กีฬา
100 year

ปลูกยาสูบช่วงแล้งที่...ห้วยไร่ ก่อนปรับแปลงรอน้ำ ทำนาปี

เพ็ญพิชญา เตียว18 เม.ย. 2555 05:00 น.
SHARE

ตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน ในหลายพื้นที่ในประเทศไทยยังคงทำไร่ ปลูก “ใบยาสูบ” ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ทั้งในแถบจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย สุโขทัย ฯลฯ รวมทั้งจังหวัดเพชรบูรณ์

นายต่อศักดิ์ โชติมงคล ผู้อำนวยการโรงงานยาสูบ กระทรวงการ คลัง เปิดเผยว่า ใบยาเป็นพืชต้องใช้ระยะเวลาปลูก 2-3 เดือน โดยใบยามี 3 ประเภทคือ เวอร์ยิเนีย ปลูกทางภาคเหนือตอนบนบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง แพร่ น่าน หนองคาย และนครพนม ใบยาเบอร์เล่ย์ พื้นที่ปลูกอยู่แถวสุโขทัย เพชรบูรณ์ และปัจจุบันขยายเข้ามาที่อุตรดิตถ์ และ ใบยาเตอร์กีช ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ไม่ชอบน้ำมาก จะปลูกในแถบจังหวัดร้อยเอ็ด มหาสารคาม ขอนแก่น และนครพนม

...แต่เนื่องจากทุกวันนี้ผู้คนต่างหันมาใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น  ดังนั้น จึงปรับทิศทางการพัฒนาคุณภาพวัตถุดิบ รวมทั้งการปลูกด้วยระบบ GAP ภายใต้หลักเกณฑ์ของ CORESTA ทั้งด้านการจัดการดิน น้ำ ความสมบูรณ์ของพันธุ์และการคัดเลือก การจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน การจัดการบ่มใบยา เก็บรักษา ฝึกอบรมชาวไร่ และอื่นๆ...

นายปริญญา สุวงศ์วาร ผู้จัดการ สนง.เพชรบูรณ์ บอกต่อว่า  การส่งเสริมพื้นที่ปลูกให้กับเกษตรกรนั้น จะสนับสนุนตั้งแต่ต้นกล้าเข้าไปดูแลปุ๋ย ส่งเสริมขั้นตอนวิธีการปลูก พร้อมทั้งพัฒนาควบคุมการใช้ปุ๋ย รวมทั้งงดการใช้ยาฆ่าแมลง โดยมีองค์กรที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนส่งเสริมความร่วมมือในงานศึกษาวิจัยเกี่ยวกับยาสูบในระดับนานาชาติ  (CORESTA) เป็นตัวคุม โดยโรงงานจะกำหนดราคาก่อนการปลูก แล้วหลังปิดครอบ (ปลายปี) จะมาดูเรื่องต้นทุนหากสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้เกษตรกรสามารถเปิดการเจรจาขึ้นอีกครั้งได้

นางหนูจันทร์ คำโสม เกษตรกรตำบลห้วยไร่ อ.หล่มสัก เล่าให้ฟังว่า มีพื้นที่ทั้งหมด 6 ไร่ ปลูกใบยาสูบมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ ที่ถือเป็นอาชีพหลักทำเงินก้อนให้กับชาวบ้านในแถบนี้มาช้านาน การปลูกนั้นเริ่มแรกจะเพาะต้นกล้า ไถแปลงดิน ขึ้นร่องปูด้วยฟาง ลงกล้าหลัง 3 วัน ถ้าต้นไหนไม่สมบูรณ์จะถอนออกแล้วเสริมใหม่ และอีก 4 วัน จึงใส่ปุ๋ย และให้น้ำทุกๆ 7 วัน

...เมื่อใบยาได้ 20-22 ใบ จะตอนยอด (เด็ดดอกทิ้ง) เป็นการควบคุมนิโคติน ทำให้ใบยามีความหนา สมบูรณ์คุณภาพ หรือที่เรียกว่าใบ “ฟก” หลังนำไปบ่มสีจะสวยขายได้ราคา หากเป็นใบ ยาตีน (โคนต้น) ใช้เวลาบ่ม 20-25 วัน ใบสอง บ่ม 30-40 วัน แล้วส่งขายให้กับทางโรงยาฯราคากิโลละ 60 บาท ส่วนใบที่ไม่สวยจะเอาไปหลอม (เข้ากำยาเส้น) ขายให้พวกพ่อค้าเร่ในราคากิโลละ 10-15 บาท

หลังหักต้นทุนจะเหลืออยู่ที่ 60,000-70,000 บาท จากนั้นก็จะหันไปปรับหน้าดินเพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับทำนาปีต่อไป   ใครที่สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกันได้ที่ โทร.08-1971-1395 ในวันเวลาที่เหมาะสม.

 

เพ็ญพิชญา เตียว

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้