ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    'ธรรมศาสตร์'ระอุชกวรเจตน์แกนนำนิติราษฎร์

    ไทยรัฐออนไลน์1 มี.ค. 2555 09:00 น.
    SHARE

    ใบหน้าฟกช้ำ-แว่นแตกเลือดไหลออกทางจมูกตร.ตรวจวงจรปิด-ล่าตัว

    การเมืองร้อนระอุ 2 คนร้ายขี่รถ จยย.บุกชก “วรเจตน์ ภาคีรัตน์” แกนนำคนสำคัญกลุ่มนิติราษฎร์ ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยดักรัวหมัดใส่หน้าจนเลือดออก แว่นตาแตก ก่อนขี่รถ จยย.หลบหนี ตะโกนท้าให้ไปเปิดกล้องวงจรปิดดูจะรู้ว่าใครทำ

    เหตุการณ์นักเลงโตดักรุมทำร้ายแกนนำกลุ่มนิติราษฎร์ เพิ่มดีกรีให้การเมืองร้อนระอุขึ้นมาทันที เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 29 ก.พ. โดยผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แกนนำคนสำคัญกลุ่มนิติราษฎร์ ถูกคนร้ายดักทำร้ายร่างกายชกต่อยที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ได้รับบาดเจ็บและไปรักษาตัวที่ รพ.ธนบุรี ถนนอิสรภาพ 44 แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย ฝั่งธนบุรี จึงไปตรวจสอบ

    โดยพบนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และแกนนำกลุ่มนิติราษฎร์ พร้อมอาจารย์ชาย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุอีก 1 คน แต่ไม่ยอมเปิดเผยชื่อ เข้ารักษาตัวในห้องฉุกเฉิน บริเวณใบหน้า ใช้เวลารับการรักษากว่า 2 ชม.

    นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ เปิดเผยเหตุการณ์ว่า เมื่อเวลาประมาณ 15.40 น. ขณะตนขับรถเข้าไปจอดที่ลานจอดรถเฉพาะอาจารย์ของคณะนิติศาสตร์ ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เนื่องจากในช่วงเย็นจะมีสอนหนังสือ หลังจากลงรถ ไม่ทันได้ระวังตัว ก็มีชายฉกรรจ์ 2 คน เข้ามาด้านหลัง คนแรกเดินตรงเข้ามาพร้อมตะโกนว่า “กูรอมึงมานานแล้ว” พร้อมกับชกเข้าที่ใบหน้าด้านขวาอย่างไม่ยั้ง จนแว่นตาที่ตนใส่อยู่กระเด็นตกพื้นแตก ตนได้แต่ใช้มือปกป้องตัวเอง และเห็นหน้าคนร้ายไม่ชัด เนื่องจากสายตาสั้น

    ในขณะนั้นมีอาจารย์ชายอีกคนที่มาโรงพยาบาล ด้วยกัน เห็นเหตุการณ์ พยายามเข้ามาช่วยเหลือ แต่ก็ถูกชายทั้ง 2 คนผลัก จนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ภายหลังก่อเหตุชายฉกรรจ์ทั้ง 2 คน วิ่งไปขึ้น จยย. ไม่ทราบสี รุ่น ยี่ห้อ ที่จอดไม่ห่างไปมากนัก หลบหนี โดยขณะขึ้นคร่อมรถ จยย.เพื่อขี่ออกไป คนร้ายยังตะโกนมาว่า “ถ้ามึงอยากรู้ว่ากูเป็นใคร ให้ไปดูกล้อง วงจรปิดดู เดี๋ยวก็รู้ว่ากูเอง”

    แกนนำกลุ่มนิติราษฎร์เปิดเผยต่อไปว่า ส่วนผลการตรวจร่างกาย แพทย์พบบาดแผลฟกช้ำและรอยขีดข่วนทั่วใบหน้าด้านขวา ตั้งแต่โหนกแก้ม กรามด้านขวาไปจนถึงหน้าผาก และมีเลือดไหลออกจากจมูก แพทย์จึงช่วยห้ามเลือด ส่วนสาเหตุการถูกทำร้ายครั้งนี้ ตนไม่ทราบ เพราะที่ผ่านมา ไม่เคยมีเหตุทะเลาะวิวาทกับใคร เชื่อว่าน่าจะมาจากการเคลื่อนไหวแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 หลังจากเกิดเหตุ ตนไม่ได้เครียดมาก เพราะเป็นอาจารย์ต้องมาสอนหนังสือตามปกติ และคงไม่ได้ระวังตัวอะไรไปมากกว่านี้

    ด้านอาจารย์ชายที่อยู่ในที่เกิดเหตุ กล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก จนตนไม่ได้สังเกตรายละเอียดของคนร้ายมากนัก จำได้แค่ว่า ลักษณะ จยย.ของคนร้ายเป็นแบบผู้ชาย ไม่ทราบสี ยี่ห้อ ทะเบียน จำได้ว่า คนซ้อนท้ายใส่เสื้อแขนยาวลายสกอต กางเกงยีนส์ แต่ไม่แน่ใจว่าสวมหมวกกันน็อกหรือไม่ โดยตนไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร เพราะคนร้ายไม่ได้ทำร้าย เพียงแค่ผลักออกมาแล้วก็รีบวิ่งไปขึ้น จยย.หลบหนี

    ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ภายหลังนายวรเจตน์พบแพทย์แล้ว มีเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ชนะสงคราม 2 นาย เดินทางไปดูแลความปลอดภัย เมื่อนายวรเจตน์รักษาตัวเสร็จ ก็นำตัวกลับไปที่มหา– วิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ทันที เนื่องจากพนัก– งานสอบสวน สน.ชนะสงคราม รอสอบปากคำอยู่

    ทางด้าน พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเหตุคนร้ายรุมทำร้ายนายวรเจตน์แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลธนบุรี ในเบื้องต้นทราบว่าคนร้ายเป็นชาย 2 คน ใช้รถจักร– ยานยนต์ไปก่อเหตุแล้วหลบหนี ขณะนี้ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนของกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.) และกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (บก.น.1) ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุแล้ว เพื่อติดตามคนร้ายที่ลงมือต่อไป ส่วนสาเหตุยังไม่สามารถสันนิษฐานได้ว่ามาจากเรื่องอะไร ขอตรวจสอบจากพยานหลักฐานก่อน

    ทั้งนี้ นายวรเจตน์ ถือเป็นแกนนำนักวิชาการคนสำคัญของกลุ่มนิติราษฎร์  ที่ผ่านมา มีบทบาทอย่างสูงในการขับเคลื่อนรณรงค์ให้มีการลบล้างผลพวงจากการปฏิวัติรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 นอกจากนี้  ยังเสนอให้แก้ไขกฎหมายอาญาหมิ่นสถาบันเบื้องสูง มาตรา 112 อีกด้วย

    ต่อมานายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า “ผมขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้เหตุและผลในการพูดคุยเพื่อแก้ปัญหาของประเทศ และขอประณามความรุนแรงทุกประเภท ที่กระทำต่อคนธรรมศาสตร์และคนไทยด้วยกัน มหาวิทยาลัยมีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยดีพอสมควร เช่น การจัดเวรยาม การมีบัตรเข้าออก การมี CCTV ทั้งมหาวิทยาลัย การประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และจะได้เพิ่มมาตรการ ให้เพิ่มขึ้นอีก”

    ภายหลังออกจาก รพ. นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ เดินทางไปที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ พร้อมเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอีกครั้ง ที่ห้องประชุมชั้น 2 คณะนิติศาสตร์ โดยมี พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ รอง ผบช.น. ร่วมด้วย โดยกล่าวว่า จะเข้าแจ้งความ และดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด ที่ผ่านมาตนเคยถูกข่มขู่ทางจดหมายและเผาหุ่นเท่านั้น ครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุด พร้อมกับระบุถึงสาเหตุว่าน่าจะมาจากเรื่องการเคลื่อนไหวกับกลุ่มนิติราษฎร์ ซึ่งตนขอยืนยันว่าไม่ได้ฝักใฝ่ฝ่ายใด แต่เคลื่อนไหวในฐานะนักวิชาการคนหนึ่ง

    ด้าน พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ รอง ผบช.น.กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. ให้มาดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพราะประชาชนให้ความสนใจ ขณะนี้เรารู้ตัวคนร้ายและกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุแล้ว อยู่ระหว่างตรวจสอบให้ชัดเจน โดยกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ สามารถบันทึกภาพของคนร้ายไว้ได้ตั้งแต่ไปนั่งรอ ป้วนเปี้ยนอยู่แถวที่เกิดเหตุอยู่ก่อนแล้ว พร้อมกับนำภาพจากกล้องวงจรปิดจำนวน 4 รูปมาให้ผู้สื่อข่าวดู คนแรกเป็นชายฉกรรจ์ อายุประมาณ 25-30 ปี ผิวค่อนข้างขาว ผมรองทรงสั้น เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำ พับแขนถึงข้อศอก นุ่งกาง เกงยีนส์ และรองเท้าผ้าใบสีขาว

    อีกคนอายุไล่เลี่ยกันแต่ผิวสีเข้มกว่า ผมสั้น แต่งกายคล้ายกันคือ สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีออกสีชมพู พับแขนถึงข้อศอก กางเกงยีนส์ และสวมรองเท้าผ้าใบ ส่วนรถ จยย.ของคนร้าย เบื้องต้นทราบ ว่าเป็นรถ จยย.ยามาฮ่า แบบผู้หญิง สีขาว แต่ไม่ทราบรุ่น ทะเบียนเท่าที่เห็น มธย 684 อยู่ขณะระหว่างมอบหมายให้ชุดสืบสวนดำเนินการติดตาม ซึ่งหลังจากนี้จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาเฝ้าดูแลความปลอดภัยแก่นายวรเจตน์อย่างใกล้ชิด สำหรับคนร้ายจะต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกาย เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายทางร่างกายและจิตใจ

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2563 เวลา 05:05 น.