วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คนแต่ก่อน

คนแต่ก่อน

  • Share:

แบบเรียนภาษาไทย เล่มแบบเรียนเร็วใหม่ เล่ม 1 ตอนต้น (ฉบับปรับปรุง) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาฯ กพฐ. ส่งมาให้ก่อนเกษียณ ผมจำได้ ปี 2496 สมัยผมเรียนในชั้น ป. เตรียม

เป็นแบบเรียนเล่มที่สอนให้รู้จัก ก. ไก่ ข.ไข่ ผสมสระ ผสมพยัญชนะ แยกให้รู้จัก และผันวรรณยุกต์ อักษรสูง กลาง และต่ำ ก็เล่มที่เราจำ ป้ากะปู่ กู้อีจู้ ได้นั่นล่ะ

บทที่ 14 สอนวิธีประสมอักษร 3 หมู่ กับสระ ำ ใอ ไอ เอา สอนอ่านคำตัวอย่าง เราไป ในถ้ำ ย่ำค่ำ ไม้ค้ำ ไอน้ำ จำได้ ใบไม้ ลำไย ในไห ทำไม ฯลฯ แล้วก็ทดสอบด้วยการอ่านเรื่อง “คนแต่ก่อน”

โตจนแก่ปูนนี้ ลองหัดอ่านกันอีกสักที

แต่ก่อนๆนานมาแล้ว คนเรายังโง่ บ้านเมืองก็ยังไม่มี ดังที่เราเห็นกันเดี๋ยวนี้ คือยังเป็นป่าเป็นดงทั้งนั้น ยังไม่รู้จักทำบ้านเรือนอาศัย คนเราต้องอาศัยอยู่ในถ้ำบ้าง อาศัยตามสุมทุมพุ่มไม้บ้าง อาศัยตามต้นไม้  เช่น  ลิง  ค่างบ้าง ยังไม่รู้จักทำผ้านุ่ง ผ้าห่ม ต้องเอาใบไม้และสิ่งอื่นๆมาปกปิดร่างกาย

ของกินก็ไม่มีอะไรมากนัก มีแต่เนื้อต่างๆ เผือกมัน และลูกไม้อื่นๆอีกบ้าง และยังไม่รู้จักทำนา ทำสวน ทำไร่ ได้แต่ไปเที่ยวหาของกินต่างๆมาจากป่า แล้วก็เอามาเลี้ยงกัน และกินแต่ของดิบๆ ยังไม่รู้จักหาไฟมาใช้หุงต้ม ดังที่เราใช้กันในทุกวันนี้

ต่อๆมาคนเราก็รู้จักหากิน และทำของใช้ และที่อยู่อาศัยดีขึ้นๆ เดี๋ยวนี้เรามีบ้าน มีเมือง ซึ่งทำขึ้นไว้แข็งแรงและสวยงาม มีผ้านุ่งผ้าห่มต่างๆ รู้จักทำนา ทำสวน เลี้ยงแพะ แกะ วัว ควาย ช้าง ม้า เป็ด ไก่ และรู้จักทำของใช้อะไรต่างๆ อีกมากมาย

ถ้าเด็กคนใดสงสัยว่า ทำไมคนแต่ก่อนกับคนเดี๋ยวนี้ จึงผิดกันมาก

ก็จะตอบได้ว่า แต่ก่อนคนเรายังโง่ แล้วค่อยๆคิด ค่อยๆรู้ ค่อยๆทำ จนรู้จักคิดรู้จักทำอะไรๆ สืบๆกันมาจนทุกวันนี้

แต่คนเดี๋ยวนี้ ที่ไม่เรียน ไม่คิด ไม่ทำอะไร ก็ต้องจัดว่าเป็นคนโง่ ถ้าเราไม่ชอบให้ตัวเราโง่ ก็ต้องเรียน ต้องคิด ต้องทำอะไรๆ ให้ดีต่อไป

