแจ้งคำตอบให้ตนอย่างเป็นทางการด้วย

    บุก บช.น.เล่นงานตุลาการแจ้งเท็จ

    “การที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญอ้างว่า ไม่ได้มีมติให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญไปยื่นถอนประกันตนนั้น เท่าที่ตรวจสอบข้อมูลพบว่า เจ้าหน้าที่ศาลไม่มีอำนาจที่จะส่งเรื่องไปศาลอาญา เว้นแต่ได้รับคำสั่งของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น จึงอยากจะถามด้วยว่า ข้อความที่บอกว่าเป็นการข่มขู่คุกคามนั้นคืออะไร เพราะเห็นว่าหลักฐานที่ส่งไปมีหนังสือพิมพ์แค่ 2 ฉบับ ถ้ามองว่าเป็นการข่มขู่คุกคามทำไมไม่ไปแจ้งความ ดังนั้นหลังจากที่ไปขอคำตอบที่ศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ก็จะเดินทางไปที่ บช.น.เพื่อดำเนินคดีกับตุลาการฯ ชุดนี้ในข้อหาแจ้งความเท็จต่อไป สำหรับการเข้าชื่อของคนเสื้อแดงเพื่อถอดถอนตุลาการฯ แม้จะได้ส่งรายชื่อ 2 หมื่นรายชื่อต่อสภาไปแล้ว ก็จะดำเนินการต่อไปให้ครบ 1 ล้านตามที่ประกาศไว้ เพื่อที่จะให้สังคมและชาวโลกเห็นว่าคนในประเทศไม่เอาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้” นายจตุพรกล่าว

    ปชช.ขอ รธน.เป็น ปชต.เต็มใบ

    วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เปิดเผยผลการสอบถามความคิดเห็นประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เรื่อง 80 ปี ประชาธิปไตยไทย เนื่องในวันครบรอบ 80 ปี วันเปลี่ยนแปลงการปกครองสู่ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พบว่าร้อยละ 41.78 ค่อนข้างสนใจต่อรัฐธรรมนูญ เพราะมีความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของไทย ขณะที่ร้อยละ 39.02 เห็นว่ารัฐธรรมนูญปี 50 ที่ใช้อยู่ ก่อให้เกิดความขัดแย้งของกลุ่มต่างๆ โดยประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 44.29 ไม่แน่ใจในเรื่องที่รัฐบาลเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะยังขาดความรู้และไม่เข้าใจเรื่องรัฐธรรมนูญดีพอ ร้อยละ 32.14 เห็นควรแก้ไขต่อไปเพื่อให้จบสิ้น ร้อยละ 23.57 ไม่ควรแก้ไข ส่วนรัฐธรรมนูญในอนาคตของไทยควรเป็นอย่างไร ร้อยละ 42.12 อยากให้เป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากความถูกต้องชอบธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ มีความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

    ปชป.จี้ “สุรพงษ์” เคลียร์ปมนาซา

    ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีสหรัฐอเมริกาขอใช้พื้นที่สนามบินอู่ตะเภาว่า ขอตั้งข้อสังเกตว่า ข้อมูลที่หลุดออกมาล้วนมาจากฝ่ายค้านและเป็นความจริง ส่วนรัฐบาลก็ออกมายอมรับทีละเรื่อง โดยเฉพาะการให้สัมภาษณ์ของนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ ยิ่งสับสน อยากให้นายสุรพงษ์ตอบคำถามว่า 1.ทำไมรัฐบาลต้องให้อเมริกาเป็นผู้เปิดเผยข้อมูลฝ่ายเดียว เช่น ประเทศสิงคโปร์ กัมพูชา ได้อนุญาตให้ใช้พื้นที่น่านน้ำและน่านฟ้าแล้ว แต่ทำไมประเทศไทยในฐานะเจ้าของพื้นที่กลับไม่ถามประเทศดังกล่าวเอง 2.กระทรวงการต่างประเทศได้ประชุมพร้อมกัน 18 หน่วยงานในประเด็นดังกล่าว ดังนั้นจึงอยากทราบว่าผลการประชุมเป็นอย่างไร 3.เมื่อมีการระบุว่าสิงคโปร์ กัมพูชาให้ใช้น่านฟ้า แต่เหตุใดถึงไม่มีการสอบถามไปยังประเทศอื่นๆที่เป็นทางผ่านการบินด้วย เช่น กรณีสิงคโปร์มาไทย ต้องบินผ่านประเทศมาเลเซียก่อน เป็นต้น

    นายชวนนท์กล่าวว่า 4.เหตุใดรัฐบาลถึงสร้างความหวังให้อเมริกาขนอุปกรณ์ลงเรือมาไทย ตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา ทั้งที่ยังไม่มีการลงนามใดๆ แต่คนไทยก็กลับมาทราบเรื่องนี้ในวันที่ 18 มิ.ย. นอกจากนี้ ยังจับพิรุธกรณีอเมริกาอนุญาตให้นาซามาใช้พื้นที่ที่ฮ่องกง ทั้งที่ข้อเท็จจริงทางการจีนไม่เคยมีการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ดังกล่าวแต่อย่างใด ดังนั้น จึงอยากให้รัฐมนตรีสอบถามด้วยตัวเอง อย่าไปเชื่อข้อมูลจากอเมริกาเพียงฝ่ายเดียว เพราะอาจจะบิดเบือนข้อมูลอย่างในกรณีการใช้พื้นที่ในฮ่องกง เป็นต้น

    นายกฯหารือร่วม ปธน.กินี

    เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 24 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ทำพิธีต้อนรับนายอาลฟา กงเด ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐกินี ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้นำนายอาลฟา ตรวจแถวกองทหารเกียรติยศผสม ที่สนามหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล จากนั้นได้หารือข้อราชการ อาทิ ความร่วมมือด้านการค้าการลงทุน และความร่วมมือเพื่อการพัฒนา ก่อนลงนามในบันทึกความเข้าใจ ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐกินี ว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการ และบันทึกความเข้าใจ ว่าด้วยการจัดตั้งการปรึกษาหารือทวิภาคีระหว่างกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงการต่างประเทศ และชาวกินีในต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐกินี กระทั่งเวลา 19.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่นายอาลฟา ที่ตึกสันติไมตรี

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้