สมกับที่เราได้เกิดมาเป็นคนกับเขาคนหนึ่งในโลก

อ่านจบเรื่องนี้แล้ว ผมก็นึกขึ้นมาได้อีกว่า ตอนที่ครูสอน และให้พวกเรานักเรียนหัดเขียน เราเขียนด้วยกระดานชนวนดินสอหินเขียนลงกระดานชนวน เมื่อครูตรวจแล้วก็ลบ (ด้วยมือ) ได้ ถึงบทใหม่ ก็เขียนใหม่ เขียนแล้วลบๆ เรื่อยไป

คำที่เขียนแล้วลบนั้น จริงๆแล้วก็ไม่หายไปไหน ไปปรากฏอยู่ในความจำ สามารถแตกหน่อขยายกอ ไปอ่านและเขียนคำต่อไปๆ ที่ยากซับซ้อนได้อีก

ผมมารู้สึกอัศจรรย์...ตรงที่เห็นแท็บเล็ต หรือไอแพด รูปร่างเหมือนกระดานชนวน ไม่มีผิดสักนิดเดียว

เพียงแต่กระดานชนวนสมัยใหม่ อ่านได้ เขียนได้ ลบได้ แล้วก็กดปุ่มเรียกกลับมาได้ ทั้งยังมีสารพันสารพัดวิชา กระทั่งเรื่องอ่านเล่น ฯลฯ ให้เลือกอ่าน

มีกระดานชนวนแผ่นเดียว...เด็กๆไม่ต้องหอบหนังสือเรียนใส่กระเป๋าสะพายหลังแอ่น...ไปโรงเรียนเหมือนเด็กสมัยก่อน

สัจภูมิ ละออ นั่งถกแถลงกับผมว่า ปัญหาของกระดานชนวนสมัยใหม่ ก็คือ มีเรื่องที่ควรเรียนรู้ และเรื่องที่ไม่ถึงเวลาที่น่าจะเรียนจะรู้อีกมาก หากเด็กไม่มีครูและความรู้คัดสรร...เด็กๆก็อาจจะหลงเพริดเข้ารก...ข้อมูลใหม่

แล้วก็อาจจะละเลยชุดความรู้ ที่ควรเรียนควรรู้ ตามวัยและเวลาที่ควรเรียนควรรู้

อีกข้อน่าคิด เด็กรุ่นใหม่กดปุ่มดูข้อมูลแล้ว กดปุ่มต่อไป ชุดความรู้ที่เผลอคิดว่า “เรียกเมื่อไหร่ก็ได้” อาจไม่เป็นความรู้จริง ที่สลักฝังอยู่ในความจำ เหมือนความรู้เด็กสมัยที่เขียนอ่านด้วยกระดานชนวน

เหล่านี้ เป็นทั้งข้อดีและข้อน่าเป็นห่วง...ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับเด็กสมัยใหม่ ซึ่งผมเข้าใจว่า ครูบาอาจารย์ท่านคงมีกระบวนการดูแลแก้ไขล้อมคอกเอาไว้แล้ว

โลกยิ่งพัฒนาไปสู่ความทันสมัยศิวิไลซ์ คนแก่อย่างผม ไม่เป็นห่วงบ่วงใยอะไรแล้ว ถ้าพอฝากความห่วงได้ ก็จะขอฝากบทอ่านทบทวนบท... เราต้องเรียน ต้องคิด ต้องทำอะไรๆให้ดีต่อไป สมกับที่เราได้เกิดมาเป็นคนกับเขาคนหนึ่งในโลก

ถ้าโลกวันนี้ วันหน้า เต็มไปด้วยคนเก่ง แต่ไม่มีคนดีมากพอที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาบ้านเมือง

ก็แสดงว่า การสอนให้เด็กมุ่งเรียนมุ่งรู้มุ่งความก้าวหน้า จน...ไม่สมกับที่ได้เกิดมาเป็นคนกับเขาคนหนึ่งในโลก ไม่ใช่เรื่องน่าดีใจ แต่มันกลายเป็นเรื่องน่าเศร้า.

กิเลน ประลองเชิง

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้